Tiffany & Co’s commitment to ocean conservation is the need of the hour (Photo: courtesy of The Nature Conservancy / Tannia Salido)
Cover พันธกิจของ Tiffany & Co. ในการอนุรักษ์มหาสมุทรเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ (ภาพ: The Nature Conservancy / Tannia Salido)
Tiffany & Co’s commitment to ocean conservation is the need of the hour (Photo: courtesy of The Nature Conservancy / Tannia Salido)

วันมหาสมุทรโลกคือการเตือนใจที่สำคัญถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องโลกใบนี้ Annika Dubrall แห่ง Tiffany & Co. ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความหรูหราที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การพิทักษ์แหล่งทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของดาวเคราะห์โลกดวงนี้

คำว่าวันมหาสมุทรโลกทำให้เรานึกถึงภาพความลึกสีฟ้าใส แนวปะการังสีสด และชีวิตใต้ท้องทะเลหลากรูปแบบหลายรูปทรง แค่ความเป็นจริงที่ทำให้วันนี้ถูกกำหนดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน ก็คือมหาสมุทรกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ข่าวดีคือบรรดาแบรนด์หรูต่างพากันก้าวเข้ามารับรู้ปัญหานี้ และหนึ่งในผู้นำที่ร่วมเข้ามาจัดการปัญหาก็คือ Tiffany & Co. หนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับที่อยู่ภายในอาณาจักร LVMH

แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติอเมริกันได้บริจาคเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโครงการอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านทางมูลนิธิ Tiffany & Co. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการกุศลของเมซงนี้ หนึ่งในโครงการริเริ่มที่มีชื่อเสียงคือ ‘Love for Our Oceans’ ซึ่งรายได้จากการขายสร้อยข้อมือ T Smile by Tiffany ดีไซน์ที่ผสานรูปตัว T แบบโค้งคล้ายรอยยิ้มรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ทำขึ้นจากขยะพลาสติกในทะเลที่ผ่านการรีไซเคิล ถูกมอบให้กับ The Nature Conservancy (TNC) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก

Tatler พูดคุยกับ Annika Dubrall ผู้อำนวยการของแบรนด์และหัวหน้าแผนกความยั่งยืนและการกุศลระดับโลก เกี่ยวกับความมุ่งมั่นที่ยาวนานนี้

อ่านเพิ่มเติม: 7 แบรนด์จิวเวลรี ที่มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

Tatler Asia
Annika Dubral of Tiffany & Co (Photo: courtesy of Tiffany & Co)
Above Annika Dubrall ผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน และกิจกรรมการกุศลระดับโลกของ Tiffany & Co. (ภาพ: Tiffany & Co.)
Annika Dubral of Tiffany & Co (Photo: courtesy of Tiffany & Co)

โครงการริเริ่มเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ประสบผลสำเร็จที่สุดของ Tiffany & Co. จนถึงทุกวันนี้มีโครงการอะไรบ้าง
มูลนิธิ Tiffany & Co. ได้มอบเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยอนุรักษ์ภูมิทัศน์และภูมิทัศน์ทางทะเลที่ล้ำค่าที่สุดของโลก สำหรับเงินจำนวนมากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้มุ่งเน้นไปยังโครงการอนุรักษ์มหาสมุทรหลายโครงการ มูลนิธิยังมอบทุนทางทะเลให้กับองค์กร 44 แห่งในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ฮาวายไปจนถึงแคริบเบียน ออสเตรเลีย และสามเหลี่ยมปะการัง (ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

ทุนของมูลนิธิมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการสร้างและการขยายพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลมากกว่า 13 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งกินพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งก่อให้เกิด 50 Reef Initiative อันเป็นการศึกษาสำคัญที่ระบุแนวปะการังของโลกที่มีการฟื้นคืนสภาพได้มากที่สุดเมื่อเผชิญภาวะโลกรวน และแนวทางที่จำเป็นที่สุดในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ตลอดจนสนับสนุนการโปรโมตสารคดีเรื่อง Chasing Coral ที่คว้ารางวัลเอ็มมีและซันแดนซ์มาครอง

ทุนในปัจจุบันของมูลนิธิ Tiffany & Co. สนับสนุน Coral Reefs of the High Seas Coalition ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มในการสร้างแนวปะการังแห่งแรกในเขตอนุรักษ์ทางทะเลแห่งทะเลหลวง และโครงการริเริ่มที่จะสร้างเขตอนุรักษ์ทางทะเลแห่งใหม่ ตลอดจนเสริมกำลังให้กับการป้องกันที่มีอยู่ในปัจจุบันในมหาสมุทรทั่วโลกให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการผลักดันความมุ่งมั่นที่ดำเนินมาหลายทศวรรษต่อการอนุรักษ์ทางทะเลและช่วยปกป้องโลกธรรมชาติของเรา เมื่อไม่นานมานี้ Tiffany & Co. ได้แนะนำโครงการริเริ่ม Love for Our Ocean โดยเปิดตัว T Smile by Tiffany ซึ่งเป็นสร้อยข้อมือเชือก รังสรรค์ขึ้นจากทองคำ 18 กะรัต และโพลิเอสเตอร์รีไซเคิล REPREVE® Our Ocean™ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากขวดพลาสติกที่เป็นขยะในทะเลทั้งหมด

Tatler Asia
T Smile bracelets (Photo: courtesy of Tiffany & Co)
Above T Smile by Tiffany สร้อยข้อมือเชือก ทำจากทองคำ 18 กะรัต และโพลิเอสเตอร์รีไซเคิล REPREVE® Our Ocean™ (ภาพ:Tiffany & Co.)
T Smile bracelets (Photo: courtesy of Tiffany & Co)

ช่วยเล่าให้เราฟังเรื่องโครงการริเริ่ม ‘Love for Our Oceans’ และผลกระทบที่คุณหวังว่าจะก่อให้เกิดขึ้นสักหน่อย
‘Love for Our Oceans’ เฉลิมฉลองความรักที่ Tiffany & Co. มีต่อโลกใบนี้และความรักต่อวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เรามีเป้าหมายที่จะระดมทุนและเพิ่มการตระหนักรู้ต่อการอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านการขายสร้อยข้อมือเชือก T Smile by Tiffany เมซงให้คำมั่นว่าจะมอบเงินอย่างน้อยหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ The Nature Conservancy เพื่อสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรนี้ในการอนุรักษ์พื้นที่มหาสมุทร 4 พันล้านเฮกตาร์ภายในปี 2030 โครงการริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่ใหญ่ขึ้นของเราในการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเลอันล้ำค่าของโลกเรา

เล่าให้ฟังได้ไหมเกี่ยวกับเรื่องการเป็นพันธมิตรที่ยาวนานระหว่าง Tiffany & Co. กับ The Nature Conservancy
พันธมิตรนี้ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ Tiffany & Co. และมูลนิธิ Tiffany & Co. ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ The Nature Conservancy มาตั้งแต่ปี 2007 โดยมอบเงินกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในนามของทุนจากมูลนิธิ Tiffany & Co. และระดมทุนเพิ่มอีก 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในองค์กรของ Tiffany & Co. เพื่อใช้ในการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่จำเป็นและสำคัญโครงการริเริ่ม ‘Love for Our Oceans‘ สื่อถึงบทถัดไปในการทำงานร่วมกันของเรา เมซงจะมอบรายได้จากการจำหน่ายสร้อยข้อมือ T Smile ให้กับ The Nature Conservancy เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการอนุรักษ์พื้นที่ 4 พันล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของถิ่นที่อยู่ทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก

อ่านเพิ่มเติม: ขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน: 10 ผู้ประกอบการพลิกโฉมธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

Tatler Asia
World Ocean Day falls on June 8 (Photo: courtesy of The Nature Conservancy / YM Michael Fung)
Above วันมหาสมุทรโลกตรงกับวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี (ภาพ: The Nature Conservancy / YM Michael Fung)
World Ocean Day falls on June 8 (Photo: courtesy of The Nature Conservancy / YM Michael Fung)

Tiffany & Co. ใช้มาตรการอะไรในแง่ของการสืบสาวถึงที่มาของวัสดุที่ใช้
การสืบสาวที่มาของวัสดุนั้นถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างเรากับซัพพลายเออร์ของเรา โดยการใช้โปรแกรม Social and Environmental Accountability (SEA) เราแทนที่แนวทางการตรวจสอบแบบเดิมแล้วทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์โดยตรง รวมทั้งมีส่วนร่วมในการสร้างผลงานระดับสูงตลอดสายการผลิต

เรานำความโปร่งใสขั้นสูงมาใช้ในการสืบสาวที่มาของวัตถุดิบสำคัญที่เราใช้ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานของเพชร โลหะมีค่า และอัญมณีที่มีสีสัน เราใช้แนวทางที่คิดถึงผู้อื่นในการมีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์ ลงทุนในช่างฝีมือที่รังสรรค์เครื่องประดับของเรา และตั้งเป้าที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนที่เราดำเนินงานด้วย

เราภูมิใจที่จะบอกเล่าการเดินทางของเพชรของ Tiffany กับลูกค้าของเรา ในปี 2019 เราเปิดตัวโครงการริเริ่มชื่อ Diamond Source Initiative ซึ่งจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคหรือประเทศต้นกำเนิดของเพชรที่ลงทะเบียนซึ่งเป็นเม็ดที่เราจัดหามาใหม่และมีน้ำหนัก 0.18 กะรัตขึ้นไปที่ใช้ประดับบนตัวเรือน ในปี 2020 เราขยายโครงการริเริ่มนี้ด้วยการเปิดตัว Diamond Craft Journey ซึ่งทำให้เราเป็นผู้ทำเครื่องประดับหรูระดับโลกรายแรกที่เปิดเผยประเทศที่มาของอัญมณีที่เรารังสรรค์ขึ้นแก่ลูกค้า

ในปี 2024 Tiffany & Co. ประสบความสำเร็จถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ในการสืบสาวถึงแหล่งที่มาของเพชรแต่ละเม็ดที่ลงทะเบียนไว้และได้รับการจัดหามาใหม่ โดยตรวจสอบย้อนไปได้ถึงเหมืองต้นกำเนิดหรือกลุ่มเหมืองที่ได้รับการอนุมัติจากซัพพลายเออร์ เรายังสามารถสืบสาวได้ 100 เปอร์เซ็นต์ถึงประเทศต้นกำเนิดสำหรับอัญมณีที่มีสีสันของเรา แนวทางนี้ของเราช่วยค้ำจุนมาตรฐานแห่งความเป็นหัตถศิลป์ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสาวข้อมูลแหล่งที่มาในห่วงโซ่อุปทาน

Tatler Asia
A close up of the T Smile bracelet (Photo: courtesy of Tiffany & Co)
Above สร้อยข้อมือ T Smile by Tiffany ดีไซน์ที่ผสานรูปตัว T แบบโค้งคล้ายรอยยิ้ม (ภาพ: Tiffany & Co.)
A close up of the T Smile bracelet (Photo: courtesy of Tiffany & Co)

Tiffany & Co. ตื่นเต้นกับแนวโน้มหรือเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนใหม่ๆ อะไรบ้าง และอาจส่งผลต่อแนวทางของแบรนด์อย่างไร
เราทุ่มเทเพื่อปกป้อง [ธรรมชาติ] ด้วยการดำเนินการที่กล้าหาญเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ ในขณะที่ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น เรากำลังเสริมสร้างความมุ่งมั่นของเราในการปกป้องโลก เราได้ให้คำมั่นว่าจะลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของเรา ตั้งแต่การจัดหาแหล่งวัตถุดิบอันมีค่าไปจนถึงการผลิตเครื่องประดับ การจัดส่งในระยะสุดท้ายและการมีส่วนร่วมของลูกค้า

นอกจากนี้ เรายังเฝ้าติดตามแนวทางแก้ปัญหาตามธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยผลักดันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น เรากำลังค้นคว้าเกี่ยวกับโครงการคาร์บอนสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นความพยายามในการดักจับและกักเก็บคาร์บอนผ่านป่าชายเลนและทะเล การปลูกหญ้าและฟื้นฟู

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย