ช่วงเวลาของ Jubilee Diamond ในโอกาสครบรอบ 95 ปี ภายใต้การนำของ อัญรัตน์ พรประกฤต ในฐานะเจเนอเรชั่นที่ 4 อย่างมีความหมาย
การเดินทางและพัฒนาการของ Jubilee Diamond (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) ภายใต้การนำของอัญ อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่ง เธอเริ่มงานกับยูบิลลี่เมื่อปี 2545 นับเป็นเวลากว่า 22 ปีที่เธอมีบทบาทสำคัญในการเติบโตของบริษัทในฐานะเจเนอเรชั่นที่สี่ของครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในฐานะร้านเพชรเล็กๆ บริเวณสะพานเหล็ก ก่อนที่คุณพ่อ (วิโรจน์ พรประกฤต) ของเธอจะบุกเบิกและขยายธุรกิจเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังเป็นบริษัทค้าปลีกเครื่องประดับเพชรที่จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นบริษัทแรก เป็นการสร้างความสดใหม่ให้กับธุรกิจเครื่องประดับเพชรในประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อการ 'รีไซเคิลทอง' ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นมรดกตกทอดที่ท้าทายวัฒนธรรมการโยนทิ้งของโลกสมัยใหม่
Heritage Elevated
จุดเริ่มต้นจากสายงานบัญชี จนกระทั่งในปี 2552 ที่ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากธุรกิจครอบครัวสู่การเป็นบริษัทมหาชน ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านบัญชีการเงินและการตลาดของอัญรัตน์ ทำให้เธอเริ่มนำแนวคิดและกลยุทธ์ใหม่ๆ มาปรับใช้
“อัญมีแผนการทำงานที่ชัดเจน ในอดีตอาจไม่มีคำนี้ แต่ปัจจุบันคือแนวคิด customer centric สำหรับคุณพ่อท่านมีประสบการณ์มาก ท่านจะมองภาพรวมได้ชัดเจน ส่วนเราเป็นคนรุ่นใหม่ การทำงานด้วยข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ”
การเข้ามาปรับเปลี่ยนครั้งแรกของอัญญรัตน์คือภาพลักษณ์ ทุกวันนี้ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ถูกจดจำในฐานะแบรนด์สีดำวาววับ จากอดีตที่แบรนด์ใช้สีน้ำเงินและสีเงินเป็นหลัก แต่หลังจากทำการวิจัย (กว่า 20 ปีที่แล้ว) พบว่าสีดำแสดงออกถึงความพรีเมียม เธอจึงเปลี่ยนสีของบริษัท ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนั้น
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่เธอได้นำมาปรับใช้คือการสร้างมาตรฐานสูงใหม่ โดยการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณภาพเพชรและความสำคัญของใบรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่างสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) หรือ HRD (Hoge Raad voor Diamant) ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าและส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกซื้อเพชร การจัดตั้งร้านเฉพาะที่จำหน่ายเพชร เช่น ร้านในโรงแรมแพนแปซิฟิค (ปัจจุบันคือ Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park) จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยขยายตลาดและทำให้ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
“เพชรทุกเม็ดที่เราขายจะต้องมีใบ certificate ในอดีตลูกค้าอาจรู้สึกว่าห่างไกล แต่ตอนนี้แม้แต่เพชรเม็ดเล็กเริ่มต้นที่ 19 สตางค์ ก็สามารถมีใบรับรองอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ยังมุ่งเน้นคุณภาพ โดยเฉพาะเพชร D color หรือเพชรน้ำร้อย ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก จากที่เคยมีความเข้าใจว่าเพชรคุณภาพนี้มีราคาสูง เราได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเพชรน้ำร้อยในราคาที่เอื้อมถึงได้ พร้อมใบรับรองและการเจียระไนที่งดงาม”

Above อัญ อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
Accessible Luxury
ภายใต้การวางแผนการทำงานที่มุ่งเน้นความต้องการลูกค้า ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปลี่ยนให้จิวเวลรี่ไม่ใช่สินค้าเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องประดับเพชรคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น ด้วยการนำ เพชร D color ซึ่งมีความขาวใสเข้ามาสู่ตลาด ทำให้ลูกค้าชาวไทยได้รู้จักและเข้าถึงเพชรคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังทำให้ซัพพลายเออร์จากต่างประเทศเริ่มสนใจและสอบถามเกี่ยวกับคุณภาพของเพชรในประเทศไทยอีกด้วย ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์เครื่องประดับเพชรระดับโลก ด้วยการผลิตเครื่องประดับจากโรงงานคุณภาพสูงเพื่อรักษามาตรฐานระดับสากล แบรนด์ยังได้ขยายสาขาทั่วประเทศมากกว่าร้อยสาขา และเพิ่มช่องทางออนไลน์ให้กับลูกค้า
“คนไทยเป็นคนที่ใช้ของคุณภาพสูง เพชรที่เรานำเข้ามาจากแหล่งที่ดีที่สุดในโลกที่ประเทศเบลเยี่ยม และสำหรับการผลิตเครื่องประดับ เราทำงานร่วมกับโรงงานคุณภาพสูงในประเทศญี่ปุ่น”
อัญรัตน์ยังได้นำแนวคิดเรื่องการทำงานที่เป็นระบบเข้ามาในบริษัท รวมถึงการใช้ข้อมูลดิจิทัลและระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในปัจจุบัน ยูบิลลี่ ไดมอนด์ มีร้านค้าถึงห้ารูปแบบในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและจังหวัดต่างๆ รวมถึงสาขาสะพานเหล็ก ซึ่งเป็นสาขาแรกของ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เวลานี้ได้ถูกปรับโฉมมาเป็น เอาท์เลท สโตร์ และช่องทางอีคอมเมิร์ซ ที่กำลังจะเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ฐานสมาชิกของ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ยังเติบโตขึ้นเป็นมากกว่า 200,000 รายทั่วประเทศ และในปีนี้ อีกทั้งบริษัทยังได้จัดเทรนนิ่งอย่างเข้มข้นให้กับพนักงาน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้และคุณค่าของสินค้าได้อย่างถูกต้อง โดยใช้เวลาหนึ่งในสามของเดือนสำหรับการฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
Everyday Elegance
ผู้บริหารหญิงเล่าถึงมุมมองการสวมใส่เครื่องประดับในชีวิตประจำวัน เพชรได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกและเสริมบุคลิกให้กับผู้สวมใส่ อีกทั้งยังสามารถปรับให้เหมาะสมตามโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันพิเศษ
“ทุกวันนี้รูปแบบของจิวเวลรีเปลี่ยนแปลงไปเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือผู้หญิงยังชอบ ยังอยากครอบครองเครื่องประดับที่สวยๆ อยู่ แต่ว่ารูปแบบการใช้งานมีการเปลี่ยนแปลงไป เครื่องประดับเพชรเข้าสู่ชีวิตประจำวัน คือไม่ได้ไปงานเท่านั้นถึงจะหยิบมาใส่ แต่ว่าไปทำงาน ไปซูเปอร์มาร์เก็ต เราก็อยากใส่ต่างหูเพชรสักคู่หนึ่ง มันทำให้การแต่งตัวนั้นสมบูรณ์ขึ้น จริงๆ แล้วเพชรมีความพิเศษในด้านความรู้สึก อัญว่าผู้หญิงใส่เพชรแล้วสวยขึ้น รู้สึกมั่นใจในตัวเอง มีพลังและส่องประกายออกมา”
ความรู้สึก empowerment ในการสวมใส่เครื่องประดับนั้น มาจากการเลือกเครื่องประดับที่เหมาะสมกับตัวเองและมีคุณภาพดี ทำให้ผู้ใส่รู้สึกมั่นใจ
“สิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนได้คือ การได้สัมผัสกับสินค้าที่มีคุณภาพดี อย่างเช่นเครื่องประดับ หากรู้ว่าของที่ใส่มีคุณภาพดี อัญจะสังเกตเห็นประกายตาของลูกค้า พวกเขาภูมิใจที่จะอวดให้คนอื่นเห็นและแบ่งปันความรู้สึกดีๆ นี้”
สำหรับเครื่องประดับที่อัญรัตน์เลือกใส่เป็นประจำนั้นคือ แหวนแต่งงานที่ออกแบบโดยคุณพ่อของเธอโดยถือเป็นเครื่องประดับชิ้นที่สำคัญที่สุด แหวนเพชรซึ่งใช้นวัตกรรมญี่ปุ่นในการผลิตข้อต่อกัน 16 ข้อ สะท้อนอิฐก้อนที่แข็งแรงและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เป็นรากฐานของการสร้างครอบครัว มีทั้งมิติของการใช้งานที่ทนทานและความทรงจำที่มีค่าอย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก 'มรกต' ในฐานะเครื่องประดับและอัญมณีที่ควรค่าแก่ลงทุนของวงการไฮจิวเวลรี่

Above อัญ อัญรัตน์ พรประกฤต ณ แฟล็กชิปสโตร์ของ Jubilee Diamond
เพชรมีความพิเศษในด้านความรู้สึก ผู้หญิงใส่เพชรแล้วสวยขึ้น รู้สึกมั่นใจในตัวเอง มีพลังและส่องประกายออกมา
Digital Evolution
เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อัญรัตน์ชี้ให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจสามารถช่วยลดระยะเวลาการวางแผนและปรับปรุงคุณภาพของการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยลดความอคติจากความรู้สึกของมนุษย์ในการตัดสินใจได้อีกด้วย อย่างเช่น บริษัทยูบิลลี่ใช้ระบบเทคโนโลยีในการวัดความพึงพอใจของลูกค้า โดยเก็บข้อมูลจากหลายช่องทาง เทคโนโลยีนี้สามารถจัดกลุ่มความคิดเห็นออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เช่น หมวดผลิตภัณฑ์ หมวดบริการของพนักงาน และความสะดวกสบายในพื้นที่ขาย ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลนี้ช่วยให้บริษัทเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ธุรกิจให้ตรงกับความต้องการของตลาด
“ตั้งแต่ปี 2009-2010 อัญได้มีการใช้เทคโนโลยีชื่อว่า ‘ยูบิลลี่ ไอโมเมนต์’ ซึ่งช่วยให้สามารถบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของแหวนเพชร Jubilee Diamond ได้อย่างสะดวก โดยผู้ใช้สามารถสวมแหวนเพชรที่มีโลโก้ยูบิลลี่ และเปิดแอปพลิเคชันยูบิลลี่ไอโมเมนต์ เพื่อดูไฟล์ภาพหรือวิดีโอที่อัปโหลดไว้ได้ทันที เช่น ภาพพรีเวดดิ้งหรืองานพิธีที่สำคัญผ่านแหวน”
เทคโนโลยีนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในยุคที่ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชั่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ นำมาใช้ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
Future Focus
มุมมองเกี่ยวกับการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและการเตรียมตัวสำหรับการส่งต่อในอนาคต เริ่มต้นด้วยการย้ำว่าทาง ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อขยายช่องทางต่างๆ ทั้งร้านค้าปลีกดั้งเดิม ห้างสรรพสินค้า และ ร้านค้าออนไลน์
“เวลานี้เราทำขึ้นมาได้ถึงระดับหนึ่งในการสร้างองค์กรให้ยั่งยืน นี่ก็เป็นโจทย์หนึ่งที่อัญพยายามทำอยู่ ไม่ได้เป็นโจทย์ที่ง่าย อัญว่าหลากหลายองค์กรพยายามจะทำเรื่องบุคลากร ฉะนั้นโครงสร้างองค์กรจะต้องชัดเจนและเคลื่อนตัวไปได้แบบยั่งยืน แบรนด์ Jubilee Diamond ของเราอีกห้าปีก็จะครบ 100 ปี เราจะต้องเดินต่อ”
เธอแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตของ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ โดยความท้าทายที่สำคัญในขณะนี้คือการสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว รากฐานที่มั่นคงและชัดเจนจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้การนำของใคร อัญรัตน์มองว่าคนรุ่นถัดไปอาจมีมุมมองและลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เติบโตอย่างมั่นคงจะช่วยให้แบรนด์สามารถเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรงไปตรงมา” เธอกล่าว “ทุกคนมีความหลากหลายและแตกต่างกัน รุ่นถัดไปอาจมีแนวคิดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการสร้างความพร้อมคือ การสร้างองค์กรและการวางแผนระบบรากฐานธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ การเติมเต็มก็จะไม่ยาก”

Above อัญรัตน์ พรประกฤต ผู้บริหารกับทัศนคติที่เน้นพลังบวก
ทุกคนมีความหลากหลายและแตกต่างกัน รุ่นถัดไปอาจมีแนวคิดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การสร้างความพร้อมคือการสร้างองค์กร และการวางแผนระบบรากฐานธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ การเติมเต็มก็จะไม่ยาก
Rewarding Leadership
ในการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว อัญรัตน์ได้สะท้อนถึงสิ่งที่ท้าทายและสิ่งที่มีค่าที่สุดในการทำงานในฐานะ ‘ผู้ตัดสินใจหลัก’ ที่ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบไม่เพียงแค่องค์กรและบุคลากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวด้วย
“อัญเป็นลูกคนโต ถ้าบนเรือ เราก็คือกัปตัน มันมีความท้าทายที่ทุกการตัดสินใจ ทุกการกระทำ หรือ mindset ของอัญจะต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เอาตามตรงว่าในชีวิตจริงเราไม่รู้หรอก แต่ทุกครั้งจะพยายามตัดสินบนข้อมูลที่ดีที่สุด หากไม่ถูกต้องก็จะยอมรับและแก้ไข ไม่รู้สึกเสียหน้าที่จะขอโทษที่เราทำพลาดไป”
เธอเชื่อว่า คนเราหากยอมรับและเปิดใจ ก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ การทำงานจึงเป็นรางวัลสำหรับตัวเธอเอง
อัญรัตน์มีทัศนคติที่เน้นพลังบวก โดยมองว่าการออกกำลังกายไม่เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังเสริมสร้างวินัยและความยืดหยุ่นในชีวิตสะท้อนว่าเมื่อร่างกายและจิตใจพร้อม การทำงานหรือเป้าหมายต่างๆ ก็จะสำเร็จได้ง่ายขึ้น
“อัญทำงานมา 22 ปี แปลว่าอัญเข้ามาทำงานใน Jubilee Diamond นี้ตั้งแต่ยี่สิบกว่าๆ ทำให้วันนี้อัญเป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแรง ดังนั้นอาจต้องเจออะไรอีกมากมาย เรามีภูมิต้านทานต่อสิ่งที่ได้ผ่านมา อัญว่าจุดหนึ่งที่ทำให้ไปต่อได้คือการอยากจะพัฒนาในทุกๆ วัน โดยเฉพาะในธุรกิจรีเทล ดีใจก็ดีใจได้ไม่นาน เสียใจก็เสียใจไม่นาน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่”
อ่านเพิ่มเติม:
ศรัณญ อยู่คงดี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sarran พูดคุยถึงการทำงานร่วมกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ สตูดิโอใหม่ และเครื่องประดับที่ยกย่องพลังหญิง
เครื่องประดับจากความรู้สึกและประสบการณ์ตรงของ Pattaraphan สู่ห้างสรรพสินค้า Selfridges และงานดีไซน์ใหม่ที่ชวนให้ติดตาม
บทบาทแม่เลี้ยงเดี่ยวของ Cindy Chao และการรังสรรค์ผลงานสู่พิพิธภัณฑ์ชั้นนำ





