Cover เฟรด โมอาว็าด (Fred Mouawad) ทายาทรุ่นที่สี่ผู้สืบทอดอาณาจักรจิวเวลรีชั้นสูงระดับตำนาน (ภาพ: Mouawad)

ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่สี่อย่าง Fred Mouawad แบรนด์ Mouawad ได้ขยายอาณาจักรสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเลือกกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของบูติกแห่งแรก เพื่อนำเสนอสุดยอดจิวเวลรีชั้นสูงที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ยาวนาน 135 ปี

หลังจากผูกพันและใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เฟรด โมอาว็าด (Fred Mouawad) ทายาทรุ่นที่สี่ผู้สืบทอดอาณาจักรจิวเวลรีชั้นสูงระดับตำนาน ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวแฟล็กชิปบูติกแห่งแรกของ Mouawad ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม อย่างเป็นทางการ บูติกแห่งนี้ไม่เพียงเป็นหมุดหมายสำคัญในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนจิตวิญญาณและความประณีตที่สั่งสมมานานกว่า 135 ปี ผ่านงานดีไซน์ที่ใช้เวลาสร้างสรรค์ถึงหนึ่งปีเต็ม ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ เฟรดจะพาเราไปสัมผัสปรัชญา "Crafting the Extraordinary" เบื้องหลังความสำเร็จของอัญมณีระดับโลก และวิสัยทัศน์ในการสืบทอดมรดกอันล้ำค่าของตระกูลให้คงความยิ่งใหญ่สืบไป

 

ก่อนอื่น คุณใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มานานแค่ไหนแล้ว

35 ปีครับ

35 ปี นั่นเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ความผูกพันของ Mouawad กับประเทศไทยเริ่มต้นอย่างไร

คุณพ่อของผมเป็นผู้นำที่เก่ง และสิ่งที่ผมจำได้ดีคือวิธีที่ท่านเดินทางไปทั่วโลกเพื่อจัดหาอัญมณีที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ท่านเคยเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อจัดซื้อเพชร ไปอินเดียเพื่อซื้ออัญมณีบางชนิด บินไปพม่า ไปศรีลังกา รวมถึงประเทศไทยด้วย ท่านเคยมาประเทศไทยบ่อยมาก และเปิดโรงงานที่นี่ในปี 1988 เราจึงอยู่ในประเทศไทยมา 37 ปีแล้ว ส่วนผมเองมาที่นี่ในปี 1990 ประเทศไทยจึงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับเราในการจัดหาอัญมณีสีและแม้แต่การผลิตมานานหลายปี

เมื่อไหร่ที่คุณค้นพบว่า “ฉันรู้เรื่องเครื่องประดับแล้ว”

ผมเติบโตมากับการเห็นอัญมณีและเครื่องประดับอยู่แล้ว แต่ความผูกพันอย่างแท้จริงเกิดขึ้นหลังจากที่ผมเรียนจบจากสถาบัน GIA ครับ หลังจากที่ได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของอัญมณี ผมก็เริ่มสนใจและหลงใหลในอัญมณีมากขึ้นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงเกิดขึ้นหลังจากที่ผมเรียน ก่อนหน้านั้นผมแค่คุ้นเคย แต่ยังไม่ได้มีความหลงใหล ความหลงใหลเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ศึกษา

Tatler Asia
Above เฟรด โมอาว็าด (Fred Mouawad) ทายาทรุ่นที่สี่ผู้สืบทอดอาณาจักรจิวเวลรีชั้นสูงระดับตำนาน (ภาพ: Mouawad)

แล้วทำไมถึงใช้เวลา 35 ปีกว่าจะมีบูติกแห่งแรกในกรุงเทพฯ และเมืองนี้มีความสำคัญอย่างไรต่อแผนการในตลาดจิวเวลรีชั้นสูงของเอเชีย

เราใช้เวลาหาทำเลที่เหมาะสม (หัวเราะ) ผมพูดเล่นครับ ก่อนหน้านั้นเรามุ่งเน้นตลาดอื่นๆ เป็นหลัก แต่ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ผมได้มองหาทำเลที่เหมาะสมมาโดยตลอด และเมื่อโอกาสนี้มาถึงเราจึงตัดสินใจเดินหน้าอย่างเต็มที่ เราไม่ได้มองหาแค่ปีสองปี แต่ใช้เวลาหลายปีในการเตรียมการเพื่อเปิดบูติกแห่งนี้

กรุงเทพมหานครถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้คนมาเยือนมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว เราดำเนินธุรกิจในไทยมาเป็นระยะเวลาหลายปี จัดงานนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ มากมาย การมีบูติกถาวรก็เพื่อให้เราสามารถดูแลลูกค้าปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ ก็ยังคงเป็นประตูสู่ภูมิภาคที่มีผู้คนจากทั่วทุกแห่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว การได้ทำเลที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียมแห่งนี้ ผมคิดว่ามันสะท้อนภาพลักษณ์ที่เราต้องการนำเสนอได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือความหรูหราและไฮเอนด์ พื้นที่ขนาด 245 ตารางเมตรนี้ทำให้เราสามารถจัดแสดงคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ และองค์ประกอบที่สื่อถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่

อะไรที่ทำให้บูติกแห่งนี้แตกต่างจากสาขาอื่นๆ ของ Mouawad

บูติกแห่งนี้เป็นตัวแทนของคอนเซ็ปต์ยุคใหม่ของเรา ซึ่งมีองค์ประกอบใหม่ๆ หลายอย่าง สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือเรามีพื้นที่ที่เรียกว่า “Heritage Room” ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับแชมเปญและคาเวียร์ในช่วงบ่ายได้ ที่นี่ยังเป็นบูติกแห่งเดียวที่เรามีพื้นที่สำหรับจัดแสดงเรื่องราวของแบรนด์ รวมถึง “Legacy Wall” ที่แสดงภาพถ่ายครอบครัวและเรื่องราวความเป็นมาของบริษัทเราด้วย รวมถึงงานศิลปะวัตถุบางชิ้น นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อย่างเช่น เพดานที่ตกแต่งด้วยการปิดทองคำเปลว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กับวัดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราต้องการนำเทคนิคแบบไทยและเอเชียมาใช้ตกแต่งภายในบูติกด้วยครับ เราใช้เวลาสร้างบูติกแห่งนี้ถึงหนึ่งปีเต็ม

Tatler Asia
Above บูติก Mouawad แห่งแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม (ภาพ: Mouawad)

Mouawad สืบทอดมาถึงรุ่นที่สี่ และมีอายุยาวนานกว่า 135 ปีแล้ว อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบในการปกป้องและสืบทอดภายใต้ชื่อ Mouawad

ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือชื่อเสียงและคุณค่าของแบรนด์ สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือการทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอ การดูแลปกป้องลูกค้าของเรา และการปรับตัว คิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบอัญมณีที่หายากที่สุดในโลก พร้อมบริการที่ครบวงจร ทำให้ลูกค้าสามารถไว้วางใจในแบรนด์และอยู่กับเราต่อไปได้อีกหลายรุ่น ชื่อเสียงจึงเป็นปัจจัยอันดับหนึ่ง

Tatler Asia
Above บูติก Mouawad แห่งแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม (ภาพ: Mouawad)

Mouawad มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ก็ยังคงมีความทันสมัยและโดดเด่นอยู่เสมอ ด้วยผลงานที่ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records และการรังสรรค์มงกุฎ Miss Universe คุณสร้างสมดุลระหว่างมรดกอันเก่าแก่กับเทรนด์ความหรูหราสมัยใหม่ได้อย่างไร

เราต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เราต้องค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการเข้าถึงลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ นักออกแบบของเราจึงต้องคิดค้นงานดีไซน์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น คอลเล็กชั่น “Sun on the Seven Wonders” ซึ่งมีความโดดเด่นมาก เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ศิลปะเชิงนวัตกรรม” (Innovative Artistry) ซึ่งใกล้เคียงกับงานศิลปะเครื่องประดับ

เราพยายามผสมผสานมรดกของเราในการจัดซื้อเพชรดิบจากแหล่งกำเนิดโดยตรง เช่น แอฟริกาใต้หรือบอตสวานา เราซื้อเพชรดิบมาผลิตเอง จากนั้นจึงออกแบบชิ้นงานของเราเอง มีนักออกแบบและโรงงานของเราเอง และมุ่งมั่นที่จะผลิตชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งตอบโจทย์รสนิยมของลูกค้าในปัจจุบันและก้าวล้ำไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน

Tatler Asia
Above บูติก Mouawad แห่งแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม (ภาพ: Mouawad)
Tatler Asia
Above บูติก Mouawad แห่งแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม (ภาพ: Mouawad)

ปรัชญาของ Mouawad คือ “Crafting the Extraordinary” สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิวเวลรีโดยตรง สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อประสบการณ์ของลูกค้า

เราต้องการส่งมอบความรู้สึกของความพิเศษสุดในทุกจุดสัมผัส นับตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเข้ามาในร้าน ตัวเครื่องประดับเองก็ดี หรือคุณภาพของงานฝีมือก็ดี เมื่อเราพูดถึง “การรังสรรค์ความพิเศษสุด” ไม่ได้หมายถึงแค่เครื่องประดับ แต่หมายถึงวิธีการเจียระไนเพชรที่ได้มาตรฐานสูงสุด การเจียระไนที่ยอดเยี่ยม และการนำเสนอคุณภาพเพชรในระดับสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังรวมถึงการคัดสรร การบริการที่ลูกค้าได้รับ และการสื่อสารทางการตลาดของเราด้วย

Tatler Asia
Above บูติก Mouawad แห่งแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม (ภาพ: Mouawad)

ในโลกของจิวเวลรีชั้นสูง Mouawad สร้างความแตกต่างให้กับตัวเองและโดดเด่นเหนือคู่แข่งระดับโลกรายอื่นๆ ได้อย่างไร

เรามีองค์ความรู้ที่สั่งสมมานานถึง 135 ปี และมีช่างฝีมือหลายคนที่ทำงานกับเรามานานกว่า 2-3 ทศวรรษ องค์ความรู้เหล่านี้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ยังรวมถึงการคัดเลือกอัญมณี ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบ และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ ทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเพื่อรังสรรค์เครื่องประดับของเราครับ

เรายึดมั่นในคุณค่าของเรา เราเป็นธุรกิจครอบครัว และพยายามยึดมั่นในสิ่งนั้น เจ้าของอย่างผมและน้องชายก็เป็นเหมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ เราไปร่วมงาน พูดคุยกับลูกค้า สร้างความสัมพันธ์ เราเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม เราเป็นสินค้าไฮเอนด์ ไม่ได้ผลิตในปริมาณมาก แต่มีความพิเศษ

ดังนั้น เราจึงไม่ได้กังวลเรื่องการแข่งขันมากนัก แต่เรากังวลเรื่องการบริการลูกค้าของเราให้ดียิ่งขึ้นมากกว่า เราจึงมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ลูกค้าของเราชื่นชม

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา