หากแฟชั่นเป็นการแสดงออกถึงตัวตน และสิ่งที่เลือกสวมใส่สื่อถึงอะไรมากมาย โดยไม่ต้องใช้คำพูด Tatler สนทนากับ มุก พรทิพย์ อรรถการวงศ์ ถึงความสำคัญของเครื่องแต่งกายที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้
ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของอาร์ตสเปซ ATT 19 และ Gen.T ของ Tatler Asia ที่เวลานี้ออกตัวว่าเธอคือ connector จากการรวมกลุ่มคนจากแวดวงต่างๆ เข้าด้วยกัน
“หลายคนมาเจอกัน (ที่ ATT 19) แล้วเป็นเพื่อนกันในที่สุด หรือคนที่เราไม่สนิทแต่ก็ติดต่อกันตลอด มีอะไรเขาจะบอก บางครั้งก็เป็นนักเรียนที่มาดูงานจากนั้นก็มาอัปเดตว่าเข้าคอร์สเรียนได้ การเชื่อมต่อกันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นี้ทั้งกลุ่มผู้ชมและศิลปิน” มุก พรทิพย์ อรรถการวงศ์ อัปเดตถึงคอมมูนิตี้และการจัดแสดงงานศิลปะที่ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ หากแต่มีจุดประสงค์เพื่อผลักดันคุณค่างานสร้างสรรค์ของคนไทยโดยคำนึงถึงผู้ชมเป็นสำคัญ
“เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ และดูว่าสามารถจะเสริมอะไรในพื้นที่งานศิลปะและการออกแบบของเมืองไทยที่คนส่วนใหญ่อาจเข้าถึงไม่ได้ง่ายนัก”
Connector สาวศึกษาด้านเท็กซ์ไทล์และดีไซน์ ความโดดเด่นด้านการแต่งตัวแนววินเทจตลอดจนการมิกซ์แอนด์แมตช์เครื่องแต่งกายได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้เธอเป็นอีกหนึ่งเสียงในแวดวงแฟชั่นที่มีน้ำหนักและเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่น่าจับตามอง
“จะมีเรื่องที่พ่อแม่ขำ เขายังเล่าอยู่ทุกวันนี้ว่ามุกจริงจังกับแฟชั่นตั้งแต่ห้าขวบ ตอนนั้นเราไปเที่ยวที่อังกฤษ มุกเห็นเสื้อเฟอร์ของ Moschino แล้วอยากได้ พ่อแม่บอกไม่ได้ มุกก็โกรธว่าฉันไม่เคยขออะไรเลยแค่อยากได้เสื้อตัวนี้ เพราะมันเหมาะกับฉันมาก” เธอเล่าย้อนถึงการเติบโตมาพร้อมกับความเชื่อจริงๆ ว่าการแต่งตัวโดยเฉพาะที่ถูกกาลเทศะโดยไม่ทิ้งสไตล์ส่วนตัวนั้นจะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญได้
อ่านเพิ่มเติม: 4 เทเลอร์กับการสร้างสรรค์งานอันเปี่ยมไปด้วยรสนิยมที่พร้อมสร้างเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล
มุกรักการแต่งตัวมาก และชอบพูดคำว่า ‘you can’ รู้สึกว่ามันมีพลัง เวลาคนบอกว่าชุดสวยจังเลย ซึ่งส่วนมากเราก็จะบอกว่าเป็นของมือสอง
“พอมาทำ ATT 19 เหมือนเราออกสื่อเยอะขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่ามี voice นะ สมัยที่มุกเป็นดีไซเนอร์จะพูดถึงแบรนด์ แต่ตอนนี้จะพูดในสิ่งที่เราให้ความสำคัญ เช่น เรื่องความยั่งยืนกับการใส่เสื้อผ้ามือสอง หรือการซื้อให้น้อยลง เลือกให้ดี ใช้ให้คุ้ม (ประโยคที่ Vivienne Westwood เคยกล่าวไว้) บางคนเห็นมุกไปงานเยอะ แต่ไม่ได้แปลว่าซื้อชุดใหม่ตลอด เราก็มีชุดเก่าหรือใส่ชุดวินเทจ” ซึ่งแม้ว่าเทรนด์การใส่เครื่องแต่งกายมือสองกำลังอยู่ในกระแส แต่สำหรับเธอแล้วไม่ได้ฉาบฉวย
“มุกรักการแต่งตัวมาก และชอบพูดคำว่า ‘you can’ รู้สึกว่ามันมีพลัง เวลาคนบอกว่าชุดสวยจังเลย ซึ่งหลายครั้งเราก็จะบอกว่าเป็นของมือสอง สำหรับคนถามแล้วอาจไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ติดตามเรา (ทางโซเชียลมีเดีย) เขาอาจเป็นเด็กที่กำลังโต ซึ่งบางคนซื้ออะไรก็ได้ แต่บางคนซื้ออะไรไม่ได้เลย มุกเชื่อว่าการมีสไตล์หรือพูดอะไรผ่านสไตล์ของตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน”
“ตอนอยู่นิวยอร์กมีเพื่อนเป็นนักเรียนทุน เขาไม่ได้มีเงินมากและเลือกใส่ทุกอย่างเป็นสีดำแบบหัวจรดเท้า และมันแสดงออกถึงตัวตนของเขา เราเลยเรียนรู้ว่าสไตล์ไม่ใช่เรื่องของการจับจ่าย แต่คือสิ่งที่ต้องการแสดงออกและความมั่นใจ” แต่ในการทำงานความเป็นตัวตนก็ยังมีเรื่องความเหมาะสม
“คนจะรู้ว่ามุกแต่งตัว แต่ในบริบทการทำงาน เรามีลูกค้าหลายแบบ จากประสบการณ์ที่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีลูกค้าเป็นผู้ชายชาวต่างชาติจำนวนมาก ฉะนั้นถ้าเป็นวันทำงาน มุกจะแต่งตัวให้ได้รับการยอมรับ ซึ่งไม่ได้แปลว่าต้องถ่อมตน หรือไม่มีความเป็นแฟชั่น แต่เป็นการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ เหมาะสมกับการแนะนำชิ้นงานมากกว่า"
"หากเราแต่งตัวเหมือนเวลาไปเที่ยวแล้วมีผู้ชายมาบอกว่าขอแคตตาล็อก ขอเบอร์ติดต่อ สุดท้ายมาชวนไปเดต คงเป็นเรื่องกวนใจที่ผู้หญิง หลายคนน่าจะเคยเจอ ซึ่งการแต่งตัวจะช่วยสร้างความชัดเจนได้ เราเป็นครีเอทีฟ ก็สามารถแต่งตัวอย่างสร้างสรรค์และน่าเชื่อถือไปพร้อมกันได้”
“ความมั่นใจในรูปร่างของตัวเองและการวางตัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไอเท็มต่างๆ ก็สามารถช่วยได้ด้วย สำหรับมุกจะเป็นเครื่องประดับเสื้อผ้า เราอาจปรับจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว มุกไม่ค่อยเชื่อเรื่องการต้องซื้ออะไรใหม่ในทุกโอกาส แต่จะปรับใช้ มุกออกจากบ้านไม่ได้เลยถ้าไม่มีแหวนหรือต่างหู เพราะมันช่วยให้ใบหน้าเราเป็นจุดสนใจเวลาที่ต้องคุยงาน เวลาอธิบายงานก็ใช้มือเยอะ การที่ไม่มีแหวนจะไม่มั่นใจเลย"
"มุกเชื่อว่ารองเท้าหรือเข็มขัดดีๆ ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันจะช่วยเสริมบุคลิกภาพ อย่างรองเท้าก็สำคัญเพราะมันเปลี่ยนการเดิน อย่างถ้าเป็นวันเปิดงาน ทุกคนจะรู้ว่ามุกเจ็บเท้า เพราะเดินตั้งแต่ห้าโมงจนถึงสี่ทุ่ม แต่จะเลือกใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ดี เพราะเวลาที่เรายืนสูงขึ้นแล้วจะพูดได้ดีขึ้น ดูสง่าและเป็นเกียรติแก่ศิลปิน แม้เป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็สร้างความแตกต่างได้”
“การแต่งตัวสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ มุกเป็น CEO ของที่นี่ (ATT 19) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เป็นครีเอทีฟ เป็นหลายหน้าที่ ถ้าไปประชุมแล้วเลือกใส่ชุดย้วยๆ รองเท้าแตะก็คงไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าเลือกใส่อะไรที่ดูเนี้ยบ ไม่ได้แปลว่าใส่กางเกงยีนส์ไม่ได้ อาจใส่กับเสื้อเชิ้ต กับแจ็คเก็ตสวยๆ ก็เสริมบุคลิก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารที่ใส่สูท"
"แต่มุกเข้าใจรูปร่างของตัวเอง อย่างเช่นเราเป็นคนหลังยาวก็จะใส่ทุกอย่างที่เป็นเอวสูง เพราะมันบาลานซ์รูปร่างให้ดูสมส่วน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะความประทับใจแรกพบ ไม่ได้แปลว่าเรารู้ว่าเราทำงานเก่ง จัดการได้ดีแล้วคนอื่นจะรับรู้ ไม่จริงเลย คนอื่นไม่รู้ เขาดูจากสิ่งที่เราเลือกใส่ เวลามุกติดตั้งงาน คนรู้ว่ามุกใส่เอี๊ยมกับเสื้อยืด และรองเท้าผ้าใบ ซึ่งเป็นวันที่มุกไม่เจอใคร แต่ถ้าเจอคนที่ไม่รู้จัก เขาจะสงสัยว่าคนๆ นี้เหรอเป็นเจ้าของที่นี่ แล้วเขาจะไปคุยกับพี่ที่ดูโตกว่า ซึ่งตอนนี้มุกคิดว่าไม่ได้ยึดติดมากแล้ว”
“ตอนที่เราเริ่มทำงานแรกๆ สมัยก่อนเราจะใส่รองเท้าบูทตลอดจะไม่ใส่ส้นสูง ใส่เดรสที่ดูเป็นทางการ แล้วก็ใส่เครื่องประดับและนาฬิกา เพราะตอนเริ่มทำ ATT 19 อายุยี่สิบเจ็ด เราออกสื่อเต็มที่ในปีแรก ทำให้มีคนรู้จักเราแล้ว ปีที่สองก็คือการแสดงออกถึงตัวตนและว่าเราทำอะไรได้บ้าง"
"ทุกวันนี้งานเข้าปีที่ห้า ก็จะรู้สึกสบายตัวขึ้นเพราะทุกคนรู้แล้วว่าเราเป็นใคร แต่ไม่ได้แปลว่าการ์ดจะตก หรือคิดว่าเราแต่งตัวอย่างไรก็ได้อยู่ดี ถ้ามาออฟฟิศหรือรู้ว่ามีประชุม ก็จะมีความเป็น professional กางเกงยีนส์ก็เลือกใส่แบบพอดีตัว หากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ใส่หลวมๆ ได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะพบเจอใคร มุกนั่งทำงานตรงนี้ (โต๊ะตัวยาวที่ตรงกับทางเข้าแกลเลอรี) ทุกวัน บางทีมีท่านทูตแวะเวียนมา บางทีก็เป็นทีมงานจากแบรนด์ที่มีชื่อระดับโลก…เพราะฉะนั้นก็ต้องดูดีเสมอ”
อ่านเพิ่มเติม:
วิเคราะห์โทนสีตามฤดูกาล กับ 'ฤดูใบไม้ผลิ' ที่โดดเด่นด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา
Tatler เจาะลึกว่าทำไมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art จึงเป็นหนึ่งในการแสดงงานที่เปี่ยมเสน่ห์ที่สุด
พูดคุยกับ Alexandre Mattiussi ถึงบูติกสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแบรนด์ AMI และฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง
Topics





