แขกจำนวนมากจากทั่วโลกพากันเดินทางมายังเมืองแมนเชสเตอร์ตามคำเชิญของ Chanel เพื่อชมคอลเล็กชั่น Metiers d’Art ที่แสนดึงดูดใจ
สองสัปดาห์ก่อนถึงวันคริสต์มาส เมืองแมนเชสเตอร์เตรียมตัวต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั่วโลก ที่พากันเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ตามคำเชิญของ Chanel ท้องฟ้าครึ้มสีเทา สายฝนที่ตกลงมา และการจราจรที่หนาแน่น แมนเชสเตอร์ไม่ใช่เมืองที่จะชนะใจคุณได้ง่ายๆ แต่ถึงกระนั้น ก็มีอะไรบางอย่างที่เปี่ยมเสน่ห์เกี่ยวกับบรรยากาศของเมืองนี้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะหนึ่งในสถานที่ที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ถือกำเนิดขึ้น
เมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของวงดนตรีแนว post-punk ที่มีอิทธิพลที่สุดของโลก ซึ่งรวมถึง The Smiths, New Order และ Joy Division ดนตรีของพวกเขาเป็นดั่งนิยามของดนตรีอังกฤษในยุค 70 และ 80 เมืองนี้ยังเป็นที่พำนักของหนึ่งในบริษัทแผ่นเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุด นั่นคือ Factory Records ซึ่ง Peter Saville ผู้เป็นตำนานแห่งงานออกแบบ ได้ฝากผลงานออกแบบปกแผ่นเสียงที่ยืนยง และยังคงจุดประกายแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนจนถึงทุกวันนี้ Chanel จึงเชิญเขาร่วมออกแบบโลโก้พิเศษสำหรับการแสดงงาน ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
บรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์ คือสิ่งที่ดึงดูด Virginie Viard ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Chanel ให้สนใจเมืองแมนเชสเตอร์ ถึงแม้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความเชื่อมโยงมากมายกับแฟชั่นชั้นสูงนักก็ตาม “สำหรับฉันแล้ว แมนเชสเตอร์คือเมืองแห่งเสียงดนตรี” Viard กล่าว “มันกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์”
อ่านเพิ่มเติม: เครื่องประดับมุก: 5 วิธีสไตลิ่งอัญมณีสุดคลาสสิกให้สวยเลิศและสร้างสรรค์

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art
Metiers d’Art ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นประจำปีที่เริ่มขึ้นในปี 2001 โดย Karl Lagerfeld ตำนานแฟชั่นและอดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Chanel ผู้ล่วงลับ ยกย่องบรรดาช่างฝีมือที่มีส่วนนำเสนองานของพวกเขาในการรังสรรค์ชิ้นงานให้กับเมซงแห่งนี้ Chanel เริ่มถือครองสตูดิโองานฝีมือเล็กๆ หลายแห่งในทศวรรษที่ 80 ซึ่งบางแห่งมีมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ และในปี 1997 เมซงนี้ได้ก่อตั้ง Paraffection ซึ่งเปรียบเหมือนสำนักงานสาขาที่ทำหน้าที่เหมือนองค์กรใหญ่จากแบรนด์เล็กๆ ในสังกัด
ตลอดหลายปีมานี้ กองทัพเวิร์กช็อปงานฝีมือเหล่านี้ค่อยๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการก่อตั้ง Le19M ในปี 2022 ซึ่งเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดในการนำเมซงแห่งศิลปะ 11 แห่ง มาอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน พันธกิจของกิจการนี้แสนเรียบง่าย นั่นคือเพื่ออนุรักษ์มรดกตกทอดแห่งงานฝีมือ คืนชีพให้กับธรรมเนียมปฏิบัติ และผลักดันขีดจำกัดของงานสร้างสรรค์ให้ขยายออกไปนอกกรอบ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะ Le19M มีอิสระในการดำเนินงานค่อนข้างสูง นั่นคือเวิร์กช็อป งานฝีมือชั้นเลิศเหล่านี้ไม่เพียงใช้ทักษะอย่างพิถีพิถันของพวกเขาในการรังสรรค์ชิ้นงานให้ Chanel เท่านั้น แต่ยังมีอิสระในการนำความชำนาญของพวกเขาไปสู่แฟชั่นเฮาส์อื่นๆ ด้วย
คอลเล็กชั่น Metiers d’Art ถือกำเนิดจากการเฉลิมฉลององค์ความรู้แห่งงานฝีมือและนวัตกรรมที่เวิร์กช็อปเหล่านี้ครอบครองอยู่ ในขณะที่เสื้อผ้าสำเร็จรูปนำเสนอตัวเลือกของสไตล์ในแต่ละวันที่รอบด้าน ส่วนแฟชั่นโอตกูตูร์เน้นไปที่งานฝีมือที่รุ่มรวยและงานออกแบบที่ตัดเย็บเฉพาะตัว เพื่อตอบโจทย์อันเปี่ยมเอกลักษณ์ของลูกค้าแต่ละคน คอลเล็กชั่น Metiers d’Art เป็นการอยู่ตรงกลางระหว่างสองสิ่งที่ว่า และผสมผสานงานฝีมือไปพร้อมกับการเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ใช้จินตนาการได้เต็มที่
ในงาน Dallas Metiers d’Art ในปี 2013 ความงามสง่าแบบฝรั่งเศส ถูกจุดประกายด้วยสไตล์คาวบอยแห่งโลกตะวันตกอันป่าเถื่อน ส่วนการจัดงานที่ Edinburgh ในปีก่อนหน้านั้น นำพาเมซงฝรั่งเศสแห่งนี้เข้าไปยังดินแดนแห่ง Goth และความงามอันสูงส่ง ส่วนงานในปี 2017 ก็นำพา Chanel กลับสู่บรรยากาศ Swinging แห่งยุค 60 ในฮัมบูร์กอันเป็นบ้านเกิดของ Lakerfeld และแสดงความเคารพต่อธรรมเนียมการเดินเรือของเมืองนี้

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art
ในแง่คอนเซ็ปต์ การจัดแสดง Metiers d’Art รวมเอาลักษณะเด่นที่จำเป็นที่สุดของ Gabrielle Chanel เข้าไว้ด้วยกัน งานออกแบบของเธอได้รับแรงบันดาลใจส่วนใหญ่จากการเดินทาง งานสร้างสรรค์หลายชิ้นของเธอได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอื่นๆ อาทิ การเยือนเมือง Venice ในทศวรรษ 1920 จุดประกายให้เธอนำสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เห็นได้ทั่วไปในเวนิซมาใส่ในชิ้นงาน
นับจากนั้นมา ก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่ยั่งยืนของเฮาส์แห่งนี้ ความสนิทชิดเชื้อของเธอกับชนชั้นสูงชาวรัสเซีย นำมาซึ่งการปักแบบ Slavic ที่ละเอียดอ่อนบนชิ้นงานการออกแบบ การแสดงงาน Metiers d’Art ในแต่ละครั้ง ถูกจัดขึ้นในเมืองที่ต่างกันไป ซึ่งไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางที่แปลกใหม่สำหรับผู้ร่วมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเกิดขึ้นใหม่ของจิตวิญญาณแห่งการเผชิญหน้าทางวัฒนธรรม ซึ่งจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับการสร้างสรรค์งานของเฮาส์นี้ด้วย
งานแสดงในปี 2022 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองดาการ์ (Dakar) ประเทศเซเนกัล (Senegal) เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมีการเตรียมงานซึ่งใช้เวลาถึง 3 ปี ไม่เพียงแต่นำงานฝีมือสร้างสรรค์ที่แสนประณีตมาสู่เมืองที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของแอฟริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองพลังแห่งการสร้างสรรค์ของเมืองนี้เช่นกัน งานดำเนินไปตลอด 3 วัน รวมถึงสารคดีที่แบ่งออกเป็น 4 ตอน เป็นผลงานของ Ladj Ly ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ที่ถูกว่าจ้างให้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับเด็กนักเรียนจาก Kourtrajmé ซึ่งเป็นสถาบันภาพยนตร์ที่เปิดอบรมการทำภาพยนตร์ให้ผู้เรียนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย การแสดงเปิดงานแสดงโดยนักเรียนจากโรงเรียนสอนเต้นรำในท้องถิ่นชื่อ Ecole des Sables โดยการแสดงนี้ Dimitri Chamblas นักออกแบบท่าเต้นเป็นผู้ดูแลทิศทางของการแสดง
การจัดงานที่เมืองดาการ์ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของ Viard ที่จะแสดงให้เห็นตัวอย่างของศักยภาพทางวัฒนธรรมของ Metiers d’Art ที่แปลงโฉมภาพอันตระการตาของงานแสดง Chanel ทุกงาน ให้กลายเป็นการผสมผสานเชิงวัฒนธรรมที่สัมผัสได้ผ่านสื่อแฟชั่น ดังนั้นเมื่อ Chanel เดินทางไปเยือนแมนเชสเตอร์ ดนตรี งานออกแบบ และมรดกการสร้างสรรค์ของเมืองนี้ จึงกลายเป็นจุดสนใจในทันที งานตลอดทั้ง 3 วันยังได้รับการคัดสรรและจัดแสดงโดย Charlotte Stockdale และ Katie Lyall ศิลปินสร้างสรรค์ด้านมัลติมีเดียชื่อดัง และเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสารอังกฤษ Chaos SixtyNine อีกด้วย
งานนี้จัดขึ้นที่ Victoria Baths อาคารสระว่ายน้ำประวัติศาสตร์ อายุ 118 ปี ชื่องาน Manchestermodern: Past Present Future โดยจัดแสดงผลงานของศิลปินจากหลายช่วงอายุ ที่ทรงอิทธิพลและยังมีส่วนในการสร้างรากฐานทางวัฒนธรรมมาจนทุกวันนี้ รวมทั้งศิลปินที่สูงวัยกว่านั้น และช่างภาพอย่าง Martin Parr, Alasdair McLellan,Kevin Cummins และกวีอย่าง John Cooper Clarke และ Lemn Sissay รวมไปถึงศิลปินรุ่นเยาว์กว่าในหลากแขนง ที่รวมไปถึงนักสร้างสื่อมัลติมีเดียอย่าง Sarah-Joy Ford นักแสดงและนักรณรงค์กิจกรรม Boshra G และกวี Griot Gabriel อีกด้วย

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art
งานสำคัญครั้งนี้ จึงมีแขกที่เป็นเพื่อนของเมซงนี้มาอย่างยาวนาน อาทิ นักแสดงสาว Kirsten Stewart, Tilda Swinton, Gugu Mbatha-Raw และ Gwei Lun-mei จาก ไต้หวัน ซึ่งรายหลังเพิ่งมาเยือนแมนเชสเตอร์เป็นครั้งแรก และบอกกับ Tatler ว่า “ฉันรู้นะคะว่าแมนเชสเตอร์ขึ้นชื่อเรื่องฝนตก” เธอเสริมอย่างจริงจังว่า “เมืองนี้ดูสงบ แต่ก็เป็นจุดกำเนิดของดนตรีกับงานออกแบบชั้นยอดที่ครองใจคนทั่วโลกอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แมนเชสเตอร์คือเมืองที่มีพลังมหาศาลอยู่ภายใน”
พลังที่ว่านี้ได้รับการขยายให้เด่นชัดขึ้นในวันแสดงงาน เห็นได้จากการจราจรส่วนใหญ่ของเมืองที่แทบจะเป็นอัมพาต เพราะมีขบวนรถสีดำที่หลั่งไหลพาแขกวีไอพีเดินทางไปงาน แคตวอล์กถูกจัดไปตามแนวถนน Thomas ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องผับและมีถังเบียร์กับสตูลของบาร์เรียงรายไปตามถนน ผ้าทวีดซึ่งเป็นส่วนสำคัญของงานออกแบบจาก Chanel ในทศวรรษ 1920 ที่ได้รับแรงบันดาลจากแจ็คเก็ตของดยุคแห่งเวสต์มินสเตอร์ ผู้เป็นชู้รัก ได้เป็นดาวเด่นในคอลเล็กชั่นนี้ ผ้าที่ได้รับการทออย่างพิถีพิถันนี้ ถือกำเนิดในสก็อตแลนด์และกลายมาเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสรรค์งานของ Chanel ตลอดจนได้รับการตีความใหม่ในหลากหลายทางตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
สีสันของแมนเชสเตอร์ครั้งนี้ จึงรวมไปถึงสีชมพูแซลมอน สีเหลืองฟักทอง เขียวแอปเปิ้ล เหลืองมัสตาร์ด ฟ้าท้องฟ้า สีแดง และสีสนิม โดยที่หลายสีเหล่านี้ ไม่เคยปรากฏในพจนานุกรมผ้าทวีดของ Chanel มาก่อน “ผ้าทวีดคือศูนย์กลางของคอลเล็กชั่นนี้” Viard อธิบาย “ฉันคิดถึง Gabrielle Chanel มาก แต่ก็ไม่ได้อยากสร้างลุคของโคโค่ขึ้นมาใหม่ ยังเป็นลุคที่เธอสวมแจ็กเก็ตของดยุคแห่งเวสต์มินสเตอร์ ฉันจึงดึงเอาบางอย่างของโคโค่ออกมา เพราะเธอคือคนที่นำสีสันมาสู่ผ้าทวีดและเติมจิตวิญญาณที่เตะตาและมีชีวิตชีวาให้กับมัน”
งานนี้เปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบยุค 60 ที่แสนเด่นชัดกับบรรดานางแบบที่เดินกรีดกรายโดยกรีดขอบตาล่างสีเข้มและติดแฮร์พีซที่แสนเฟี้ยวฟ้าว พวกเธอเดินบนรันเวย์ในชุดแบบป้ายและมินิสเกิร์ตที่ปลุกจิตวิญญาณแบบร็อกแอนด์โรลของอังกฤษขึ้นมาอีกครั้ง และไม่มีงาน Metiers d’Art ครั้งไหนจะสมบูรณ์ไปได้ หากไม่มีกลิ่นอายของความสนุกสนานที่เน้นไปยังเรื่องงานฝีมือ แขกในงานนี้จึงอดยิ้มไม่ได้ เมื่อเห็นการปักรูปฟุตบอล กาน้ำชา แผ่นเสียงไวนิล และดอกไม้

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art

Above คอลเล็กชั่น Chanel 2023/24 Metiers d’Art
“คอลเล็กชั่น Metiers d’Art คือการเฉลิมฉลองศิลปะแห่งงานฝีมือ ซึ่งบ่อยครั้งจะสะท้อนความสูงส่งและรุ่มรวยออกมา” Gwei Lun-mei กล่าว “ในขณะที่คอลเล็กชั่นซึ่งจัดแสดงที่แมนเชสเตอร์นั้นมีชีวิตชีวาและสนุกสนานเป็นพิเศษ ฉันก็มองเห็นได้ว่า Virginie ลงลึกในรายละเอียดลักษณะเฉพาะของเมืองแมนเชสเตอร์ และแสดงออกผ่านงานดีไซน์ ความเป็นเลิศของงานฝีมือทั้งหมด ถูกถ่ายทอดในทางที่ขบขันและแนบเนียนกว่าเดิม”
เปี่ยมไหวพริบ คัดสรรจากที่ต่างๆ และเป็น Chanel จนถึงแก่น คือคุณลักษณะของงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของ Viard ซึ่งทำให้ Gwei Lun-mei พบกับมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับความแข็งแกร่งและความเป็นผู้หญิง
“ฉันมองว่า Virginie [Viard] เป็นสาวร็อกมาตลอด งานออกแบบของเธอ สะท้อนความแข็งแกร่งและความมีอำนาจเสมอมา อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณได้ลองสวมใส่ชุดของเธอสักชุดหนึ่งแล้ว คุณจะสัมผัสได้ในทันที ถึงความละมุนละไมและความนุ่มนวลแห่งความเป็นหญิง บ่อยครั้งที่ความแข็งแกร่งและความละมุนละไมอยู่ร่วมกันได้จริง และซอฟต์พาวเวอร์นั้นเปี่ยมพลังและเสน่ห์มากกว่า คอลเล็กชั่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ของความเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนใครที่ Virginie ได้รังสรรค์ขึ้นมา”
This story was originally written in English by Ahy Choi.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2024 โดย Ahy Choi โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
LV The Place Bangkok สะท้อนไลฟ์สไตล์ระดับโลกภายใต้คอนเซ็ปต์ความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ
10 ดีไซเนอร์เอเชียที่น่าจับตาอย่างมากในปี 2024
Aespa วง K-pop เล่าถึงประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในฐานะแอมบาสเดอร์ของ Chopard
Topics





