Tatler ชวน คุณากร เดชานุภาพ, ทัตวร สุกัณศีล, ปรีดากร เมธเกรียงชัย และลภัส เมฆรักษาวนิช พูดคุยถึงคุณค่าและการเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าที่มองหาความเฉพาะผ่านงานเทเลอร์
ชื่อถนน Savile Row ย่านเมย์แฟร์ในเวสท์เอนด์ของลอนดอนถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อมีบทสนทนาที่เกี่ยวกับการตัดเย็บ เพื่ออ้างถึงวิถีการแต่งกายแบบสุภาพบุรุษในกลุ่มผู้หลงใหลแฟชั่นสไตล์คลาสสิก แม้ในเวลานี้วัฒนธรรมการแต่งตัวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผู้คนสามารถเข้าถึงแบรนด์เสื้อผ้าและแอกเซสเซอรีได้อย่างหลากหลาย รวมถึงเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เกิดเป็นความท้าทายที่ทำให้ธุรกิจรีเทลต้องปรับตัว ทว่านี่กลับเป็นจุดที่เหล่าห้องเสื้อมองเป็นโอกาสที่พวกเขาสามารถเป็นทางเลือก พร้อมสร้างเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล
อ่านเพิ่มเติม: บทสนทนาถึงแฟชั่นแห่งอนาคตกับ Yusuke Takahashi เมื่อเทคโนโลยี งานฝีมือ และความยั่งยืนมาบรรจบกัน
Bridging the tradition

Above สตูดิโอแห่งใหม่ของ vvonsugunnasil ในย่านสาทร
“ชุดสูทและแจ็คเก็ตยังมีให้เห็นบนปกของนิตยสารแฟชั่นอยู่เสมอ” วร ทัตวร สุกัณศีล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และเจ้าของแบรนด์ vvonsugunnasil เกริ่นถึงการสวมชุดสูทที่มีจุดเริ่มต้นย้อนไปช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งยังคงมีบทบาทด้านแฟชั่นและได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ โดยหากนึกถึงงานเทเลอร์ที่ถูกใจถูกจริตกับคนยุคใหม่และเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทย เชื่อว่าแบรนด์สูทเทเลอร์เมดและเรดดี้ทูแวร์ของเขานั้น จะเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึง ผลงานการรังสรรค์ของคุณวรที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 10 นี้ เกิดขึ้นจากความหลงใหลในการแต่งกาย และเห็นช่องว่างของธุรกิจงานเทเลอริ่งในบริบทใหม่ๆ ทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้งแบรนด์ชื่อเดียวกับตนขึ้น “เราอยากให้มีความเป็นแฟชั่น อยากเป็นอีกทางเลือกสำหรับงานเทเลอร์เมด เพราะในเวลานั้นเรียกได้ว่าไม่มีงานที่ตอบโจทย์ข้อนี้ได้เลย” คุณวรเริ่มเล่าถึงการนำชุดสูทแบบดั้งเดิมผสมผสานเข้ากับรูปทรงสมัยใหม่จนกลายเป็นซิกเนอเจอร์สไตล์ของ vvonsugunnasil ซึ่งตรงใจลูกค้าหลากหลายวัยที่ต้องการงานตัดเย็บเฉพาะบุคคล
“ความตั้งใจทำให้เกิดเป็นแบรนด์ ซึ่งวันนี้เป็นอย่างที่วาดภาพไว้ แต่ที่มากกว่าคือเรามีลูกค้าประจำที่ดูแลกันตั้งแต่วันแรก และยังมีลูกค้าที่สนใจงานในแบบของเรามากขึ้นเรื่อยๆ” แน่นอนว่างานตัดเย็บในแบบของเขานั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับสูทภาพจำเลยสักนิด “เคยมีคนบอกว่าเราเป็นโมเดิร์นเทเลอร์ ก็อาจเป็นแบบนั้น ผมไม่ได้มีคำจำกัดความอะไรเลยแต่อยากทำสูทในแบบที่เป็นเรา อาจแตกต่างเพราะอย่างการหยิบเอาแพทเทิร์นใหม่ๆ มีลูกเล่น และบางครั้งก็มีเนื้อผ้าที่แตกต่างออกไป แต่การขึ้นโครงยังเป็นงานเทเลอร์ ซึ่งแม้เนื้อผ้าจะบางเบาก็ยังดูเนี้ยบและดูเป็นสูทที่ดูมีโครงสร้างได้ อยากให้ลูกค้าสนุกกับการแต่งตัวยิ่งขึ้น โดยเน้นฟังก์ชั่นให้สามารถใช้งานได้หลากหลายโอกาส และยังมีไลน์เสื้อผ้าผู้หญิงที่การตัดเย็บเป็นเทคนิคแบบเดียวกับที่ตัดสูทผู้ชาย ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ตอนนี้มีผู้หญิงมาตัดชุดสูทมากขึ้นด้วย” เขาเล่า

Above ทัตวร สุกัณศีล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และเจ้าของแบรนด์ vvonsugunnasil
แม้จะสวมแจ็คเก็ตสูทกับกางเกงยีนส์ได้อย่างมีสไตล์ แต่กาลเทศะยังเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเสมอ
บ้านหลังใหม่แบรนด์ vvonsugunnasil ในย่านสาทรที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบโก้เปิดประตูต้อนรับลูกค้าทั้งเก่าใหม่ และผู้ที่ติดตามแบรนด์จากสื่อโซเชียล “เราเพิ่งย้ายสตูดิโอมาที่นี่ไม่นาน มีทั้งลูกค้าประจำ ลูกค้าคนไทยและลูกค้าชาวต่างชาติที่เห็นเราจากสื่อต่างๆ หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่ติดตามเราจากเหล่าแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ที่เราทำงานด้วย การเจอลูกค้ามากขึ้นก็มีโจทย์ใหม่ๆ หล่อหลอมให้ vvonsugunnasil เป็นงานฝีมือหรือบางครั้งก็เป็นงานศิลปะรวมถึงการช่วยทำให้สิ่งที่อยู่ในจินตนาการของลูกค้าออกมาตรงใจเขา ก็ถือว่าเป็นรางวัลของคนทำงาน” คุณวรเล่าถึงแบรนด์ที่ให้เทเลอริ่งเป็นได้มากกว่าสูทแบบดั้งเดิม “ในการตัดเย็บชุดสูทหรือแจ็คเก็ตใหม่ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน โดยมีรายละเอียดต่างกันออกไป ซึ่งผมจะเป็นคนดูแลให้คำปรึกษาตั้งเเต่วันแรก เเละทำงานกับช่างด้วยตัวเอง เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในงานของเรา ส่วนเรดดี้ทูแวร์และเสื้อผ้าผู้หญิงนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ไม่มีเทรนด์ ใส่ง่ายใส่ได้นาน และมีแบบที่เป็นยูนิเซ็กส์”
Tatler สังเกตว่าวันนี้เขาเลือกใส่เสื้อแขนยาวจากไลน์เรดดี้ทูแวร์กับกางเกงยีนส์พอดีตัว และสวมแจ็คเก็ตสีน้ำเงินเข้มที่ถูกตั้งปกขึ้นให้ทั้งความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดที่เป็นทางการ เห็นได้ชัดเจนว่าเสื้อแจ็คเก็ตตัดเนี้ยบได้ถูกนำมาสไตลิ่งอย่างน่าสนใจ “อยากให้ลูกค้าสนุกกับการแต่งตัว สามารถหยิบชิ้นงานมามิกซ์แอนด์แมตช์เพื่อสร้างสรรค์ลุคใหม่ได้ แต่แม้สามารถสวมแจ็คเก็ตสูทกับยีนส์แล้วดูดีมีสไตล์ กาลเทศะยังเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเสมอ” คุณวรย้ำจริงจังถึงเรื่องความเหมาะสมที่เขาให้ความสำคัญอย่างมาก
Crafting the classic

Above คุณากร เดชานุภาพ เจ้าของสตูดิโอตัดสูท Borrom กับงานแคนวาสทำมือที่ใช้ความประณีตอย่างสูง
ผู้สนใจเสื้อผ้าเทเลอริ่งแบบคลาสสิกและการตัดเย็บสูทแบบดั้งเดิมมีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง แล้วช่างฝีมืออย่าง ต้า คุณากร เดชานุภาพ ผู้ก่อตั้ง Borrom สตูดิโอตัดเสื้อก็เป็น secret address ที่พวกเขาแนะนำกันแบบปากต่อปากถึงความแตกต่างในการตัดเย็บด้วยมืออย่างเชี่ยวชาญและสไตล์ที่มีกลิ่นอายวินเทจเป็นลายเซ็น
คุณต้ามีการตัดเย็บเป็นงานอดิเรกจริงจังตั้งแต่สมัยเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยความสนใจเรื่องการแต่งตัว เขาจึงใช้เวลาว่างกับการเป็นผู้ช่วยช่างตัดเสื้อสไตล์อเมริกัน รูปแบบทันสมัยซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ในเวลานั้นที่ร้านตัดสูทส่วนมากจะตัดเฉพาะเสื้อผ้าทางการสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
เมื่อเรียนจบและเข้าทำงานด้านโฆษณา ความคิดจะเปิดร้านตัดสูทก็ยังมีอยู่ เมื่อมีโอกาส ประกอบกับความตั้งใจแน่วแน่ในการหาคำตอบว่าสูทที่ดีที่สุดนั้นคืออะไร โดยเฉพาะสูทแบบ full canvas เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อร่ำเรียนการตัดเย็บจากช่างฝีมือเก่งกาจที่เขาติดตามผ่านช่อง YouTube
การเรียนที่คล้ายกับเรียนปริญญาโทหรือการจัดการความรู้ที่มีอยู่ให้เป็นระบบระเบียบ พร้อมเสริมทักษะด้านการตัดเย็บและได้มีโอกาสเรียนกับช่างท่านหนึ่งที่มารู้ในภายหลังว่าเคยเป็นช่างของร้านเก่าแก่ซึ่งมีชื่อเสียงระดับตำนานอย่าง Henry Poole & Co ที่ๆ ให้กำเนิดสูทสำหรับการไปรับประทานอาหารค่ำหรือที่เรียกว่าชุด Tuxedo บนถนน Savile Row นั่นเอง

Above คุณต้ากับงานแคนวาสที่ใช้ความประณีตอย่างสูง
ผมไม่ได้ทำเสื้อของผมให้ลูกค้า แต่เป็นเสื้อของลูกค้าที่ผมเป็นคนทำให้เขาโดยเฉพาะ
การตัดเย็บฝีมือคุณต้านั้นเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของงานทำมือ “ผมไม่ได้ทำเสื้อของผมให้ลูกค้า แต่เป็นเสื้อของลูกค้าที่ผมเป็นคนทำให้เขาโดยเฉพาะ” คุณต้าเกริ่นถึงการทำงานที่เขาอยากให้ลูกค้าได้เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เขาเล่าต่อว่าสูทของ Borrom นั้นเป็นแบบที่เขาชื่นชอบและใกล้เคียงกับชุดสูทยุค 1930s ซึ่งว่ากันว่าการตัดสูทสุภาพบุรุษในช่วงเวลานั้นมีสัดส่วนที่หล่อเนี้ยบโดยเขาได้นำกลิ่นอายความคลาสสิกนั้นมาเสนอในแบบใหม่ให้เข้ากับยุคและสมัย
ผลงานคลาสสิกและงานฝีมือของคุณต้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการแนะนำต่อๆ กันของลูกค้า ทำให้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Borrom ได้ส่งมอบชุดสูทและแจ็คเก็ตให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 40 ชิ้น สำหรับงานทำมือแล้ว ถือว่าเป็นจำนวนที่มาก
“ที่เรียกที่นี่ว่าเป็นสตูดิโอเพราะความเป็นส่วนตัว และอาจไม่สามารถรับงานที่เข้ามาทั้งหมดได้ สำหรับเรา การทำชิ้นงานจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เริ่มจากการนัดคุย การหาสไตล์ การเลือกผ้า เรื่อยไปจนถึงการฟิตติ้งซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” คุณต้าเล่าต่อ “สูทที่ดีที่สุดคือชุดที่คนใส่รู้สึกมั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง ลดทอนจุดด้อยและเสริมจุดเด่น” เขากล่าวอธิบายให้เห็นภาพของสุภาพบุรุษดูดีมีสไตล์ที่สามารถสร้างขึ้นได้
“ผมเคยบอกกับลูกค้าที่มาปรึกษาเวลาที่เขาไปตัดสูทกับที่อื่นสำหรับวันสำคัญ แล้วอาจไม่ถูกใจเขาเสียทีเดียวและต้องการให้ผมช่วยแก้ไข เมื่อผมดูแล้ว ชุดนั้นไม่ได้แย่เลยสักนิด คำแนะนำของผมคือให้เขายิ้มเยอะๆ และมีเวลาที่ดี” เขาเองก็ยิ้มให้ Tatler ก่อนจะลงมือเย็บชิ้นงานแคนวาสผ้าหางม้าอย่างตั้งใจ
Speaking the bespoke

Above ลภัส เมฆรักษาวนิช Co-Founder ร้านสูทมัลติแบรนด์ The Somchai
สูทแบบอิตาเลียนเป็นอีกหนึ่งสไตล์หลักที่มีรายละเอียดและกิมมิกที่ถูกปรับให้สวมใส่สบาย และมีรูปแบบที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน The Somchai เป็นร้านสูทมัลติแบรนด์ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพพรีเมียมที่รู้จักกันดีในแวดวงคนรักสูท Bespoke ในฐานะที่เป็นตัวแทนให้กับ 2 แบรนด์สูทดังระดับโลกจากอิตาลีอย่าง Liverano & Liverano จากเมืองฟลอเรนซ์ และ Orazio Luciano จากเมืองเนเปิลส์
“ในช่วงแรก เราจัดเป็น Trunk Show และรับนัดหมายพิเศษกับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ถึงตอนนี้จะมีร้านแล้วแต่ก็ยังมีการจัดงานเรื่อยๆ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษ” ตอง ลภัส เมฆรักษาวนิช ผู้ร่วมก่อตั้ง The Somchai เริ่มเล่าถึงการทำงานร่วมกับร้านเทเลอร์ตัดสูทเก่าแก่อย่าง Liverano & Liverano ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความประณีตสะอาดตา ใส่แล้วพอดีตัวเข้ากับรูปร่างและยังเสริมบุคลิก
ชุดสูท Bespoke มูลค่าสูงน่าลงทุนนี้จะใช้เวลาในตัดเย็บรวมประมาณ 10-12 เดือน ผ่านการนัดหมายที่แบ่งออกเป็น 4 ครั้ง การที่ต้องใช้เวลานานเป็นเพราะรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป เป็นความเฉพาะเจาะจงที่ไม่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ “นอกจากลูกค้าที่มักจะมองหาชุดสูทสำหรับพิธีการสำคัญแล้ว ลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารที่อยากอัปเดตสไตล์การแต่งตัว รวมถึงกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ยังต้องการความแตกต่างและแสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของเรา”
อ่านเพิ่มเติม: Philip Huang ผสานวิถีพื้นถิ่นเข้ากับความทันสมัยของชีวิตคนเมือง พร้อมเน้นความยั่งยืนและการออกแบบที่มีความหมาย

Above The Somchai เป็นร้านสูทมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียมที่รู้จักกันดีในแวดวงคนรักสูท
ชุดสูทแบบอิตาเลียนที่แม้ว่าเส้นสายจะโค้งมนนุ่มนวล แต่สวมแล้วให้ความรู้สึกทรงพลัง
คุณตองผู้ใช้ชีวิตวัยเรียนและการทำงานในช่วงเริ่มต้นในเมืองมิลาน เขาซึมซับวัฒนธรรมและวิถีแบบชาวอิตาเลียน ตลอดจนให้ความสำคัญกับสไตล์ของชุดสูทจากเมืองต่างๆ ของอิตาลีที่มีความต่างกันอย่างชัดเจนในหลากหลายจุด เขาเองก็มักจะสวมชุดสูทเนี้ยบกริบ แต่มีดีเทลที่สนุกและน่าสนใจในการเลือกแมตช์สีสันเฉพาะตัว “คนอิตาเลียนสวมสูทกันเป็นดั่งเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน สูทจึงควรจะให้ความรู้สึกสบายตัว อย่างสูทจาก Liverano & Liverano ที่แม้ว่าเส้นสายจะโค้งมนนุ่มนวลรับพอดีกับผู้สวมใส่ แต่เมื่อสวมแล้วต้องให้ความรู้สึกทรงพลัง นี่เป็นการตัดเย็บแบบชาวฟลอเรนซ์” เขาอธิบายพร้อมชี้ชวนให้เห็นรายละเอียดทั้งที่หัวไหล่และเส้นโค้งเว้าที่ดูลื่นไหล
“หากเป็นสูทและเสื้อแจ็คเก็ตจาก Orazio Luciano แบรนด์จากเนเปิลส์ ซึ่งเป็นเมืองชายทะเล จะให้ความคล่องตัวที่แม้จะยังมีความดั้งเดิม แต่มาปรับใหม่ให้ใส่ได้ง่าย โดยเฉพาะผ้าที่เลือกใช้ก็เหมาะกับอากาศของบ้านเรา” ที่ The Somchai มีสินค้าและแอกเซสเซอรีสุภาพบุรุษที่ดีที่สุดจากหลายแบรนด์ ทั้งนิตแวร์จากอิตาลีที่หายาก รองเท้าทำมือจากอังกฤษที่ผลิตจำนวนจำกัดอย่างมากในแต่ละปี ตลอดจนชิ้นงานของดีไซเนอร์เฉพาะทางที่คุณตองได้เลือกสรรด้วยตนเอง
Styling the sartorial

Above ปรีดากร เมธเกรียงชัย Co-Founder ร้านสูท Gentle Rams
ยังมีพื้นที่ในวงการตัดเย็บให้ร้านสูทได้เข้ามานำเสนอสไตล์และความเฉพาะตัวอย่าง Gentle RAMS ที่ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง แบงค์ ปรีดากร เมธเกรียงชัย กำลังพ่วงตำแหน่งอินฟลูเอนเซอร์แนวซาร์ทอเรียลทำให้ผู้ที่ติดตามเขาทางโซเชียลมีเดียได้ไอเดียการแต่งกายในมาดสุภาพบุรุษ “ผมว่าผู้ชายควรจะมีสูทแบบคลาสสิกสีดำไว้สักตัวหนึ่ง เพราะถ้าจะต้องใช้สูททางการในพิธีการที่อาจฉุกละหุก การมีสูทสีดำดีๆ สักตัว ทำให้เราสามารถหยิบใส่ ได้เลย ผมแนะนำปกแหลมเป็นสีดำเผื่อว่าสามารถใส่ไปงาน black tie ได้ด้วย” เขาตอบเมื่อ Tatler ถามถึงสูทที่คุณผู้ชายควรมีในตู้เสื้อผ้า
“ที่ Gentle RAMS ให้ความสำคัญกับช่างฝีมือ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เรารักษามาตรฐานและคุณภาพที่ดีที่สุดเสมอ รวมถึงการสไตลิ่งให้กับลูกค้าแบบ one stop service” เขาเล่าและเปรียบการตอบโจทย์ความต้องการว่าคล้ายกับการเป็นคุณหมอที่ต้องจ่ายยาให้ถูกต้อง โดยลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามามีความต้องการที่แตกต่างกันออกไปแต่ยังมีแรงบันดาลใจจาก Savile Row ในแง่ความร่วมสมัย
“หากเป็นชุดสูทและเบลเซอร์ เราถามว่าใช้สำหรับงานอะไร ไปในฐานะอะไร ขณะที่ต้องสังเกตไปด้วยว่าคาแร็กเตอร์ของเขาเป็นอย่างไร และต่อยอดความเป็นตัวตนให้ดียิ่งขึ้น”คุณแบงค์อธิบายถึงตัวเลือกต่างๆ ที่ลูกค้าสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้งานตัดเย็บ พลางชี้ให้เห็นรังดุมถักมือพร้อมตัวเลือกกระดุมจากวัสดุทางเลือกแทนการใช้เขาสัตว์ที่แสดงออกถึงความหรูหราของสูทแบบดั้งเดิม “กระดุมทำจากพืชและไม้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและยังเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนด้วย จะเห็นได้ว่าสีของกระดุมแต่ละเม็ดนั้นไม่เหมือนกันซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง”

Above ปรีดากร เมธเกรียงชัย Co-Founder ของ Gentle Rams
ร้านสูทที่ให้ความสำคัญกับการสไตลิ่งแบบ one stop service
เน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ เรารักษามาตรฐานและคุณภาพที่ดีที่สุดเสมอ
แบรนด์อัลตราลักซ์ชูรีอย่าง Loro Piana จากอิตาลีที่กำลังเป็นกระแสกับเทรนด์แฟชั่น “quiet luxury” ยังได้มาเปิดตัวผ้าคอลเล็กชั่นซัมเมอร์ 2024 ณ ร้านในซอยสุขุมวิท 53 แห่งนี้เป็นที่แรกของโลก ซึ่งถือเป็นความพิเศษมากสำหรับ Gentle RAMS และกลุ่มลูกค้าชาวไทย “เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากจริงๆ อีเวนต์นี้ถือเป็นการต่อยอดจากการที่เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมออฟฟิศและโรงงานของ Loro Piana ที่มิลาน ก็ประทับใจที่เขาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ผมคุยกับเขาว่าอยากทำอะไรร่วมกัน ซึ่งในที่สุดก็เกิดขึ้นจริง”
ภายในงานมีการให้ความรู้ แนะนำผ้าที่ผลิตอย่างจำกัดจากวัตถุดิบที่ดีที่สุดและหายาก ผ้าบางชิ้นสามารถตัดได้เพียง 50 ชุดในโลกเท่านั้น โดยคุณแบงค์ยังได้ใช้ผ้าจากแบรนด์หรูมาออกแบบทำเป็นคลัตช์เพื่อเป็นของขวัญให้กับแขกที่มาร่วมงานซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เอ็กซ์คลูซีฟ
“ในปีนี้เรากำลังสนใจในเรื่องการแมตช์ชุดสูทในโทนสีโมโนโครม การใช้สีสันที่สีเข้ากัน ไปด้วยกันและการเล่นกับผิวสัมผัสเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างและการออกแบบที่ดูโมเดิร์น” เขาทิ้งท้ายพร้อมพาชมชุดสูทในโทนสีกลางอย่างน้ำตาลและเบจที่สไตลิ่งกับแอกเซสเซอรีหลายชิ้นในโทนเดียวกัน ดูแล้วให้ความรู้สึกสดใหม่ ไม่ผิดหวังเลย
Topics





