VALENTINO นำเสนอแคมเปญ VALENTINO INTERFERENZE FALL-WINTER 26/27 ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ Centrale Montemartini พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา ผ่านหลากหลายไอเท็มชิ้นเด่น
VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา
ภาพถ่ายจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกสถานที่ หากแต่สร้างความสัมพันธ์และแรงปะทะระหว่างองค์ประกอบต่างๆ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดที่มองว่าความหมายของสิ่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบแต่ละส่วนเพียงลำพัง หากเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ การปะทะ และการอยู่ร่วมกันระหว่างสิ่งที่แตกต่างกัน แคมเปญนี้จึงเปิดมุมมองใหม่ที่ทำให้โลกและสิ่งที่มองเห็นไม่ใช่เพียงภาพแทนของความจริง หากแต่เป็นพื้นที่สำหรับการจินตนาการและการตีความขึ้นใหม่
อ่านเพิ่มเติม: Ready-Set-Glow! บ่งบอกถึงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง ด้วยไอเท็มบำรุงเพื่อผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาวราวกระจก

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
แคมเปญ Interferenze ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) โรงไฟฟ้าเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำไทเบอร์ (Tiber) และเคยเป็นโรงผลิตกระแสไฟฟ้าสาธารณะแห่งแรกของกรุงโรม ก่อนจะได้รับการปรับเปลี่ยนในปี 1997 ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงแห่งหนึ่งของพิพิธภัณฑ์คาปิโตลิเน (Capitoline Museums) การผสานสองโลกที่แตกต่างระหว่างประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งกลายเป็นแนวคิดสำคัญในการสร้างสรรค์แคมเปญ โดยภาพถ่ายไม่ได้เพียงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฉากหลัง แต่เป็นถ่ายทอดและต่อยอดแนวคิดที่ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) จึงเปรียบเสมือนเวทีสำหรับจินตนาการที่เหนือความเป็นจริง พื้นที่ซึ่งองค์ประกอบจากโลกที่ดูเหมือนไม่อาจเข้ากันได้กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความแตกต่าง แต่กลับเปิดทางสู่เรื่องราวและมุมมองใหม่ๆ ที่หลากหลาย

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) เปรียบเสมือนพื้นที่เหนือจริงทางปรัชญา อย่างดินแดนกึ่งกลางระหว่างโลกสองยุคสมัย ที่ซึ่งยุคแห่งทวยเทพและยุคแห่งเครื่องจักร ตำนานและความก้าวหน้า ความทรงจำและการสร้างสรรค์ ไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่ในช่วงเวลาที่แยกขาดจากกันอีกต่อไป ที่แห่งนี้แสดงถึงความงดงามแบบคลาสสิกของประติมากรรมโรมันสะท้อนรับกับความยิ่งใหญ่ของกังหันและหม้อต้มขนาดมหึมาของยุคสมัยแห่งอุตสาหกรรม ร่องรอยแห่งความเชื่อสมันโบราณปรากฏขึ้นท่ามกลางมหาวิหารแห่งเทคโนโลยี ในพื้นที่ซึ่งไม่อาจจำกัดความด้วยนิยามหรือการจัดประเภทใดๆ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) จึงเป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ ที่ซึ่งการหลอมรวมอย่างสร้างสรรค์ระหว่างโลกที่แตกต่างยังคงถูกนำเสนอและตีความขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จากการพบกันของสองโลกนี้ก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับองค์ประกอบแต่ละส่วน แต่เกิดขึ้นเป็นพลังที่ก่อตัวขึ้นระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น และไม่อาจอธิบายได้ด้วยผลรวมของแต่ละองค์ประกอบเพียงอย่างเดียว

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
เมื่อหลุดพ้นจากกรอบการจัดแสดงตามลำดับเวลาของพิพิธภัณฑ์ โบราณวัตถุจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ดำรงอยู่ในอดีตอีกต่อไป ขณะที่เครื่องจักรซึ่งถูกปลดออกจากหน้าที่การใช้งาน ก็ไม่ได้เป็นเพียงเศษซากของความทันสมัยอีกต่อไปเช่นกัน การวางองค์ประกอบทั้งสองไว้เคียงข้างกัน ทำให้ทั้งคู่หลุดพ้นจากเส้นเวลาของประวัติศาสตร์ และถูกประกอบสร้างขึ้นใหม่เป็นกลุ่มความหมายที่เปิดกว้างกว่าเดิม ในมุมมองนี้ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) ชวนให้นึกถึง แอตลาส แอตลาสมเนโมซีน ของ อาบี วาร์บวร์ก (Aby Warburg’s Mnemosyne Atlas) ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคลังเก็บความทรงจำ หากแต่เป็นกลไกแห่งการจัดวางและตัดต่อภาพ ที่ซึ่งภาพจากบริบทอันแตกต่างกัน เมื่อถูกนำมาวางเคียงข้างกัน ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการตีความ
อ่านเพิ่มเติม: Grand Seiko เผยโฉมเรือนเวลา 9 รุ่นใหม่ในคอลเล็กชั่น Evolution 9

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
เทพีฟอร์ทูนา (Fortuna) มิวส์โพลีฮิมเนีย (Polyhymnia) และพระนางคลีโอพัตรา (Queen Cleopatra) ปรากฏท่ามกลางเครื่องยนต์ดีเซลขนาดมหึมา เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ล้อช่วยแรงขนาดใหญ่ และเครนเหนือศีรษะภายในโถงเครื่องจักร ที่นี่บทสนทนาระหว่างประติมากรรมโบราณและอุตสาหกรรมในอดีตได้เปลี่ยนแปลงการรับรู้ของทั้งสองสิ่งไปพร้อมกัน ความซีดขาวของหินอ่อนพบกับความทึบของเหล็กหล่อ ความสมบูรณ์แบบของสรีระท้าทายพลังแห่งกลไก ขณะที่ดุลยภาพของประติมากรรมเผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่ของวิศวกรรม ทุกองค์ประกอบต่างเปลี่ยนแปลงการรับรู้ที่มีต่ออีกสิ่งหนึ่ง ก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่กาลเวลาไม่ได้ดำเนินไปในฐานะลำดับของเหตุการณ์ หากแต่ดำรงอยู่ในตรรกะแห่งการปรากฏร่วมกัน
แคมเปญ Interferenze สานต่อแนวคิดนี้ผ่านการถ่ายทอดภาพที่ชวนให้นึกถึงภาษาของภาพยนตร์ แสงพุ่งตัดผ่านพื้นที่อย่างฉับพลันและรวดเร็ว เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวของร่างกาย ส่วนโค้งของหินอ่อน และโครงสร้างเหล็กขนาดมหึมา ความพลิ้วไหวเบาบางของเสื้อผ้าเผชิญหน้ากับแรงถ่วงอันหนักแน่นของเหล็กกล้า ขณะที่ท่วงท่าของร่างกายที่มีชีวิตดูราวกับสานต่อจากร่องรอยแกะสลักของหิน ในฉากหลังเครื่องจักรขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังเลือนหายไปในความมืดที่โอบล้อมไว้ ไม่มีสิ่งใดดูเหมือนหยุดนิ่งอย่างถาวร ขณะเดียวกันก็ไม่มีสิ่งใดกำลังเคลื่อนไหวอย่างแท้จริง

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
ภายใต้สภาวะที่กาลเวลาราวกับหยุดค้าง ภาพแต่ละภาพได้ก่อร่างพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ ซึ่งร่างกาย เสื้อผ้า ประติมากรรม และเครื่องจักรต่างถูกวางให้เกิดแรงปะทะและพลังงานระหว่างกัน สายตาไม่อาจหยุดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เคลื่อนไปมาระหว่างองค์ประกอบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตามร่องรอยของเสียงสะท้อนที่เชื่อมโยงถึงกัน ความหมายจึงไม่ได้ดำรงอยู่ในวัตถุแต่ละชิ้น หากเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่องค์ประกอบเหล่านั้นก่อให้เกิดขึ้นระหว่างกัน แนวคิดเรื่องการตัดต่อภาพของ เซอร์เกย์ ไอเซนสไตน์ (Sergei Eisenstein) มอบกรอบในการตีความที่เปี่ยมด้วยความหมายในบริบทนี้ แทนที่จะมององค์ประกอบผ่านโครงสร้างที่เป็นเส้นตรงและนำมารวมกัน เซอร์เกย์ ไอเซนสไตน์ (Sergei Eisenstein) เสนอว่า ความหมายไม่ได้เกิดจากผลรวมขององค์ประกอบแต่ละส่วน หากเกิดจากการปะทะกันขององค์ประกอบเหล่านั้น ช่วงเวลาที่ระบบความหมายเชิงสัญลักษณ์อันแตกต่างถูกผลักให้เผชิญหน้ากัน ประกายที่เกิดขึ้นจากการปะทะดังกล่าว คือสิ่งที่เปิดทางไปสู่การรับรู้ในรูปแบบใหม่ การรับรู้ที่ไม่อาจแยกออกหรืออธิบายได้ด้วยองค์ประกอบแต่ละส่วนเพียงลำพัง

Above VALENTINO นำเสนอแคมเปญจากคอลเล็กชั่น 'Valentino Interferenze Fall-Winter 26/27' ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่ถ่ายทำ ณ เซนตราเล มอนเตมาร์ตินี (Centrale Montemartini) พื้นที่ซึ่งประติมากรรมคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างร่างกาย เสื้อผ้า ศิลปะ เครื่องจักร และกาลเวลา (Image: VALENTINO)
นี่อาจเป็นสิ่งที่ Interferenze ต้องการถ่ายทอดอย่างแท้จริง ไม่มีรูปแบบใดดำรงอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง ภาพปรากฏขึ้นผ่านการพบพานกับภาพอื่น สสารก่อร่างขึ้นผ่านความสัมพันธ์กับสสารอื่น และกาลเวลาก่อเกิดขึ้นผ่านการซ้อนทับและแทรกแซงของช่วงเวลาอื่น ความหมายไม่ได้ดำรงอยู่ในตัวสิ่งต่างๆ หากแต่อยู่ในพื้นที่ที่คลี่ขยายขึ้นระหว่างสิ่งเหล่านั้น ในพื้นที่รอยต่อดังกล่าวการจัดจำแนกตามขนบเริ่มสั่นคลอน สิ่งที่มองเห็นได้จึงไม่เป็นเพียงตัวแทนของโลกอีกต่อไป หากกลับคืนสู่การทำให้โลกนั้นสามารถถูกจินตนาการขึ้นใหม่ได้
อ่านเพิ่มเติม:
เพชร ภิพัชรา กับ Tiffany & Co. เมื่อบทบาทการเป็น 'แม่' คือของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิต
พันธภาพแห่งความเป็นเลิศ: กว่าครึ่งศตวรรษแห่งความผูกพันระหว่าง Rolex และ Wimbledon





