ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา Rolex และ The Championships, Wimbledon ได้ร่วมกันรังสรรค์พันธไมตรีอันทรงคุณค่า บนพื้นฐานแห่งความมุ่งมั่นต่อวงการเทนนิส ขนบธรรมเนียมอันทรงเกียรติ และการไขว่คว้าความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง — นับตั้งแต่การป้องกันแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ของ Jannik Sinner ในฐานะ Rolex Testimonee ไปจนถึงพิธีกรรมดั้งเดิมเหนือกาลเวลาของ Wimbledon
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Jannik Sinner ในฐานะ Rolex Testimonee ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเทนนิส นักเทนนิสหนุ่มชาวอิตาเลียนผู้นี้เอาชนะ Carlos Alcaraz อดีตแชมป์สองสมัยและเพื่อนร่วม Rolex Testimonee ไปได้อย่างเหนือชั้นใน 4 เซต คว้าแชมป์ Wimbledon สมัยแรกมาครอง พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเทนนิสชาวอิตาเลียนคนแรกที่ได้ชูถ้วยรางวัล Gentlemen’s Singles Trophy ชัยชนะครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าในวัยเพียง 23 ปี Sinner ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักกีฬารุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นตำนานแห่งยุคอย่างแท้จริง
นอกสนามแข่ง Sinner ดูเป็นคนสุขุมเยือกเย็นและถ่อมตน โดยเลือกที่จะปล่อยให้ผลงานบนสังเวียนหญ้าเป็นสิ่งพิสูจน์ตัวเอง ทว่าเมื่อแมตช์การแข่งขันเริ่มขึ้น เขาจะเปลี่ยนเป็นยอดนักสู้ผู้เด็ดเดี่ยว สไตล์การเล่นของเขาเปี่ยมไปด้วยความแม่นยำอันเฉียบคม ความสงบนิ่งอันน่าทึ่ง และความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับแชมเปียนชิพพอยต์หรือเบรกพอยต์ สมาธิอันมั่นคงไม่หวั่นไหวช่วยให้เขารับมือกับความกดดันและเผด็จศึกคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอ

Above Rolex Testimonee Jannik Sinner คว้าแชมป์แกรนด์สแลมประเภทเดี่ยวสมัยที่ 4 ใน The Championships, Wimbledon 2025
ในเดือนกรกฎาคมนี้ เขากลับคืนสู่ศึก Wimbledon อีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะผู้ท้าชิง หากแต่ในฐานะแชมป์เก่าและนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก และด้วยตำแหน่งนี้ เขาจะได้สัมผัสกับหนึ่งในประเพณีอันเก่าแก่ที่สุดของรายการ ในวันจันทร์เปิดสนาม แชมป์เก่าประเภทชายเดี่ยวจะได้รับเกียรติให้เป็นนักเทนนิสคู่แรกที่ลงสนาม Centre Court เพื่อเปิดฉากการแข่งขัน—ซึ่งนับเป็นเอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะผู้ชนะเลิศปีก่อนหน้าเท่านั้น
“สำหรับผม การได้ลงเล่นเปิดสนามบน Centre Court คือช่วงเวลาที่ชวนขนลุกและตื่นเต้นอย่างที่สุดครับ” Sinner กล่าว “บรรยากาศบนคอร์ทแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนสนามเทนนิสแห่งใดในโลก ผมไม่เคยฝันเลยว่าวันหนึ่ง ตนเองจะได้ก้าวลงบนผืนหญ้าและโรงละครแห่งความฝันแห่งนี้ เพื่อลงแข่งขันแมตช์แรกเปิดศึก The Championships”
ขนบธรรมเนียมดังกล่าวย่อส่วนสะท้อนถึงทุกสิ่งที่ Wimbledon ยึดมั่น ทั้งประเพณีอันทรงคุณค่า ความเป็นเลิศ และรางวัลที่ได้มาจากความทุ่มเทนานหลายปี อีกทั้งยังเป็นพิธีกรรมที่ Rolex ได้ร่วมเป็นสักขีพยานมากว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่แบรนด์เรือนเวลาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์เข้ามารับหน้าที่ Official Timekeeper ของศึก The Championships ในปี 1978 Rolex ได้ยืนหยัดเคียงข้างช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ บันทึกห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ ยามที่แชมเปียนจากรุ่นสู่รุ่นได้จารึกชื่อของตนไว้ในโลกแห่งเทนนิส

Above Rolex Testimonee Carlos Alcaraz เริ่มต้นการป้องกันตำแหน่งแชมป์บน Centre Court ใน The Championships, Wimbledon 2025
พันธมิตรอันแน่นแฟ้นนี้สะท้อนถึงความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากทั้งสององค์กรต่างให้ความเคารพต่อมรดกอันทรงคุณค่าอย่างลึกซึ้ง Wimbledon ยังคงเป็นศึกเทนนิสที่มีประวัติศาสตร์งดงามและยาวนานที่สุด ที่ซึ่งประเพณีได้รับการปกป้องดูแลอย่างพิถีพิถัน และเรื่องราวในอดีตยังคงเชื่อมโยงกับปัจจุบันเสมอ ตั้งแต่ผืนหญ้าที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตไร้ที่ติ ชุดแข่งขันสีขาวบริสุทธิ์ ไปจนถึงกฎเคอร์ฟิวในเวลา 23:00 น. ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า ความเป็นเลิศนั้นสร้างขึ้นจากความสม่ำเสมอ ความแม่นยำ และการยึดมั่นในมาตรฐานอันสูงส่งอย่างไม่เสื่อมคลาย
Rolex ได้ร่วมเชิดชูคุณค่าเหล่านี้เสมอมา โดยไม่เพียงให้เกียรติช่วงเวลาแห่งชัยชนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความอดทน ความแข็งแกร่ง และการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งซึ่งเป็นรากฐานของความสำเร็จ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สัญลักษณ์และตำนานผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของ Wimbledon มากมาย ต่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Rolex ทำเนียบ Rolex Testimonees อันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ได้รับการคัดสรรจากทั้งผลงานและคุณค่าที่สะท้อนผ่านตัวตน ได้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Stefan Edberg ผู้ใช้สไตล์การเล่นแบบเสิร์ฟและวอลเลย์อันสง่างามคว้าแชมป์สองสมัยในปี 1988 และ 1990 หรือ Roger Federer ผู้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคทองบนคอร์ทหญ้าด้วยแบ็กแฮนด์มือเดียว ขณะที่ตำนานคนอื่นๆ อย่าง Pat Rafter และ Justine Henin ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้สไตล์การเล่นจะแตกต่างกัน แต่ก็สามารถเจิดจรัสบนสังเวียนที่เร็วที่สุดแห่งนี้ได้ด้วยเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการไขว่คว้าความเป็นเลิศอย่างไม่ประนีประนอม

Above Rolex Testimonee Roger Federer นักเทนนิสชื่อดัง เดินลงสู่คอร์ตกลางเพื่อเริ่มต้นการป้องกันตำแหน่งแชมป์ Wimbledon 2018
แม้แชมเปียนบางคนจะลงแข่งขันด้วยสไตล์การเล่นที่เข้ากันได้ดีกับคอร์ทหญ้าอยู่แล้ว แต่ Wimbledon ก็มอบรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ที่พร้อมปรับตัวและพัฒนาเช่นกัน ชัยชนะของ Iga Świątek เมื่อปีที่ผ่านมาคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ยอดนักเทนนิสสาวชาวโปแลนด์ผู้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าแห่งคอร์ทดิน ได้ซุ่มปรับสไตล์การเล่นของเธอให้เข้ากับความท้าทายเฉพาะตัวของคอร์ทหญ้าอย่างอดทน จนกลายเป็นนักเทนนิสคนแรกจากประเทศของเธอที่ได้ชูถ้วย Venus Rosewater Dish พร้อมกวาดแชมป์ Grand Slam ครบทั้งสามพื้นสนามการแข่งขัน
“การได้ชูถ้วยรางวัลใบนี้เป็นความรู้สึกที่เกินจะบรรยายด้วยคำพูดค่ะ เพราะการปรับรูปแบบการเล่นให้เข้ากับคอร์ทหญ้าคือกระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน” Świątek เผย “ฉันมุ่งมั่นกับการพัฒนาฟุตเวิร์ก การวางตำแหน่งในสนามให้มีความรุกมากขึ้น และเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของการเข้าทำบอลให้เร็วขึ้น” เมื่อกล่าวถึงบทบาทของ Rolex ในศึก The Championships นักเทนนิสสาวผู้เป็น Rolex Testimonee กล่าวเสริมว่า “การได้รู้ว่า Rolex เป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Wimbledon ยิ่งทำให้ชัยชนะของฉันมีความหมายและพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก ฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สืบทอดมรดกอันยิ่งใหญ่นี้ และรู้สึกขอบคุณในความไว้วางใจรวมถึงการสนับสนุนที่ Rolex มอบให้ฉันตลอดเส้นทางนี้”
ปัจจุบัน ความมุ่งมั่นของ Rolex ต่อวงการเทนนิสนั้นขยายขอบเขตไปไกลกว่าผืนหญ้าทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน นอกเหนือจาก Wimbledon แล้ว แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ยังดำรงตำแหน่ง Official Timekeeper ให้กับการแข่งขัน Grand Slam ทั้งสี่รายการ พร้อมทั้งให้การสนับสนุน ATP และ WTA Tours, รายการระดับ Masters 1000 และ WTA 1000, Nitto ATP Finals, WTA Finals ตลอดจนการแข่งขันประเภททีมระดับนานาชาติชั้นนำ ด้วยเจตนารมณ์นี้ ครอบครัว Rolex Testimonees จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักเทนนิสคลื่นลูกใหม่ระดับแถวหน้าอย่าง Mirra Andreeva, João Fonseca, Ben Shelton และ Qinwen Zheng ร่วมตอกย้ำเจตนารมณ์แห่งการไขว่คว้าความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกีฬาชนิดนี้ และเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้การสนับสนุนอย่างยั่งยืนเรื่อยมา
อ่านเพิ่มเติม:
บรรยากาศและผลการแข่งขันพาเดลระดับพรีเมียมครั้งแรกในเอเชีย 'Tatler Padel Series' สนามกรุงเทพมหานคร
Jannik Sinner นำทัพ Rolex Testimonee เปิดฉากหวนคืนเซ็นเตอร์คอร์ตใน Wimbledon 2026
นิทรรศการแห่งศตวรรษ 'OYSTER STORY' ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ 100 ปีของนาฬิกากันน้ำเรือนแรกของ Rolex
Watches and Wonders 2026: 5 นาฬิกาที่พิสูจน์ว่าศิลปะแห่งกลไกยังคงเฟื่องฟูและแข็งแกร่ง
Patrick Dempsey แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tag Heuer หลงเสน่ห์ความเท่ของนาฬิกา Monaco
This story was originally written in English by Annabel Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 โดย Annabel Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
Credits
ภาพ: Jon Buckle/Rolex
Topics




