Thom Browne นักออกแบบชาวอเมริกันในตำนาน ผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์งานตัดเย็บเสื้อผ้าและผสมผสานกับจินตนาการอันล้ำเลิศ ได้สะท้อนให้เห็นว่าตนเองประสบความสำเร็จในอาชีพการงานกว่า 20 ปีได้อย่างไร โดยทำในสิ่งที่เขารักอย่างแท้จริง
เพราะซิลูเอตแบบหดสั้นอันเป็นซิกเนเจอร์ แถบลายขวางสี่แถบ และเฉดสีเทาที่ไม่เหมือนใคร คุณจึงสามารถมองเห็นแฟนๆ ของ Thom Browne ได้ในระยะ 100 เมตร นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่น้อยในการได้อยู่ท่ามกลางคนที่ชื่นชอบแบรนด์ๆ นี้เกิน 10 คนที่แต่งกายในแบบที่พวกเขาเลือกผสมผสานด้วยตัวเอง บางคนเลือกใส่ถุงเท้าสลับข้างที่ตกแต่งด้วยอีกาและดอกกุหลาบ บางคนสวมกางเกงขาสั้นและกระโปรงจีบ โดยที่ทุกคนมุ่งตรงมายัง The Upper House เพื่อพบกับเจ้าแห่งจินตนาการคนนี้ ซึ่งเขามาเยือนฮ่องกงเป็นครั้งแรกในรอบหกปี
เราถาม Thom ผู้ซึ่งเดินทางไปโตเกียวและเซี่ยงไฮ้เมื่อปีที่แล้วเพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 20 ของแบรนด์ที่ใช้ชื่อเดียวกับเขานี้ ว่าเครื่องแบบอันเป็นซิกเนเจอร์ของเขาได้รับเสียงตอบรับแตกต่างกันอย่างไรในตลาดเอเชียเมื่อเทียบกับตลาดตะวันตก
“คุณแค่เห็นการชื่นชมมัน…ผู้คนมองเห็นไอเดียที่มุ่งมั่นนั้นและเข้าใจได้ว่ายังมีอะไรอีกมากมายเกี่ยวกับมัน” เขากล่าว
อ่านเพิ่มเติม: รยา วรรณภิญโญ ผู้ร่วมก่อตั้ง Gentlewoman แบรนด์แฟชั่นไทยที่สร้างปรากฏการณ์รีเทลใหม่ ย้ำการช้อปปิ้งในร้านค้าจริงยังคงความสำคัญ

Above คอลเล็กชั่น Autumn 2024 สำหรับผู้ชายจาก Thom Browne (ภาพ : Thom Browne)

Above ลายทางอันเป็นเอกลักษณ์ของ Thom Browne (ภาพ : Thom Browne)
แบรนด์นี้ซึ่งขยายไลน์ครอบคลุมเสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย วางขายใน 40 ประเทศ ซึ่งก้าวมาไกลมากจากจุดเริ่มต้นเมื่อเขานำเสนอชุดสูทห้าแบบที่มีคัตติ้งต่างกัน โดยทั้งหมดเป็นกางเกงเอวสูงและแจ็คเก็ตที่รัดจิ๋ว ในแบบที่ดีไซเนอร์เองชอบเป็นการเฉพาะตัว เสื้อผ้าเหล่านี้ขายในร้านเล็กๆ ที่เปิดให้เข้าชมผ่านการนัดหมายเท่านั้นในย่าน West Village ของนิวยอร์ก
Thom ย้ายจากลอสแอนเจลิสมาอยู่นิวยอร์กในต้นทศวรรษ 2000s และตั้งใจที่จะหาที่ทางสร้างความสำเร็จของตัวเองให้ได้ในภูมิทัศน์แฟชั่นที่แน่นขนัดนี้ แทนที่จะแค่สร้างแบรนด์หนึ่งขึ้นมา เขาเริ่ม “แนะนำ (การตัดเย็บ) อีกครั้งในแบบฉบับที่สร้างรายละเอียดอันน่าสนใจ เพราะสิ่งสุดท้ายที่ผมรู้สึกว่าคนต้องการก็คือดีไซเนอร์อีกคนหนึ่งนั่นเอง”
อ่านเพิ่มเติม: ธีรพจน์ ธีโรภาส ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kitt.Ta.Khon บอกเล่าถึงงานคราฟต์ไร้พรมแดน แฟล็กชิปสโตร์ย่านเจริญกรุง เก้าอี้ซักผ้า และห้าปีของแบรนด์

Above รายละเอียดของคอลเล็กชั่น AW24 (ภาพ: Thom Browne)

Above รายละเอียดของคอลเล็กชั่น AW24 (ภาพ: Thom Browne)
การมุ่งความสนใจไปที่การสร้างชิ้นงานคลาสสิกขึ้นมาอีกครั้งผ่านการวางสัดส่วนใหม่กลายมาเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพในความงามแบบ Thom Browne
“ผมอยากดูให้แน่ใจว่าผมกำลังทำบางสิ่งที่เป็นเหตุผลถึงคุณค่าในการมีอยู่ของผม” เขาอธิบาย “ผมชอบเล่นกับเรื่องสัดส่วนมาก และรับความคิดที่ว่าผู้คนคิดว่าพวกเขาเข้าใจแต่จริงๆ แล้วไม่เข้าใจ”
แต่ในช่วงแรกๆ คนหลายคนไม่เข้าใจหรือไม่เปิดรับคอลเล็กชั่นของเขา
“ผมรู้สึกว่าบางครั้งผู้คนมองออกถ้าคุณกำลังยัดเยียดไอเดียที่ไม่ได้แสดงถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณให้กับเขา” เขากล่าว
“ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คอลเล็กชั่นของผมประสบความสำเร็จ ต้องใช้เวลาเกือบห้าปีกว่าที่ผู้คนจะพิจารณามันจริงๆ ด้วยซ้ำ และผมคิดว่าพวกเขาเพียงแค่เริ่มพิจารณามันก็เพราะเห็นว่า (ผม) ชอบมันมากจริงๆ และมันเป็นบางอย่างที่ส่วนตัวสำหรับผมมาก ผมรู้สึกว่านี่แหละคือของของผม”
Joyce Ma ผู้ก่อตั้งร้าน Joyce Boutique บูติกหรูผู้บุกเบิกในฮ่องกงและเป็นผู้กำหนดภูมิทัศน์ร้านค้าปลีกของเมืองนี้ตลอดจนในเอเชียตะวันออกในทศวรรษ 1970s เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Thom
“Joyce คือหนึ่งในคนแรกๆ ที่โอบรับคอลเล็กชั่นของผมจริงๆ และรู้สึกว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้ค้าขายรุ่นเก่าที่มีวิสัยทัศน์แบบนี้ จึงเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผมมากที่ได้กลับมายังร้าน Joyce Boutique” เขากล่าว
ระหว่างการมาเยือนของเขา เจ้าของบูติคแห่งนี้ก็ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดโปรแกรมงานต่างๆ ทั่วเมือง ซึ่งรวมถึงการให้บริการวัดตัวเพื่อตัดเย็บแบบลิมิเต็ด รวมถึงการเปิดให้คนที่สนใจแฟชั่นจริงๆ ได้เห็นผลงานการรังสรรค์ล่าสุดของเขาบนรันเวย์ได้อย่างใกล้ชิดขึ้น

Above Thom Browne คอลเล็กชั่น AW24 จัดแสดงที่บูติก Joyce Pacific Palace boutique (ภาพ : Joyce Boutique)
ระหว่างที่ Tatler นั่งพูดคุยกับดีไซเนอร์คนนี้ที่มุมหนึ่งของบูติก Thom Browne ที่แลนด์มาร์ก เห็นได้ชัดว่าความหลงใหลในการรังสรรค์งานของเขานั้นแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“มันพัฒนาไปมากเหลือเกิน แต่ผมรู้สึกว่ามันพัฒนาไปในหนทางที่ดีที่สุด ผมรู้สึกว่าใช่มาตลอด ณ จุดที่มันเริ่มต้นตั้งแต่แรก” ชายผู้แต่งกายในเสื้อเชิ้ตขาวตัวเนี้ยบกริบ คาร์ดิแกน เบลเซอร์เข้ารูป กางเกงขาสั้นแบบเด็กชาย เนกไทที่เข้ากัน และรองเท้าโบรกหนังสีดำเสมอมา กล่าว
ข้อเท็จจริงที่พึงควรรู้คือ เขาหยุดใส่กางเกงขายาวมาตั้งแต่ปี 2013
“ผมรู้สึกเสมอเมื่อเริ่มต้นทำคอลเล็กชั่นของตัวเองว่า ถ้าผมเองยังไม่ใส่มัน แล้วผมจะไปคาดหวังให้คนอื่นอยากจะใส่มันได้อย่างไรกัน”

Above ภาพถ่ายของทอม บราวน์ ณ ร้าน Thom Browne ภายในศูนย์การค้า Landmark ในฮ่องกง (ภาพ: Tatler Asia/Zed Leets)

Above Thom Browne (ภาพ: Tatler Asia/Zed Leets)
แนวทางการพัฒนาของ Thom นั้นละเอียดอ่อนแต่ก็มีความหมาย คอลเล็กชั่นแต่ละชุดนำเสนอสัดส่วนและการตีความที่แตกต่างกันของสุนทรียศาสตร์หลักของเขา โดย "เริ่มต้นจากมุมมองที่ปรับแต่งมาอย่างดีแล้วทำให้ภาพลักษณ์คลาสสิกนั้นดูน่าสนใจ"
แทนที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นเต้น Thom เสนอมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับรหัสที่เขามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจจากมหาวิทยาลัย สไตล์เรียบๆ และความรักในกีฬา อย่างไรก็ตาม เขารีบชี้ให้เห็นว่าคอลเลกชั่นของเขามีมากกว่าแค่รูปร่างเดียว
"สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราทุกคนในอนาคตก็คือ คอลเล็กชั่นนี้มีอะไรมากกว่าแค่แนวคิดเดียว" Thom กล่าว
วิถีของ Thom ที่มีต่อวิวัฒนาการนั้นละเอียดอ่อนแต่ก็เปี่ยมด้วยความหมาย แต่ละคอลเล็กชั่นแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนที่แตกต่างกันไปและการตีความแก่นแท้ความงามของเขาเสมอมา “เริ่มจากมุมมองที่ถูกปรับแต่งแบบเฉพาะและทำให้ภาพลักษณ์แสนคลาสสิกดูน่าสนใจ” แทนที่จะนำเสนอความแตกต่างแบบเล่นใหญ่ Thom นำเสนอมุมมองสดใหม่ของหลักการที่เขายึดมั่น นั่นคือแรงบันดาลใจจากมหาวิทยาลัย สไตล์เพรปปี้ และความรักในกีฬา ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รีรอที่จะชี้ให้เห็นว่าคอลเล็กชั่นของเขานั้นมีมากกว่าหนึ่งซิลูเอตแน่ๆ
“สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราทุกคนในอนาคตก็คือมีอะไรมากมายในคอลเล็กชั่นเกินกว่าที่จะมีไอเดียเพียงหนึ่งเดียว” เขากล่าว

Above Thom Browne กลับสู่นิวยอร์กอีกครั้งเพื่อแสดงโชว์คอลเล็กชั่น AW24
(ภาพ: Thom Browne)
ผมรู้สึกเสมอเมื่อผมเริ่มต้นทำคอลเล็กชั่นของตัวเองว่าถ้าผมเองยังไม่ใส่มัน แล้วผมจะไปคาดหวังให้คนอื่นอยากจะใส่มันได้อย่างไรกัน
กว่าหนึ่งทศวรรษของการโชว์การตัดเย็บที่พิถีพิถันในภูมิทัศน์แห่งความฝันอันดูเหมือนโลกในละคร ในที่สุดดีไซเนอร์ชาวอเมริกันคนนี้ผู้ได้รับเกียรติถึงสามครั้งด้วยรางวัลดีไซเนอร์เครื่องแต่งกายชายแห่งปีโดยสภานักออกแบบแฟชั่นแห่งอเมริกา (Council of Fashion Designers of America - CFDA) ก็ได้เปิดตัวเสื้อผ้ากูตูร์ของเขาที่ปารีสในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูหนาว 2023 สำหรับ Thom แล้ว แนวทางสำหรับเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเสื้อผ้ากูตูร์นั้นไม่ต่างกันเลย
“ผมทำมันแบบเดียวกับทุกคอลเล็กชั่นที่ผ่านมา ไม่มีอะไรต่างกันมากนักในแง่ของแนวความคิด ระดับนั้นอาจแตกต่างกันแต่แนวทางนั้นเป็นแบบเดียวกัน การเล่าเรื่องก็เหมือนกัน” เขากล่าว
“ผมอยากให้ผู้คนได้เห็นคุณภาพของสิ่งที่ผมทำ และสำหรับผมแล้ว ของที่แฟชั่นจ๋าที่สุดบางอย่างซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในวงการแฟชั่นก็คือการทำแฟชั่นให้ดีมากๆ เท่านั้นเอง”
Above คอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2024 ของ Thom Browne (ภาพ: Thom Browne)

Above คอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2024 ของ Thom Browne (ภาพ: Thom Browne)
สำหรับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิง Autumn/Winter 2024 นี้ Thom เล่นกับเรื่องราว The Raven ซึ่งเป็นบทกวีในปี 1845 ของ Edgar Allan Poe และใส่อารมณ์ความดำหม่นที่มากขึ้นแต่ยังเพ้อฝันลงไปในการตัดเย็บอันเป็นซิกเนเจอร์ของเขา
เรายังคงได้เห็นเทคนิคของเขาในคอลเล็กชั่นเปิดตัวชุดกูตูร์กับไลน์อัปที่ผสมผสานซิลูเอตที่มีโครงสร้างคลาสสิกและบิดเบี้ยวผิดรูป รวมถึงโอเวอร์โค้ทตกแต่งผ้าทวีดที่จับคู่กับชุดกระโปรงทรงดินสอสีดำ และชุดทักซิโดที่ทำขึ้นใหม่ซึ่งแสดงให้เห็นแนวทางอันเปี่ยมนวัตกรรมของอเทลิเยร์นี้ต่อสไตล์แบบดั้งเดิม บนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและต้นไม้ยักษ์ที่ห่มคลุมด้วยผ้าพองสีดำ เราได้เห็นเครื่องแต่งกายบางชุดที่มีดีไซน์เชิงประติมากรรมและดูเหมือนจะลอกออกมาเป็นชั้นๆ ได้ ซึ่งปลุกให้เรานึกถึงภาพของนกสีดำที่กำลังผลัดขนอยู่
แฟชั่นโชว์เหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญของการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ของ Thom
“งานโชว์เสื้อผ้ากูตูร์ในเดือนกรกฎาคมเป็นการเฉลิมฉลองธีมกีฬาโอลิมปิก และความจริงที่ว่ากีฬานั้นเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับผม” เขาพูดถึงงานแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2024 และเมื่อพิจารณาว่าเสื้อผ้าโอต์กูตูร์เปรียบได้กับกีฬาโอลิมปิกของวงการแฟชั่น งานแฟชั่นโชว์นี้จึงตระการตามาก โดยงานนี้เกิดขึ้นก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสจะเริ่มขึ้นไม่ถึงหนึ่งเดือน และเป็นการคารวะต่อการแข่งขันกีฬาอันเป็นประวัติศาสตร์นี้

Above เบื้องหลังโชว์กูตูร์ Autumn/Winter 2024 ของ Thom Browne (ภาพ: Thom Browne)

Above เบื้องหลังโชว์กูตูร์ Autumn/Winter 2024 ของ Thom Browne (ภาพ: Thom Browne)
เหล่านางแบบนายแบบโพสท่าที่ดูไม่ต่างจากนักกีฬาแสนคลาสสิก แล้วทำลายความคาดหวังในแบบขี้เล่นระหว่างที่เดินไปรอบๆ ภูมิทัศน์ที่เกือบจะขาวโพลนทั้งหมดนั้น วิธีการทำงานกับผ้ามัสลินซึ่งแต่เดิมถูกใช้เพื่อการขึ้นรูปตัวอย่างอย่างเปี่ยมนวัตกรรมของบราวน์ถือเป็นการท้าทายธรรมเนียมปฏิบัติ โดยการเปลี่ยนโฉมผ้าพื้นๆ นี้ให้กลายเป็นผืนผ้าใบของความสวยงามแบบกูตูร์ และตอกย้ำความเชื่อที่ว่าความงามสามารถปรากฏขึ้นจากสิ่งที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ได้
องค์ประกอบเชิงกีฬา อาทิ กระโปรงเทนนิสและรองเท้าแทร็กบูทแบบผูกเชือกถูกผสานอย่างไร้รอยต่อกับชุดราตรีที่แสนตระการตา เผยให้เห็นกลิ่นอายอันเป็นซิกเนเจอร์ของบราวน์ในการผสมผสานความเป็นทางการเข้ากับความขี้เล่นได้ และนำไปสู่การแสดงความคารวะต่อกีฬาโอลิมปิกอันรุ่งโรจน์อย่างตื่นตาตื่นใจ โดยมีนางแบบที่สวมเสื้อโค้ทสีทองแดง สีเงิน และสีทอง
บางครั้งงานออกแบบที่ซับซ้อนและความเป็นงานฝีมือที่เติบโตเต็มที่ของเขาซึ่งหยั่งรากในการตัดเย็บ ทำให้ผู้คนพากันวิเคราะห์มากเกินไปและครุ่นคิดอย่างใช้สติปัญญาและเหตุผลมากเกินไปในเนื้องานของเขา แต่ชายวัย 59 ปีคนนี้กล่าวว่าเขาเพียงหลีกเลี่ยงความยั่วยวนใจเท่านั้นเอง
“ผมแค่ทำสิ่งต่างๆ ที่ผมชอบทำและนั่นคือตัวตนที่แท้จริงของผม” Thom กล่าว “ผมไม่เคยคิดจริงๆ เลยว่าผมควรจะทำอะไร ที่ผ่านมาผมทำ (ในสิ่งที่ผมอยากทำ) เกือบจะโดยสัญชาตญาณแทบทั้งสิ้น”
แนวทางตามสัญชาตญาณนี้ช่วยให้ธุรกิจของ Thom Browne ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำอย่าง Samsung และ Baccarat รวมไปถึงการแต่งกายให้กับสโมสรฟุตบอล Barcelona ไปจนถึงการร่วมมือกับ Frette ในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านสุดพิเศษในปีนี้
เขายังเป็นแขกคนโปรดในงานพรมแดงอีกด้วย เสื้อผ้ากูตูร์ของ Thom Browne ที่ตีความธีมโจทย์ของงาน Met Gala ได้สร้างลุคที่น่าจดจำมากที่สุดบางลุคในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผ่านดาราหลายคน อาทิ Solange Knowles, Cardi B และ Gigi Hadid
“ผมรู้สึกเสมอว่ามันเกือบเหมือนความสัมพันธ์อันดี ไม่ใช่แค่อะไรบางอย่างที่เราทำขึ้นเพื่อธุรกิจเท่านั้น” เขาพูดถึงการแต่งตัวให้บรรดาคนดัง

Above Gigi Hadid ในงาน Met Gala 2024 (ภาพ: Getty Images)

Above Cardi B ในงาน Met Gala 2019 (ภาพ: Getty Images)
แน่นอนอยู่แล้วที่ Thom สนใจงาน Met Gala เป็นการส่วนตัวเพราะว่า Andrew Bolton พาร์ทเนอร์ที่คบหากันมายาวนานของเขามีตำแหน่งเป็นหัวหน้าภัณฑารักษ์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน เมื่อพูดถึงธีมงานปี 2025 ที่ใช้ธีมว่า Superfine: Tailoring Black Style Thom กล่าวว่า “ผมชอบความคิดที่ว่า Andrew เป็นคนทำโชว์นี้ และเป็นโชว์ที่กล้าหาญมากจริงๆ มันเปี่ยมด้วยสติปัญญามาก บางทีอาจจะเป็นหนึ่งในโชว์ที่ท้าทายที่สุดเลยก็ว่าได้ เขาทำมันออกมาได้ดีมาก ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่สำคัญที่สุดในวงการแฟชั่น และผมก็รักวิธีที่เขาแนะนำไอเดียที่แสนบรรเจิดเหล่านี้ในโลกแฟชั่น”
แล้วเขาพร้อมหรือยังสำหรับคำขอให้ทำเครื่องแต่งกายสำหรับงานปีหน้านี้ “ผมชอบทำชุดให้โชว์นี้เพราะว่าผมพบว่ามันคือวิธีของผมในการเฉลิมฉลองงานของ Andrew” เขากล่าว
บางทีความหลงใหลและความมานะอุตสาหะกับสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ชาวอเมริกันที่สำคัญที่สุดในรุ่นนี้ คือวิสัยทัศน์ของเขาในการสร้างโลกที่ทุกคนสามารถค้นพบความเป็นปัจเจกในความเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเห็นได้กับคนที่มีชื่อเสียงหรือเห็นได้ในชีวิตจริง คนที่เลือกสวมใส่ Thom Browne นั้นเป็นที่จดจำได้ในทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็หาวิธีแสดงออกถึงความเป็นตัวเองได้อย่างโดดเด่น
“ผมชอบความคิดของการเป็นหนึ่งเดียวกัน และผมก็ชอบที่จะให้คุณได้เห็นความเป็นปัจเจกภายในเครื่องแบบที่ดูเหมือนกันนั้น มันจึงเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผมทำ” Thom บอก ในอุตสาหกรรมแฟชั่นวันนี้ ซึ่งมักให้ค่ากับความใหม่มากกว่าความสม่ำเสมอ และ ณ จุดที่ดีไซเนอร์ต้องดิ้นรนเพื่อสู้รบปรบมือกับอัลกอริทึม แบรนด์ Thom Browne ได้ยืนหยัดผ่านกาลเวลาโดยคงความมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง

Above ร้าน Thom Browne ที่ Landmark ในฮ่องกง (ภาพ: Thom Browne)
ในฐานะประธานของ CFDA Thom ได้ลงทุนลงแรงอย่างมากกับการอุปถัมภ์ดีไซเนอร์รุ่นเยาว์ เป้าหมายหลักของเขาคือการดูให้แน่ใจว่า “ความสำเร็จของคนรุ่นถัดไป ไม่ใช่แค่เพียงดีไซเนอร์ที่กำลังออกแบบให้บริษัทอื่นแต่เป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองจริงๆ คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าสำคัญที่สุด”
คำแนะนำของเขาต่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่กำลังสร้างชื่อนั้นเรียบง่าย นั่นคือไม่มีทางลัดใดๆ หรอก “บางครั้งดีไซเนอร์รุ่นเยาว์ไม่ตระหนักว่างานนี้มันยากเย็นแค่ไหนและต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ความคิดที่ว่าแค่ออกแบบอะไรบางอย่างให้ดี ดีมากๆ… เป็นส่วนใหญ่นั้น มันไม่ใช่แค่การออกแบบอะไรบางอย่างแล้วจู่ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จขึ้นมา” Thom ย้ำ
“มันขึ้นอยู่กับดีไซเนอร์คนนั้นในการสร้างสรรค์บางอย่างที่มีความสำคัญมากพอ มีความยั่งยืน และทำในสิ่งที่มีคุณภาพ เพราะคุณภาพเป็นสิ่งน่าสนใจเสมอสำหรับผู้คน"

Above Thom Browne (ภาพ: Tatler Asia/Zed Leets)
ผมชอบไอเดียของการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และก็รู้สึกได้ด้วยว่าเราสามารถมองเห็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนได้ในความเป็นหนึ่งเดียวกันนั้น นี่คือส่วนหนึ่งของงานที่ผมทำ
ขณะที่เขาเริ่มก้าวสู่อีกหนึ่งทศวรรษในการทำแบรนด์ของตัวเอง Thom Browne ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดในการรังสรรค์งานของเขาต่อไปในขณะที่ยังรักษาคุณค่าที่ทางแบรนด์ยึดถือไว้ไม่มีเปลี่ยน “มันก็แค่การทำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในหนทางที่ดีที่สุด เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกว่ามันยังคงเป็นอย่างที่มันเป็น ณ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง”
This story was originally written in English by Cherry Mui.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2024 โดย Cherry Mui โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Style spotlight: 7 โมเมนต์แฟชั่นสุดโดดเด่นของ รีเบคก้า ‘เบ็คกี้’ แพทรีเซีย อาร์มสตรอง
Topics
























