Gentlewoman แบรนด์แฟชั่นไทยที่เน้นผสมผสานประสบการณ์ช้อปปิ้งดิจิทัลและร้านค้าเข้าด้วยกัน พร้อมเชื่อมโยงแฟชั่นกับศิลปะร่วมสมัย ในโอกาสครบรอบ 6 ปี แบรนด์ยังคงเติบโตต่อเนื่องด้วยวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้าง
Gentlewoman แบรนด์แฟชั่นไทยที่เป็นมากกว่าแค่การนำเสนอเครื่องแต่งกาย แต่ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์และความหลากหลายของผู้หญิงยุคใหม่ ภายใต้การนำของ แพง รยา วรรณภิญโญ บูม จิตพล ศิริวัฒนเมธางกูร รวมถึง ต่าย สิริภา เรืองวุฒิสกุลชัย สามผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้พลิกโฉมวงการรีเทลแฟชั่นของไทย ผ่านการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ผสานโลกดิจิทัลและร้านค้าอย่างไร้รอยต่อ พร้อมเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับศิลปะร่วมสมัย
อ่านเพิ่มเติม: Tatler Weekend ประเทศไทย: เบื้องหลังเคล็ดลับสู่ความสำเร็จระดับเอเชียและสากล
ในโอกาสครบรอบ 6 ปี Gentlewoman ไม่เพียงเฉลิมฉลองความสำเร็จ แต่ยังตอกย้ำจุดยืนในฐานะแบรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้าง การปรับตัวที่ไม่หยุดนิ่ง และการผสมผสานมุมมองของทีมงานต่างเจเนอเรชั่น ที่ช่วยผลักดันแบรนด์ให้เป็นหนึ่งในตัวแทนแฟชั่นไทยที่มีความโดดเด่นในภูมิภาค
การเดินทางที่เติบโตไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง
“หากพอจำได้ ภาพแรกของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน ต้องเรียกว่าต่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านสาขาแรก หรือว่าภาพแคมเปญชุดแรกๆ ” แพง รยา วรรณภิญโญ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่เน้นการนำเสนอชุดทำงานที่มีความเป็นแฟชั่นเข้ามาผสมผสาน
“ช่วงนั้นเรามองว่าเสื้อผ้าทำงานก็สามารถมีความสนุกได้ โดยอิงจากไลฟ์สไตล์ของตัวเองและเพื่อนๆ ซึ่งอยากได้อะไรที่เป็นทางการแต่ยังคงมีเอกลักษณ์และลูกเล่น” แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปในช่วงการระบาดใหญ่ “เราปรับตัวทั้งสินค้าและแบรนด์ดิ้งทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับสิ่งที่ลูกค้าต้องการในช่วงเวลานั้น” แพงเล่า
จากวันแรกที่มุ่งเน้นชุดทำงาน วันนี้ Gentlewoman กลายเป็นแบรนด์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งผ่านเสื้อผ้าที่หลากหลาย ภาพลักษณ์ที่ทันสมัยดึงดูดใจและไปไกลกว่านั้น
“ในโมเมนต์ปัจจุบัน Gentlewoman ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อายุ” เธออธิบาย “แฟชั่นไม่ใช่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของสไตล์และความชอบมากกว่า เราเห็นคุณแม่ที่ชอบแต่งตัวให้ลูก หรือผู้ใหญ่ที่เลือกใส่เสื้อผ้าของเรา แล้วเด็กเองก็อยากแต่งตัวให้ดูโตขึ้น ทุกคนสามารถสนุกกับการแต่งตัวได้ในแบบของตัวเอง”
แน่อนว่าแบรนด์ได้ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้อย่างสร้างสรรค์
ความสำเร็จที่มาจากการผสมผสานหลายปัจจัย
ความสำเร็จของ Gentlewoman มาจากการผสมผสานหลายปัจจัยที่ช่วยผลักดันแบรนด์ให้เติบโต เริ่มจากการเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง โดยการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
“เราเริ่มต้นจากการขายออนไลน์และเปิดร้านแรกที่ Siam Square One แต่การช้อปปิ้งในร้านก็เปรียบเหมือนการเล่าเรื่องของแบรนด์อย่างหนึ่ง”
แพงกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ พนักงาน และลูกค้า อีกทั้งการร่วมงานกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยและการทำไลเซนซิ่งกับตัวละครที่เป็นที่รู้จัก เช่น Disney และล่าสุดกับ Emoji ยังช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายให้กับแบรนด์
นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการทำงานร่วมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งช่วยขยายภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้กว้างขวางขึ้น
“อินฟลูเอนเซอร์เป็นกระบอกเสียงของแบรนด์ พวกเขาช่วยสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าเสื้อผ้าของเราสามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้จริงและเป็นความเห็นที่สื่อสารออกมาอย่างจริงใจ” เธอเสริม
“ถ้าเรามีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ดิ้งที่ดี แต่ไม่มีใครเห็น ก็ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้”

Above แพง รยา วรรณภิญโญ ที่ร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ของแบรนด์ Gentlewoman ณ One Bangkok แลนด์มาร์กใหม่กลางใจกรุงเทพ
“การสร้างแบรนด์ Gentlewoman เป็นการเติบโตทีละก้าว ทุกวัน ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างฉับพลัน แต่สิ่งที่เติมเต็มความสุขคือการได้เห็นผู้คนใช้สินค้าของเรา และรับคำชื่นชมจากลูกค้า”
การช้อปปิ้งระหว่างร้านค้าออนไลน์ และร้านค้าจริง
ในยุคที่ร้านค้าออนไลน์ และโซเชียลคอมเมิร์ซกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Gentlewoman ยังคงพิสูจน์ว่าแบรนด์สามารถประสบความสำเร็จโดยไม่ทิ้งการเชื่อมโยงแบบดั้งเดิม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว แพงยังมองว่า ร้านออฟไลน์จะเป็นประสบการณ์ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการช้อปปิ้งออนไลน์ได้ด้วย
"ในช่วงเริ่มต้นที่เปิดร้านแรก เราไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องรีเทลมากนัก ยังเป็นแบรนด์ใหม่และยังไม่มีพื้นที่ๆ สื่อถึง Gentlewoman อย่างแท้จริง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็ได้เรียนรู้และพัฒนาขึ้น การเลือกโลเคชั่นที่ดีและการปรับแบรนด์ดิ้งของหน้าร้านก็มีส่วนสำคัญ" เธอกล่าวถึงการเปิดร้านที่เน้นการสร้างประสบการณ์
"ร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดที่โครงการ One Bangkok เน้นการให้ลูกค้าได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์และความเป็นศิลปะ แม้คนจะคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น แต่การสัมผัสสินค้าและบรรยากาศในร้านก็ยังคงมีเสน่ห์ที่ไม่สามารถทดแทนได้"
เธอยังเผยว่า Gentlewoman อาจขยายร้านไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคในอนาคต
“เราคุยถึงความเป็นไปได้เรื่องนี้กับพันธมิตรด้านรีเทลที่สำคัญๆ หลายแห่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น”
การทำงานกับเจเนอเรชั่นใหม่และมุมมองเปิดกว้าง
Gentlewoman กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์และความสดใหม่ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของผู้ร่วมก่อตั้งที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของทีมงานจากหลากหลายเจเนอเรชั่น ทั้งในด้านอายุและมุมมองทางความคิด การทำงานร่วมกันนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าหลายกลุ่มได้ดีขึ้น และสามารถสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น
“ความคิดที่แตกต่างจากแต่ละเจเนอเรชั่นช่วยให้เรามองเห็นมุมมองใหม่ๆ” แพงกล่าว ความน่าสนใจของ Gentlewoman ยังมาจากความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับกระแสและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
“เรามีคอลเล็กชั่นใหม่ทุกสัปดาห์ ซึ่งการอัปเดตสินค้าอย่างต่อเนื่องนี้เป็นผลจากการที่แบรนด์ยินดีทดลอง และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และความคิดเห็นลูกค้า เราคือองค์กรที่เติบโตจากไอเดีย” เธอกล่าวเสริม
จากทีมงานที่เริ่มต้นเพียงหกคน ปัจจุบัน Gentlewoman มีพนักงานมากกว่า 100 คน ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมภายในที่ให้ความสำคัญกับการเปิดกว้าง โดยทุกคนมีโอกาสนำเสนอความคิดเห็น ภายใต้กรอบของแบรนด์
“เรามีพนักงานที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก”
อ่านเพิ่มเติม: ภารกิจของ Aradhita Parasrampuria ในการเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
การเฉลิมฉลองที่สร้างแรงบันดาลใจที่เปี่ยมความหมาย
งาน Gentlewoman Women The Grand Celebration เพิ่งถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบหกปีของแบรนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ
“มันเป็นงานที่สำคัญและเป็นการเฉลิมฉลองแบรนด์อย่างแท้จริง ตั้งแต่เปิดแบรนด์มา เราเคยมีการเปิดตัวหรือกิจกรรมต่างๆ แต่ครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานที่เต็มรูปแบบและน่าจดจำ เราจัดงานนี้เพื่อขอบคุณทุกคนที่เคยซัพพอร์ตแบรนด์และร่วมงานกันในช่วงที่ผ่านมา”
งานนี้จัดขึ้นในย่านตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่มีส่วนผสมของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิดที่ผสานโลกของศิลปะทันสมัยและแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกัน มีการตกแต่งและดีไซน์ที่โดดเด่น เช่น LED Tunnel และ Circle Stage ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสื่อสารข้อความหลักของแบรนด์
“นอกจากอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยแล้ว ยังมีอินฟลูเอนเซอร์จากประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งชื่นชอบแบรนด์ของเรามาร่วมงานด้วย เป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของสินค้าและความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขวางจริงๆ เราอยากให้แบรนด์สะท้อนถึงความหลากหลายและความสามารถของผู้หญิงในทุกๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ อายุ หรือความชอบ ทุกคนควรจะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้"
ความรู้สึกขอบคุณและการสร้างแบรนด์
“การสร้างแบรนด์ Gentlewoman เป็นการเติบโตทีละก้าว ทุกวัน ทุกชั่วโมง ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างฉับพลัน แต่สิ่งที่เติมเต็มความสุขคือการได้เห็นผู้คนใช้สินค้าของเรา และรับคำชื่นชมจากลูกค้า โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศที่ประทับใจและเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้ฟัง การได้ยินคำชมเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่าความพยายามที่ลงไปนั้นคุ้มค่า” แพงกล่าว
หากเธอสามารถให้คำแนะนำกับตัวเองในช่วงเริ่มต้นได้ เธอจะบอกว่า การเติบโตของแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแบบรวดเร็วทันใจ แต่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ต้องใช้เวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนแบรนด์ตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วน ทีมงาน หรือผู้ที่ยืนเคียงข้างในทุกสถานการณ์ แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากและในเวลานี้ที่แบรนด์มาถึงจุดที่ ‘เกินคาด’
อ่านเพิ่มเติม:
ขนิษฐา ดรุณเนตร กับคอลเล็กชั่นหญิงยุคใหม่จาก Canitt สีที่มาแรงที่สุด และไอเท็มตัวเลือกเด่นสำหรับวันหยุดปลายปี
เปิดตัวคอลเล็กชั่นชุดเจ้าสาวอย่างเป็นทางการครั้งแรกจาก Landmeé ที่ เนตรดาว วัฒนะสิมากร ถักทอจากหัวใจ
ความมุ่งมั่นของ เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ในการก่อตั้งแบรนด์ Floétique ที่ยึดมั่นหลักการพัฒนายั่งยืนอย่างเคร่งครัด
Topics





