พบกับ Aradhita Parasrampuria นักออกแบบสาวผู้มีวิสัยทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นด้วยนวัตกรรม กับการเชื่อมโยงเทคโนโลยีชีวภาพและการออกแบบ
“ในแต่ละปี มีการผลิตเครื่องประดับแฟชั่นจำนวน 4 หมื่นล้านชิ้น และเสื้อผ้าตกแต่งลูกปัดอีก 2 หมื่นล้านชิ้น ซึ่งถูกสวมใส่เฉลี่ยเพียง 5 ครั้งก่อนที่จะถูกทิ้ง” Aradhita Parasrampuria นักออกแบบจากอินเดียที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ บอกเล่าประสบการณ์ที่เธอได้เห็นผลกระทบด้านลบของอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วยตาของตัวเอง
“คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการผลิตเสื้อผ้าประดับลูกปัดทั่วโลกคือคนงาน เด็ก ๆ ราว 200,000 คนในอินเดียต้องทนทุกข์จากโรคหอบหืด สูญเสียการมองเห็น และแม้กระทั่งเป็นมะเร็ง เนื่องจากวัสดุและสีย้อมที่เป็นพิษ”
Aradhita กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกปัดจำนวนหลายแสนล้านลูกที่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมเหล่านี้มักไม่สามารถรีไซเคิลได้เนื่องจากองค์ประกอบของตัวลูกปัดและขนาดเล็ก จึงกลายเป็นไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและทั้งคนทำงาน
“ต้องมีการคิดใหม่หมดทั้งเรื่องกระบวนการทำงานและวัสดุที่ใช้” Aradhita กล่าว
อ่านเพิ่มเติม: นิว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต คลื่นลูกที่สามแห่ง 'อาณาจักรเสียงหัวเราะ'
เส้นทางของ Aradhita จากรัฐคุชราตของอินเดีย หนึ่งในรัฐที่เป็นเครือข่ายผลิตสิ่งทอหลักของโลก สู่นครนิวยอร์กมีความซับซ้อนและน่าสนใจ พื้นฐานความรู้ด้านสิ่งทอของเธอถูกหลอมรวมกับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการออกแบบที่มีความยั่งยืน
Aradhita เคยทำงานในโรงงานสิ่งทอที่คุชราต และเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เธอเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสิ่งแวดล้อมจากสีย้อมสังเคราะห์ เธอเห็นน้ำจืดที่ถูกปนเปื้อนและการสัมผัสสารพิษที่ส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งและโรคหอบหืดในกลุ่มคนงาน
เมื่อฉันกลับไปที่คุชราตช่วงที่เรียนอยู่ปีหนึ่ง เพื่อที่จะทำงานในโรงงานสิ่งทอ ฉันเห็นความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพด้วยตาตัวเอง เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก มันทำให้ฉันตระหนักว่าแพสชั่นในการออกแบบของฉันควรต้องสอดคล้องกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าความสวยงาม
“จุดเปลี่ยนคือเมื่อฉันกลับไปที่คุชราตช่วงที่เรียนอยู่ปีหนึ่ง เพื่อที่จะทำงานในโรงงานสิ่งทอ ฉันเห็นความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพด้วยตาตัวเอง เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก มันทำให้ฉันตระหนักว่าแพชชันในการออกแบบของฉันควรต้องสอดคล้องกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าความสวยงาม”
ความเป็นจริงที่กระทบใจ Aradhita เป็นแรงบันดาลใจให้เธอเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น และทำให้เธอค้นพบในไม่ช้าว่าแนวความคิด “แฟชั่นที่มีจริยธรรม” ที่ผ่านมาถูกชี้นำแบบผิดๆ
Above งานเลี้ยงฉลองครบรอบ 10 ปีของมูลนิธิ Swarovski และโครงการ Creatives For Our Future ที่องค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2023 ในนครนิวยอร์ก (ภาพ: Dave Kotinsky/Getty Images สำหรับมูลนิธิ Swarovski)
เธออธิบายว่าการออกแบบและการผลิตขาดความสอดคล้องอย่างมาก แม้แต่วัสดุที่ดูเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ อย่าง ไม้ไผ่และสีย้อมธรรมชาติ ก็ยังสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมได้ เธอจึงเริ่มเปลี่ยนความสนใจมาที่ตัววัสดุและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง และสามารถประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตขนาดใหญ่ได้
Aradhita พัฒนาแบคทีเรีย BS1 เพื่อผลิตสีย้อมผ้าที่สดใส มีการใช้โปรตีนสีเขียวเรืองแสง (Green Fluorescent Protein – GFP) ประกอบเพื่อสร้างวัสดุที่เรืองแสงได้ตามธรรมชาติ ความเพียรพยายามของเธอส่งผลในที่สุด เธอสามารถทำให้ผู้ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมแฟชั่นเชื่อได้ว่า แฟชั่นที่มีความยั่งยืนก็สามารถดึงดูดสายตาได้เช่นกัน
ผลงานของ Aradhita ได้ไปจัดแสดงที่งาน New York Fashion Week และในนิตยสาร Vogue และปีที่ผ่านมา เธอยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Forbes 30 under 30 India และได้รับความสนใจจากบริษัทออกแบบกว่า 25 แห่งก่อนที่นวัตกรรมของเธอจะเข้าสู่ตลาดเสียอีก
ปีเดียวกันนี้เองที่เธอได้รับเลือกเป็นผู้ชนะของโครงการ Creatives for Our Future ของมูลนิธิ Swarovski ซึ่งทำให้เธอได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือเพื่อปิดช่องว่างระหว่างวิทยาศาสตร์และการออกแบบ และเตรียมที่จะเปิดตัวบริษัทวัสดุชีวภาพของเธอเอง ภายใต้ชื่อ Cellsense
การเชื่อมโยงสองโลกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย Aradhita เล่าว่าการพยายามเชื่อมโยงโดยไม่มีพื้นฐานทางชีววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจ เธอตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้วัสดุที่ยั่งยืน แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีความรู้เพียงพอที่จะสร้างมันขึ้นมา เธอจึงแสวงหาความรู้จากทุกที่ที่ทำได้ เข้าร่วมหลักสูตรต่าง ๆ พูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ และในที่สุดก็พบ Genspace ซึ่งเป็นห้องทดลองชีววิทยาชุมชนในย่านบรูคลินของนิวยอร์ก
จากการทดลองมากกว่า 130 ครั้งที่ห้องทดลองนี้เอง Aradhita ได้พัฒนาสูตรเฉพาะที่สามารถเปลี่ยนสาหร่ายและเซลลูโลสให้กลายเป็นวัสดุสำหรับประดับตกแต่งที่ทนทานและสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้
“วัสดุประดับแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกและเรซินที่ได้จากปิโตรเลียม แล้วจึงประกอบด้วยมือเข้ากับเสื้อผ้า วัสดุเหล่านี้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และเมื่อถูกทิ้ง ก็จะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนานกว่า 200 ปี ในทางตรงกันข้าม วัสดุประดับของเราจะย่อยสลายภายในสี่สัปดาห์ในสภาพแวดล้อมที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ เช่น ในปุ๋ยหมักที่บ้าน ส่วนผสมทั้งหมดที่เราใช้ไม่มีอันตราย และไม่มีความเสี่ยงจากการทิ้งไม่ถูกวิธี” Aradhita อธิบาย

Above Aradhita Parasrampuria ออกแบบแบคทีเรีย BS1 ให้ผลิตสีย้อมที่สดใสและรวมโปรตีนเรืองแสงสีเขียว (GFP) เพื่อสร้างวัสดุเรืองแสงตามธรรมชาติ (ภาพ: Swarovski Foundation)

Above Aradhita Parasrampuria ออกแบบแบคทีเรีย BS1 ให้ผลิตสีย้อมที่สดใสและรวมโปรตีนเรืองแสงสีเขียว (GFP) เพื่อสร้างวัสดุเรืองแสงตามธรรมชาติ (ภาพ: Swarovski Foundation)
แม้ว่าจะถูกตั้งคำถามว่าถึงความเป็นไปได้ในการผสมผสานเทคโนโลยีชีวภาพกับแฟชั่น Aradhita กลับมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะร่วมมือกับวิศวกรเครื่องกลเพื่ออกแบบเครื่องผลิตลูกปัดและผ้าลูกปัดอัตโนมัติ
“การเดินทางครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่าผู้นำที่แท้จริงคือการยอมรับวิธีการข้ามสาขาและไม่กลัวที่จะท้าทายบรรทัดฐานเดิม”
จนถึงตอนนี้ Aradhita ได้นำงานนวัตกรรมของเธอออกมาใช้จริงแล้ว ผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องประดับที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่าง Roma Narsinghani นักออกแบบอย่าง Ian Allen Greer และแบรนด์ NPOMME
เธอทำงานกับ Roma อย่างใกล้ชิด เปลี่ยนแปลงปรับปรุงหลายครั้งจนได้ความสมบูรณ์ของวัสดุอย่างที่ต้องการ เป็นความร่วมมือที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ Roma สั่งวัสดุจาก Cellsense มาแล้วถึง 6 ครั้ง และผลงานที่ร่วมกันทำถูกสวมใส่โดยคนดังของอินเดียออกงานมากมาย และได้เผยแพร่ในสื่อใหญ่ ๆ ของอินเดียอย่าง The Hindu, India Times และ Grazia India
นอกเหนือไปจากงานในห้องทดลอง Aradhita ได้เป็นผู้นำกระบวนการผลิตขั้นสูง โดยการใช้เครื่องพิมพ์ 3 สร้างแม่พิมพ์ไฮโดรโฟบิกและใช้หุ่นยนต์ในการติดลูกปัดลงบนเนื้อผ้า นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้แรงงาน แต่ยังทำให้กระบวนการผลิตรวดเร็วขึ้นถึง 20 เท่าและประหยัดต้นทุนได้มากกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ทำให้ลูกปัดชีวภาพของเธอสามารถแข่งขันกับผลิตภัฑณ์ที่มีในตลาดได้และสร้างความเป็นไปได้สำหรับการผลิตจำนวนมาก
ย้อนมองการเดินทางที่ผ่านมา Aradhita ย้ำว่าสำคัญมากที่จะมีความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้งกี่ตาม
“ตอนที่พัฒนาสีย้อมจากแบคทีเรีย ฉันล้มเหลวเกินกว่า 500 ครั้ง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ฉันถ่อมตัว และเป็นสิ่งที่หล่อหลอมการเป็นผู้นำของฉัน ฉันได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของความอดทน ความแข็งแกร่ง และการเป็นผู้นำด้วยความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ฉันส่งเสริมให้ทีมมองความล้มเหลวว่าไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นขั้นตอนหนึ่งสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม”
ตอนที่พัฒนาสีย้อมจากแบคทีเรีย ฉันล้มเหลวเกินกว่า 500 ครั้ง
Aradhita ตั้งเป้าจะขยายกิจการของเธอในอุตสาหกรรมแฟชั่นให้กว้างขึ้น และคิดค้นการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ของเธอในงานด้านอื่นๆ มากขึ้น ความต้องการสูงสุดของเธอคือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไปให้พยายามทำงานที่สอดคล้องกับค่านิยมของตัวเอง
“ฉันอยากจะผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างโลกที่มีจิตสำนึกและมีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น”
การได้พบ Mimma Viglezio ผ่านโครงการ Creatives for Our Future ของมูลนิธิ Swarovski มีผลต่อเธออย่างมาก
“การช่วยให้คำปรึกษาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและกลยุทธการตลาดของแบรนด์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประมาณค่าได้ ที่สำคัญที่สุดคือเธอสอนให้ฉันรู้จักพลังของการเสริมสร้างพลังผู้อื่น”
"ปรัชญานี้เป็นแนวทางในการนำทีมของฉัน ฉันพยายามที่จะเข้าใจความทะเยอทะยานของแต่ละคน เคารพความคิดเห็นของพวกเขา และมอบหมายงานที่มีความหมายให้พวกเขา วิธีการนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ และเพื่อเป็นการตอบแทน ฉันได้ร่วมก่อตั้ง Biomaterials Club ที่ Genspace เพื่อช่วยเหลือนักออกแบบที่สนใจวัสดุชีวภาพ โดยช่วยให้พวกเขาจัดการกับความซับซ้อนของการทำงานในห้องปฏิบัติการและการพัฒนาผลงาน การแบ่งปันความรู้และการส่งเสริมชุมชนคือวิธีที่ฉันต่อยอดการเป็นที่ปรึกษาอย่างที่ฉันได้รับมา"
Front & Female Changemakers เฉลิมฉลองเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งของเหล่าผู้หญิงชั้นนำผู้สร้างแรงบันดาลใจและก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทรงอิทธิพลในหลากหลายสาขา โดยนำเสนอมุมมองในชีวิตของพวกเธอและแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการแสวงหาการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าเติบโตอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทางสังคม ผู้นำธุรกิจไ ปจนถึงนักการศึกษา ศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักวิทยาศาสตร์
Front & Female Changemakers เป็นแบบอย่างที่ดีในการสะท้อนศักยภาพของผู้หญิงในการท้าทายสถานะเดิมและแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
This story was originally written in English by Nadja Saraya.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2024 โดย Nadja Saraya โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Yue-Sai Kan และการสร้างพลังให้ผู้หญิงผ่านความสำเร็จของรายการโทรทัศน์กับโปรเจ็กต์ใหม่ในสื่อโซเชียล
ดาโต๊ะ Nicol David และการเดินทางจากตำนานแชมป์โลกสู่การเสริมสร้างพลังให้แก่นักกีฬารุ่นต่อไป





