ดีไซเนอร์แบรนด์ "Vinn Patararin" ที่จับตามองในแวดวงแฟชั่นไทย ได้มาบอกเล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลัง แรงบันดาลใจ และทิศทางของแบรนด์ที่เติบโตและกำลังเป็นที่น่าจับตาที่สุด
ลมร้อนพาเรามาพบกับ แชมป์ วิณ โชคคติวัฒน์ และ ฝน ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ คู่ดีไซเนอร์และเพื่อนสนิทผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Vinn Patararin หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก จากการจัดแสดงผลงานใน New York Fashion Week ไปจนถึงความร่วมมือกับ The Society บนเกาะภูเก็ต ทั้งสองเหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำแนวคิดที่ชัดเจน งานออกแบบที่ไม่หยุดนิ่ง และจุดยืนที่แข็งแรง
ในการสนทนากับ Tatler ครั้งนี้ ทั้งคู่ได้เปิดเผยเบื้องหลังความคิดสร้างสรรค์ การเติบโตของแบรนด์ และความตั้งใจในการผลักดันแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม: Vinn Patararin อีกแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองกับจุดเด่นชัดเจนไม่เหมือนใคร
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าตอนนี้คุณกำลังทำงานอะไรอยู่บ้าง
Vinn Patararin กำลังดำเนินงานสองโปรเจ็กต์หลักควบคู่กันไป โปรเจ็กต์แรกคือความร่วมมือพิเศษสำหรับ The Society โซเชียลสเปซใจกลางย่านเชิงทะเล-บางเทา ภูเก็ตภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Mystic Sunset’ คอลเล็กชั่นไลฟ์สไตล์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลา ‘Golden Hour’ ของเกาะภูเก็ต เราต้องการที่จะถ่ายทอดความรู้สึกของความสนุกสนานและการผ่อนคลายในช่วงเวลานั้น
คอลเล็กชั่นประกอบด้วยไอเท็มหลากหลาย ตั้งแต่ หมวกแก๊ป (ซึ่งเป็นการทำหมวกครั้งแรกของแบรนด์) ผ้าพันคอที่ออกแบบมาสำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เสื่อปิกนิกสำหรับใช้งานกลางแจ้ง ไปจนถึงเสื้อยืดชุดสบายๆ สำหรับการพักผ่อนไปจนถึงชุดราตรีที่เป็นทางการ จุดเด่นที่น่าสนใจคือซิกเนเจอร์ monogram ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นโดยการผสมผสานโลโก้ของแบรนด์ Vinn Patararin เข้ากับโลโก้ของ The Society นอกจากนี้ เราเพิ่งเปิดตัวคอลเล็กชั่นประจำฤดูร้อนด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์หลักที่สองที่เรากำลังโฟกัสในเวลานี้
คอลเล็กชั่น SS25 นี้มีอะไรใหม่และน่าตื่นเต้นอย่างไร
คอลเล็กชั่น ‘Summer Secret’ มาพร้อมกับการทดลองงาน Knitting เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ในแบบที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันผ่านดีไซน์ที่แฝงความเซ็กซี่เอาไว้ หนึ่งในไอเท็มเด่นคือเสื้อกล้ามผ้านิตที่ตกแต่งด้วยลายแฟลร์อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเสื้อผ้านิตเปิดหลังที่เน้นช่วงเอวให้ดูเย้ายวน กระโปรงบอลลูนที่ปรับโครงให้เบาและสวมใส่ง่ายในหน้าร้อน ด้วยเทคนิคเลเซอร์คัทที่ให้มิติใหม่ๆ ส่วนเฉดสีนั้นสื่อถึงสีของกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเล็กชั่น ‘One Night in Bangkok’ ที่เคยจัดแสดงใน นิวยอร์กแฟชั่นวีค ครั้งนี้นับเป็นการนำไอเท็มจากรันเวย์สู่เรียลเวย์อย่างเต็มตัว
ช่วยเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือกับแสนสิริสักหน่อย คุณเลือกโปรเจ็กต์ในการทำงานร่วมกันอย่างไร และจนถึงตอนนี้ มีชิ้นงานไหนหรือโปรเจกต์ใดที่คุณประทับใจเป็นพิเศษบ้าง
ทุกความร่วมมือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะเปิดโอกาสให้พวกเราได้สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า และขยายชุมชนของแบรนด์ออกไป การทำงานคอลลาบอแรชั่นส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันและการสร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่ๆ
Vinn Patararin มองหาพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ศิลปะ และชุมชน แสนสิริในฐานะ design leader สอดคล้องกับค่านิยมเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงที่สร้างแรงบันดาลใจใน ‘Sansiri Phuket + Vinn Patararin’
โปรเจ็กต์หนึ่งที่น่าจดจำเป็นพิเศษคือ ‘One Day in New York’ ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบอินเตอร์เนชั่นแนลครั้งแรกของแบรนด์ โดยเป้าหมายคือการสำรวจว่าชาวนิวยอร์กเกอร์ รวมถึงช่างภาพ อินฟลูเอนเซอร์ และบล็อกเกอร์ จะตีความเสื้อผ้าของ Vinn Patararinในชีวิตประจำวันอย่างไร โปรเจ็กต์นี้ให้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการออกแบบและวิธีการที่เสื้อผ้าเหล่านั้นมีกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
อ่านเพิ่มเติม: แสนสิริ โชว์เคสเสน่ห์ และ คัลเจอร์ เมืองภูเก็ต ผ่าน ‘Sansiri Phuket + Vinn Patararin'
ก้าวสำคัญหรือเส้นทางที่มีค่าที่สุดสำหรับ Vinn Patararin จนถึงตอนนี้คืออะไร
เราได้เริ่มบทบาทใหม่ๆ ในฐานะดีไซเนอร์ไทยบนเวทีโลก นำกลิ่นอายและเรื่องราวของกรุงเทพฯ สู่สายตานานาชาติผ่านโชว์ ‘One Night in Bangkok’ ที่จัดขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของนิวยอร์กแฟชั่นวีคที่ผ่านมาถ่ายทอดมุมมองร่วมสมัย ผ่านดีเอ็นเอหลักของแบรนด์ที่ชัดเจนโดยทั้งหมดกว่า 10 ลุคในคอลเล็กชั่นพิเศษนี้ ต่างก็เลือกที่จะถ่ายทอดซิลูเอตที่ดูสนุกสนาน แต่ก็ยังมีความขี้เล่นแต่งดงามเสมือนเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ที่จะมอบให้ชาวนิวยอร์กเกอร์ได้สัมผัสไปพร้อมกันขณะรับชมโชว์
หนึ่งในเทคนิคเด่นอย่างเลเซอร์คัต ถูกนำกลับมาตีความอีกครั้งบนวัสดุอย่างหนังวีแกนสื่อถึงจุดยืนด้านความยั่งยืน และความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังสานต่อแรงบันดาลใจจากคอลเล็กชั่น Le Panier ด้วย การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการก้าวออกจากพื้นที่เดิม แต่คือการยกระดับผลงานและจุดยืนของแบรนด์ไทยในเวทีแฟชั่นระดับโลก
มองไปข้างหน้า คุณมองเห็นตำแหน่งของ Vinn Patararin ในอนาคตของแฟชั่นอย่างไรบ้าง
การเติบโตของ Vinn Patararin ในนิวยอร์กเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยมีคนดังฮอลลีวูด เช่น SZA, Timothée Chalamet และบอยแบนด์ SEVENTEEN สวมใส่ดีไซน์ของพวกเรา การเติบโตของฐานแฟนคลับและการเป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การได้รับเชิญให้แบรนด์ เข้าร่วมในตารางงานอย่างเป็นทางการของนิวยอร์กแฟชั่นวีค การตอบรับที่ดีและชุมชนที่กำลังเติบโตนี้แสดงให้เห็นว่าที่นั่นจะเป็นจุดหมายสำคัญของแบรนด์ เรากำลังวางแผนที่จะจัดร้านป๊อปอัพในนิวยอร์กทุกสามเดือนต่อไปอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
Disaya Iconology คอลเล็กชั่นแนวคิด androgynous ผลลัพธ์การร่วมสร้างสรรค์ของ ดิษยา สรไกรกิติกูล และ เจมมี่เจมส์ ธีรดนย์
บทสนทนาถึงแฟชั่นแห่งอนาคตกับ Yusuke Takahashi เมื่อเทคโนโลยี งานฝีมือ และความยั่งยืนมาบรรจบกัน
วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข บอกเล่าความสำคัญของงานคราฟต์ การทำงานร่วมกับชุมชน และศิลปะที่สวมใส่ได้ของ Wisharawish
Topics



















