แคปซูลคอลเล็กชั่นของ Teema Rucksajit เป็นงานคอลลาบอเรชั่นกับโรงแรม The Standard Huahin ในโครงการ Artists in Residence
Cover แคปซูลคอลเล็กชั่นของ Teema Rucksajit เป็นงานคอลลาบอเรชั่นกับโรงแรม The Standard Huahin ในโครงการ Artists in Residence (ภาพ: Tatler Thailand)
แคปซูลคอลเล็กชั่นของ Teema Rucksajit เป็นงานคอลลาบอเรชั่นกับโรงแรม The Standard Huahin ในโครงการ Artists in Residence

แบรนด์ Poem, Senada และ Teema Rucksajit แชร์ถึงความเป็นมาและการดำเนินธุรกิจแฟชั่นในประเทศไทยและระดับสากล

จากการเข้ารับช่วงต่อแบรนด์แฟชั่นแถวหน้า ไปจนถึงการสร้างชื่อด้วยต้นทุนความรู้ ความชำนาญภายในครอบครัว ดีไซเนอร์เจนฯ สอง ตั้งใจพาแบรนด์ก้าวไปตามยุคสมัย การตลาดใหม่ ความใส่ใจด้านความยั่งยืนและความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: พลพัฒน์ อัศวะประภา พูดคุยกับ Tatler เรื่องความสำคัญของการสร้างแบรนด์และคอมมูนิตี้ของ Asava Group


BUILDING ON PREDECESSORS

“จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่ทำ รู้สึกว่าเชย และผมก็ไม่เห็นคุณค่าของการตัดเย็บเลย” ฌอน-ชวนล ไคสิริ เล่าย้อนไปเมื่อครั้งที่เขาไม่มีความคิดจะเดินตามรอยคุณแม่ (อรศรี ไคสิริ) เจ้าของห้องเสื้อแบบสั่งตัดขนาดเล็ก หากแต่การก่อตั้งแบรนด์ Poem ขึ้นเมื่อปี 2549 มีเหตุผลหลักคือการนำพาธุรกิจของครอบครัวให้ผ่านพ้นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ เริ่มจากการนำเสื้อแจ็คเก็ตที่ร่วมออกแบบและตัดเย็บไปฝากขายในร้านค้าย่านสยามสแควร์ มีผลลัพท์เป็นยอดขายที่สร้างทั้งความประหลาดใจและความมั่นใจ 

เขายังบอกต่อไปอีกว่า ชีวิตในตอนนั้นห่างไกลจากแวดวงแฟชั่นอย่างมาก “เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นแบรนด์ดีไซเนอร์ คิดแต่ว่าจะรักษาคุณค่าผลงานของแม่และทีมช่างตัดเสื้อไว้ได้อย่างไรเท่านั้น” งานแพทเทิร์นแบบเทเลอร์กริบของ Poem ได้สร้างหลักไมล์ใหม่ที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่โดดเด่นเกินใคร และได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยในฝันของผู้หญิงหลายคนทั่วโลก อีกทั้งในหลายโอกาสยังเป็นกระบอกเสียงอันทรงพลังอีกด้วย “ดีไซเนอร์ต้องสร้างปรากฏการณ์อะไรบางอย่างให้กับสังคมบ้าง” คุณฌอนเผยถึงความตั้งใจ

 

Tatler Asia
ชวนล ไคสิริ, คุณแม่ อรศรี ไคสิริ และ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์
Above ชวนล ไคสิริ, คุณแม่ อรศรี ไคสิริ และ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์
Tatler Asia
แฟชั่นโชว์ Poem ในงาน BIFW 2022
Above แฟชั่นโชว์ Poem ในงาน BIFW 2022
ชวนล ไคสิริ, คุณแม่ อรศรี ไคสิริ และ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์
แฟชั่นโชว์ Poem ในงาน BIFW 2022

ส่วน แป้งจี่-ธีมา รักษะจิตร เป็นทายาทของแบรนด์ไทยระดับตำนาน เธอจึงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับเหล่านางแบบและเซเลบริตี้ระดับท็อป “หากจะนับจริงๆ แล้ว รุ่นแรกเริ่มจากคุณยาย ตอนเป็นเด็กก็ได้เห็นบรรยากาศห้องเรียนเวลาที่ไปเยี่ยมเขา แต่ไม่เคยได้เห็นคุณยายสอนจริงๆ ตอนนั้นเรายังเด็กเกินไป พอโตขึ้นหลังเลิกเรียนก็จะไปที่ออฟฟิศของคุณแม่ ได้เห็นทีมดีไซน์วาดรูปออกแบบ ตัดเย็บ จนออกมาเป็นชุดคือเห็นทุกขั้นตอน” คุณแป้งจี่เล่าให้ Tatler ฟัง 

“ทั้งคุณพ่อและคุณแม่บอกอยู่เสมอว่า จะทำอะไรก็ได้ที่เราแฮปปี้ที่สุด เรารู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่นหรือไม่ก็ศิลปะตอนนั้นอาจจะยังไม่แน่นอน แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า ที่ทำทุกวันนี้ก็คือแฟชั่นและศิลปะผสมกัน” คุณแป้งจี่สร้างแบรนด์ Teema Rucksajit มาแล้วปีเศษ เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ เจ้าของ Atelier Pichita ห้องเสื้อระดับกูตูร์ที่ตัดเย็บผลงานด้วยผ้าไทย และยังเป็นหลานสาวของลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพีอันโด่งดังด้านการตัดชุดผ้าไหม

Tatler Asia
ธีมา รักษะจิตร เจ้าของแบรนด์ Teema Rucksajit
Above ธีมา รักษะจิตร เจ้าของแบรนด์ Teema Rucksajit
ธีมา รักษะจิตร เจ้าของแบรนด์ Teema Rucksajit

รู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่นหรือไม่ก็ศิลปะ แค่ยังไม่แน่นอน แต่ชัดเจนแล้วว่าที่ทำทุกวันนี้ก็คือแฟชั่นและศิลปะผสมกัน

- ธีมา รักษะจิตร -

MENTORSHIP DYNAMICS

คุณแป้งจี่ศึกษาด้าน Fine Art และ Fashion Marketing ที่ Parsons The New School of Design และมีโอกาสได้ฝึกงานกับแบรนด์แฟชั่นมากมายก่อนจะกลับมาประเทศไทย “ทำงานกับคุณแม่เป็นเวลา 4 ปี ได้ช่วยและเห็นวิธีการทำงานของแบรนด์อย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้วิธีการดูแลลูกค้า ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่าลูกค้าต้องการ personal touch ส่วนเรื่องของงานฝีมือก็ได้เรียนรู้มามากเหมือนกัน ต่อมาได้ไปเป็นครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ให้ Mc Jeans ดูแลเรื่องคอลเล็กชั่นและมาร์เก็ตติ้ง ตอนนั้นจึงเริ่มอยากจะมีแบรนด์เป็นของตัวเองขึ้นมา” เธอเล่า 

“ตอนอยู่ที่นิวยอร์ก เคยใส่กางเกงของ Atelier Pichita แล้วมีแต่คนทักว่ากางเกงสวย ซื้อที่ไหน เราก็เอ๊ะ มีคนถามเยอะกับแค่กางเกงตัวหนึ่ง (หัวเราะ) ก็เลยคุยกับคุณแม่ว่ามีตลาดนะลองทำขายไหม” เธอจึงสร้างแบรนด์ชื่อเดียวกับตนเอง Teema Rucksajit ขึ้น โดยคอลเล็กชั่นปฐมฤกษ์เป็นการใช้ผ้าไหมหม่อน 100% และเน้นความเป็นยูนิเซ็กส์ 

“เริ่มจากในเมืองไทยเมื่อปีก่อน เราจัดแฟชั่นโชว์ที่ 72 Courtyard ซึ่งก็ขายได้มาเรื่อยแทบไม่ได้ออกแรงดันอะไรเลย หลังจากนั้นก็มี Pop-Up Store ที่นิวยอร์ก เลยได้รู้ว่ามันไปได้จริงๆ เพราะที่ผ่านมาเราเชิญแขก เชิญเพื่อนมาชมแฟชั่นโชว์เขาก็ช่วยซื้อ หลังจากที่ไปลองเปิดขายจริง ก็ได้รับการตอบรับดีมากจากคนที่ไม่ใช่คนรู้จักของเราเลย ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ซื้อเพราะชื่อแบรนด์ งานนั้นเรามียอดขายมากที่สุดจากกว่า 40 แบรนด์ในโชว์รูมเดียวกัน”

 

อีกหนึ่งสาวเจนฯ สอง ผู้เติบโตมาพร้อมกับแบรนด์และได้เข้ามาต่อยอดธุรกิจของครอบครัวอย่าง ลินน์-สิรินดา ปรีชาวิทยากุล ที่กำลังมองแนวทางและลองจับตลาดใหม่ๆ “ตอนที่ตัดสินใจเข้ามาช่วยงานนั้นเป็นช่วงที่คุณแม่เริ่มคิดว่าใครจะเข้ามารับช่วงต่อ เขาก็ถามเราว่ามีความสนใจด้านนี้ไหม มีแผนการอนาคตอย่างไรไหม เพราะตอนนั้นลินน์ทำงานด้านรีเสิร์ชและวิเคราะห์การตลาดอยู่” เธอเริ่มเล่าถึง Senada แบรนด์ที่คุณแม่(ชนิตา ปรีชาวิทยากุล) ก่อตั้งขึ้นในปีเกิดของเธอ

“คุณแม่มาทางสายวิทยาศาสตร์ เรียนจบด้านชีวเคมี เขามองการคัตติ้งแพทเทิร์นเป็นการคำนวณ หรือการเลือกการทดลองผ้าต่างๆ ก็เป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วงแรกๆ จะมีกลิ่นอายของความเป็นผู้หญิงและความวินเทจเยอะ ตอนนี้ลินน์เข้ามาทำงานเต็มตัวได้ 8 ปีแล้ว ซึ่งก็มีความเปลี่ยนแปลงให้เห็น” ประธานกรรมการบริหารบริษัท สตรองเวฟส์ จำกัดเผย 

“ลินน์พูดไว้ว่าเราต้องมาสายดิจิทัลที่ในยุคคุณแม่ไม่มี หรืออาจจะไม่เชื่อ อย่างการขยายตลาดไปยังประเทศจีน เพิ่มเติมจากยุโรปและอเมริกาเพราะเมื่อก่อนเราอาจมองว่าเอเชียไม่ใช่เมืองหลวงของแฟชั่น โชว์รูมก็จะไปเด่นอยู่ที่ปารีส ทุกวันนี้เราโฟกัสมาที่เอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนรวมถึงตลาดออนไลน์ด้วย” เธออ้างอิงจากยอดขาย 95% ของบูติกสาขาสยามเซ็นเตอร์ที่ล้วนเกิดจากนักท่องเที่ยวจีน ตลอดจนกระแสจาก Vloger ชาวจีนที่คอนเทนต์สร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างมาก ทำให้คุณชนิตาเริ่มเปิดใจกับไดเร็กชั่นการตลาดใหม่ๆ

Tatler Asia
สิรินดา ปรีชาวิทยากุล เจ้าของแบรนด์ Senada
Above สิรินดา ปรีชาวิทยากุล เจ้าของแบรนด์ Senada
สิรินดา ปรีชาวิทยากุล เจ้าของแบรนด์ Senada

เมื่อก่อนเราอาจมองว่าเอเชียไม่ใช่เมืองหลวงของแฟชั่น โชว์รูมก็จะไปเด่นอยู่ที่ปารีส ทุกวันนี้เราโฟกัสมาที่เอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนรวมถึงตลาดออนไลน์ด้วย
 


- สิรินดา ปรีชาวิทยากุล 
 -

ADAPTING TO CHANGE

หลังจากผ่านเหตุการณ์โรคระบาด ทำให้มุมที่เคยมองเปลี่ยนไป แบรนด์ Senada ได้ให้ความสนใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและรังสรรค์ผลงานแฟชั่น บนพื้นฐานของความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ เนื้อผ้าที่เลือกใช้ในคอลเล็กชั่นล่าสุดล้วนได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล Forest Stewardship Council องค์การเพื่อยืนยันว่าสินค้าชนิดนั้น ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าผลิตมาจากแหล่งป่าไม้ที่ถูกต้อง

คุณลินน์ยังได้เล่าต่อว่า “สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากขึ้นก็คือเรื่อง Sustainability อยากจะให้แบรนด์ไปในทิศทางนี้ มันเริ่มจากช่วงโควิด-19 ที่ทำให้รู้สึกว่าสินค้าแฟชั่นเป็นสิ่งสิ้นเปลือง  หากเราเปลี่ยนคอลเล็กชั่นไปในทุกๆ ฤดูกาลโดยไม่ใส่ใจ ก็จะสร้างขยะมากมายบนโลก ซึ่งคิดแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับบริษัทด้วย ที่จะยึดถือเรื่องของความยั่งยืนยิ่งขึ้น อย่างผ้าที่เป็นสต็อกก็ควรถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ หรืออย่างการนำเสนอบริการซ่อมแซมชุดให้กับลูกค้า ก็ทำให้ลูกค้ารักเรามากขึ้น อย่างลูกค้าที่มีของที่เขารักมาเป็น 10 ปี นำกลับมาให้ซ่อม เขาก็จะสามารถใส่เสื้อผ้าได้นานขึ้น แม้เราเป็นแบรนด์เล็กๆ ก็สามารถช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้”  

Tatler Asia
คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Senada ที่ชื่อว่า ‘TailorMan’ 
Above คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Senada ที่ชื่อว่า ‘TailorMan’ 
Tatler Asia
ภาพจาก Lookbook คอลเล็กชั่น ‘TailorMan’ จาก Senada 
Above ภาพจาก Lookbook คอลเล็กชั่น ‘TailorMan’ จาก Senada 
คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Senada ที่ชื่อว่า ‘TailorMan’ 
ภาพจาก Lookbook คอลเล็กชั่น ‘TailorMan’ จาก Senada 

แบรนด์ Poem มีมุมมองกับการเปลี่ยนแปลงที่ต่างออกไป จากพลังงานและข้อมูลที่ได้สะสมจากช่วงล็อกดาวน์ ตลอดจนสถานการณ์ที่ทำให้เขาจับพลัดจับผลูนำพาซิลูเอตและคอร์เซ็ตสุดไอคอนิกเข้าไปเจาะตลาดจีน เริ่มจากการไปร่วมแฟชั่นโชว์  Xi’An International Fashion Week เมื่อปี 2019 การเปิด Pop-Up Storeในปี 2020 ซึ่งต่อมายังได้เปิดร้านแฟล็กชิพที่เซี่ยงไฮ้ ในปี 2022 และปีเดียวกันนั้นที่กรุงเทพฯ ก็มีแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Magic Duality ที่สร้างแรงกระเพื่อมผ่านเหล่าผู้แสดงแบบที่มีความหลากหลายทั้งนางงามจากเวทีมิสยูเวิร์สไทยแลนด์อย่าง แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ซึ่ง ณ เวลานั้นได้สร้างมาตราฐานความงามใหม่ให้กับเวทีการประกวดนางงามในประเทศไทย รวมไปถึง รศ.ดร. ปรีชญา สิทธิพันธุ์ (พี่สาวคนโตของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในฐานะนางแบบรับเชิญและอาจารย์ของเขาในรั้วมหาวิทยาลัย แขกฟร้อนต์โรว์จึงมีทั้งผู้คนจากฝั่งแฟชั่นและฝั่งการเมืองอย่างจงใจ

“เรื่อง Inclusivity ไม่ใช่แค่เรื่องเพศ สีผิว หรือรูปร่าง แต่ทัศนคติทางการเมืองเป็นหนึ่งในความหลากหลายที่แบรนด์เราให้ความสำคัญ” ฌอนย้ำ

Tatler Asia
ชวนล ไคสิริ เจ้าของแบรนด์ Poem
Above ชวนล ไคสิริ เจ้าของแบรนด์ Poem
ชวนล ไคสิริ เจ้าของแบรนด์ Poem

Inclusivity ไม่ใช่แค่เรื่องเพศ สีผิว หรือรูปร่าง แต่ทัศนคติทางการเมืองเป็นหนึ่งในความหลากหลายที่แบรนด์เราให้ความสำคัญ


- ชวนล ไคสิริ -

WHAT’S NEXT

ในปีที่ผ่านมาออฟฟิศของ Poem ย้ายมาอยู่ที่ Gaysorn Amarin เป็นครั้งแรกทีมงานทุกคนจะได้ทำงานกันอย่างพร้อมหน้าใกล้ชิดรวมถึงตัวคุณแม่ของเขาด้วย ไม่เพียงเท่านั้น คุณฌอนยังได้พาทีมและเหล่าดาราดังคนสนิทบินลัดฟ้าไปจัดแสดงแฟชั่นโชว์อย่างยิ่งใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกและเแบรนด์เดียว ที่ไปจัดแฟชั่นโชว์ของตนเองที่ประเทศจีน

“เราได้เรียนรู้เยอะมากๆ จากการจัดงานแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Oriental Ethereal โดยเฉพาะเรื่องของเมสเสจและสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร เป็นโจทย์ที่เราก็ต้องกลับมาทำการบ้าน แต่หากถามถึงการตอบรับว่าเป็นไปตามที่คาดหวังไหม ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจทีเดียว” คุณฌอนทิ้งท้ายอย่างชัดเจน

Tatler Asia
แฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Oriental Ethereal แบรนด์ Poem ณ นครเซี่ยงไฮ้ 
Above แฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Oriental Ethereal แบรนด์ Poem ณ นครเซี่ยงไฮ้ 
แฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น Oriental Ethereal แบรนด์ Poem ณ นครเซี่ยงไฮ้ 

“แคปซูลคอลเล็กชั่นล่าสุดเป็นงานคอลลอบอเรชั่นกับโรงแรม The Standard Huahin ในโครงการ Artists in Residence มีความพลิกแพลงเพราะมีการทำงานกับ Jacq (@directorjacq) ศิลปินจากยุโรปที่ปักทุกชิ้นงานของเขาด้วยมือ ทุกอย่างจะมีเพียงแค่ชิ้นเดียวซึ่งน่าสนใจมาก ประกอบกับได้แรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ที่รักในงานปักด้วย เราอยากทำให้คนไทยรู้ว่างานปักก็ทันสมัยได้ และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน จนมีคนทักว่าเสื้อผ้าจะเหมือนแม่แล้วนะ (หัวเราะ) แต่แน่นอนว่าซิลลูเอตทุกอย่างเด็กลง” คุณธีมาสรุป แล้วก้าวต่อไปของแบรนด์น้องใหม่อย่าง Teema Rucksajit จะน่าสนใจอย่างไรบ้าง

“ในปีนี้แป้งจี่อยากเน้นงานดานการตลาด และเพิ่มเติมตัวเลือกชุดเดรสที่เป็นทางการมากยิ่งขึ้นเพราะยังเห็นช่องว่างอยู่ และกำลังมองการขยายตลาดไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มเติมด้วยแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาแน่นอน”

ปิดท้ายด้วยคอลเล็กชั่นล่าสุดของ Senada ที่ชื่อว่า ‘TailorMan’ ที่ดูเหมือนว่าคุณลินน์กำลังจะพลิกโฉมแบรนด์ไปในไดเร็กชั่นที่ให้ความสำคัญกับการตัดเย็บแบบเทเลอร์ 

“ค่อนข้างชัดเจนว่าคุณแม่จะดูเรื่องการออกแบบ และลินน์ดูเรื่องการบริหาร แต่ในทุกๆ การพัฒนาคอลเล็กชั่นใหม่ เราจะคุยกันถึงทิศทางความเป็นไปได้ ซึ่งเสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้จะเรียบง่ายขึ้น มีความ masculine มากขึ้น คัตติ้งมาจากความเป็นชาย การเรียนรู้เทคนิคจากช่างตัดสูทต่างๆ ซึ่งจะเป็น Italian cut ทั้งหมดอาจจะมาจากบุคลิกส่วนตัวของเราด้วยที่มีความแมนมากกว่าคุณแม่ เรามองว่าผู้หญิงมีความเข็มแข็งและเด็ดเดี่ยวมากขึ้นแล้ว” คุณลินน์ทิ้งท้ายถึงหมายหมุดที่เธอตั้งใจวางไว้ให้กับแบรนด์

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย