Tatler พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจหญิงมากความสามารถ ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ เกี่ยวกับบทบาทใหม่ โปรเจ็กต์ที่ท้าทาย และความตั้งใจที่จะก้าวสู่แวดวงการเมือง
จากพรมแดงงานสำคัญของวงการแฟชั่น สู่การสังสรรค์ในทำเนียบขาว ชีวิตของป่าน ณิชาภัทร สุภาพ ได้ก้าวผ่านความน่าสนใจที่หลากหลายและเต็มไปด้วยสีสันและความสำเร็จ Tatler ได้มีโอกาสสนทนากับเธอคนนี้ ผู้เป็นทั้งเจ้าของธุรกิจและนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ในบทสัมภาษณ์นี้ เธอได้เผยถึงบทบาทใหม่ๆ ความสนใจในแวดวงการเมือง และโปรเจ็กต์ที่ท้าทายที่วางแผนไว้
อ่านเพิ่มเติม: แฟชั่นสามารถขับเคลื่อนด้วยแสงแดดได้หรือไม่? จียอง คิม ดีไซเนอร์ชาวเกาหลีใต้ มีคำตอบ
อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ทำงานในวงการบันเทิงและแฟชั่น และมองการทำงานในวงการนี้เป็นอย่างไร
ฉันชื่นชอบวงการบันเทิงและแฟชั่นมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นการพบกันของสองสิ่งที่มักเคียงข้างกันเสมอ แต่ตอนเริ่มต้นนั้น ฉันมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก ไม่ใช่งานที่จะเป็นอาชีพได้ พอโตขึ้นและเมื่อสื่อสังคมออนไลน์เปิดโอกาสให้มากขึ้น ฉันก็ได้รู้ว่าฉันสามารถทำสิ่งนี้เป็นงานได้ ทว่าการทำงานในวงการบันเทิงและแฟชั่นไม่เพียงแต่ต้องเป็นผู้มีความสามารถเท่านั้น ยังมีองค์ประกอบ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่นการจัดการสิ่งต่างๆ การพบเจอผู้คนหลากหลาย และการได้ทำให้อะไรก็ตามเกิดขึ้นจริง ซึ่งงานนี้เหมาะกับฉันอย่างที่สุด
ประสบการณ์ไหนในวงการแฟชั่นที่จดจำได้มากที่สุด และทำไมมันถึงสำคัญ
ฉันคิดว่าการเข้าร่วมงาน Met Gala ครั้งแรกเมื่อปี 2018 เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีอะไรเทียบได้ ฉันเป็นเพียงเด็กที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ ฉันเตรียมตัวอยู่นาน ตอนนั้นฉันสวมชุดที่ออกแบบโดย Peter Dundas เขาเป็นดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์อย่าง Roberto Cavalli และ Emilio Pucci ได้ทำชุดให้คนดังอย่าง Naomi Campbell, Joan Smalls ไปจนถึง Kim Kardashian
น่าเสียดายว่าหลังจากนั้นฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการเข้าร่วมงานหรือการแสดงแฟชั่นโชว์ เพราะมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาและซ้ำซาก แต่ฉันยังมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของงาน และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สนุกและแต่งตัวเพื่อออกไปทำงาน ฉันจึงรู้สึกขอบคุณมากสำหรับโอกาสที่ฉันสร้างขึ้นให้ตัวเอง
มีจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพการงานบ้างไหม มันส่งผลอย่างไร
อาจเป็นเรื่องที่ทั้งดีและไม่ดีที่จะบอกว่า ฉันไม่เคยมีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จหรืออะไรแบบนั้น ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฉันได้แต่ตั้งใจทำงาน ซึ่งหมายถึงว่าลูกค้าของฉันจะต้องได้รับผลงานที่ยอดเยี่ยมและเกินความคาดหมาย จะว่าไปจุดเปลี่ยนในอาชีพของฉันอาจเกิดขึ้นเมื่อปี 2014 ตอนที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ขณะนั้นฉันทำงานเป็นนักวางแผนและจัดซื้อสินค้าแฟชั่น และใช้วันหยุดไปทำงานในช่วงแฟชั่นวีคบ่อยครั้ง จนวันหนึ่งก็คิดว่า “ทำไมเราต้องทำอย่างนี้ ทำไมไม่ทำงานที่สามารถไปร่วมแฟชั่นวีคได้เลยล่ะ”
การลาออกจากงานประจำและเปลี่ยนมาเป็นฟรีแลนซ์เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด มันท้าทายมาก เพราะฉันต้องพึ่งพาตัวเอง คิด และจัดการทุกอย่างเอง รวมถึงหาลูกค้าใหม่ๆ ตอนนี้ฉันมีบ้านทั้งที่อังกฤษและนิวยอร์ก ซึ่งถ้าฉันยังทำงานเดิมอยู่ ก็คงไม่มีโอกาสได้เดินทางและเรียกสถานที่เหล่านี้ว่าบ้านได้เลย
การได้เห็นนักแสดงไทยมีชื่อเสียงเทียบเท่านักแสดงเกาหลีนั้นน่าประทับใจและสร้างความสดใหม่มาก จนอดคิดไม่ได้ว่าการทำงานผ่านวงการบันเทิง เราสามารถช่วยขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศได้จริงๆ โดยนักแสดงไทยคือซอฟต์พาวเวอร์ของเรา
เล่าถึงงานปัจจุบันให้เราฟังหน่อยว่าเกี่ยวกับอะไร และมีเป้าหมายอย่างไรในอนาคต
การทำงานในตอนนี้ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่ฉันทำมาก่อน แต่เพราะมักมีคำถามว่าฉันทำอาชีพอะไรกันแน่ เลยทำให้มันชัดเจนยิ่งขึ้นผ่าน 'The Venture Management' ซึ่งเป็นพีอาร์เอเจนซี่ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลที่ฉันก่อตั้งขึ้น เป้าหมายคือการคอนเน็กดาราและนักแสดงจากเอเชียกับแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแบรนด์ใหญ่ระดับโลก แต่รวมถึงแบรนด์ที่เหมาะสมด้วย ในทางกลับกันฉันก็อยากเป็นตัวกลางในการทำการตลาดให้กับแบรนด์ที่อยากจะเข้าสู่ตลาดเอเชีย
ที่ผ่านมา ฉันได้ทำงานกับดาราและนักแสดงชาวไทยมากมาย อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้กับ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, มาย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, อาโป ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ ตุลย์ ภากร ธนศรีวนิชชัย พวกเขาต่างก็ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ดังๆ และล่าสุดคือการทำงานกับ ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ และ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง บนพรมแดงของ Cannes Film Festival
การได้เห็นนักแสดงไทยมีชื่อเสียงเทียบเท่านักแสดงเกาหลีนั้นน่าประทับใจและสร้างความสดใหม่มาก ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นกระแสนี้ การได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่เกิดขึ้นก็น่าทึ่งมาก จนอดคิดไม่ได้ว่าการทำงานผ่านวงการบันเทิง เราสามารถช่วยขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศได้จริงๆ โดยนักแสดงไทยคือซอฟต์พาวเวอร์ของเรา และในเดือนสิงหาคมนี้ก็จะมีการเปิดตัว The Venture SEA ซึ่งเป็นการแนะนำเหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์อันดับต้นๆ จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กลุ่มลูกค้าของฉันได้รู้จัก
เคยพบกับปัญหาหนักๆ ในการทำงานบ้างไหม แล้วผ่านมันมาได้อย่างไร
ปัญหามีอยู่ตลอดเวลา หน้าที่ของฉันคือการจัดการกับมัน ฉันคงลงลึกในรายละเอียดไม่ได้ แต่คุณรู้ไหม หลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากการทำงาน แต่อาจเป็นเรื่องการสื่อสารหรืออะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยกตัวอย่างเช่น เที่ยวบินเกิดความล่าช้าหรือถูกยกเลิกเมื่อคุณมีงานสำคัญรออยู่ การหามุกใหม่ๆ ในการทำงาน จะทำอย่างไรให้แตกต่างจากเดิม ทำอย่างไรที่จะเป็นกระแส สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ฉันมีมากกว่าใครคือ ความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ
อ่านเพิ่มเติม: กลัฟ คณาวุฒิ กับการเติบโตบนเส้นทางการแสดง แฟชั่น ดนตรี และโปรเจ็กต์ต่อไปในอนาคต
อะไรทำให้ตัดสินใจกลับมาเรียนต่อ และมีแผนการอย่างไรในอนาคตหลังจบการศึกษา
ฉันมีความฝันตั้งแต่เด็กที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม เพราะอย่างที่คุณรู้ว่าเด็กผู้หญิงอายุ 18 ปีนั้นไม่ได้มีประสบการณ์อะไร การกลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้งทำให้ฉันรู้ว่าเราทำได้ และจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ฉันเขียนบทความ 8 เรื่องแนบไปกับจดหมายแนะนำอีก 3 ฉบับ และมีการสอบมาตรฐานอีกหลายครั้ง รู้ไหมว่าใครเป็นหนึ่งในผู้ที่เขียนจดหมายแนะนำให้กับฉัน Andrew Bolton ภัณฑารักษ์ชื่อดัง หนึ่งในหัวหอกการจัดงานและกำหนดธีมของงาน Met Gala
ฉันจะต้องอยู่ที่บอสตันเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งฉันไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ และก็ต้องทำงานตามปกติ เพราะอย่างที่บอกว่ากำลังจะมีการเปิดตัว The Venture SEA สำหรับงานอื่นๆ ฉันหวังจะไปร่วมงาน Venice Film Festival และแน่นอนว่าจะไม่พลาดงานนิวยอร์กและปารีสแฟชั่นวีค ฉันยังต้องพบเจอผู้คนและบอกพวกเขาว่าฉันอยู่ตรงนี้ ฉันมาถึงบอสตันล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อถ่ายคอนเทนต์สนุกๆ คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันบ้าบิ่นแค่ไหน แต่การเดินไปรอบๆ ด้วยผมแกละสองข้าง และชุดที่เหมือนกับเครื่องแบบ (Thom Browne) ทำให้คนคิดว่ามันเป็นวันฮาโลวีนหรือเปล่า
ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ฉันเลือกเรียนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ถือเป็นปริญญาโทใบที่สอง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตฉันจะมีโอกาสในการพัฒนาประเทศไทย ฉันเชื่อจริงๆ ว่าตัวเองจะมีประโยชน์กับแวดวงการเมือง มากพอๆ กับการที่ได้ทำงานในวงการบันเทิง
อยากจะแนะนำอะไรให้กับคนที่ต้องการเข้าสู่วงการแฟชั่นและบันเทิง
Hustle hustle hustle! (หัวเราะ) ฉันคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้หากคุณต้องการมันมากพอ!
ฉันมีความฝันตั้งแต่เด็กที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ตอนนั้นคิดว่าเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม อย่างที่คุณรู้ว่าเด็กผู้หญิงอายุ 18 ปี ไม่ได้มีประสบการณ์อะไร แต่การกลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้งทำให้ฉันรู้ว่าเราทำได้









