Cover กาย ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เจ้าของร้าน The Decorum (ภาพ: Termsit Siriphanich)

จากภาพยนตร์ที่รับชมในวัยเด็กของ กาย ศิรพล การเดินทางที่ได้เปิดโลกของเสื้อผ้า กลายมาเป็นความชื่นชอบและหลงใหลในคลาสสิกเมนส์แวร์ จนเกิดเป็นร้านเสื้อผ้าผู้ชาย The Decorum

"ผมว่าเมืองไทยขาดเสื้อผ้าที่เป็นสไตล์นี้" ประโยคที่เป็นประเด็นแรกที่ กาย ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เจ้าของร้าน The Decorum ที่มีสาขาทั้งในไทย และสิงคโปร์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของร้าน ประกอบกับความชื่นชอบในเสื้อผ้าผู้ชายจากการชมภาพยนตร์ในวัยเด็ก รวมเข้ากับการเดินทางที่เปิดโอกาสให้เขาได้พบกับสารพัดเมนส์แวร์ในหลากหลายสไตล์ทั่วทุกมุมโลก

สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความชื่นชอบและการมองเห็นส่วนที่ยังขาดไปในคอมมูนิตี้แฟชั่นของไทย จนเกิดเป็นร้าน The Decorum ร้านเสื้อผ้าผู้ชาย กับการรวมเอาหลากหลายแบรนด์ที่ถูกคัดสรรมาด้วยคุณภาพและดีไซน์

บนเส้นทางกว่าแปดปี ในวงการแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของ กาย ศิรพล เราได้เห็นคอมมูนิตี้ของกลุ่มเมนแวร์ที่เติบโต และมีความแข็งแรงขึ้น นับเป็นเหตุผลสำคัญที่เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Asia's Most Stylish 2024 ของ Tatler แน่นอนว่าวันนี้บทสนทนาที่เราจะพูดคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องราวการแต่งตัวของคุณผู้ชายที่เขาคลุกคลีมาตลอดเกือบทศวรรษ

อ่านเพิ่มเติม: Asia’s Most Stylish 2024: พบกับเหล่าซูเปอร์สตาร์วงการแฟชั่น ผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของสไตล์

Tatler Asia
Above กาย ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เจ้าของร้าน The Decorum (ภาพ: Termsit Siriphanich)

ส่วนที่หายไปในวงการแฟชั่นไทย

"จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากความชอบเรื่องเสื้อผ้า ผมว่าเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับทุกคนอยู่แล้ว ในตอนเด็กๆ ผมดูหนังคลาสสิกบ้างหรือหนังเจมส์บอนด์บ้าง ผมจะสนใจภาพยนตร์ที่มีการสวมใส่สูท ตอนไปเรียนมัธยมปลาย เขาบังคับอยู่แล้วว่าต้องใส่เบลเซอร์ ซึ่งเราก็คุ้นเคยกับมันมาตลอด"

กาย ศิรพล เริ่มเล่าเรื่องราวความชื่นชอบในแฟชั่นของเขาที่เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก 

"พอเริ่มเดินทาง สิ่งที่ผมชอบแวะมากที่สุดในการเดินทางคือร้านสูท หรือร้าน tailor แล้วก็มักจะได้แจ็คเก็ตติดมือกลับมาตลอด มันก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนไปลองตัดสูท พอมองย้อนกลับมาที่ไทย ผมเห็นเลยว่าร้านทำนองนี้ในไทยยังขาดอยู่ โอเค เมืองไทยมีร้านเสื้อเชิ้ต ร้านสูท แต่ในความแตกต่าง มันขาดเสื้อผ้าที่มีแพตเทิร์นที่มันตรงกับสรีระของคนไทย หรือคนเอเชียจริงๆ เป็นจุดที่ทำให้ผมเห็นว่ามันยังมีพื้นที่ให้นำส่วนนี้ขึ้นมา เราเองมีเสื้อผ้าดีๆใส่ แล้วก็ได้แบ่งปันให้กับเพื่อนๆ หรือว่าหลายๆ คนได้แต่งตัวสไตล์นี้ด้วยเหมือนกัน"

Men (Ready to) Wear

หลายคนอาจมองว่าร้าน The Decorum นั้น เป็นร้านเสื้อผ้าแบบจริงจัง มีช่างวัดตัว ช่างตัดสูทประจำ เคร่งขรึม และดูเป็นทางการ 

"เป็นว่าถูกอยู่ครึ่งหนึ่งแล้วกันครับ (หัวเราะ) The Decorum ที่ผมเริ่มต้น มันไม่ใช่ tailoring แบบ 100% ภาพใหญ่ของร้านคือเมนส์แวร์ ซึ่งมันมีส่วนย่อยลงไปอีกไม่ว่าจะเป็น คลาสสิกเมนส์แวร์ ที่เป็นเทเลอริ่งแบบตัดสูท ผูกเนกไทชัดเจน ยังมีส่วนของเวิร์กแวร์ และอีกหลากหลายสไตล์ The Decorum ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ที่สไตล์ไหน แต่ผสมผสานสไตล์ที่มีอยู่เข้ากับยุคสมัยด้วย" 

"อีกส่วนหนึ่งคือเรามีพาร์ทที่เป็นทรังค์โชว์ ที่มีการนำช่างจากญี่ปุ่น เกาหลี หรือถ้าเป็นสาขาที่สิงคโปร์ก็จะมีช่างจากอิตาลีเข้ามาจัดทรังค์โชว์ เรามองเห็นจุดนี้เลยเอาช่างมาตัดที่ร้านดีกว่า เพราะโดยต่ำๆ ช่างเหล่านี้จะบินไปบินมา 3-4 ครั้งต่อปี ฟิตติ้ง กลับไป แล้วก็มาฟิตติ้งรอบใหม่ วนลูปแบบนี้ มันตอบโจทย์คนที่ชอบตัดสูทได้อีกมาก" กาย ศิรพล เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของร้าน

การรวมกลุ่ม และความหลงใหลในเมนส์แวร์

"มีเยอะมากเลยครับ กลุ่มของผู้ชายที่สนใจการแต่งตัว พวกเขาก็มองหาร้านเสื้อผ้าแนวนี้เช่นเดียวกัน เขาอยากแต่งตัวเทเลอริ่งแบบครบทุกชิ้น บางคนก็อยากมิกซ์แอนด์แมตช์ เราเจอพื้นที่ตรงนี้ที่กว้างและหลากหลายมาก"

จากพื้นที่ที่ถูกลืมและถูกมองข้าม กาย ศิรพล ได้เปิดประตูการแต่งตัวผู้ชายให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง 

"ในช่วงแรกที่เราเปิดร้าน ทุกครั้งที่ผมขายสินค้า มันคือการได้ให้ความรู้ให้ข้อมูลกับคนที่เดินเข้ามาในร้าน เราได้เห็นคนลองผิด ลองถูก จนกลายเป็นสไตล์ของตัวเอง"

อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ หมู Asava ในวันที่ตกตะกอนทางความคิดและวิธีบิดมุมมองให้สร้างสรรค์

Tatler Asia
Above กาย ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เจ้าของร้าน The Decorum (ภาพ: Termsit Siriphanich)

ความเปลี่ยนแปลง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

เมื่อพูดถึงเรื่องของแฟชั่นแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีขึ้นและลง มีการขยับไปมาตลอดในรอบสิบปีที่ผ่านมา 

"เปลี่ยนไปมากครับ ยิ่งช่วงหลังๆ มานี้เปลี่ยนตลอดด้วย ที่บอกไปก่อนหน้านี้เราทำหน้าที่ให้ความรู้ ช่วงหลังมาเราแลกเปลี่ยนความรู้กัน ผู้ซื้อมีข้อมูลบางอย่างที่เราสนใจมาแนะนำ"

"แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากที่สุดคือช่วงหลังโควิด ที่เมนส์แวร์ลดความจริงจัง ความเป็นทางการลง มีลูกเล่นมากขึ้น การจับคู่กับความ formal และ casual มีมากขึ้น มันมาจากคนไหลเข้ามาในคอมมูนิตี้นี้เยอะขึ้น ความหลากหลายมากขึ้น สนุกครับ มันทำให้คนกล้าที่จะแต่งตัวมากยิ่งขึ้น" กาย ศิรพล เล่าให้เราฟัง 

"อนาคตเองผมก็อยากเห็นการแต่งตัวที่สนุกมากยิ่งขึ้นเหมือนที่ญี่ปุ่น เกาหลี อันนี้อาจจะส่วนตัวนิดหนึ่งคือ ผมอยากเห็นคนทำงานในสายการเงิน แต่งตัวมีสีสันและชาเลนจ์มากขึ้น"

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia