นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล แบ่งปันมุมมองเรื่องการปรับตัวของแวดวงความงามที่ตอบสนองต่อความต้องการและความปรารถนาของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเองในบริบทปัจจุบัน
ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ Tatler ได้พูดคุยกับ นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ผู้ก่อตั้ง Smith Prive' Aesthetique Clinic ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงการความงามและแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ในขณะที่เทรนด์ความงามได้หันไปสู่การสนับสนุนความหลากหลายและนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น
คุณหมอได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของวงการนี้เพื่อตอบรับความต้องการและความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค พร้อมชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี และการเน้นย้ำเรื่องสุขภาพจิตและการดูแลตนเอง ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญในบริบทความงามยุคปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ โมเม นภัสสร อินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองให้แตกต่างและเสิร์ฟข้อมูลที่ดีที่สุดให้ผู้ติดตาม
คุณหมอเห็นเทรนด์ความงามสำคัญใดบ้าง และคิดว่าเทรนด์เหล่านี้จะสะท้อนความต้องการและความปรารถนาของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างไร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงการความงามและการดูแลผิวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวมและการปรับสมดุลของสุขภาพผิวมากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่เทรนด์ต่างๆ ขับเคลื่อนความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันผู้คนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผิวที่ชัดเจนขึ้น ไม่เน้นตามเทรนด์ แต่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและมุ่งเน้นสุขภาพผิวระยะยาว เช่น การดูแลผิวให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสุขภาพผิวแต่ละช่วงวัย เราจึงเริ่มมุ่งสู่แนวทาง holistic และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ไมโครไบโอม (Microbiome) ที่ช่วยปรับสมดุลสุขภาพผิวให้ดีขึ้น ด้วยวิธีการที่ยั่งยืนและตรงจุด
คิดว่าเทคโนโลยีความงามจะมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมความงามในปี 2025
หนึ่งในแนวโน้มที่กำลังมาแรงในวงการความงามคือ Derma Coring ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำสารสำคัญเข้าสู่ผิว โดยใช้วิธีการเจาะผิวเป็นรูเล็กๆ ที่สามารถปิดตัวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดการหย่อนคล้อยของผิวหน้า และยกกระชับหน้าจากคุณภาพผิว เพื่อเป็นทางเลือก การรักษาเสริมหรือชะลอเวลาการผ่าตัดยกกระชับรูปหน้า ทั้งยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นเสียงพิเศษ เพื่อลดความเจ็บปวดและความร้อนระหว่างการรักษา ช่วยให้การยกกระชับผิวหน้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มเครื่องเลเซอร์ เช่น Picosecond Laser ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับการรักษาความผิดปกติของเม็ดสีในผิว รวมถึงการกระตุ้นการทำลายเม็ดสีอย่างแม่นยำ โดยเครื่องมือใหม่ๆ ในอนาคตจะถูกออกแบบให้มีความละเอียดสูงขึ้น ใช้ความร้อนน้อยลง แต่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วมากกว่าเดิม
แนวคิดเรื่องความงามแบบไร้เพศได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณหมอคาดว่าแนวโน้มนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
เราก้าวข้ามจาก sexualism หรือ gender neutral สู่มุมมอง gender spectrum ที่เน้นความหลากหลาย ไม่จำกัดแค่ชาย หญิง หรือ LGBTQ+ โดยแยกความสัมพันธ์ระหว่าง gender และ aesthetic ออกจากกัน sexual orientation ไม่ได้กำหนดลุค การดูแลตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับเพศหรืออาชีพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เปิดกว้างและให้ความเท่าเทียม ผู้ชายบางคนเลือกเพิ่มความเฟมินีนเพื่อดูเป็นมิตร ส่วนผู้หญิงอาจเสริมลุคมาสคิวลีนเพื่อสะท้อนความน่าเกรงขาม เทคโนโลยีและการแพทย์ช่วยให้แต่ละคนแสดงออกได้อย่างอิสระและไร้ข้อจำกัด
สื่อสังคมออนไลน์และบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์จะยังคงมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดความงามที่เปลี่ยนแปลงไป
ในเวลานี้ที่ความเป็นปัจเจกสูงขึ้น ความต้องการในการเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้ว่าสังคมออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์จะยังคงมีอิทธิพล แต่ผู้คนไม่ค่อยพูดตรงๆ ว่าต้องการเหมือนใคร แต่อาจยึดถือบางลักษณะหรือองค์ประกอบเป็น reference แทน
การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนใครคนนั้นเริ่มเกิดขึ้นยาก หลายครั้งคำขอจากลูกค้าก็ไม่ชัดเจนเหมือนในอดีต เช่น "อยากดูสวยขึ้น" แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคำขอที่จับต้องยาก เช่น "อยากดูสดชื่นขึ้น" หรือ "อยากดูหรูหราขึ้น" ซึ่งสะท้อนความรู้สึกที่จริงใจและไม่ได้รับอิทธิพลจากสื่อมากนัก สิ่งที่แพทย์ต้องทำคือการพัฒนาความสามารถในการแปลงความรู้สึกเหล่านั้นให้เป็นรูปธรรม และออกแบบแผนการรักษาที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Above นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล
คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสามารถมากกว่าความงามภายนอก แม้ว่าความงามอาจช่วยในการเข้าถึงบางกลุ่มสังคม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเป็นตัวของตัวเองและคุณค่าในสิ่งที่บุคคลนั้นเป็น
ในมุมมองของคุณหมอ beauty standard และ beauty privilege ยังคงมีความสำคัญในปัจจุบันหรือไม่ และสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเทียบกับอดีต
Beauty standard และ beauty privilege ยังคงมีบทบาทในสังคม แต่ในยุคปัจจุบัน ความงามมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดแค่รูปแบบดั้งเดิม เช่น ความสมมาตร หรือความอ่อนเยาว์ ความงามในวันนี้เน้นความเป็นตัวเองและได้รับอิทธิพลจากวงการแฟชั่นที่นำเทรนด์ความหลากหลาย ถึงแม้ beauty privilege ยังคงมีอยู่ แต่ผมว่าลักษณะของมันขึ้นอยู่กับบริบทและสังคมที่บุคคลนั้นอยู่ คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสามารถมากกว่าความงามภายนอก แม้ว่าความงามอาจช่วยในการเข้าถึงบางกลุ่มสังคม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเป็นตัวของตัวเองและคุณค่าในสิ่งที่บุคคลนั้นเป็น
คุณหมอมองว่าบทบาทของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการดูแลตนเองจะมีผลต่อความงามอย่างไร โดยเฉพาะในบริบทที่มีการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้น
วงการความงามเชื่อมโยงกับจิตวิทยามากขึ้น โดยแพทย์ความงามไม่เพียงแต่ให้บริการทางการแพทย์ แต่ยังต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ด้วย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการวินิจฉัยโรคอย่าง Body Dysmorphic Disorder ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ป่วยมองร่างกายตนเองผิดปกติ แพทย์ต้องตรวจพบและให้การรักษาที่เหมาะสมเพื่อดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ
ความงามในปัจจุบันยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและการรับรู้ในสังคม ตัวอย่างเช่น โครงหน้าและสัดส่วนที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ การวิจัยในเรื่องนี้ได้รับความสนใจในวงการวิทยาศาสตร์ความงาม และในงานประชุมระดับโลกอย่าง International Master Course on Aging Science (IMCAS) จะเน้นย้ำบทบาทของความงามและจิตวิทยา โดยจะมีการประชุมในหลายประเทศ รวมถึงการประชุมที่กรุงปารีสในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งผมได้เป็นตัวแทนจากแพทย์ทวีปเอเชียในการบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้า และคุณภาพผิวกับการรับรู้ทางสังคม (social status) ของผู้รับการรักษาทางความงาม
อ่านเพิ่มเติม: ชวนรู้จัก 8 ผู้ประกอบการด้านความงามหน้าใหม่จากทั่วเอเชีย
อะไรในวงการความงามที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นพลังงานให้กับคุณหมอ
ผมมีความสุขในการทำงานทุกวัน ตื่นมาพร้อมพลังและความรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เจอกับคนไข้และรับฟังปัญหาหรือความต้องการของพวกเขา มันเป็นความท้าทาย ความหลงใหลของผมคือ ‘humanity’ ผมชอบทำงานกับคน ชอบเรียนรู้เรื่องราวและความรู้สึกของพวกเขา ชอบเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการเข้าใจและยอมรับเมื่อมีปัญหาหรือความไม่พอใจ เพื่อให้ไม่กลายเป็นสิ่งลบต่อลูกค้าที่เราให้บริการ ผมเชื่อว่าการทำงานที่มีความสุขและมีแรงบันดาลใจต้องเป็นการมองโลกในแง่บวก
อ่านเพิ่มเติม:
มองตลาดสกินแคร์ไทยเป็น 'โอกาส' มากกว่าความท้าทาย กับ Noella Gabriel ผู้ร่วมก่อตั้ง Elemis London
Jacques Cavallier กับแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตละเมียดแบบอิตาเลียนในการปรุงน้ำหอมชั้นสูงของ Bulgari
Suzanne Santos เผยถึงร้านรีเทลแห่งใหม่ของ Aesop และว่าทำไมแนวคิด "ไม่มีเวลาดูแลผิว" เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล
Topics





