คุยกับสามผู้บริหารจากตระกูลทีฆคีรีกุล ผู้อยู่เบื้องหลัง Karmart (คาร์มาร์ท) อาณาจักรความงามสัญชาติไทยที่มีพอร์ตโฟลิโอถึง 22 แบรนด์ และส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพไปไกลกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
ท่ามกลางเทรนด์ Beauty Standard ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากจะมีตระกูลหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “T-Beauty” หรือผลิตภัณฑ์ด้านความงามของไทย ไม่ใช่เพียงกระแสวูบวาบตามกาลเวลา หากแต่คือมูฟเมนต์ที่มีรากฐานแข็งแกร่งพอที่จะเขย่าบัลลังก์ความงามระดับโลกได้ ตระกูลนั้นย่อมหมายถึง “ทีฆคีรีกุล” ผู้อยู่เบื้องหลัง Karmart (คาร์มาร์ท) อาณาจักรความงามสัญชาติไทยที่มีพอร์ตโฟลิโอถึง 22 แบรนด์ และส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพไปไกลกว่า 40 ประเทศทั่วโลก Tatler ได้สนทนากับสามพี่น้องผู้บริหาร กอล์ฟ วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Managing Director; แก๊ป พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Deputy MD สายงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และ เก๋ ชลธิดา สถาวรวิจิตร, Deputy MD สายงานการตลาด บทสนทนาในวันนั้นเปิดเผยให้เราเห็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในรายงานประจำปี นั่นก็คือพิมพ์เขียวที่สร้างจากความมุ่งมั่น ความเร็ว ความสร้างสรรค์ และปณิธานร่วมกันที่จะผลักดันความภูมิใจของคนไทยให้ก้าวออกนอกพรมแดนอย่างสง่างาม

Above Karmart อาณาจักรความงามสัญชาติไทยที่มีพอร์ตโฟลิโอถึง 22 แบรนด์ และส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพไปไกลกว่า 40 ประเทศทั่วโลก (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Beyond the Chassis
อาณาจักร Karmart ที่เรารู้จักกันในวันนี้ไม่ได้ถือกำเนิดมาพร้อมกับเครื่องสำอาง ย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้น บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1982 ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ บริษัท เซ็นทรัล ออดิโอ จำกัด จากนั้นได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในนาม บริษัท ไดสตาร์ อิเลคทริก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปี 1994 จนกระทั่งในปี 2009 เส้นทางเดินของครอบครัวได้หักเหอีกครั้งเพื่อมาหยั่งรากในธุรกิจบิวตี้อย่างจริงจังและเติบโตต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
“เราจดทะเบียนบริษัทปี 2009 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ทำบิวตี้มาโดยตลอดครับ” กอล์ฟกล่าวด้วยรอยยิ้มถึงการเดินทางที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ในปีนี้ จังหวะที่สามพี่น้องเดินเข้าสู่สังเวียนธุรกิจนี้เกิดขึ้นเกือบจะพร้อมกันหลังจบการศึกษา แม้จะไม่มีใครจบสายเคมีหรือเภสัชศาสตร์โดยตรง แต่พวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับภูมิหลังทางการศึกษาเพียงอย่างเดียว คุณกอล์ฟผู้นำความรู้จากคณะวิศวกรรมศาสตร์มาประยุกต์ใช้สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “การเรียนวิศวะมันทำให้มี logic มี systematic ในการคิด ส่วนที่เหลือเรามาเรียนเอาหน้างานด้วยความใส่ใจ”

Above กอล์ฟ วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Managing Director Karmart (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
โรงงานไทยมีมาตรฐานระดับโลกมานานแล้ว… แต่ในอดีตเราแค่ขาดการตลาดที่ทรงพลัง ซึ่งวันนี้โซเชียลมีเดียได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นแล้ว
การบริหารงานในแบบพี่น้องของ Karmart คือการสอดประสานทักษะที่แตกต่างกันอย่างลงตัว กอล์ฟในฐานะพี่ชายคนโตและ MD ใช้ความเป็นวิศวกรดูแลส่วนงานโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง HR, IT ไปจนถึงการขยายธุรกิจใหม่ (BD) และงานส่งออกทั้งหมด ในขณะที่เก๋ ผู้นำความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงินมาอุดรอยรั่วและวางกลยุทธ์ช่องทางการขายให้ครอบคลุม ตั้งแต่ traditional trade ไปจนถึง modern trade และร้าน Karmart Shop ของตนเอง “หน้าที่ของเก๋คือเอาจินตนาการของแก๊ปมาบวกกับลอจิกทางการเงินเพื่อให้ของที่เราคิดมาขายได้จริงในราคาที่เหมาะสม” เก๋อธิบาย
สำหรับน้องชายคนเล็กอย่างแก๊ป ผู้เรียนจบด้านสถาปัตยกรรมและผันตัวมาเป็นนักสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เขามองภาพผลิตภัณฑ์เปรียบเสมือนโครงสร้างที่ต้องประกอบด้วยฟังก์ชั่นและสุนทรียภาพ เขาดูแลงานตั้งแต่การวางแบรนดิ้ง คอนเซ็ปต์ ไปจนถึงการสื่อสารการตลาดเพื่อให้สินค้าแต่ละชิ้นเข้าถึงใจผู้บริโภคมากที่สุด “ปัจจุบันเรามีถึง 22 แบรนด์ในเครือ ซึ่งแต่ละแบรนด์มีบุคลิกและกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เราต้องรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ให้ชัดเจนครับ”
The T-Beauty Edge
ในสมรภูมิที่ K-Beauty ครองเมือง แก๊ปชี้ให้เห็นว่าอาวุธลับของเครื่องสำอางไทยคือวัตถุดิบที่ “Exotic” และภูมิอากาศที่บังคับให้นักพัฒนาต้องคิดต่าง “ประเทศไทยมีพืชพรรณและสมุนไพรเฉพาะถิ่นหลายร้อยชนิด ต่างชาติพอเขาได้ลองปุ๊บ เขาจะรู้สึกว้าวมากเพราะหาที่ไหนไม่ได้ในโลก” นอกจากวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ของไทยยังถูกออกแบบมาเพื่อทนทานต่อความร้อนชื้น ต้องซึมไว บางเบา และไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคในเขตร้อนทั่วเอเชียที่มีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน “หลังยุคโควิด สิ่งที่น่าตกใจคือแบรนด์ไทยบางตัวขายดีกว่า K-Beauty ด้วยซ้ำ” แก๊ปว่า “เพราะ formula ของเรา formulate มาเพื่อผิวคนไทยจริงๆ”
ความสำเร็จของ Karmart ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในภูมิภาค แต่ยังข้ามไปไกลถึงระดับโลก อย่างการร่วมงานกับ Lee Myung-sun เมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลกชาวเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังความงามให้กับลิซ่าและสมาชิกวง Blackpink ในคอลเล็กชั่น Cathy Doll x Maeng กอล์ฟเสริมว่า “โรงงานไทยมีมาตรฐานระดับโลกมานานแล้ว ดังจะเห็นได้จากสินค้าแบรนด์ดังหลายแบรนด์ที่ผลิตในไทยมานานแล้ว แต่ในอดีตเราแค่ขาดการตลาดที่ทรงพลัง ซึ่งวันนี้โซเชียลมีเดียได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นแล้ว”

Above การบริหารงานในแบบพี่น้องของ Karmart คือการสอดประสานทักษะที่แตกต่างกันอย่างลงตัว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
The Need for Speed
ในสมรภูมิแห่งความงามที่เทรนด์หมุนไวราวกับติดปีก กลยุทธ์ที่ทำให้ Karmart นำหน้าผู้อื่นเสมอคือ “Speed to Market” เก๋เล่าถึงเบื้องหลังความไวที่น่าทึ่งนี้ว่า “เราออกสินค้าใหม่ทุกเดือน เดือนละหลายสิบ SKU ในแต่ละแบรนด์ โดยเฉพาะเมคอัพที่เทรนด์มาไวไปไว ทีมผลิตภัณฑ์ของคุณแก๊ปเขาจะอินเทรนด์มาก รู้ล่วงหน้าเหมือนมาก่อนกาลเสมอ”
แก๊ปได้ขยายความถึงระบบการทำงานที่เขาเรียกว่า “Buffet System” ซึ่งถือเป็นหัวใจของการบริหารผลิตภัณฑ์ว่า “เราทำงานแบบระบบบุฟเฟ่ต์ ไม่ได้ทำแบบอะลาคาร์ตที่ต้องรอสั่งแล้วค่อยทำ แต่เราจะพัฒนาสูตรและแนวคิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ วางรอไว้ใน library จำนวนมาก เมื่อไหร่ที่เทรนด์นั้นมาถึงหรือจังหวะตลาดเหมาะสม เราสามารถดึงสิ่งที่มีอยู่ออกมาเปิดตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์”

Above เก๋ ชลธิดา สถาวรวิจิตร, Deputy MD สายงานการตลาด Karmart (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เราอาจเถียงกันบ่อย แต่ข้อดีของการเป็นพี่น้องคือเราคุยกันได้ทุกเรื่องและไม่เกรงใจกันเกินไปเพื่อความสำเร็จของงาน
ความรวดเร็วนี้ไม่ได้แลกมาด้วยคุณภาพที่ลดลง เพราะทุกผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด ทั้งการทดสอบในแล็บและการทดสอบบนผิวจริง ความภูมิใจสูงสุดอย่างหนึ่งของแก๊ปคือนวัตกรรม “Cushion Mask” ซึ่งเขาเล่าด้วยความตื่นเต้นว่า “ผมเป็นคนขี้เกียจรอครับ มาส์กแบบเดิมมันเลอะเทอะและต้องรอ ผมเลยคิดมาส์กในรูปแบบตลับคุชชันขึ้นมา ตบเสร็จผิวฉ่ำวาวได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างออก ซึ่งเราตรวจสอบข้อมูลจนมั่นใจ แม้แต่ AI ยังยืนยันว่าเราคือรายแรกของโลกที่ริเริ่มสิ่งนี้"
นอกจากความเร็วแล้ว ความเชื่อมั่นยังเป็นสิ่งสำคัญ ในยุคที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว “ลูกค้าสามารถติดต่อมาขอดูผล Lab Test ได้เลย เราจึงต้องมีงานวิจัยและเอกสารรองรับที่ชัดเจนในทุกผลิตภัณฑ์” แก๊ปกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับมาตรฐานวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน
Borderless Leadership
เบื้องหลังอาณาจักรที่มีพนักงานกว่า 1,500 คน คือความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของสามพี่น้อง พวกเขาทำงานร่วมกันภายใต้วัฒนธรรมที่เรียกว่า “ไม่มี Boundary” คือการกล้าพูด กล้าวิจารณ์ และกล้าถกเถียงกันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด “เราอาจเถียงกันบ่อย แต่ข้อดีของการเป็นพี่น้องคือเราคุยกันได้ทุกเรื่องและไม่เกรงใจกันเกินไปเพื่อความสำเร็จของงาน” เก๋เล่าถึงเสน่ห์ของการทำธุรกิจครอบครัว
การตัดสินใจจะแบ่งตามบทบาทที่ชัดเจน หากเป็นเรื่องดีไซน์และการสร้างสรรค์ แก๊ปคือผู้ตัดสินใจหลัก โดยมีเก๋และกอล์ฟช่วยปรับให้เข้าที่ในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน งบประมาณ และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ กอล์ฟเล่าว่าหากมีความเห็นต่างที่หาข้อยุติไม่ได้จริงๆ พวกเขาจะมีประธานบริษัท (คุณพ่อ) เป็นผู้ให้คำปรึกษาและตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอ อย่างไรก็ตาม เก๋เสริมว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะจูนกันจนเจอจุดกึ่งกลางที่ลงตัวเสมอ

Above แก๊ป พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Deputy MD สายงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Karmart (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ผมมีความสุขกับการคิดงานใหม่ๆ สำหรับผมการคิดโปรเจ็กต์ใหม่ได้เหมือนการเล่นเกมชนะ มันคือความสุขที่สุดของผมแล้ว
วันนี้ Karmart ไม่ได้มองเพียงแค่การส่งสินค้าออกไปขายทั่วโลก แต่พวกเขามองไกลไปถึงการทำตลาดแบบ “Glocalized” กอล์ฟนิยามความหมายว่าเป็นการเข้าไปเติบโตจากภายในประเทศนั้นๆ ในฐานะ Local เข้าใจผู้บริโภคและวัฒนธรรมของเขาอย่างลึกซึ้ง โดยตั้งเป้ายอดขายแตะระดับ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2030 ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 20-25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี กลยุทธ์การควบรวมกิจการ (M&A) ในตลาดศักยภาพอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา จึงเป็นพิมพ์เขียวที่กำลังถูกวางรากฐานอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน
เมื่อการสนทนาจบลง สิ่งที่ชัดเจนขึ้นมาคือความสำเร็จของ Karmart ไม่ได้เกิดจากการจับกระแสที่ถูกจังหวะเพียงอย่างเดียว แต่คือผลลัพธ์ของการวางแผนที่รัดกุม ความเร็วที่เหนือชั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด—ความไว้วางใจในสายเลือดเดียวกัน “ยุคนี้การไปคนเดียวมันน้อยมากแล้ว การโตอย่างยั่งยืนต้องอาศัยการควบรวม การแชร์ทรัพยากร และการเกื้อหนุนกัน” กอล์ฟกล่าวทิ้งท้าย

Above (จากซ้าย) กอล์ฟ วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Managing Director Karmart; เก๋ ชลธิดา สถาวรวิจิตร, Deputy MD สายงานการตลาด Karmart; และ แก๊ป พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล, Deputy MD สายงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Karmart (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ก่อนแยกย้าย เราถามถึงวิธีรีชาร์จพลังงานหลังจบวันทำงานอันวุ่นวาย กอล์ฟและเก๋ต่างเลือกเส้นทางเดียวกัน—กลับบ้านไปอยู่กับลูกและครอบครัว ขณะที่แก๊ปมีคำตอบที่ต่างออกไป “ผมมีความสุขกับการคิดงานใหม่ๆ สำหรับผมการคิดโปรเจ็กต์ใหม่ได้เหมือนการเล่นเกมชนะ มันคือความสุขที่สุดของผมแล้ว”—คำตอบที่สะท้อนให้เห็นว่าสำหรับทีฆคีรีกุลทั้งสาม เส้นแบ่งระหว่างความหลงใหลและการทำงานนั้นแทบไม่มีอยู่จริง
ดังที่แก๊ปกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างตรงใจว่า “ถ้าคนรอบข้างแฮปปี้ งานที่ออกมาก็จะแฮปปี้”—ประโยคเดียวที่บอกทุกอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรของ Karmart และบางทีอาจเป็นความลับที่แท้จริงเบื้องหลังอาณาจักร T-Beauty ที่กำลังพาธงไทยไปโบกสะบัดอย่างสง่างามในทุกมุมโลก
อ่านเพิ่มเติม:
ส่อง 10 เซเลบริตี้แห่งเอเชียในงาน Met Gala 2026 ผู้เนรมิตแฟชั่นให้กลายเป็นโลกแห่งศิลปะ
ตั้งแต่การเดบิวต์ของ Jisoo ไปจนถึงการทวงคืนบัลลังก์ของ Rihanna: หลากหลายลุคความงามในงาน Met Gala 2026
Summer Must-Haves หลากหลายไอเทมความงามรับลมร้อน
ผู้กำกับมือรางวัล นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ กับการถ่ายทอดความทรงจำจากภาพยนตร์สู่กลิ่นน้ำหอม
นาตาลี เกลโบวา กับ ‘จักรวาลภายใน’ ที่มากกว่ามงกุฎและภาพลักษณ์





