(ภาพ: Pop Mart)
Cover Wang Ning ขึ้นสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีจีนในปีนี้ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ประมาณ 2.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ภาพ: Pop Mart)
(ภาพ: Pop Mart)

จากกล่องสุ่มราคาไม่กี่สิบหยวนสู่บริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ Wang Ning สร้าง Pop Mart ให้เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่กวาดรายได้มหาศาล จนสามารถผลักดันตัวเองขึ้นสู่ทำเนียบ 1 ใน 10 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของจีนประจำปี 2025

ในการก้าวสู่ความสำเร็จอย่างน่าทึ่งที่สร้างความตื่นตะลึงแก่วงการธุรกิจ Wang Ning ผู้ก่อตั้งและซีอีโอผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ Pop Mart ได้กลายเป็น 1 ใน 10 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีนจากการจัดอันดับของ Forbes เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ณ เดือนกรกฎาคม 2025) ประมาณ 2.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.88 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จระดับโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนของอาร์ตทอย “กล่องสุ่ม” ภายใต้แบรนด์ Pop Mart โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีรีส์ตุ๊กตาสัตว์ประหลาดฟันแหลม Labubu ที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย ด้วยวัยเพียง 38 ปี Wang Ning จึงยังเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดของจีนอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: Pop Mart อาณาจักรหมื่นล้านดอลลาร์ที่สร้างขึ้นจากความสุขของการเล่นกล่องสุ่ม

Above หลังจากความสำเร็จของ Labubu ทรัพย์สินของ Wang Ning พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงปีเดียว มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของชายวัย 38 ปีผู้นี้เพิ่มขึ้นสี่เท่าจาก 7.59 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2025 ตามการจัดอันดับมหาเศรษฐีแบบเรียลไทม์ของ Forbes

กำเนิดจักรวาลของเล่นพันล้าน

“ผมเริ่มจากร้านเล็กๆ มันคือการค้นหาความอยากรู้ การหาในสิ่งที่คนชอบ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวด้วยซ้ำ”

Wang Ning เกิดในปี 1980 ที่ปักกิ่ง ในครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา พ่อแม่ทำธุรกิจค้าปลีกเล็กๆ ที่ไม่ได้มั่งคั่งหรือมีสายสัมพันธ์ใหญ่โต หลังเรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาด เขาเริ่มชีวิตการทำงานในบริษัทโฆษณาเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยเป็นแค่พนักงานการตลาดคนหนึ่งที่เรียนรู้จากการฟังลูกค้าและการเข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภค สิ่งนี้เองที่จะกลายเป็นอาวุธลับในอนาคตของเขา

Wang Nink เคยบอกว่าเขาไม่ได้มีทุนก้อนโตหรือการสนับสนุนพิเศษจากทางบ้าน แต่สิ่งที่เขามีคือความหลงใหลในการ “เข้าใจคน” และสิ่งที่ทำให้คนอยากซื้อ นั่นคือจุดตั้งต้นที่ทำให้เขาเริ่ม Pop Mart ในปี 2010 โดยตอนแรกก็ไม่ได้มีความหวือหวาอะไร เป็นเพียงร้านขายของขวัญและเครื่องเขียนกระจุกกระจิกภายในห้างแห่งหนึ่งในปักกิ่ง

ในร้านขายทุกอย่างตั้งแต่ปากกา แก้วน้ำ ตุ๊กตาแบรนด์ต่างๆ ไปจนถึงของตกแต่งน่ารักๆ แต่เขาสังเกตพฤติกรรมลูกค้าอย่างละเอียด และพบว่าของที่ขายดีเป็นพิเศษคือสินค้าที่เป็น “อาร์ตทอย” (art toy) ที่มีความพิเศษและเรื่องราวเบื้องหลัง Wang Ning ไม่ใช่แค่ขายของ เขาศึกษา “แรงจูงใจ” ของผู้ซื้อ และเห็นช่องทางที่ผู้คนพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อความรู้สึกพิเศษ และตระหนักว่าแค่คัดเลือกของคนอื่นมาขายนั้นไม่เพียงพอ หากอยากเป็นผู้นำ เขาต้องสร้างผลงานของตัวเองที่ทำให้ผู้คนหลงใหล

“กล่องสุ่ม” ปฏิวัติ

“คนไม่ได้ซื้อแค่ของ เขาซื้อความรู้สึก ความคาดหวัง ความประหลาดใจ ความสุข”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นราวปี 2015 เมื่อ Pop Mart ตัดสินใจโฟกัสไปที่อาร์ตทอยและเปิดตัว “Blind Box” หรือกล่องสุ่มที่ลูกค้าไม่รู้ว่าข้างในคือตัวอะไร ราคาเฉลี่ยเพียง 59–99 หยวน ซึ่งถือว่าจับต้องได้สำหรับลูกค้าในเมืองชาวจีนทั่วไป แต่ความลับคือการออกแบบให้คนอยากซื้อซ้ำเพื่อ “เสาะหา” ตัวหายาก ผลคือผู้คนยอมซื้อเป็นสิบกล่องต่อซีรีส์ เพื่อให้ได้ตัวที่ต้องการ

นี่คือโมเดลธุรกิจที่ใช้จิตวิทยาผู้บริโภคอย่างแยบยล ผลักดันยอดขายให้พุ่งแบบทวีคูณ Wang Ning เคยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ได้ขายแค่ของเล่น เราขายความตื่นเต้น” กล่องสุ่มจึงกลายเป็นทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดและเกมที่ทำให้ลูกค้าติดใจ เพราะผู้คนไม่ได้แค่ซื้อของเล่น แต่พวกเขาได้เข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้ ได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ได้ออกไล่ล่าตัวหายากและอวดคอลเล็กชั่นกันบนโซเชียลมีเดีย ความสุขแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้ Pop Mart ยิ่งเติบโต

ปรากฏการณ์ Labubu: แรงหนุนพันล้านดอลลาร์

“ดีไซน์ที่ดีไม่ใช่แค่สวย มันต้องน่าจดจำ”

ในขณะที่ Pop Mart มีคาแรกเตอร์ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ที่เป็นที่รักมากมาย เช่น Molly, Dimoo, Skullpanda และ Hirono แต่ตัวตุ๊กตากระต่ายหูยาวแสนซนอย่าง Labubu คือตัวเอกที่ผลักดันความมั่งคั่งของ Wang Ning ให้พุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีมาก่อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Labubu สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวฮ่องกง Kasing Lung การร่วมมือกับ Pop Mart ในปี 2019 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละคร ผสมผสานกับการตลาดเชิงกลยุทธ์ของ Pop Mart และความลึกลับของกล่องสุ่ม ได้จุดประกายความคลั่งไคล้ไปทั่วโลก

ผลกระทบของ Labubu ต่อผลประกอบการของ Pop Mart น่าทึ่งอย่างยิ่ง ในปี 2024 ซีรีส์ The Monsters ที่นำโดย Labubu เพียงอย่างเดียวสร้างรายได้กว่า 410 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 726 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2023) ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นนี้ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Pop Mart และแน่นอนว่ารวมถึงความมั่งคั่งส่วนตัวของ Wang Ning ด้วย มีรายงานว่าเขาได้เพิ่มทรัพย์สินส่วนตัว 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.22 หมื่นล้านบาท) ภายในวันเดียวเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งตอกย้ำตำแหน่งของเขาในกลุ่มเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของจีน

การรับรองจากบุคคลที่มีชื่อเสียงได้ขยายการเข้าถึงของ Labubu ไปอีกขั้น บุคคลดังระดับโลกอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล แห่งวง Blackpink และ Rihanna ต่างถูกพบเห็นพร้อมกับตุ๊กตา Labubu ทำให้ของสะสมนี้กลายเป็นกระแสแฟชั่น และเป็นสัญลักษณ์ของความเกี่ยวข้องในวัฒนธรรมป๊อป ความต้องการ Labubu รุนแรงมากจนการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นมีการต่อแถวที่ยาวเหยียดในเมืองใหญ่ทั่วโลก และฟิกเกอร์หายากบางชิ้นมีราคาสูงถึง 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.89 ล้านบาท) ในตลาดรอง

Tatler Asia
Labubus in China
03 July 2025, China, Peking: Several Labubu figures from the Chinese brand Pop Mart are displayed in a showcase on a bar counter. The figures have individual clothing that is now available online, for example. Photo: Johannes Neudecker/dpa (Photo by Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)
Above สำหรับแฟนคลับ Labubu ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันคือดาวเด่นบนโซเชียลมีเดีย Kasing Lung ทุ่มเทความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Labubu ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นและจินตนาการอันแสนสนุก (ภาพ: Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)
Labubus in China
03 July 2025, China, Peking: Several Labubu figures from the Chinese brand Pop Mart are displayed in a showcase on a bar counter. The figures have individual clothing that is now available online, for example. Photo: Johannes Neudecker/dpa (Photo by Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)

ปรัชญาที่มากกว่าการค้าขาย

“คุณปลอมความเป็นวัฒนธรรมไม่ได้ คุณต้องสร้างมัน หรือไล่ตามมัน”

สำหรับ Wang Ning, Pop Mart นั้นก้าวข้ามการค้าขายของเล่นเพียงอย่างเดียว เขาเคยกล่าวไว้ในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า “เราไม่ได้แค่ขายผลิตภัณฑ์ เรากำลังเติมเต็มความต้องการทางจิตวิญญาณของลูกค้าเรา สำหรับเด็กผู้หญิง การซื้อ Molly ก็เหมือนกับที่เด็กผู้ชายซื้อ Air Jordans” คำกล่าวนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือการวางตำแหน่งอาร์ตทอยของ Pop Mart ที่เป็นมากกว่าของสะสม แต่เป็นวัตถุที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ส่วนบุคคลและความปรารถนา เช่นเดียวกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าฟุ่มเฟือย และมันยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม เขาเชื่อในการร่วมมือกับศิลปินที่มีของจริง ลงทุนในงานดีไซน์ และเล่าเรื่องราวที่มีความหมาย

Pop Mart จึงกลายเป็นเหมือนภัณฑารักษ์ที่คัดเลือกผลงานจากความฝันและจินตนาการมาเสิร์ฟในรูปแบบที่จับต้องได้ให้แฟนๆ ได้สะสม แลกเปลี่ยน และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกศิลปะ

Above “เราหวังว่าในอนาคต นอกจากการสืบทอดวัฒนธรรมของเราแล้ว เรายังสามารถทำให้วัฒนธรรมมีความเป็นสากลมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษารากเหง้าของเราไว้ เพื่อที่เราจะได้แบ่งปันความอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมของเราให้คนทั่วโลกได้สัมผัส” - Wang Ning

จากปักกิ่งสู่เวทีโลก อนาคตที่สดใส

“ศิลปะไม่มีพรมแดน ถ้าดีไซน์ดี ใครๆ ก็รักได้ทุกที่”

Wang Ning ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจน โดยต้องการให้ Pop Mart กลายเป็น Hermès แห่งโลกอาร์ตทอย ที่มีคุณค่าและเป็นที่ปรารถนาของคนทุกชาติ

ความสำเร็จของ Pop Mart จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศจีน บริษัทได้ขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างจริงจัง โดยรายได้จากต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 375.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของรายได้ทั้งหมด Pop Mart มีร้านค้าในต่างประเทศกว่า 130 แห่ง และมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ROBO SHOP ในเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก และกำลังสร้างผลงานที่โดดเด่นในเวทีสากล แอปพลิเคชั่นในสหรัฐอเมริกาของ Pop Mart ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตการช้อปปิ้งของ App Store ในปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดตะวันตก และโดยเฉพาะกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ +619.1 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดียวกันสถานะทางการเงินของบริษัทก็มีความแข็งแกร่ง โดย Pop Mart International Group ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2020 คาดการณ์ว่าผลกำไรจะเพิ่มขึ้นกว่า 350 เปอร์เซ็นต์ในครึ่งแรกของปี 2025 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการทั่วโลกและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ มูลค่าตลาดของบริษัทได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.30 ล้านล้านบาท) โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 600 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีที่ผ่านมา

Tatler Asia
Pop Mart in China
PRODUCTION - 10 July 2025, China, Peking: A vending machine with Pop Mart toy figures is located in a shopping mall. Next to the machine is a display with the words "Labubu 24h open". Photo: Johannes Neudecker/dpa (Photo by Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)
Above ROBO SHOP ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีตุ๊กตาของ Pop Mart ในห้างสรรพสินค้า (ภาพ: Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)
Pop Mart in China
PRODUCTION - 10 July 2025, China, Peking: A vending machine with Pop Mart toy figures is located in a shopping mall. Next to the machine is a display with the words "Labubu 24h open". Photo: Johannes Neudecker/dpa (Photo by Johannes Neudecker/picture alliance via Getty Images)

สู่ทำเนียบมหาเศรษฐีจีนหน้าใหม่

“ผมไม่เคยคิดถึงความมั่งคั่ง ผมคิดแต่จะสร้างสิ่งที่ผู้คนต้านไม่ไหว”

Wang Ning เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่โดยตรงและผ่านบริษัทโฮลดิ้ง โดยมีสัดส่วนรวมประมาณ 45–50 เปอร์เซ็นต์ วันแรกที่เปิดเสนอขาย IPO ในปี 2020 เขาก็กลายเป็นมหาเศรษฐีทันที มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวในปีนั้นทะลุ 5.57 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.80 แสนล้านบาท) และกลางปี 2025 เขาก็ก้าวขึ้นสู่การเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในอันดับ 10 ของจีน จากการจัดอันดับของ Forbes อย่างเต็มภาคภูมิ โดยสื่อดังนักจัดอันดับความมั่งคั่งแห่งนี้ประเมินว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Wang Ning อยู่ระหว่าง 2.00–2.27 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.52-7.40 แสนล้านบาท)

เบื้องหลังตัวเลขมหาศาลนี้คือกลยุทธ์ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน Pop Mart ที่ไม่ได้หยุดแค่การขายตุ๊กตาน่ารัก แต่ลงทุนสร้าง “จักรวาลเรื่องเล่า” ผ่าน IP ของตัวเอง โดยเซ็นสัญญาพิเศษกับศิลปินดัง เช่น Kenny Wong ผู้สร้าง Molly และ Kasing Lung ผู้สร้าง Labubu ทำให้ Pop Mart ครอบครองสิทธิ์คาแรกเตอร์ที่คนรักและสะสม สร้างผลสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่ผสานศิลปะ การค้า และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

Tatler Asia
กราฟแสดงการเติบโตของหุ้น Pop Mart จากช่วงปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2025) (ภาพ: Google Finance)
Above กราฟแสดงการเติบโตของหุ้น Pop Mart จากช่วงปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2025) (ภาพ: Google Finance)
กราฟแสดงการเติบโตของหุ้น Pop Mart จากช่วงปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2025) (ภาพ: Google Finance)

ความท้าทายเบื้องหลังความสำเร็จ

“ถ้าคุณประสบความสำเร็จ คุณต้องเจอปัญหา ถ้าอยากอยู่ได้นาน ก็ต้องหาทางแก้ไข”

แม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและความโด่งดังอย่างถล่มทลาย Pop Mart ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสร้างพฤติกรรมเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นด้วยโมเดลสุ่มซื้อที่คล้ายการพนัน การเกิดเหตุชุลมุนหน้าเคาน์เตอร์ ปัญหาบอทออนไลน์ที่โกยของหายากจนแฟนจริงๆ หาซื้อไม่ได้

Wang Ning ไม่เคยปฏิเสธปัญหาเหล่านี้ เขาลงมือแก้ไขด้วยการพัฒนา IP ใหม่ จัดการระบบขายให้ยุติธรรม และลงทุนใน “Artist Incubator” เพื่อผลักดันศิลปินรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด

อนาคตที่ไปไกลกว่าของเล่น

“Pop Mart ไม่ได้ขายแค่ของเล่น เราขายจินตนาการ”

Wang Ning เคยให้สัมภาษณ์ว่า Pop Mart ในอนาคตจะไม่ได้เป็นแค่บริษัทของเล่นอีกต่อไป แต่จะเป็นแบรนด์วัฒนธรรมระดับโลก เขามีแผนสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่หลายสิบไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิง IP อย่าง Labubu มากเกินไป และมีแผนที่จะสร้างซีรีส์แอนิเมชั่น Labubu & Friends เพื่อขยายจักรวาลเรื่องราว

มีรายงานด้วยว่า Wang Ning ต้องการเจาะกลุ่มดิจิทัลด้วยเกมมือถือและ NFT พร้อมสร้างพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ได้สร้างสรรค์งานภายใต้ Pop Mart พร้อมขยายไลน์สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น เพื่อให้ Pop Mart เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนรุ่นใหม่

อ่านเพิ่มเติม: เมื่อมอนสเตอร์ขนปุย Labubu จุดกระแส “Kidult”

Tatler Asia
Kasing Lung ผู้สร้างสรรค์อาณาจักร The Monsters ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Tatler Hong Kong
Above Kasing Lung ผู้สร้างสรรค์อาณาจักร The Monsters ให้กับ Pop Mart ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Tatler Hong Kong โดยระบุว่า แม้จะรักตัวละครมากมาย แต่ Labubu คืออันดับหนึ่ง “(มนุษย์) มักทำตามกฎและนิสัย นั่นคือเหตุผลที่ผมชอบ Labubu เพราะเธอทำในสิ่งที่ปกติเราไม่กล้าทำ”... สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Tatler Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2025
Kasing Lung ผู้สร้างสรรค์อาณาจักร The Monsters ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Tatler Hong Kong

พลัง Hype ในกล่องสุ่ม

“Hype จะหมดค่า ถ้าไม่มีเนื้อหา นั่นคือเหตุผลที่เราต้องโฟกัสที่งานศิลปะ”

ความเป็นอัจฉริยะของ Wang Ning ไม่ใช่แค่การขายของเล่น แต่คือการเปลี่ยนการสะสมให้เป็นเรื่องเท่ มีความหมาย และสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้คน เขาสร้างประสบการณ์ที่ทำให้แฟนๆ ยอมต่อแถว รอคอย และรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่พิเศษ

Pop Mart พิสูจน์ว่าบนเวทีธุรกิจยุคใหม่ อารมณ์สำคัญกว่าฟังก์ชั่น และวัฒนธรรมคือแต้มต่อสูงสุด Wang Ning ไม่ได้แค่ร่ำรวย แต่เขาได้เปลี่ยนวิธีที่คนรุ่นใหม่แสดงตัวตนจากกล่องสุ่ม

เรื่องราวของ Wang Ning จึงเป็นมากกว่าความสำเร็จทางธุรกิจ โดยเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของการทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนการแสดงออกทางศิลปะเฉพาะกลุ่มให้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก ในขณะที่ Pop Mart ขยายรอยเท้าไปทั่วทุกทวีป อาณาจักร “กล่องสุ่ม” ของ Wang Ning จะยังคงสร้างความประหลาดใจและสร้างความสุขอย่างต่อเนื่อง โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้ง สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็พบได้ในกล่องที่ไม่คาดคิดมากที่สุด

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยประชุมกับเพื่อนร่วมชั้นแล้วบอกว่า ‘ทองคำถังแรกในชีวิตไม่ใช่เงินนะ แต่เป็นประสบการณ์ของเรา’ ตอนปีสอง ผมก็ถามทุกคนว่า ในอนาคตเรามาก่อตั้งบริษัทด้วยกันไหม ตอนนั้นมันเรียบง่ายมาก ผมแค่หวังว่าเมื่ออายุ 80 ผมจะบอกหลานชายได้ว่า ‘ปู่เนี่ย เป็นคนที่มีเรื่องเล่าเยอะแยะเลยนะ’

- Wang Ning -

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด