เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio
Cover เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ Chato Studio หนึ่งในกระเป๋าแบรนด์ไทยที่เติบโตจนเป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio

Chato Studio แบรนด์กระเป๋าที่ผู้ก่อตั้ง เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย ให้คำนิยามว่าคือ 'New Woman' หรือผู้หญิงยุคใหม่ที่รักตัวเอง มีอิสระ กล้าคิด กล้าออกนอกกรอบ

เมย์ วัจณา บอกกับ Tatler ว่าจุดเริ่มต้นของ Chato Studio เกิดจากความชื่นชอบด้านแฟชั่น ความหลงใหลในการเดินทาง และความต้องการต่อยอดธุรกิจครอบครัว เธอผสมผสานสามองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นจนสินค้ามีภาพลักษณ์เป็นแบรนด์ everyday luxury และยืนระยะทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2016 พร้อมกับยังคงออกคอลเล็กชั่นใหม่มาให้ได้ติดตามเสมอ ล่าสุดเธอบอกกับเราว่าในอนาคต Chato Studio จะมีผลิตภัณฑ์อื่นออกมาเพิ่ม พร้อมแผนระยะยาวที่ต้องการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญบนเส้นทางการทำแบรนด์ให้ออกมาเป็นที่ยอมรับ เมย์ วัจณา กล่าวว่า การหาจุดลงตัวระหว่างแพสชั่นและธุรกิจคือสิ่งที่เธอทำมาตลอดเจ็ดปีและยังคงทำต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: Asia’s Most Stylish 2024: พบกับเหล่าซูเปอร์สตาร์วงการแฟชั่น ผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของสไตล์

Tatler Asia
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio
Above  เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย ผู้ปั้นแบรนด์จากความหลงใหลในแฟชั่นและความต้องการต่อยอดธุรกิจตัดเย็บของครอบครัว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio

ในมุมมองของ เมย์ วัจณา แพสชั่นสำคัญต่อการทำธุรกิจแฟชั่นเพียงใด
แพสชั่นทำให้รู้สึกว่าอยากตื่นมาทำงานที่เรารัก แต่การทำงานมีรายละเอียดมากกว่านั้น บางครั้งแค่ความชอบอย่างเดียวอาจไม่พอ เราต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม รู้จุดแข็ง มีคอนเน็กชั่น มีความเข้าใจทางการตลาดและผู้บริโภค และมีทีมสนับสนุน

ถ้าเราชอบหรือมีแพสชั่นกับสิ่งที่ทำแต่ไม่ตอบโจทย์ลูกค้าก็อาจยาก แพสชั่นต้องผสมกับธุรกิจไปด้วย เพราะฉะนั้นคำว่า balance หรือสมดุล คือสิ่งที่เมย์หามาตลอดในการทำงาน

อ่านเพิ่มเติม: Stella McCartney จากวันที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ยัยเพี้ยนบ้าสิ่งแวดล้อม’ สู่การเป็น ‘นักรบเพื่อสิ่งแวดล้อม’

ถ้าชอบหรือมีแพสชั่นกับสิ่งที่ทำแต่ไม่ตอบโจทย์ลูกค้าก็อาจจะยาก แพสชั่นต้องผสมกับธุรกิจไปด้วย

- เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย -

ความสมดุลในเรื่องใดบ้างที่ยังคงตามหาตั้งแต่วันแรกของการเปิดแบรนด์จนถึงทุกวันนี้
หลักๆ มีด้วยกันสองเรื่องค่ะ เรื่องแรกคือการจัดสมดุลในการทำงานของคนต่างรุ่น อย่างที่รู้ว่าเมย์นำธุรกิจครอบครัวที่มีอยู่แล้วมาแตกเป็นสินค้าใหม่ จึงต้องหาจุดลงตัวของคนทำงานแต่ละช่วงวัยให้ได้ และยังมีเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรซึ่งเกี่ยวข้องกับทัศนคติในการทำงานของคนแต่ละยุค แต่ละสมัย ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่นั้นสำคัญมาก เมย์ว่าเมย์ทำไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเขา เพราะช่วยเติมพื้นฐานเหมือนทำให้เรามีทางลัด การปรับจูนการทำงานให้คนสองรุ่นทำงานด้วยกันได้จึงสำคัญ

เรื่องที่สองคือการปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ ต้องบอกว่าการที่เรามีแพสชั่น บางครั้งก็มาพร้อมกับอีโก้ เราจะรู้สึกว่าทุกคนต้องชอบสิ่งเดียวกับเรา แต่ที่จริงเทรนด์แฟชั่นนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราในฐานะเจ้าของต้องปรับให้เข้ากับเทรนด์โดยที่ไม่ไปเปลี่ยนดีเอ็นเอของแบรนด์ เราต้องเป็นหญ้าลู่ลม ไม่ต่อต้านกระแส แต่ก็ไม่ยึดติดกับอะไรมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่ยืดหยุ่น

ทุกวันนี้กระแสต่างๆ เข้ามาเปลี่ยนเทรนด์เร็วมาก โดยเฉพาะอิทธิพลจากสื่อโซเชียล แค่คนเรา swipe หน้าจอมือถือก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เต็มไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการบาลานซ์ระหว่างดีเอ็นเอของแบรนด์และกระแสต่างๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน

Tatler Asia
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio
Above  เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย หนึ่งใน Asia's Most Influential 2023 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio

นอกจากแพสชั่นและการปรับสมดุลแล้ว การทำงานศิลปะนั้นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ มองหาความคิดสร้างสรรค์จากอะไรบ้าง
ในการสร้างสรรค์ผลงานจะเกิดจากสัญชาตญาณและมุมมอง เมย์มองว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่ original ของบางอย่างเมื่อเรามองเห็นมัน เราอาจนึกถึงมันในแง่มุมอื่น เช่น เก้าอี้สวยๆ ตัวหนึ่ง เรามองเห็นแล้วก็คิดได้ว่าสามารถนำไปทำเป็น element ของกระเป๋าใบใหม่ได้ยังไง สิ่งเหล่านี้เมย์รู้สึกว่ามันคือสัญชาตญาณที่จะบอกเราได้

วิธีที่เมย์จะสร้างสัญชาตญาณพวกนี้คือ การท่องเที่ยว เวลาท่องเที่ยวเราจะได้ไปเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น เช่น วัฒนธรรม วิถีชีวิต แล้วเก็บสิ่งเหล่านั้นมาอยู่ในตัวเรา เรียกว่าเป็นถังไอเดียที่เราเก็บเอาไว้ ถังไอเดียนี้ไม่มีใครเหมือน เพราะเราสั่งสมมานานจากหลายที่ หลายช่วงเวลา วันหนึ่งที่เราจะต้องออกแบบอะไรสักอย่าง ก็สามารถดึงเอาสัญชาตญาณนี้ออกมาใช้ได้เลย

การท่องเที่ยวสไตล์ใดที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ในสไตล์ everyday luxury ที่ถือเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของแบรนด์ Chato Studio
เมย์ชอบเดินทางไปเที่ยวเพื่อดูวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมแบบชนเผ่าหรือสไตล์ tribal ประเทศที่ไปก็จะมีวัฒนธรรมที่ชัดเจน เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา หรือไปเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นั่นประเพณีวัฒนธรรมสวยงาม หรือหากไปสหรัฐอเมริกา ก็จะชอบไปที่ลอสแอนเจลิสแถบ Palm Springs ไปเลย เพราะทิวทัศน์ที่นั่นก็มีความเป็นชนเผ่าเหมือนกัน

นั่นทำให้แบรนด์ของเมย์มีความสมดุลระหว่างธรรมชาติและเมือง เพราะถึงแม้จะไปแอฟริกาแต่เมย์ก็นอนโรงแรม ไม่ได้ลุยป่าอะไรขนาดนั้น ถ้าให้เรียกงานที่เมย์ออกแบบ ก็ขอเรียกว่าสไตล์ธรรมชาติแบบติดแกลมค่ะ ดูสบายๆ แต่ใช้ในเมืองได้

Tatler Asia
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio
Above เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ Chato Studio (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมย์ - วัจณา เจริญสมสมัย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์แบรนด์ Chato Studio

นอกจากการจัดสมดุลกับปัจจัยต่างๆ ในการทำงานแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่มองว่ามีความสำคัญหรือไม่
คิดว่าเป็นเรื่องของเสียงตอบรับจากลูกค้าค่ะ เมย์สอบถามฟีดแบ็กจากลูกค้าและนำมาปรับปรุงพัฒนาตลอด แต่จะแยกออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือเสียงตอบรับด้านผลิตภัณฑ์ของเราซึ่งเน้นไปที่คุณภาพสินค้า โฟกัสที่ความทนทาน วัสดุ ความเหมาะสมในการใช้งาน และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ถึงเมย์จะทำสินค้าแฟชั่นแต่ก็อยากให้ใช้งานได้คล่องตัวด้วย เช่น ลูกค้าคนไทยให้ข้อมูลว่าสายกระเป๋าสั้นไปใช้แล้วติดวงแขน เราก็ต้องนำมาปรับว่า ถ้าคนเอเชียใช้ สายคล้องกระเป๋าต้องยาวกี่เซนติเมตร หนังที่ใช้ทำกระเป๋าควรหนาเท่าไหร่ เพื่อให้ทนทานแต่ก็ไม่หนักจนคนใช้สะพายแล้วปวดหลัง เราลงรายละเอียดกันถึงขนาดนั้นเลย เพื่อให้ออกมาดีที่สุด

สองคือ เสียงตอบรับด้านการบริการหรือประสบการณ์ที่เรามอบให้กับลูกค้าเมื่อเข้ามาซื้อสินค้า เช่น พนักงานดูแลหรือตอบคำถามลูกค้าดีไหม แพ็กเกจจิ้งสินค้าเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เราดูครบรอบด้าน ซึ่งการที่เราลงรายละเอียดได้ขนาดนี้ เพราะใช้แพสชั่นเป็นตัว drive ในการทำงานเลยค่ะ

Tatler Asia
กระเป๋าโท้ท หนึ่งในผลงานการคอลลาบอเรชั่นของ เมย์-วัจณา แห่งแบรนด์ Chato Studio และ Newyear
Above คอลเล็กชั่นกระเป๋าที่เป็นการร่วมงานกันจากแบรนด์ของ เมย์ วัจณา Chato Studio และ Newyear (นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร) Illustrator & Creative Designer รุ่นใหม่ (ภาพ: Instagram /@chatostudio)
Tatler Asia
Above กระเป๋าโท้ท หนึ่งในผลงานการคอลลาบอเรชั่นของ เมย์ วัจณา แห่งแบรนด์ Chato Studio และ Newyear (ภาพ: Instagram / @chatostudio)
กระเป๋าโท้ท หนึ่งในผลงานการคอลลาบอเรชั่นของ เมย์-วัจณา แห่งแบรนด์ Chato Studio และ Newyear

เทรนด์ของผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับความยั่งยืน Chato Studio นำเทรนด์นี้มาปรับเข้ากับแบรนด์หรือไม่
เมย์นำเรื่องการรีไซเคิลมาใช้ในการผลิต คือเศษหนังที่ใช้ผลิตกระเป๋าก็จะพยายามนำมาใช้เป็น element อื่นๆ ต่อ ผ้าแคนวาสที่เป็นวัสดุในการผลิตของกระเป๋าบางรุ่นก็จะเป็นแคนวาสที่มาจากการรีไซเคิล แต่เรื่องความยั่งยืนนี้ เมย์จะเน้นไปที่การผลิตสินค้าทำมือด้วยเส้นใยธรรมชาติ

กระเป๋าคอลเล็กชั่นที่เมย์นำไปโชว์ที่ฮ่องกง เมย์ทำงานร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทำงานกับช่างฝีมือในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อผลิตประเป๋า limited edition วัสดุที่ใช้คือไผ่สานซึ่งเป็นไผ่สานขนาดเล็กพิเศษที่เป็นฝีมือช่างคนไทยที่จังหวัดนครปฐม งานที่สำเร็จออกมาจะขายหญ้าลิเภาและมีความ delicate มากๆ

นอกจากนี้ยังมีงานที่ทำจากป่านศรนารายณ์ เป็นงานฝีมือช่างคนเดียวในประเทศที่สามารถสานป่านชนิดนี้ให้ออกมาเป็นกระเป๋าได้สวยงามขนาดนี้ คอลเล็กชั่นนี้จึงเป็นงานที่เมย์ภูมิใจมาก

แพสชั่นทำให้รู้สึกว่าอยากตื่นมาทำงานที่เรารัก แต่การทำงานมีรายละเอียดมากกว่านั้น… เราต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

- เมย์ วัจณา เจริญสมสมัย -

ถ้ามีคนถามว่าอะไรทำให้แบรนด์กระเป๋าและเครื่องประดับของคนไทยที่ชื่อว่า Chato Studio มีชื่อเสียงและยืนระยะได้มาถึงปัจจุบัน เมย์ วัจณา จะตอบคำถามนี้อย่างไร
อย่างแรกเลยคือ เมย์คิดว่ามีแพสชั่นของตัวเอง แต่อย่างที่บอกว่าแค่นั้นก็คงไม่พอเพราะแพสชั่นไม่สามารถทำให้ธุรกิจไปได้ไกล การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เรียนรู้จากความผิดพลาดหลายๆ อย่าง หาลูกค้าของเราให้เจอ รู้ให้ครบทุกด้านในพื้นฐานธุรกิจนั้นก็สำคัญ

นอกจากนี้การปรับตัวก็สำคัญ เพราะทุกวันนี้คนต้องการความตื่นเต้น ต้องการไวรัลตลอดเวลา เราก็ต้องคิดอะไรที่มันนอกกรอบไปเรื่อยๆ ไม่ยึดกับกฎเกณฑ์อะไรที่มันมากเกินไป ทั้งหมดนี้เราถึงจะทำได้

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี