The New York Watch Auction XII (Sale Room) (ภาพ: Phillips)
Cover บรรยากาศในห้องประมูลเรือนเวลา “The New York Watch Auction XII” ของสถาบันการประมูล Phillips ซึ่ง Patek Philippe Ref. 1518 สามารถทำราคาได้สูงสุดของงานที่ 1.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 47.35 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
The New York Watch Auction XII (Sale Room) (ภาพ: Phillips)

Phillips ประกาศความสำเร็จอย่างงดงามในการประมูลเรือนเวลาวินเทจ “The New York Watch Auction: XII” ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็น “White Glove Sale” หรือการประมูลที่มียอดขายเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ของทุกรายการ โดยมี Patek Philippe เป็นดาวเด่นที่ทำราคาได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมการทุบสถิติโลกและการทำลายสถิติตัวเองของ F.P.Journe, Cartier, Harry Winston และ Bvlgari

การประมูลสดครั้งสุดท้ายประจำฤดูใบไม้ผลิ 2025 ของสถาบันการประมูล Phillips เมื่อวันที่ 7-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ปิดฉากวางค้อนลงด้วยมูลค่ารวม 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.16 แสนล้านบาท โดยนาฬิกาหรูที่ถูกนำออกประมูล 144 ลอตได้มีผู้ประมูลไปครบทุกลอต

ความสำเร็จของงานซึ่งมีจำนวนผู้ประมูลจาก 70 ประเทศทั่วโลกในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดสะสมเรือนเวลาหรู และสะท้อนถึงความต้องการเรือนเวลาชั้นเลิศซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด เพราะนี่เป็นการขายแบบ White Glove Sale ติดต่อกันเป็นครั้งที่เก้าแล้ว

การประมูลครั้งนี้ยังสร้างผลลัพธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากเสน่ห์ของนาฬิกาที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ให้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถิติใหม่ทางด้านราคา การทำลายสถิติตัวเอง หรือแม้แต่การทำลายสถิติโลกที่เคยมีมาแต่เดิม และนี่ก็คือ 9 เรือนเวลาที่ทำราคาได้น่าประทับใจ พร้อมเหตุผลที่ทำให้มันเป็นดาวเด่นของการประมูล

อ่านเพิ่มเติม: Watches and Wonders 2025: เผยโฉมนาฬิกา 5 รุ่นใหม่ของ Patek Philippe

Above บรรยากาศการสตรีมสดของการประมูลเรือนเวลาวินเทจ “The New York Watch Auction: XII” ของ Phillips ในวันสุดท้ายของการประมูล (8 มิ.ย. 2025) ซึ่งมีลอตสำคัญในวันดังกล่าว คือ F.P. Journe Tourbillon Anniversaire Historique “T30”, Patek Philippe Ref. 1518 และ Biver Carillon Tourbillon เรือนแรกที่ส่งมอบให้ลูกค้า (หมายเลขซีเรียล 1)

1. Patek Philippe Ref. 1518 (1951/1953)

Tatler Asia
Patek Philippe Ref. 1518
Above Patek Philippe Ref. 1518 เรือนเวลาที่ทำราคาได้สูงสุดของงานที่ 1.45 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 47.35 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Patek Philippe Ref. 1518

เมื่อ Patek Philippe เปิดตัว Reference 1518 ในปี 1941 นาฬิการุ่นนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์สำคัญและปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นรุ่นที่นักสะสม Patek Philippe วินเทจตัวยงต้องมี

ราคาประมูล: $1,451,500 (฿47,355,187.50)

(ราคาประเมิน: $400,000 - 800,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: นาฬิกาโครโนกราฟปฏิทินถาวรตัวเรือนเยลโลว์โกลด์สุดพิเศษนี้ ไม่เคยปรากฏในห้องประมูลมานานเกือบ 40 ปี และยังมาจากคอลเล็กชั่นส่วนตัวอันทรงเกียรติของชาวอเมริกัน เป็น Reference 1518 ที่ได้รับการเก็บรักษาในสภาพยอดเยี่ยมในตู้เก็บความชื้น โดยไม่เคยนำออกมาสวมใส่เลยตั้งแต่ได้มาจากการประมูลในปี 1989 ทำให้ทำราคาได้สูงสุดในครั้งนี้ และเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สำหรับรุ่นเยลโลว์โกลด์ ยืนยันสถานะ “Holy Grail” ของนักสะสม Patek Philippe วินเทจ

2. Patek Philippe Ref. 570 Calatravone “Three-Tone Breguet Numerals” (1943)

Tatler Asia
Patek Philippe Ref. 570 Calatravone “Three-Tone Breguet Numerals” (1943) ทำราคาได้สูงสุดลำดับสองที่ 1.07 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 34.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above Patek Philippe Ref. 570 Calatravone “Three-Tone Breguet Numerals” ทำราคาได้สูงสุดลำดับสองที่ 1.07 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 34.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Patek Philippe Ref. 570 Calatravone “Three-Tone Breguet Numerals” (1943) ทำราคาได้สูงสุดลำดับสองที่ 1.07 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 34.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

ที่สุดแห่งความงามของ Reference 570 และจุดสูงสุดของการสะสมนาฬิกา Patek Philippe วินเทจทุกเรือนที่นักสะสมใฝ่หา คือหน้าปัดสามเฉดสีที่ประดับด้วยตัวเลขอารบิกแบบ Breguet ที่ถูกนำมาติดอย่างประณีต การผสมผสานสไตล์ที่ลงตัวนี้สร้างสรรค์ความสมดุลอันน่าทึ่งระหว่างความโดดเด่น (เลขอารบิกแบบ Breguet, หน้าปัดหลายโทนสี) และดีไซน์ที่สุขุม สง่างาม

ราคาประมูล: $1,066,800 (฿34,804,350)

(ราคาประเมิน: $200,000 - 400,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: Patek Philippe Ref. 570 Calatrava “Three-Tone Breguet Numerals” ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 36 mm. เรือนนี้ นับเป็นการค้นพบที่หาได้ยาก ซึ่งจากการวิจัยของ Phillips พบว่ามีเพียงสี่เรือนเท่านั้นที่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ และนี่คือเรือนที่สี่ แสดงถึงความหายากในระดับสูงสุด และสามารถทำราคาได้สูงเป็นอันดับสองสำหรับ Reference นี้

อ่านเพิ่มเติม: Patek Philippe Cubitus: ปฐมบทใหม่แห่งเรือนเวลา ในรอบ 25 ปี

3. F.P. Journe Tourbillon Anniversaire Historique “T30” (2014)

Tatler Asia
F.P. Journe Tourbillon Anniversaire Historique “T30” (2014) ปิดที่ 8.89 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 29.00 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above F.P. Journe Tourbillon Anniversaire Historique “T30” ปิดที่ 8.89 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 29.00 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
F.P. Journe Tourbillon Anniversaire Historique “T30” (2014) ปิดที่ 8.89 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 29.00 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของการรังสรรค์นาฬิกาพกทูร์บิญองเรือนแรก François-Paul Journe ได้ตัดสินใจผลิตนาฬิกาข้อมือจำนวนจำกัดเพียง 99 เรือน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยมจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งแรกของเขา นาฬิการุ่นนี้จึงถูกขนานนามว่า Tourbillon Anniversaire Historique

การจัดวางองค์ประกอบบนหน้าปัดถอดแบบมาจากนาฬิกาพกต้นฉบับเกือบจะสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ย่อส่วนลงให้พอดีกับตัวเรือนขนาด 40 mm. พร้อมเทคนิคการแกะสลักหน้าปัดแล้วเติมร่องแกะสลักด้วยแลคเกอร์ ทั้งยังผสมผสานวัสดุที่ไม่ธรรมดาระหว่างเงินและทองโรสโกลด์ 18K ฝาหลังแบบบานพับสไตล์ hunter caseback เผยให้เห็นลวดลายกิโยเช่ที่แผ่รัศมีล้อมรอบหมายเลข 39 ของนาฬิกาอย่างงดงาม

ราคาประมูล: $889,000 (฿29,003,625)

(ราคาประเมิน: $180,000 - 360,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: T30 คือการรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของตำนาน จนถึงปัจจุบัน T30 เป็นหนึ่งในสองรุ่นทูร์บิญองที่ Journe เคยผลิตขึ้นโดยที่กลไกถูกซ่อนไว้จากด้านหลังของนาฬิกา นับเป็นการแสดงความเคารพต่อความหลงใหล และเป็นการเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นที่ถ่อมตน และเรือนที่เป็นหมายเลข 39 เรือนนี้ก็เพิ่งเข้าสู่ตลาดประมูล และมาจากนักสะสมคนสำคัญของนาฬิกาอิสระผู้เป็นเจ้าของเดิมโดยตรง และยังสร้างสถิติโลกใหม่สำหรับการประมูล T30

4. Harry Winston And F.P. Journe Ref. Piece Unique Opus One Chronomètre À Résonance Piece Unique (2002)

Tatler Asia
Harry Winston And F.P. Journe Ref. Piece Unique Opus One Chronomètre À Résonance Piece Unique (2002) ปิดที่ 8.38 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 27.35 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above Harry Winston And F.P. Journe Ref. Piece Unique Opus One Chronomètre À Résonance Piece Unique ปิดที่ 8.38 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 27.35 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Harry Winston And F.P. Journe Ref. Piece Unique Opus One Chronomètre À Résonance Piece Unique (2002) ปิดที่ 8.38 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 27.35 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

Maximilian Büsser ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ด้านการสร้างสรรค์กลไกเรือนเวลาชั้นสูง ได้ริเริ่มโครงการ Opus One ขึ้นในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Harry Winston Timepieces ช่วงต้นยุค 2000s โดยเขาได้ร่วมมือกับช่างนาฬิกาอิสระเพื่อรังสรรค์นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานดีเอ็นเอของ Harry Winston เข้ากับสไตล์อันเป็นซิกเนเจอร์ของช่างนาฬิกาแต่ละท่าน 

สิ่งที่ทำให้ Opus One แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในยุคนั้นคือการที่ชื่อของช่างทำนาฬิกาจะถูกแสดงไว้อย่างภาคภูมิบนหน้าปัด โปรเจกต์นี้ได้มอบนาฬิกาที่แปลกใหม่ น่าหลงใหล และซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้แก่โลก ซึ่งในการร่วมมือครั้งแรก Büsser ได้ทาบทาม F.P. Journe ที่เพิ่งเปิดตัวแบรนด์ของตัวเองด้วยนาฬิกาสามรุ่นติดต่อกัน ได้แก่ Tourbillon Souverain, Chronomètre à Résonance และ Octa Réserve de Marche (เปิดตัวในปี 1999, 2000 และ 2001 ตามลำดับ)

Büsser และ Journe ได้เพิ่ม DNA ของ Harry Winston เพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานเชิงปรัชญาแห่งกาลเวลาของ Opus One นั่นคือ ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Harry Winston ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซุ้มประตูของ Harry Winston Salon ในนิวยอร์ก ผสานกับกลไกและการจัดวางหน้าปัดของ F.P. Journe นาฬิกาสามรุ่นที่ Journe เคยสร้างสรรค์ไว้ถูกนำมาแปลงเป็น Opus One สามเวอร์ชัน โดยแต่ละเวอร์ชันผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 6 เรือน แต่ละเรือนมีการระบุคำว่า “Pièce Unique” บนหน้าปัด และลงนามสองแห่งคือ Harry Winston และ “Animé Par F.P. Journe Invenit Et Fecit” แน่นอนว่าในฐานะที่เป็นนาฬิกา F.P. Journe ในยุคแรกๆ จึงมาพร้อมกับกลไกทองเหลืองที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม F.P. Journe

ราคาประมูล: $838,200 (฿27,346,275)

(ราคาประเมิน: $300,000 - 600,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: Opus One Chronomètre à Résonance Piece Unique เรือนนี้ มาพร้อมหน้าปัดสีดำและการประดับเพชรที่หรูหรา ถือเป็นที่สุดแห่งนาฬิกาหรูสำหรับโอกาสพิเศษอย่าง black-tie และยังมาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด ในสภาพที่ดีโดดเด่น ทำให้เป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมนาฬิกาหายาก ซึ่งภายในงานเรือนเวลานี้ก็ได้สร้างสถิติโลกใหม่สำหรับรุ่น Opus

5. A. Lange & Söhne Ref. 414.049, 1815 Chronograph “2022 Best Of Show, Concorso D’Eleganza Villa D’Este” (2022)

Tatler Asia
A. Lange & Söhne Ref. 414.049, 1815 Chronograph “2022 Best Of Show, Concorso D’Eleganza Villa D’Este” (2022) ปิดที่ 7.37 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 24.03 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above A. Lange & Söhne Ref. 414.049, 1815 Chronograph “2022 Best Of Show, Concorso D’Eleganza Villa D’Este” ปิดที่ 7.37 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 24.03 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
A. Lange & Söhne Ref. 414.049, 1815 Chronograph “2022 Best Of Show, Concorso D’Eleganza Villa D’Este” (2022) ปิดที่ 7.37 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 24.03 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

A. Lange & Söhne ได้วางแบรนด์ของตนให้สอดคล้องกับโลกของรถยนต์ประวัติศาสตร์ หายาก และมีชื่อเสียงอย่างยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ปี 2012 เมื่อได้ร่วมมือกับ Concorso d’Eleganza Villa d’Este ซึ่งเป็นงานประกวดรถยนต์วินเทจประจำปีที่จัดขึ้นริมฝั่งทะเลสาบโคโม และต่อมาในปี 2018 เมื่อแบรนด์ได้กลายมาเป็นพันธมิตรของ Hampton Court Concours of Elegance ซึ่งจัดขึ้นที่พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ตในเขตชานเมืองของลอนดอน

ผู้ชนะรางวัล Concorso d’Eleganza Villa d’Este 2022 Best in Show คือ Bugatti 57 S ปี 1937 ที่งดงามตระการตา สะท้อนให้เห็นถึงการเฉลิมฉลองความสง่างามและความงามเหนือกาลเวลาในโลกของรถยนต์ A. Lange & Söhne 1815 Chronograph สะท้อนถึงคุณค่าที่คล้ายคลึงกันพร้อมความมุ่งมั่นในความเป็นเลิศด้านงานฝีมือและความแม่นยำเชิงกล

ราคาประมูล: $736,600 (฿24,031,575)

(ราคาประเมิน: $100,000 - 200,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: นาฬิกาโครโนกราฟจับเวลาแบบ Flyback ตัวเรือนไวท์โกลด์อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมหน้าปัดสีชมพูอันงดงาม และฝาหลังสลักมืออย่างประณีตด้วยตราสัญลักษณ์ Concorso เรือนนี้ เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ทาง Lange มอบให้กับผู้ชนะการประกวด โดยเจ้าของเดิมได้นำมามอบสำหรับการประมูลพร้อมอุปกรณ์เสริมครบชุด จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากอย่างยิ่งที่จะได้เป็นเจ้าของเรือนเวลาสุดพิเศษที่แทบจะหาซื้อไม่ได้

6. F.P. Journe Répétition Souveraine Smoked Sapphire (2023)

Tatler Asia
F.P. Journe Répétition Souveraine Smoked Sapphire (2023) ปิดที่ 6.86 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 22.37 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above F.P. Journe Répétition Souveraine Smoked Sapphire ปิดที่ 6.86 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 22.37 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
F.P. Journe Répétition Souveraine Smoked Sapphire (2023) ปิดที่ 6.86 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 22.37 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

ในปี 2008 F.P. Journe ได้เผยโฉม Répétition Souveraine ซึ่งเป็นนาฬิกามินิทรีพีทเตอร์บางเฉียบ ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ซึ่งเป็นวัสดุที่คาดไม่ถึงสำหรับกลไกอันทรงเกียรติเช่นนี้ เพราะมินิทรีพีทเตอร์โดยทั่วไปจะอยู่ในตัวเรือนโลหะมีค่า แต่ทางแบรนด์ก็เลือกใช้สเตนเลสสตีลอย่างตั้งใจ เนื่องจากคุณสมบัติทางอะคูสติกที่เหนือกว่า ช่วยให้เสียงตีระฆังกังวานด้วยความชัดเจนเป็นพิเศษ

สำหรับ Répétition Souveraine เรือนนี้ แสดงถึงวิวัฒนาการร่วมสมัย โดดเด่นด้วยหน้าปัดแซฟไฟร์รมควันแบบสเกเลตัน เผยให้เห็นกลไกอันซับซ้อนภายในนาฬิกาอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้สวมใส่สามารถสังเกตการทำงานที่ประสานกันของกลไกตีระฆังที่บางเฉียบ ซึ่งทั้งหมดถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตด้วยทองโรสโกลด์ 18K ที่นำมาใช้ประกอบกลไกของนาฬิกาได้

ราคาประมูล: $685,800 (฿22,374,225)

(ราคาประเมิน: $200,000 - 400,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: การเป็นแบรนด์ที่ใช้ทองโรสโกลด์ 18K มาใช้สร้างกลไกของนาฬิกาในตัวเรือนสเตนเลส ซึ่งแสดงถึงการมีนวัตกรรมที่โดดเด่น ขณะเดียวกันนาฬิกาเรือนนี้ก็ยังถูกนำเสนอโดยเจ้าของเดิมและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการสร้างสถิติโลกใหม่ในการประมูลสำหรับ Répétition Souveraine Smoked Sapphire นี้ด้วย

7. Biver Ref. PRF-11193 Carillon Tourbillon No. 1 (2023)

Tatler Asia
Biver Ref. PRF-11193 Carillon Tourbillon No. 1 ปิดที่ 4.44 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 14.50 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above Biver Ref. PRF-11193 Carillon Tourbillon No. 1 ปิดที่ 4.44 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 14.50 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Biver Ref. PRF-11193 Carillon Tourbillon No. 1 ปิดที่ 4.44 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 14.50 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

Biver Carillon Tourbillon Minute Repeater นาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ คือผลงานชิ้นเอกแห่งศิลปะการประดิษฐ์นาฬิการ่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพทางเสียง การผสมผสานงานฝีมือคลาสสิกเข้ากับวิศวกรรมอะคูสติกที่ล้ำสมัย โดยมีหนึ่งในกลไกที่ได้รับการยกย่องสูงสุด นั่นคือ Carillon Minute Repeater ซึ่งแตกต่างจากมินิทรีพีทเตอร์ทั่วไป โดย Carillon มีค้อนสามตัวที่ตีด้วยโน้ตแตกต่างกันสามเสียง ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมโทนเสียงที่ไพเราะและกังวานยิ่งขึ้น เมื่อจับคู่กับกลไกทูร์บิญอง และกลไกที่ตกแต่งด้วยมือทั้งหมดที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Le Cercle des Horlogers นาฬิกาเรือนนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ความมหัศจรรย์ทางเทคนิค แต่ยังเป็นการยกย่องบทกวีแห่งการสะท้อนทางอารมณ์ของเวลา

ราคาประมูล: $444,500 (฿14,501,812.50)

(ราคาประเมิน: $300,000 - 600,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: เรือนที่นำมาประมูลเป็นนาฬิกาหมายเลข 1 (Watch No. 1) ซึ่งเป็นชิ้นแรกที่ผลิตขึ้นจากต้นแบบดั้งเดิม นับเป็นนาฬิกา Biver เรือนแรกที่ส่งมอบให้กับลูกค้า โดยต้นแบบดั้งเดิมที่ Phillips เคยนำเสนอไปเมื่อปี 2023 ทำราคาประมูลได้อย่างน่าทึ่งถึง 1,270,000 ฟรังก์สวิส เป็นการส่งสัญญาณให้นักสะสมเห็นถึงความสำคัญของบทใหม่นี้ในวงการนาฬิกาอิสระ ดังนั้น Watch No. 1 เรือนนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมของมรดก Biver

8. Cartier Ref. 78102 Coussin Bamboo “Jumbo” (ประมาณปี 1978)

Tatler Asia
Cartier Ref. 78102 Coussin Bamboo “Jumbo” (ประมาณปี 1978) ปิดที่ 1.78 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above Cartier Ref. 78102 Coussin Bamboo “Jumbo” ปิดที่ 1.78 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Cartier Ref. 78102 Coussin Bamboo “Jumbo” (ประมาณปี 1978) ปิดที่ 1.78 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.80 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

มีเพียงไม่กี่ดีไซน์ที่สามารถสะท้อนจิตวิญญาณอันห้าวหาญของ Cartier ในยุค 1970s ได้อย่างชัดเจนเท่ากับนาฬิกา Coussin “Bamboo” ด้วยเส้นสายที่โค้งมน ประหนึ่งงานประติมากรรม และพื้นผิวสัมผัสอันโดดเด่นสะดุดตา นาฬิการุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงธรรมชาติ ก่อนจะถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงที่เปี่ยมด้วยความสง่างามแบบฉบับปารีเซียง

Coussin Bamboo “Jumbo” ซึ่งหาได้ยากนี้ เป็นการตีความ Coussin Bamboo สุดคลาสสิกในขนาดโอเวอร์ไซส์ รังสรรค์ขึ้นจากทองคำเยลโลว์โกลด์ 18K ทั้งเรือน กรอบและขานาฬิกาที่เซาะร่องลึกคล้ายเปลือกไม้ เลียนแบบจังหวะปล้องไผ่ได้อย่างน่าทึ่ง ก่อให้เกิดการเล่นแสงและเงาที่ดึงดูดสายตา ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสผสมผสานความโดดเด่นเข้ากับความประณีตได้อย่างลงตัว ชวนให้นึกถึงสุนทรียะแห่งความเย้ายวนและความอิสระที่นิยามภาษาการออกแบบของ Cartier ในยุค 1970s

ราคาประมูล: $177,800 (฿5,800,725)

(ราคาประเมิน: $15,000 - 30,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: Cartier Coussin Bamboo “Jumbo” ที่มีตัวเรือนรูปทรงไม้ไผ่อันโดดเด่น มอบทั้งความหายากและความงามเชิงประติมากรรม นาฬิกาทรงพิเศษของ Cartier โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยุค 60s และ 70s ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่นักสะสม ด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร การผลิตจำนวนจำกัด และการออกแบบที่ประณีตไร้ที่ติ เรือนเวลาที่หาชมได้ยากเรือนนี้สามารถทำราคาได้สูงกว่าราคาประเมินถึงกว่าห้าเท่าตัว และสร้างสถิติโลกใหม่สำหรับ Reference นี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของความต้องการนาฬิกาวินเทจจาก Cartier

9. Bvlgari Tubogas (ประมาณปี 1980)

Tatler Asia
Bvlgari Tubogas (ประมาณปี 1980) ปิดที่ 1.70 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.55 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Above Bvlgari Tubogas ปิดที่ 1.70 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.55 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)
Bvlgari Tubogas (ประมาณปี 1980) ปิดที่ 1.70 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 5.55 ล้านบาท (ภาพ: Phillips)

Tubogas เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่เคียงคู่กับ Serpenti ในฐานะนวัตกรรมการออกแบบอันล้ำยุคแห่งโลกลักซ์ชูรี

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์มักจะเป็นที่จดจำได้ในทันที อย่างไรก็ตาม Tubogas เรือนนี้ค่อนข้างพิเศษและยากที่จะระบุได้ในทันที แม้จะมีรูปทรง Tubogas อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเรือน แต่กลับมีแผ่นวงรีที่ดูคล้ายงูกำลังแผ่แม่เบี้ยขนาดใหญ่ที่โดดเด่นสะดุดตา

นาฬิกาเรือนนี้มีความงามอันน่าทึ่ง มาพร้อมหน้าปัดทรงหยดน้ำสีดำเงาหายากที่จัดวางเยื้องศูนย์เล็กน้อย เพื่อให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้สวมใส่ ส่วนวงรีขนาดกว้างเชื่อมต่อกับตัวเรือนได้อย่างลงตัว สวมใส่สบายบนข้อมือ กลไกไขลานด้วยมือ และตัวเรือนมีการประทับตราทั้งของ Bvlgari N.Y. และ ITALY

ราคาประมูล: $170,180 (฿5,552,122.50)

(ราคาประเมิน: $4,000 - 8,000)

สิ่งที่ทำให้เป็นดาวเด่น: นาฬิกาเรือนนี้ถูกนำเสนอพร้อมกับใบเสร็จรับเงินต้นฉบับและกล่อง โดยครอบครัวของเจ้าของเดิม ซึ่งได้ซื้อเรือนนี้ในปี 1980 ที่บูติก Bvlgari แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา และได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่งในห้องประมูล ด้วยราคาที่ได้สูงกว่าราคาประเมินขั้นต่ำสุดถึงกว่า 40 เท่า แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งและน่าตื่นเต้นสำหรับนาฬิกาที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น แม้จะเป็นนาฬิกาที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มกลไกซับซ้อนสูงก็ตาม

Topics