Cover Jean-Christophe Babin ซีอีโอ Bvlgari (ภาพ: Bvlgari)

สัมภาษณ์ ฌ็อง-คริสตอฟ บาบิน ซีอีโอของ Bvlgari ถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ การเชิดชูความเป็นโรมัน ตลอดจนการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์รุ่นใหม่อย่างลิซ่า ในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

ต้องยอมรับว่านับจากวันที่ ฌ็อง-คริสตอฟ บาบิน (Jean-Christophe Babin) ก้าวเข้ามาเป็น Chief Executive Officer ของ Bvlgari (บุลการี) ตั้งแต่ปี 2013 เขายกระดับของแบรนด์และสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในฐานะแบรนด์จิวเวลรีชั้นสูงระดับโลกที่น่าปรารถนา ถึงกระนั้นด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของซีอีโอ เขาทำให้ Bvlgari เข้าไปกุมหัวใจคนรุ่นใหม่ได้ด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีชื่อเสียง การขยายคอลเล็กชั่นให้หลากหลาย และการเนรมิตอีเวนต์ที่สวยตื่นตา อย่างการเผยโฉมคอลเล็กชั่นไฮเอนด์สุดพิเศษ ‘Aeterna’ กับดินเนอร์แสนวิจิตรตระการตาที่หน้าปราสาทบายน ณ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง Tatler Thailand ได้รับเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ในโอกาสนี้ เราได้สัมภาษณ์ ฌ็อง-คริสตอฟ บาบิน ซีอีโอของ Bvlgari ถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ การเชิดชูความเป็นโรมัน ตลอดจนการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์รุ่นใหม่อย่างลิซ่า ในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

Tatler Asia
Above งานเปิดตัว Bvlgari Aeterna หน้าปราสาทบายน ณ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ก่อนอื่นเลยต้องถามว่า อะไรคือแรงบันดาลใจให้ Bvlgari เลือกจัดงาน Aeterna ที่เมืองเสียมเรียบแห่งนี้

ก่อนหน้านี้ เราจัดงานเปิดตัว Tubogas ที่กรุงเทพฯ ไปเมื่อปลายปีก่อน Bvlgari ให้ความสำคัญกับศิลปะ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม ทำไมน่ะเหรอ เพราะเราถือกำเนิดในโรม โรมเป็นแหล่งรวมศิลปินที่หล่อหลอมอารยธรรมตะวันตกและสถาปัตยกรรม ซึ่งส่งผลให้ Bvlgari เป็นช่างทำจิวเวลรีที่แตกต่างจากรายอื่นๆ และด้วยความที่สถาปัตยกรรมโรมันนั้นยิ่งใหญ่ จึงสะท้อนความหลากหลายของผลงาน ด้วยเหตุที่เรามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี จึงมีเรื่องราวมากมาย และนั่นเป็นเหตุผลที่เรามองว่าสิ่งที่เราทำคือศิลปะ เพราะชิ้นงานส่วนใหญ่มีเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้นการมีตัวตนของเรา คือการแสดงออกผ่านศิลปะ และนั่นคือเหตุผลที่เราพยายามเลือกสถานที่ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ซึ่งช่วยสื่อถึงศิลปะและสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าของเรา อย่างเช่นเมื่อวานนี้ แม้ว่าคนที่เคยมาเยือนนครวัดหลายครั้ง ก็ไม่เคยได้เห็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นศิลปะ กับโบราณสถานที่สวยงาม เคล้าไปกับพลังของเสียงดนตรี และนี่คือสิ่งที่เราต้องการแสดงให้เห็นว่า ศิลปะคืออารมณ์ ศิลปะคือเครื่องประดับ และศิลปะสะท้อนอารมณ์และเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่คุณสามารถทำได้บนโลกใบนี้ งานเมื่อวานนี้ยอดเยี่ยมมาก และปีนี้ Bvlgari ฉลองครบรอบ 140 ปีด้วย

Tatler Asia
Above ฌ็อง-คริสตอฟ บาบิน และ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่งาน Bvlgari Aeterna ในเสียมเรียบ

Bvlgari เป็นแบรนด์ที่มีมานานกว่า 140 ปี คุณรักษาสมดุลระหว่างความเป็นตำนานเก่าแก่กับโลกยุคใหม่อย่างไร ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในยุคนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

แน่นอนครับ เราไม่ได้คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่จะซื้อเครื่องประดับของเราทันที เพราะมีราคาสูง แต่ขณะเดียวกัน เรามีคอลเล็กชั่นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า อย่างเช่น B.zero1, Divas' Dream หรือ Cabochon ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งแตกต่างจากงาน Tubogas ที่คุณได้เห็นในประเทศไทย เราพยายามเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เข้าถึงคนรุ่นเดียวกันได้ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ เรามีทาเลนต์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงมากจากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเข้าถึงแบรนด์ผ่านต้นแบบที่เป็นวัยเดียวกัน พวกเขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะซื้อจิวเวลรี Bvlgari เพราะราคาสูงเมื่อตอนที่เขาอายุ 25 แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้แรงบันดาลใจจากคนกลุ่มนี้ที่สะท้อนถึงแบรนด์ สร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ วันนึงที่พวกเขาได้เลื่อนตำแหน่ง ได้งานแรก หรือเมื่อพ่อแม่ถามพวกเขาว่าเรียนจบแล้วอยากได้ของขวัญอะไร Bvlgari จะอยู่ในความคิดของพวกเขาเพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาใฝ่ฝัน

ทั้งนี้เราก็ต้องเลือกคนที่เหมาะสมด้วย ทุกวันนี้มีอินฟลูเอนเซอร์มากมาย สำหรับเราแล้ว สิ่งสำคัญคือมีความสนใจในแบรนด์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับหรือนาฬิกา เพราะเมื่อพวกเขาเป็นตัวแทนของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ โรม หรือเมื่อวานนี้ (เสียมเรียบ) พวกเขาไม่เพียงแค่มีความรู้ แต่ยังมีความหลงใหลในแบรนด์ด้วย ไม่อย่างนั้นจะขาดความน่าเชื่อถือและดูเป็นการค้ามากเกินไป ดังนั้นไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ บุคคลนั้นไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต้องชอบเครื่องประดับอย่างแท้จริง และมาเยือนโรม เพื่อค้นพบศิลปะและห้องปฏิบัติการของเรา เพื่อตกหลุมรักกับ Bvlgari ในงานเมื่อวานนี้ผมได้ยินศิลปินหลายคนบอกว่า ‘มีความสุขมากที่ได้พบปะกับครอบครัว Bvlgari’ คำว่า ‘ครอบครัว Bvlgari’ ไม่ได้หมายถึงพนักงานของ Bvlgari แต่รวมถึงศิลปินและทาเลนต์คนอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย

Tatler Asia
Above Friend of the House Bvlgari ในงานเปิดตัว Bvlgari Aeterna

และนั่นน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คุณเลือก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เธอสร้างอิทธิพลอย่างไรบ้าง

ใช่ครับ เธอมีอิทธิพลมากโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเราได้เซ็นสัญญากับเธอครั้งแรกจากเกาหลีสำหรับตลาดเกาหลีในปีแรก จากนั้นก็ขยายสู่เอเชีย และต่อมาก็ระดับโลกและทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเวิลด์ทัวร์ของ Blackpink ที่จะมีทัวร์ใหม่ในช่วงฤดูร้อนนี้ เธอได้กลายเป็นที่รู้จักในระดับโลก ไม่ใช่แค่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของเอเชีย แต่ผมคิดว่าในทุกๆ รุ่น ผมเองก็ไปดูคอนเสิร์ตของเธอที่ปารีสมา ใช่ครับ มีคนรุ่นใหม่เยอะมาก แต่ก็มีเบบี้บูมเมอร์อย่างผมเยอะเช่นกัน ดังนั้นเธอมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก แต่เอาจริงๆ มันก็ยากที่จะบอกว่าอิทธิพลนี้มาจากลิซ่า หรือมาจากคนอื่นๆ เพราะเราทำงานกับดาราระดับโลกสี่คน ไม่ว่าจะเป็น เซ็นเดยา (Zendaya), หลิวอี้เฟย์ (Liu Yifei), ปริยังกา (Priyanka Chopra) และลิซ่า พวกเธอมีอายุต่างกันเล็กน้อยและมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และนี่คือความเป็นสากล การที่จะสะท้อนความเป็นสากลด้วยคนเพียงคนเดียวเป็นเรื่องยาก

Tatler Asia
Above ฌ็อง-คริสตอฟ บาบิน และ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ในงานเปิดตัว Bvlgari Tubogas ที่กรุงเทพฯ
Tatler Asia
Above ลิซ่า ลลิษา มโนบาล แบรนด์แอมบาสเดอร์ Bvlgari

ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ผู้ชายเริ่มสวมเครื่องประดับมากขึ้น Bvlgari มองเทรนด์เครื่องประดับสำหรับผู้ชายไว้บ้างไหม

จริงๆ แล้วเรายังไม่ได้พัฒนาเครื่องประดับสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ เราอาจจะทำในอนาคต แต่ที่ผ่านมา เราเน้นเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงมาโดยตลอด และสังเกตจากพนักงานขายของเราว่าผู้ชายจำนวนหนึ่งซื้อเครื่องประดับ ไม่ใช่เพื่อมอบให้ผู้หญิง แต่เพื่อตัวเอง และเป็นที่ชัดเจนว่าส่วนใหญ่เป็นคอลเล็กชั่น B.zero1 เพราะ B.zero1 มีดีไซน์ที่ค่อนข้างเป็นยูนิเซ็กซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น Rock ที่ดูมีความเป็นผู้ชายมากกว่า และ Serpenti Viper หากไม่มีการประดับเพชรก็เหมาะสำหรับสุภาพบุรุษเช่นกัน เราจึงตระหนักว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงนั้นก็ดึงดูดใจผู้ชายเช่นกัน

เราเริ่มต้นด้วยการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิเซ็กซ์เหล่านั้นไว้ในเคาน์เตอร์สำหรับผู้ชาย ในขณะเดียวกัน อย่างที่คุณเห็นบนแคทวอล์กในงานเมื่อวานนี้ ไม่ใช่แค่สุภาพสตรีที่สวมเครื่องประดับของเรา แต่ยังมีสุภาพบุรุษด้วย เพื่อให้สุภาพบุรุษที่มาร่วมงานเดินออกจากงานเลี้ยงด้วยความคิดว่า 'Serpenti ก็ไม่เลวสำหรับฉันนะ' โดยพื้นฐานแล้วเราไม่ได้ต้องการสร้างไลน์เครื่องประดับสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นความคิดที่ดี แต่เราต้องการให้ผู้ชายเข้าใจว่าหากพวกเขามาที่ Bvlgari พวกเขาสามารถหาเครื่องประดับและนาฬิกาได้ แต่เน้นไปที่เครื่องประดับก่อน เพราะนาฬิกาเราก็ทำรุ่นที่ผู้ชายใส่ได้มานานแล้ว เราใช้โอกาสในงานเหล่านี้เพื่อเปิดใจผู้ชายให้กว้างขึ้น แหวนก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชายเช่นกัน โดยเฉพาะแหวนวงเล็กๆ มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่เป็นเจ้าของเครื่องประดับของเราแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่สัดส่วนที่มากนัก แต่ก็ถือว่ามีนัยสำคัญและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Tatler Asia
Tatler Asia

ก่อนหน้านี้ คุณเคยเป็นซีอีโอของ TAG Heuer อยู่นาน คุณได้นำความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาของคุณมาพัฒนาคอลเล็กชั่นนาฬิกาของ Bvlgari อย่างไรบ้าง

แน่นอนครับ การที่ผมทำงานกับ TAG Heuer มา 13 ปี ทำให้ผมมีความเข้าใจในตลาดนาฬิกาและข้อมูลต่างๆ เมื่อผมมาที่ Bvlgari สิ่งแรกที่ผมต้องทำคือทำความเข้าใจว่านาฬิกาของ Bvlgari สื่อถึงอะไร เพราะสำหรับ TAG Heuer นั้นชัดเจนว่าคือความเที่ยงตรงขั้นสูงสุด เพราะพัฒนามาจากวงการ Formula 1 ดังนั้นจึงเน้นไปที่สปอร์ต ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมต้องทำความเข้าใจว่า Bvlgari สื่อถึงอะไร สำหรับผมแล้วชัดเจนว่านาฬิกาของ Bvlgari ต้องเชื่อมโยงกับเครื่องประดับของ Bvlgari เป็นอันดับแรก และประการที่สองคือต้องมอบความสง่างามและหรูหรา และนี่คือที่มาของนาฬิกา Octo ที่เกิดขึ้นในยุคที่ผู้ชายเริ่มแต่งตัวแตกต่างออกไปจากเดิม อย่างการสวมเสื้อผ้าทรงสลิมฟิตหรือการออกแบบนาฬิกาเรือนใหญ่หนาขึ้น เราจึงได้พัฒนานาฬิกาที่บางเฉียบ ซึ่งมีความร่วมสมัยเหมือนกับ Bvlgari เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของผู้ชายที่สวมเสื้อผ้าทรงสลิมฟิตและมอบความสง่างามที่พวกเขาต้องการ เหมือนกับที่เราสร้างสรรค์เครื่องประดับสำหรับผู้หญิง และสิ่งนี้ก็ได้ผล เมื่อเราตัดสินใจได้แล้วว่าวัตถุประสงค์ของนาฬิกาคืออะไร การพัฒนาที่ต้องใช้ความกล้า อย่างเช่น กลไกที่บางเฉียบก็ทำได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ใช่เพื่อความบางเฉียบอย่างเดียว แต่เพื่อความสง่างามด้วย

เช่นเดียวกับที่เราทำกลไกอัตโนมัติสำหรับสุภาพสตรี ซึ่งเป็นเหมือนนาฬิกา Finissimo ที่นำมาประยุกต์ให้สามารถใส่ในนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีขนาดเล็กได้ และด้วยดีไซน์ที่เป็นหัวงู กลไกแบบดั้งเดิมก็ใส่ไม่ได้ เราจึงต้องสร้างกลไกที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นความสง่างามและหรูหราจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Tatler Asia

ต้องยอมรับว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ Bvlgari ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก อะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายนับตั้งแต่ที่คุณได้เข้ามาเป็นซีอีโอของ Bvlgari

เมื่อตอนที่ผมเริ่มทำงานที่นั่น Bvlgari มีชื่อเสียงมากอยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ การจัดจำหน่ายนั้นดีอยู่แล้ว อาจจะดีขึ้นได้อีก แต่แบรนด์ยังไม่ชัดเจน ในบางประเทศ Bvlgari ถูกมองว่าเป็นแบรนด์น้ำหอมมากกว่า เพราะน้ำหอมนั้นขายดี ในบางประเทศเป็นแบรนด์กระเป๋า และในบางประเทศเป็นแบรนด์เครื่องประดับ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า ดังนั้นความท้าทายแรกคือการกลับมาเน้นที่เครื่องประดับอย่างจริงจัง เพราะหากเราต้องการประสบความสำเร็จในนาฬิกา กระเป๋า หรือแม้แต่ธุรกิจโรงแรม เราต้องเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่เป็นที่ปรารถนามากที่สุดในโลก และหากเป็นเช่นนั้น การประสบความสำเร็จในนาฬิกาก็จะง่ายขึ้น ดังนั้นเราต้องกำหนดบทบาทของแต่ละหมวดหมู่ให้ชัดเจน โดยมีเครื่องประดับเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

ประการที่สองคือการชูความเป็นโรมันให้เป็นจุดเด่นที่ชัดเจน เพื่อให้เข้าใจแบรนด์และต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจ ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในที แต่ไม่เคยถูกกล่าวถึงอย่างตรงไปตรงมา เรายังเปลี่ยนชื่อจาก Bvlgari เป็น Bvlgari Roma หากคุณดูโลโก้ของเราในตอนนี้ จะเป็น Bvlgari Roma เพราะโรมมีความแข็งแกร่งมากและอธิบายถึงบุลการีได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่แค่ทางตรง แต่โดยทางอ้อมด้วย เพราะโรมเป็นแหล่งกำเนิดของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ซึ่งหล่อหลอมส่วนหนึ่งของโลก และการเป็นผู้เดียวที่แสดงให้เห็นสีสันของโรม ทำให้เรามีความได้เปรียบที่ไม่เหมือนใครในด้านความน่าเชื่อถือ ช่างทองทำงานในโรมมานาน 2,500 ปี ไม่ใช่ในนิวยอร์ก เพราะนิวยอร์กเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสามศตวรรษที่ผ่านมา นี่อาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

สุดท้ายคือการยกระดับความทะเยอทะยานของเพื่อนร่วมงานของผม เพราะพวกเขามีความสุขกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่พวกเขาไม่เคยตระหนักว่าศักยภาพของบริษัทนั้นสูงกว่านี้มาก เพราะสิ่งที่ผมได้กล่าวไปแล้ว เพราะเราเป็นชาวโรมัน เพราะเราได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ที่มีวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องประดับ และเพราะเราเปิดกว้าง ไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ ที่มักจะเป็นฝรั่งเศสหรืออเมริกันเท่านั้น แต่เราเป็นชาวโรมันมากกว่าเป็นชาวอิตาลีด้วยซ้ำ นอกจากนี้ในด้านการก้าวสู่ดิจิทัล การเปิดแพลตฟอร์ม เราเป็นรายแรกในจีนและ Tmall ที่เปิดร้านของเราเอง และตอนนี้เราเป็นแบรนด์หรูรายแรกบน Mytheresa ซึ่งเป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นการที่จะเป็นแบรนด์ลักซ์ชูรีอย่างแท้จริงในทุกมิติ เราต้องกล้าที่จะเสี่ยงในการเอาชนะคู่แข่ง และกลายเป็นแบรนด์ลักซ์ชูรีที่น่าปรารถนามากที่สุด

Topics