นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์รักษ์โลก Gracz ซึ่งผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% คุยกับ Tatler ในวันที่โลกมีขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นวันละหมื่นล้านชิ้น และอุณหภูมิขั้วโลกเพิ่มขึ้นถึง 4 องศา เป็นสัญญาณว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือลดขยะพลาสติกอย่างจริงจัง ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินแก้
โลกที่สะดวกสบาย อาจทำให้เรามองข้ามปัญหาบางอย่างใกล้ตัว จานชามพลาสติกที่เราใช้ในแต่ละวันอาจดูเหมือนไม่มากมาย แต่เมื่อรวมกับคนอื่นๆ ทั่วโลก ก็หมายถึงขยะจำนวนมากมายมหาศาล
คุณหมอเล่าว่า ทุกวันนี้เราใช้โฟมและพลาสติก 1.8 ชิ้นต่อวันต่อคน โลกมีประชากรเจ็ดพันล้านคน เท่ากับเราทิ้งโฟมและพลาสติกทุกวัน มากกว่าวันละหมื่นล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะมาก พลาสติกหลายอย่างใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง (single use) บางครั้งอยู่บนมือเราแค่ 5 นาที ใช้เสร็จก็ทิ้ง โดยลืมตระหนักไปว่าพลาสติกเหล่านี้ต้องใช้เวลาถึง 450 ปี ถึงจะย่อยสลายได้
สิ่งที่น่ากลัวที่คุณหมอกล่าวย้ำคือ ขยะพลาสติกเหล่านี้กำลังกระจายไปอยู่ในทุกที่ ในป่าเขา ในดิน ในน้ำ ในทะเล
ในมหาสมุทรมีทั้งพลาสติกและไมโครพลาสติก จนปลาวาฬกินแล้วตาย พอพลาสติกแตกเป็นชิ้นเล็กๆ กลายเป็นไมโครพลาสติก แพลงก์ตอนก็กินเข้าไป ปลาเล็กก็กินแพลงก์ตอน และปลาใหญ่ก็กินปลาเล็กอีกที ก่อนที่ปลาเหล่านั้นจะกลายเป็นซูชิหรือเมนูอื่นๆ ที่มนุษย์เรารับประทาน ซึ่งไม่ใช่แค่ปลาเท่านั้น แต่พืชผักผลไม้ที่ดูดซึมแร่ธาตุจากดิน ก็ได้รับไมโครพลาสติกเข้าไปด้วยเช่นกัน
"ปัญหาคือเวลาที่ไมโครพลาสติกเข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา จะส่งผลทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคต่างๆ ทุกวันนี้คนเป็นมะเร็งมากขึ้น ในช่วงอายุที่น้อยลง ผลวิจัยล่าสุดพบว่า 33% ของกลุ่มตัวอย่างในคนอเมริกันมีไมโครพลาสติกอยู่ในอุจจาระ แสดงว่ามันกระจายอยู่ในร่างกายเต็มไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นหากธรรมชาติสูญเสีย มนุษย์ก็สูญเสีย หากเรายังไม่สนใจสิ่งแวดล้อม สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบถึงตัวเราอยู่ดี โดยเฉพาะสุขภาพของเราเอง อยากให้คิดถึงตรงนี้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในทุกๆ วัน" คุณหมอกล่าว
อ่านเพิ่มเติม: บทสนทนากับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์: ความหวังทะเลไทยในวันที่โลกร้อนจนทะเลเดือด

Above นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
เมื่อโลกกำลังป่วย
ด้านสิ่งแวดล้อม หากผู้คนเข้าใจภาพใหญ่ว่า ตอนนี้ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ อากาศร้อนขึ้น 4 องศา ส่งผลให้น้ำแข็งละลาย ซึ่งสร้างปัญหามากมายมหาศาล ไม่ใช่เพียงหมีขั้วโลกที่จะอยู่ไม่ได้ แต่เชื้อโรคต่างๆ ก็จะกลายพันธุ์ เหมือนเช่น Corona Virus กลายเป็น Covid-19 และส่งผลกระทบครอบคลุมไปทั่วโลก
"สำหรับมนุษย์เอง อุณหภูมิในร่างกายปกติของคนเราอยู่ประมาณ 36.5 – 37 องศา พออุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 38 องศา เราอาจยังไม่รู้สึกมาก แต่หากอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 39 – 40 องศาเมื่อไหร่ ก็มีโอกาสที่จะป่วยจนถึงชักได้ อุณหภูมิที่สูงขึ้น 1 องศานั้นมีผลกระทบต่อร่างกายเยอะมาก สุดท้ายปัญหาเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาที่ตัวเราเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการลดขยะประเภทโฟมและพลาสติกอย่างจริงจัง"
คุณหมอเสริมอีกว่า ย้อนกลับไปก่อนปี 1980 มนุษย์เคยมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่ต้องใช้พลาสติกกับอาหาร แต่เพราะความสะดวกสบาย จึงเปลี่ยนจากการใช้ตระกร้าไปเดินตลาด เป็นการหิ้วถุงพลาสติกนับสิบถุงทุกครั้งที่ไปช้อปปิ้ง เปลี่ยนจากการใช้ใบตองเป็นโฟมที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง วิถีชีวิตเหล่านี้ไม่อาจเปลี่ยนกลับไปได้ง่ายๆ ในวันที่ผู้คนเคยชินกับความสะดวกสบายที่เป็นอยู่ ทางออกคือต้องอาศัยการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจว่า เมื่อลดการใช้โฟมและพลาสติก มนุษย์เราอาจไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม แต่โลกที่เราอยู่จะดีขึ้น และสุขภาพของเราก็จะเสี่ยงต่อโรคต่างๆ น้อยลง

Above นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
Replacing is better
หนึ่งในกระบวนการลดพลาสติกที่เรามักพูดถึงกันมาตลอดคือ การรีไซเคิล แต่คุณหมอบอกว่า ความจริงแล้วทั้งโลกทำสิ่งนี้มา 20 ปี แต่กลับรีไซเคิลพลาสติกได้เพียง 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แสดงว่าวิธีรีไซเคิลไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน หรือทดแทน (replace) ตั้งแต่ต้นทาง และสิ่งนั้นก็ควรจะเป็นของเหลือใช้ที่มาจากธรรมชาติ
"ประเทศไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม เรามีของเหลือใช้ทางการเกษตรมาก อาจมากถึง 60% ด้วยซ้ำ เราใช้แต่เมล็ดข้าว แต่ทิ้งต้นข้าว เราใช้แต่ซังข้าวโพด แต่ทิ้งต้นข้าวโพด ซึ่งของเหลือใช้เหล่านี้มักถูกนำไปเผาจนเกิดเป็น PM 2.5 ทั้งที่ในความเป็นจริง ของเหลือใช้ทางการเกษตรเหล่านี้ หากเราใส่นวัตกรรมที่ดีและถูกต้องเข้าไป มันจะกลายเป็นของดีและมีคุณค่า เราไม่จำเป็นต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ เพียงแต่หันกลับมามองธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ เพื่อที่จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ"
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่เกรซ (Gracz) ได้เดินหน้าคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งเยื่อชานอ้อย ปาล์ม ผักตบชวา สับปะรด ฟางข้าว หรือแม้แต่เปลือกทุเรียน ผ่านกลไกที่จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% ไม่เคลือบพลาสติก ไม่มีสารพิษปนเปื้อน ไม่เสี่ยงต่อสารก่อมะเร็ง และสามารถย่อยสลายได้ด้วยการฝังกลบเพื่อกลับคืนสู่ธรรมชาติ 100% ภายใน 45 วัน
โดยเป้าหมายความตั้งใจของ Gracz คือ จะไม่มีการปลูกอะไรเพิ่มเพื่อนำมาทำผลิตภัณฑ์ แต่จะอาศัยเพียงของเหลือใช้เท่านั้น และต้องเป็นของที่เหลือในปริมาณมากพอสมควร เพื่อให้คุ้มค่ากับการผลิต ยิ่งหากของที่เหลือใช้เหล่านั้นสร้างปัญหาให้กับสังคม เช่น ส่งกลิ่นเหม็น หรือต้องนำไปเผาจนเกิดมลพิษ ยิ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์อยากนำมาพัฒนา

Above นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
ของเหลือใช้ทางการเกษตรเหล่านี้ หากใส่นวัตกรรมที่ดีและถูกต้อง จะกลายเป็นของดีและมีคุณค่า เราไม่จำเป็นต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ เพียงแต่หันกลับมามองธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ เพื่อจะกลับคืนสู่ธรรมชาติ
หลากหลายผลิตภัณฑ์เพื่อธรรมชาติ
ปัจจุบัน Gracz มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ จาน ชาม ถ้วย แก้ว กล่อง ถาด ฯลฯ ที่สามารถบรรจุอาหารได้ทั้งร้อนและเย็น สามารถใช้ได้กับเตาไมโครเวฟและเตาอบ ที่สำคัญคือต้นทุนไม่แพง สามารถเข้าถึงได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบรนด์ยังได้ต่อยอดไปสู่ Gracz Med ภาชนะเกี่ยวกับการแพทย์ ทั้งเซ็ตทำแผลทั่วไป เซ็ตล้างไต เซ็ตสวนปัสสาวะ เซ็ตทำแผลหลังคลอด ฯลฯ จนสามารถใช้ในห้องผ่าตัดได้จริงๆ เป็นการช่วยลดภาระของแพทย์และพยาบาล และลดการติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นภาชนะย่อยสลายได้ที่ใช้แล้วทิ้งเลย ไม่ได้นำกลับมาใช้ใหม่
อ่านเพิ่มเติม: MORELOOP สตาร์ทอัพรักษ์โลก กับความฝันที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอให้ยั่งยืน

Above ผลิตภัณฑ์ Gracz
Tatler x Gracz
ด้วยไอเดียแนวคิดและความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลก ในงานเทศกาลอาหาร Tatler Off Menu Bangkok Food Festival ที่ผ่านมา Tatler เลยชวน Gracz มาเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของผู้ร่วมงาน และสร้างความตระหนักถึงการลดการใช้พลาสติก
"ทุกวันนี้ เราไม่สามารถให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราทำ จนลืมคำนึงถึงเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ เลยอยากให้ทุกคนที่มางาน Off Menu ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านี้และมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม จาก 1 คน 2 คน ถ้าเราทำไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมสังคมในภาพใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา เมื่อเราเริ่มต้นเปลี่ยน โลกก็จะเปลี่ยน" คุณหมอกล่าว
สำหรับผลลัพธ์เชิงตัวเลขของงาน Off Menu เพียงงานเดียว สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 140.45 กิโลกรัมคาร์บอน จากภาชนะรักษ์โลกของ Gracz ที่นำมาใช้ในงาน ซึ่งในงานอีเวนต์แต่ละงานสามารถที่จะคำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลง จากจำนวนยูนิตของภาชนะเหล่านี้ได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ Gracz เป็นภาชนะที่ไม่เคลือบพลาสติกและสามารถย่อยสลายได้ 100% ที่สำคัญคือ เมื่อทิ้งไปแล้ว ภาชนะเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ใหม่ๆ ได้งอกงามต่อไป แล้วต้นไม้เหล่านั้นก็จะไปดูดซับคาร์บอนได้เพิ่มเติมอีกครั้ง ทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญของวิธีคิดแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
"น่าคิดเหลือเกินว่า ถ้าวันหนึ่ง ทุกๆ อีเวนต์ ทุกๆ กิจกรรม หันมาใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกกันมากขึ้น จนวันหนึ่งสังคมหันมาตระหนักจริงๆ ว่า การลดการใช้พลาสติกดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน เราคงจะสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกได้มากมายมหาศาล และโลกก็คงจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย" คุณหมอกล่าวด้วยความหวัง

Above นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
สู่แบรนด์ที่โลกภูมิใจ
ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ของ Gracz ส่งออกไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับและชื่นชมในระดับนานาชาติ แม้แต่ Universal Studios ในประเทศต่างๆ ก็ยังใช้ผลิตภัณฑ์ของ Gracz เพราะมั่นใจในคุณภาพและเห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ ขณะที่องค์กรใหญ่ๆ อย่าง สหประชาชาติ (UN) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ให้การยอมรับ รวมถึงได้เชิญผู้บริหารของ Gracz ขึ้นไปพูดบนเวทีระดับโลก ทั้งที่เมืองไทยและที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อบอกกับโลกว่า ประเทศไทยมี know-how ที่สามารถผลิตภาชนะรักษ์โลกจากของเหลือใช้จากธรรมชาติ โดยไม่เคลือบพลาสติก 100% เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโลกแห่งอนาคต ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ดีไปพร้อมๆ กัน
นอกจากรางวัลและความภาคภูมิใจในระดับสากลแล้ว คุณหมอยังเผยถึงอีกหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจที่สุดตลอดเส้นทางของการสร้างแบรนด์ Gracz นั่นคือการได้รับรางวัลจากแพทยสภา เป็น 1 ใน 25 แพทย์ต้นแบบของประเทศ
"แม้จะไม่ใช่แพทย์ที่รักษาคนไข้โดยตรงแบบคุณหมอทั่วๆ ไป ที่ ‘Do for the Best’ คือทำดีที่สุดสำหรับคนไข้ แต่เป็นในฐานะแพทย์ที่ ‘Do for the Most’ ที่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่ ป้องกันไม่ให้เราต้องเจ็บป่วยจากมะเร็งหรือโรคร้ายต่างๆ โดยผมน้อมนำพระราชดำรัสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า 'ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นหมอเท่านั้น แต่ฉันต้องการให้เธอเป็นคนด้วย ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง'"

Above นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
แม้จะไม่ใช่แพทย์ที่รักษาคนไข้โดยตรงแบบคุณหมอทั่วๆ ไป ที่ ‘Do for the Best’ คือทำดีที่สุดสำหรับคนไข้ แต่เป็นในฐานะแพทย์ที่ ‘Do for the Most’ ที่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่
คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายกับ Tatler ว่า การทำเรื่องดีๆ นั้นไม่ง่าย ต้องใช้พลัง ใช้เวลา รวมถึงความพยายามและความอดทนในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ แต่เชื่อเสมอว่าคนดีๆ และคนที่ตั้งใจดีมีอยู่เยอะ หลายครั้งเขาอยากมาช่วย เพียงแต่ต้องมีใครสักคนที่ริเริ่ม และทำจนเขาเชื่อว่าคนๆ นั้นทำด้วยความตั้งใจจริง เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีคนออกมาช่วยกันมากขึ้น และเรื่องดีๆ ก็จะเกิดขึ้น
"10 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นอิมแพ็กที่เกิดขึ้นกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม ต่อให้เราทำครั้งแรกไม่สำเร็จ ครั้งที่ 2 ล้มเหลว ครั้งที่ 3, 4, 5 ล้มเหลวอีก มันจะมีคำว่าล้มเหลวครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นแล้ว คำว่าสำเร็จก็จะตามมา"
อ่านเพิ่มเติม:
6 นักกีฬาเอเชียแถวหน้า ผู้เป็นนิยามใหม่ของความเป็นเลิศด้านกีฬา
GEN.T INTERVIEW: โอ๊ต ปราโมทย์ แห่ง 'โคตรคูล' เมื่อธุรกิจต้องเริ่มจากความสนุก
GEN.T INTERVIEW: 'RAVIPA' แบรนด์จิวเวลรีของไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก




