ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าหญิงแห่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับความพยายามผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ไปข้างหน้า ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
ภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้หลังเปิดประเทศและภาครัฐมี นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศระบุว่าในปี 2565 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 2 ล้านคน หรือราว 5% ของช่วงก่อนโควิด-19
1 กันยายน 2567 ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่า ททท. ปัจจุบันเธอทำหน้าที่ผู้ว่าองค์กรนี้มาครบหนึ่งปีเต็มแล้ว แม้จะมีชั่วโมงบินจากการทำงานใน ททท. มานานกว่า 25 ปี แต่การทำงานในทุกวันคือความท้าทาย เพราะเธอบอกกับ Tatler ว่า
“หนึ่งปีที่ผ่านมา เรามาพร้อมกับแคมเปญ ‘365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน’ ตั้งแต่กันยายนปีที่แล้วจนถึงกันยายนอีกปีหนึ่ง มันคือ 365 วัน มหัศจรรย์แห่งการทำงานเหมือนกัน”
ความมหัศจรรย์ที่ฐาปนีย์ได้พบคืออะไรบ้าง และในฐานะผู้นำหญิงของหนึ่งในองค์กรที่สำคัญของประเทศ เธอจัดการความท้าทายให้อยู่มือได้อย่างไร
อ่านเพิ่มเติม: พบกับ 4 โรงแรมไทยในลิสต์ World’s 50 Best Hotels ประจำปี 2024

Above ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าหญิงแห่งการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ผู้ว่าหญิง ททท. กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
สี่เดือนแรกของปี 2567 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยกว่า 12 ล้านคน สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 5 แสนล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่ชี้วัดได้ว่าทิศทางการทำงานของ ททท. นั้นเดินมาถูกทาง ระหว่างทางเราเห็นโปรเจ็กต์มากมายที่กระตุ้นการท่องเที่ยว ตั้งแต่การส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มสมาชิก Greater Mekong Subregion (GMS), โครงการ Google Street View ร่วมกับ Google Thailand, นโยบาย Visa Exemption โครงการ Workation Thailand
ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะฐาปนีย์กล่าวว่าการกระตุ้นให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยกลับมาคึกคัก คือหนึ่งในนโยบายเรือธงของรัฐบาล โจทย์การทำงานที่เข้มข้นจึงทำให้เธอริเริ่มโครงการต่างๆ รวมไปถึงแคมเปญที่เธอบอกว่าเป็นยาแรงที่หวังผลทันที
“มาตรการยาแรงคือ Visa Exemption เป็นการอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ง่ายขึ้น ถือเป็นครั้งแรกที่เราให้ฟรีวีซ่ากับประเทศจีน คาซัคสถาน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ คนใช้จ่ายสูง หลังจากนั้นก็ให้ฟรีวีซ่าเพิ่มกับตลาดอินเดียและตลาดไต้หวัน"
“ต่อมาคือการโปรโมตให้คนท่องเที่ยวทั้งในส่วนของเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ที่เมื่อก่อนเราเรียกว่าเมืองหลัก เมืองรอง เพราะอยากให้เที่ยวได้ทุกเมือง โดยเชื่อมโยงกับแนวคิด 5 must-do in Thailand หนึ่ง must taste ส่งเสริมเรื่องอาหารไทย สอง must try กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองกีฬาพื้นบ้านและกีฬาไทย เช่น มวยไทย สาม must buy ส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ผ้าไทย สินค้าโอท็อป สี่ must seek ชวนให้ท่องเที่ยวในแหล่ง unseen in Thailand ต่างๆ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว และห้า must see ส่งเสริมเรื่องของกิจกรรม เทศกาล ประเพณีแบบไทย”

Above ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ขณะพาทีมของ ททท. สัมผัสเสน่ห์ไทยที่ จ.พิษณุโลก (ภาพ: Facebook.com / @Thapanee Kiatphaibool)

Above ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ขณะพาทีมของ ททท. เที่ยวงานเล่าขานตำนานเมืองสองแคว (ภาพ: Facebook.com / @Thapanee Kiatphaibool)
พร้อมท้าทายงานที่ยากด้วยใจรัก
ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้ว่า ททท. ฐาปนีย์ทำงานในตำแหน่งรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ยังไม่นับรวมตำแหน่งอื่นๆ อีกมากมายที่เธอเก็บประสบการณ์ในองค์กรมา 25 ปี การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำหญิงในองค์กรสำคัญระดับประเทศ เธอบอกว่าสิ่งที่ยึดถือมาตลอดคือ “ทำงานด้วยแพสชั่นล้วนๆ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน”
ประกอบด้วยทัศนคติการทำงานที่ก้าวออกจาก comfort zone ของการทำงานภาครัฐ
“ตั้งแต่เข้ามาทำงานในเดือนมกราคม ปี 2542 เรามีความสุขกับงานที่ได้รับมอบหมายมาตลอด สิ่งที่เป็นจุดแข็งและทำให้เติบโตมาได้อย่างแข็งแกร่ง คือ เราไม่เคยปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ไม่ว่างานจะยากแค่ไหน หรือจะไม่เกี่ยวข้องกับเราก็ตาม คือเราทำงานแบบกึ่งเอกชน มองว่ามันเป็นความท้าทายและโอกาสให้เราได้พัฒนาตัวเอง”
เราไม่เคยปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ... มองว่ามันเป็นความท้าทายและโอกาสให้เราได้พัฒนาตัวเอง
ความกล้าที่จะออกจาก comfort zone คือความกล้าที่จะใช้โซเชียลมีเดียกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเปรียบได้กับการออกเดินทางไปสำรวจดินแดนใหม่
“ย้อนไปสิบปีที่แล้ว ทุกคนบอกว่าอินเทอร์เน็ตเป็นแดนสนธยา เพราะคนไม่คุ้น แต่เรามองว่าแดนสนธยาสามารถเป็นแดนสวรรค์ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้เลย ตอนนั้นเราเริ่มทำแคมเปญให้คนติด คนจะคิดเลยว่า แฮชแท็กคืออะไร ทำไปทำไม แต่เรามองว่าอีกหน่อยโซเชียลมีเดียจะเป็นช่องทางที่ทำให้คนเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวได้”
อ่านเพิ่มเติม: สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนล้านนา กับหลากกิจกรรมที่ชวนทำในภาคเหนือ
ผ้าไทย เอกลักษณ์ความเป็นไทย
นอกจากความสามารถที่เป็นที่รู้จักแล้ว สไตล์การแต่งตัวด้วยผ้าไทยของผู้ว่าหญิง ททท. ยังเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน
“หลายคนก็สงสัยนะคะว่ามีชุดผ้าไทยกี่ชุดแล้ว เพราะดูในอินสตาแกรมไม่เห็นซ้ำเลย ต้องบอกว่าเป็นความชอบและการผ่อนคลาย”
ความชื่นชอบผ้าไทยมาพร้อมกับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำงานโปรโมตเส้นทางผ้าไทย เธอยอมรับว่าได้ซึมซับความงดงามและอัตลักษณ์ของผ้าไทยจากภูมิภาคต่างๆ
“เราไม่ได้รักผ้าไทยตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อได้ทำงานและได้ไปเห็นผ้าไทยที่เป็นของขึ้นชื่อในแต่ละจังหวัด เราก็มองเห็นความสวยงามและความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเกิดความคิดว่าจะใส่ผ้าไทยยังไงให้สนุก ใส่ยังไงให้ได้ลุคทันสมัย พอทำได้ดีระดับหนึ่งก็เกิดเป็นความภูมิใจว่าเราใส่ผ้าไทยให้สวยได้ เรามั่นใจ”

Above ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ในชุดผ้าไทยที่เป็นเอกลักษณ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ด้วยความที่งานรัดตัว ไม่มีเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือมองหาชุดที่ถูกใจจากร้านค้า เธอเลือกมองหาแรงบันดาลใจจากอินฟลูเอนเซอร์ด้านการแต่งตัว เมื่อได้สไตล์ที่ถูกใจ การผสมผสานกับผ้าไทยที่มีอยู่จึงถูกถ่ายทอดให้ช่างตัดเย็บนำไปสร้างสรรค์
“อันดับแรกเลยคือเราซื้อผ้าที่เราชอบก่อน เราเห็นผ้าบางชิ้นก็รู้เลยว่าอันนี้จะเอาไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับผ้าไทยชิ้นอื่นที่มีอยู่ยังไง เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าย้อมคราม จากนั้นคุยกับช่าง เราดีไซน์แบบที่ต้องการ จากนั้นช่างจะตัดชุดมาให้"
"นอกจากได้ชุดผ้าไทยที่สวยแล้ว เรายังได้สนับสนุนผ้าไทยจากร้านค้าคนไทย เวลาไปตามจังหวัดต่างๆ ชุมชนที่ผลิตผ้าไทยก็จะบอกว่า อยากให้ผู้ว่าททท. นำผ้าของเขาไปตัดบ้าง พอเราไปตัดเป็นชุด พวกเขาเห็น พวกเขาก็ดีใจ”
ผู้นำหญิงและบทบาทของความเป็นแม่
อีกบทบาทของผู้นำหญิงคนนี้คือการเป็นคุณแม่ของข้าวหอม ลูกสาววัยสิบห้าปีที่มีความสามารถด้านกีฬาไอซ์สเก็ต โดยเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Bangkok Skating Naka Challenging 2023 และสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึงสี่เหรียญ และเหรียญเงินอีกหนึ่งเหรียญ จากการแข่งขันห้ารายการ
Tatler ถามเธอถึงวิธีการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของผู้หญิงทำงานที่เก่งทั้งงานนอกบ้านและในบ้าน
“เรามีลูกสาวคนเดียว เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ทุ่มเทให้เขา แต่ด้วยความที่เราอาจมีเวลาไม่มาก เราก็จะเป็นเหมือนเพื่อน เราก็จะบอกว่า มีอะไรหนูสามารถคุยกับแม่ได้เหมือนเพื่อนเลยนะ สิ่งที่สำคัญของผู้ปกครองในยุคนี้อีกอย่างคือ เราไม่จำกัดขอบเขตเขา ต้องทิ้งระยะห่างนิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเด็กจะไม่ยอมรับ"

Above ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ในชุดผ้าไทยที่เป็นเอกลักษณ์ (ภาพ: Facebook.com / @Thapanee Kiatphaibool)
"เราจะเปิดโอกาสให้ลูกอยากจะทำอะไร ทำเลย เขาเคยเรียนหลายอย่าง เช่น บัลเลต์ เปียโน แต่สุดท้ายเมื่อตอนอายุ 11 ขวบ ช่วงโควิดนี่แหละ เขาตามเพื่อนไปดูไอซ์สเก็ตแล้วชอบ มาขอเราเรียน เราก็ส่งเสริมตอนแรกเป็นแค่นักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตสมัครเล่น ภายในระยะเวลาสัก 2 ปีกว่า คุณครูก็ส่งไปแข่งขันแล้ว"
"การที่เขาได้เหรียญรางวัลมาไม่ว่าจะเป็นที่หนึ่งหรือที่สอง นั่นไม่ใช่ประเด็นเลยค่ะ ประเด็นสำคัญก็คือ เขามีความสุขกับสิ่งที่เขาเล่น เราได้ส่งเสริมให้เขาทำในสิ่งที่รัก”
ทั้งในบทบาทผู้ว่าททท. และแม่ของลูก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ทำได้อย่างไม่บกพร่อง ก่อนจบบทสัมภาษณ์เธอยังฝากให้คนไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญ ที่จะยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตยั่งยืนตลอดไป




