Cover Gene Yu (ตรงกลาง) เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Blackpanda ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (ภาพ: Gene Yu)

Gene Yu อดีตกรีนเบอเรต์ หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐฯ บอกเล่าประสบการณ์เมื่อครั้งเขานำภารกิจลับเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย และการเปลี่ยนบทบาทจากทหารสู่ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านความมั่นคงทางไซเบอร์

“นักธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเงิน นักการเมืองถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจ แต่นักรบไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งเหล่านี้ นักรบถูกขับเคลื่อนด้วยเกียรติยศ" Gene Yu ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Blackpanda บริษัทผู้ให้บริการด้านการตอบสนองวิกฤติความมั่นคงทางไซเบอร์และประกันภัยทางไซเบอร์ซึ่งมีเครือข่ายทั้งในเอเชียและสหรัฐอเมริกา กล่าวกับ Tatler

Blackpanda อธิบายงานของตนว่าเป็น "การดับเพลิงทางไซเบอร์" โดยนำเสนอโซลูชั่นสำหรับเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และประกันภัยทางไซเบอร์ "เรารวมสามสิ่งนี้เข้าไว้ในโซลูชั่นเดียว เราผลิตการตอบสนองต่อเหตุการณ์เป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัย และรวมเข้ากับเทคโนโลยี SaaS" Gene Yu กล่าว

บริษัทได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับหน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสิงคโปร์ กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ และผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ทั่วเอเชีย รวมถึง Singtel ของสิงคโปร์ Macroview Telecom ของฮ่องกง Companhia de Telecomunicações de Macau ของมาเก๊า และ Softbank C&S ของญี่ปุ่น โดยแต่ละบริษัทจะร่วมกันตรวจสอบภัยคุกคามและช่องโหว่ทางไซเบอร์ เพื่อเพิ่มการป้องกันในระดับภูมิภาคต่อการโจมตีทางไซเบอร์

“ประกันภัยด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นโดยพื้นฐานแล้วคือ รูปแบบดิจิทัลของการประกันภัยความปลอดภัยทางกายภาพที่มีความเสี่ยงสูง” Gene Yu กล่าว

“มีอาชญากรอยู่ทุกที่ ไม่ใช่แค่ในพื้นที่และภูมิภาคเท่านั้น โลกทั้งใบสามารถเข้าถึงและสัมผัสคุณได้ทางอินเทอร์เน็ต นี่ไม่ใช่ปัญหาด้านไอที แต่เป็นปัญหาด้านความปลอดภัย”

อ่านเพิ่มเติม: อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ปลุกปั้น 'Techsauce Global Summit' สู่ประตูแห่งโอกาสของอาเซียน

Tatler Asia
Gene Yu with his younger sister in Massachusetts in 1984 (Photo: Gene Yu)
Above Gene Yu กับน้องสาวของเขาในเมืองคอนคอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปี 1984 (ภาพ: Gene Yu)
Gene Yu with his younger sister in Massachusetts in 1984 (Photo: Gene Yu)

ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจ Gene Yu เป็นเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ ที่รู้จักกันในชื่อ “กรีนเบอเรต์” เพราะสีของหมวกในเครื่องแบบ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เขาปฏิบัติภารกิจปราบปรามการก่อการร้ายในต่างประเทศ ก่อนหน้านั้น Gene Yu เรียนจบจากหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่สถาบันการทหารสหรัฐฯ เวสต์พอยต์ รัฐนิวยอร์ก ด้วยเกียรตินิยมอันดับสูงสุด

Gene Yu เกิดที่เมืองคอนคอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ต่อมาย้ายไปที่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเติบโตมากับการติดอยู่ระหว่างโลกสองใบ นั่นคือ เขาไม่มีความเป็นคนเอเชียมากพอสำหรับครอบครัวผู้อพยพชาวไต้หวันของเขา เพราะว่าเขาพูดภาษาจีนไม่ได้ ในขณะที่คนอเมริกันที่เมืองนั้นมองว่าเขาเป็นชาวต่างชาติ ชีวิตในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งในขณะที่เขาพยายามค้นหาตัวตนของตัวเอง

ครอบครัวของ Gene Yu หนีจากจีนไปไต้หวันช่วงปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีน ก่อนที่จะย้ายมาสหรัฐฯ เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโท พวกเขามาพร้อมความหวังแห่งโอกาส แต่แบกรับความคาดหวังและชื่อเสียงของครอบครัว ลุงของเขา Ma Ying-jeou พี่ชายของแม่ ต่อมาเป็นประธานาธิบดีไต้หวัน ช่วงปี 2008 ถึงปี 2016

จากความเกเรสู่ความมุ่งมั่น

ชาวเอเชียเป็นชนกลุ่มน้อยในรัฐแมสซาชูเซตส์ Gene Yu มักต้องเผชิญกับคำพูดตื้นเขินจากครูและเพื่อนร่วมชั้นเกี่ยวกับชาติพันธุ์ของเขา ในขณะเดียวกัน ทั้งพ่อและแม่ก็พยายามผลักดันให้เขาโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและด้านกีฬา Gene Yu เล่นเทนนิสในระดับการแข่งขันสูงสุดของสมาคมกีฬาระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (National Collegiate Athletic Association - NCAA) 

ทว่าการย้ายไปอยู่ที่เมืองคูเปอร์ติโนในช่วงวัยรุ่นนำมาซึ่งแรงกดดันอีกแบบ เขาถูกล้อมรอบด้วยเพื่อนร่วมรุ่นชาวเอเชียที่ประสบความสำเร็จสูง Gene Yu ต้องต่อสู้กับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ การทำงานหนักกว่าคนในชั้นเรียนที่เคยเป็นจุดเด่นของเขาที่แมสซาชูเซตส์ กลับกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี่ สภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงประกอบกับความหงุดหงิดที่มาจากการขาดความชัดเจนในอัตลักษณ์ของตัวเอง ทำให้เขาเริ่มเกเร

"ผมรู้สึกหลงทางในตัวตนของตัวเองและต้องดิ้นรนอย่างมากในช่วงมัธยมปลาย สุดท้ายผมก็กลายเป็นคนแปลกๆ ผมแต่งตัวสไตล์กอธและเริ่มใส่เสื้อโค้ทยาว แถมยังขโมยของเป็นประจำด้วย" Gene Yu เล่าถึงช่วงเวลาขบถ

จุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเขาขโมยหนังสือกึ่งนิยาย Honor and Duty โดยนักเขียนอเมริกันชื่อ Gus Lee ที่เล่าถึงประสบการณ์ของคนอเมริกันเชื้อสายจีนที่เวสต์พอยต์ในช่วงปี 1960

Gene Yu เติบโตมาในชุมชนที่เป็นเสรีนิยมของแมสซาชูเซตส์ เขาจึงไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเวสต์พอยต์มาก่อน คำบรรยายในหนังสือเกี่ยวกับโรงเรียนทหารว่าเป็นสถานที่ที่สามารถทำลายตัวตนของใครบางคนและสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา สะท้อนกับความต้องการของ Gene Yu ที่อยากสร้างอัตลักษณ์ของตัวเอง โรงเรียนทหารแห่งนี้จึงเสมือนเป็นโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวตนของเขา

มีสำนวนจีนที่แปลว่า 'คุณคงไม่ใช้เหล็กดีๆ มาทำตะปู แล้วทำไมคุณถึงจะเอาคนดีๆ มาเสียเปล่าเป็นทหาร'

- Gene Yu -

การตัดสินใจที่จะเข้าเวสต์พอยต์ตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และแน่นอนว่าครอบครัวของเขาไม่ถูกใจความคิดนี้เท่าไหร่ การเข้าร่วมกองทัพเป็นสิ่งที่ขัดกับขนบวัฒนธรรมจีน เพราะการรับราชการทหารมักถูกมองว่าเหมือน “เต็มใจไปติดคุก”

Gene Yu บอกกับ Tatler ว่ามีสำนวนจีนที่แปลว่า'คุณคงไม่ใช้เหล็กดีๆ มาทำตะปู แล้วทำไมคุณถึงจะเอาคนดีๆ มาเสียเปล่าเป็นทหาร'

อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจที่ไม่ธรรมดานี้มีเพียงหนึ่งเดียว

“ผมอยากทำอะไรที่ยากมากจนคนไม่สามารถพูดจาแย่ๆ กับผมได้อีก”

อ่านเพิ่มเติม: ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าททท.หญิง และความมหัศจรรย์ระหว่างเส้นทางแห่งการผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโต

Tatler Asia
Cadet Chapel at United States Military Academy, West Point, New York (Photo: Getty Images)
Above โบสถ์นักเรียนนายร้อยที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐอเมริกาในเวสต์พอยต์ รัฐนิวยอร์ก (ภาพ: Getty Images)
Cadet Chapel at United States Military Academy, West Point, New York (Photo: Getty Images)

การปรับตัวในโรงเรียนทหารนั้นไม่ง่ายเลย "ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่แย่มาก ต้องยอมรับเลยว่าผมแทบจะไม่ผ่านเกณฑ์ การเรียนการสอนวิชากีฬาเข้มข้นมาก และวิชาพละศึกษาก็มีสัดส่วนถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของเกรดเฉลี่ย”

ปีแรกในโรงเรียนทหาร Gene Yu รั้งท้ายในวิชาการปฏิบัติการทางทหาร และมักถูกรับน้องด้วยรุ่นพี่อย่างต่อเนื่องจนเขาเกือบหมดใจ ถึงขนาดที่เขารู้สึกว่าช่วงเวลาในโรงเรียนทหารสร้างความบอบช้ำทางจิตใจมากกว่าตอนที่เขาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษเสียอีก

ครั้งหนึ่งในวิชาต่อยมวยภาคบังคับส่งผลให้ Gene Yu ในวัย 17 ปี ได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรงจนต้องถูกส่งโรงพยาบาล แทนที่จะยอมแพ้ เขากลับค้นพบจิตวิญญาณนักรบที่เขาตามหา ใช้เวลาช่วงปิดภาคฤดูร้อนฝึกซ้อมกับครูฝึกมวย และกลับมาแข่งขันจนคว้าแชมป์มวย Brigade Open ในปีสุดท้ายของเขาที่โรงเรียน

Tatler Asia
Above Gene Yu ระหว่างการแข่งขันชกมวย (ภาพ: Gene Yu)

การเลือกเส้นทางของหน่วยกรีนเบอเรต์

การเดินทางในสายทหารไม่ได้สิ้นสุดตอนเรียนจบจากเวสต์พอยต์เมื่อปี 2001 เมื่อเหตุก่อการร้าย 9/11 เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากนั้น

“ชั้นปี 2001 ของผมกลายเป็นรู้จักกันในชื่อชั้นปี 9/11 ในประวัติศาสตร์ของเวสต์พอยต์ตั้งแต่ปี 1802 ไม่มีรุ่นไหนที่เหมือนชั้นปีของเราที่สู้รบมาตลอด 20 ปี ผมถือการโจมตีครั้งนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ”

หลังจบจากเวสต์พอยต์ Gene Yu เข้าฝึกต่อที่ Ranger School โรงเรียนทหารที่เป็นหลักสูตรเพิ่มขีดความสามารถทางทหารราบ เป็นการเรียนที่ทรหดและผลักดันขีดจำกัดทั้งทางร่างกายและจิตใจ Gene Yu เล่าถึงการฝึกที่เขาต้องอดหลับอดนอน รับประทานอาหารไม่เพียงพอ และสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองสถานการณ์การต่อสู้จริง การฝึกครั้งนั้นทำให้เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งภายในตัวเองที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

การรอดจาก Ranger School มาได้ไม่เพียงแค่เป็นการพิสูจน์ตัวเอง แต่ยังเป็นการเสริมความมั่นใจที่ Gene Yu ต้องการเพื่อเข้าสู่หน่วยกรีนเบอเรต์

Tatler Asia
Above Gene Yu ในพิธีรับปริญญาที่เวสต์พอยต์ในปี 2001 (ภาพ: Gene Yu)

ในฐานะกรีนเบอเรต์ Gene Yu เลื่อนขั้นสู่หนึ่งในระดับสูงสุดของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ เขาได้รับมอบหมายให้ทำงานในหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายระดับภูมิภาคที่มีฐานอยู่ที่โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ทักษะและประสบการณ์ของเขาในการทำภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง เขาออกปฏิบัติภารกิจในอิรักและฟิลิปปินส์ถึงสี่ครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในหัวหน้าที่ออกปฏิบัติภารกิจมากที่สุดในชั้นปีของเขา

เมื่อมองย้อนกลับไป Gene Yu มองชีวิตทหารเป็นช่วงเวลาที่กำหนดอัตลักษณ์ของเขา แม้ว่าเขาจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเกลียดทุกวันที่เวสต์พอยต์ เปรียบเทียบเป็น “เรือนจำความมั่นคงระดับต่ำที่มีโปรแกรมฝึกอาชีพที่เข้มงวด” แต่ตอนนี้ เขามองเวสต์พอยต์เหมือนเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ที่เปลี่ยนเด็กชายให้กลายเป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย

ช่วยชีวิต Evelyn Chang... และตัวเขาเอง

หลังออกจากกองทัพ Gene Yu พยายามค้นหาเส้นทางชีวิตและอาชีพต่างๆ เขาเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Johns Hopkins แล้วย้ายไปฮ่องกงเพื่อทำงานที่ Credit Suisse จากนั้นย้ายไปสหรัฐอเมริกาเพื่อทำงานที่บริษัทซอฟต์แวร์ Palantir แต่ชีวิตของเขากลับตาลปัตรเมื่อถูกให้ออกจากงาน

Gene ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เขาตกงาน ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และต้องต่อสู้กับการปรับตัวในชีวิตพลเรือน

“ผมต้องนอนตามโซฟาบ้านเพื่อน ใช้เงินเกือบหมดและไม่รู้จะทำอะไรต่อ”

นั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แม่ของเขาโทรหาและเล่าเรื่องลูกสาวของเพื่อนถูกลักพาตัว นั่นคือ Evelyn Chang หรือ Chang An-wei และถามว่าเขาจะช่วยทำอะไรได้บ้าง ตอนนั้นคือปี 2013 แม่บอกให้เขาบินกลับไต้หวันและลองดูว่าประสบการณ์ทหารของเขาและเครือข่ายที่เขามีจะช่วยชีวิต Evelyn ได้หรือไม่ ทันทีที่เท้าเหยียบไต้หวัน เขารู้ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูง

Evelyn พลเรือนชาวไต้หวันถูกลักพาตัวระหว่างพักร้อนกับสามีที่รีสอร์ทในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย เธอถูกพาตัวไปที่จังหวัดซูลูบนเกาะตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ติดกับมาเลเซีย และถูกเรียกค่าไถ่ สามีของเธอถูกยิงและเสียชีวิตระหว่างการลักพาตัว

Tatler Asia
The Second Shot: A Green Beret’s Last Mission is a non-fiction book that tells the true story of an unsanctioned rescue mission the in the jungles of the Philippines (Photo: Little A)
Above หนังสือของ Yu เรื่อง 'The Second Shot: A Green Beret's Last Mission' เป็นหนังสือสารคดีที่เล่าถึงภารกิจกู้ภัยที่ไม่ได้รับอนุญาตของ Evelyn Chang ในป่าของประเทศฟิลิปปินส์ (ภาพ: Little A)
The Second Shot: A Green Beret’s Last Mission is a non-fiction book that tells the true story of an unsanctioned rescue mission the in the jungles of the Philippines (Photo: Little A)

“ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรเลย แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวจากครอบครัวของเธอ ผมคิดว่าเหมือนเป็นงานของกลุ่มอาบูไซยาฟ ผมออกภารกิจสองครั้งในฟิลิปปินส์ ผมรู้จักกลุ่มอาบูไซยาฟและกลุ่มทหารรัฐบาลฟิลิปปินส์” Gene Yu ย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่าหลังจากคุยกับครอบครัวของ Evelyn เขาจึงเรียนรู้ว่าไม่มีใครเสนอตัวที่จะช่วยเหลือเลย

สำหรับ Gene Yu นี่เป็นช่วงเวลาที่บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ

“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมสามารถทุ่มเทความสามารถทั้งหมดของผมเพื่อช่วยพวกเขาแก้ปัญหานี้” เขาบอกว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ “ความรู้สึกเหมือนได้ไถ่บาป”

การเข้าแทรกแซงหนึ่งในเขตแดนที่อันตรายที่สุดของโลกเพื่อช่วย Evelyn ออกมาอย่างปลอดภัย เหมือนเป็นภารกิจที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ภารกิจนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของการช่วยเหลือคนสองคน หนึ่งคือการช่วย Evelyn และอีกคนคือการค้นพบตัวตนของ Gene Yu อีกครั้ง

หนังสือของเขาชื่อ The Second Shot: A Green Beret’s Last Mission เริ่มวางจำหน่ายเดือนตุลาคมปีนี้ เล่ารายละเอียดว่าเขาใช้ประสบการณ์ทางทหารและเครือข่ายเพื่อรวบรวมข่าวกรองและประสานงานปฏิบัติการช่วยเหลือ Evelyn อย่างไร

"สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งคือ คนที่มีชีวิตอยู่ในระดับต่ำกว่าเส้นความยากจน กลับพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิตและอาชีพการงานของพวกเขาในภารกิจลับเพื่อช่วยเหลือ Evelyn ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการต่อต้านกลุ่มอาบูไซยาฟ”

จุดเริ่มต้นที่ไม่คาดคิดของ Blackpanda

ภารกิจช่วยเหลือ Evelyn ผลัก Gene Yu เข้าสู่สปอตไลต์อย่างไม่ได้คาดคิด เมื่อสื่อของไต้หวันเปิดเผยตัวตนของเขาในฐานะหลานชายของประธานาธิบดีไต้หวันที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนั้น เรื่องราวด้านต่างๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจบการศึกษาจากเวสต์พอยต์ ประสบการณ์ในหน่วยรบพิเศษ และความเกี่ยวข้องทางครอบครัวกับผู้นำสูงสุดของไต้หวัน กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากมาย

Gene Yu พูดถึงช่วงเวลานั้นแบบติดตลกว่าเป็น “ชื่อเสียงแบบบอยแบนด์ยาวนาน 15 นาที” คือเวลาเขาเดินไปตามท้องถนน จะมีคนวิ่งจากร้านกาแฟมาขอถ่ายรูป

ชื่อเสียงที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันยังเป็นแรงกระตุ้นที่ทรงพลังในการทำธุรกิจด้วย เขาเล่าว่าตอนนั้น เขาสามารถจะนัดเจอกับใครก็ได้

ในช่วงเวลานี้ Gene Yu ได้พบกับ Matt Pecot ซึ่งต่อมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Blackpanda รวมถึงเป็นประธานบริษัทและนักลงทุนรายแรกๆ ของบริษัท Matt เคยเป็นนายทหารหน่วยรบพิเศษเช่นกัน เขาเป็นผู้นำหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของกรีนเบอเรต์เมื่อ 17 ปีก่อน ทั้งสองคนได้รับเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วสู่ยศพันตรีซึ่งถือเป็นเกียรติยศที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ และสิ่งนี้ได้สร้างความเคารพและความสัมพันธ์ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานของการร่วมมือกันทำธุรกิจในปัจจุบัน

เมื่อ Matt เห็นศักยภาพและเครือข่ายอันกว้างขวางของ Gene Yu เขาได้เสนอแนวคิดในการก่อตั้ง Blackpanda ให้เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคง โดยมี Gene Yu เป็นผู้นำและดำรงตำแหน่ง CEO นับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการของเขา

Tatler Asia
Co-founders of cybersecurity and crisis response company Blackpanda Matt Pecot and Gene Yu (Photo: Gene Yu)
Above Gene Yu กับ Matt Pecot ผู้ก่อตั้งร่วม Blackpanda (ภาพ: Gene Yu)
Co-founders of cybersecurity and crisis response company Blackpanda Matt Pecot and Gene Yu (Photo: Gene Yu)

Gene Yu ยอมรับว่าเขาพกเอานิสัยชอบเสี่ยงติดตัวเข้าสู่โลกของสตาร์ทอัพด้วย แต่การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้นำทีมทหารไปสู่การบริหารองค์กรนั้นจำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างมากในหลายด้าน

"การเริ่มต้นธุรกิจมีความคล้ายคลึงกับการทำงานในกองทัพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำทีม การตัดสินใจที่ยากลำบาก และการเผชิญกับความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือโลกธุรกิจไม่มีโครงสร้างที่ตายตัว คุณต้องสร้างโครงสร้างนั้นขึ้นมาเองสำหรับตัวคุณและทีมของคุณ สิ่งหนึ่งที่ผมนำมาใช้จากการเป็นทหารคือแนวคิดเรื่องการมุ่งเน้นภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นในสนามรบหรือการดำเนินธุรกิจ คุณจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและแผนที่จะทำให้สำเร็จ"

และเขายังต้องลืมวิธีการบางอย่างที่เคยใช้ในกองทัพ โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสาร สไตล์การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและเปิดเผยซึ่งเคยช่วยเขาในกองทัพจำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะในวัฒนธรรมการทำธุรกิจของคนเอเชียที่มักนิยมการสื่อสารแบบอ้อมค้อม นอกจากนี้ เขายังเรียนรู้ว่า อีกสิ่งที่ต่างจากกองทัพทหารคือ ทหารไม่สามารถลาออกได้ง่ายๆ แต่ในธุรกิจ พนักงานสามารถและเต็มใจที่จะลาออกหากถูกกดดันมากเกินไป

Tatler Asia
(Photo: Gene Yu)
Above Blackpanda ประกาศว่าบริษัทระดมทุน Series A ได้ทั้งหมด 21.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Primavera Venture Partners, Singtel Innov8, Gaw Capital Partners และ WI Harper Group ในเดือนกันยายน 2024 (ภาพ: Gene Yu)
(Photo: Gene Yu)

ปัจจุบัน หลังจากเปลี่ยนทิศทางมาแล้วหลายครั้ง Blackpanda ค้นพบช่องทางของตัวเองในฐานะ “นักผจญเพลิงไซเบอร์” ที่ผู้คนไว้วางใจ โดยนำเสนอมาตรการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการประกันภัยไซเบอร์

"เรารวมทั้งสามสิ่งนี้เป็นโซลูชั่นเดียวกัน เราสร้างกระบวนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขึ้นในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ประกันภัยและนำเทคโนโลยี SaaS เข้ามาประกอบด้วย สิ่งที่เรากำลังทำคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงในโมเดลธุรกิจ เราทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์มีราคาถูกลง 10 ถึง 20 เท่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งของเรา"

Blackpanda มีสำนักงานในสิงคโปร์ กรุงมะนิลา ฮ่องกง กรุงโตเกียว และซานฟรานซิสโก และได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่หลายรายอย่าง Gaw Capital Partners และ SingTel Innov8

ความสำเร็จของบริษัทพิสูจน์ให้เห็นถึงแนวทางที่ไม่เหมือนใครของ Gene Yu ในด้านความมั่นคง ซึ่งผสมผสานหลักการความมั่นคงแบบดั้งเดิมกับความต้องการทางดิจิทัลแบบสมัยใหม่

“แบบจำลองด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางกายภาพได้ถูกคิดค้นโดยบรรพบุรุษของเรามานับพันปี เพียงเพราะพวกเขาไม่ได้ใช้เทคโนโลยี ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ฉลาด พวกเขาได้คิดค้นแบบจำลองเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตัวเอง และสิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องถูกนำมาใช้ในพื้นที่ดิจิทัลด้วย”

Blackpanda ก่อตั้งมาเป็นเวลาเก้าปีแล้ว Gene Yu เรียกว่าเป็น "ภารกิจรบเก้าปี" และตอนนี้ลำดับความสำคัญของเขาได้เปลี่ยนไป ด้วยการว่าจ้างผู้บริหารระดับสูงคนสำคัญเมื่อไม่นานมานี้ Gene Yu ต้องการกลับไปทำงานด้านการขายและการตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาถือว่าเป็นจุดแข็งของเขาเอง

ที่สำคัญกว่านั้น Gene Yu ค้นพบว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันได้กับพนักงานได้กลายเป็นแหล่งที่มาของแรงจูงใจที่เขารู้สึกว่ามีความสำคัญมากกว่าความสำเร็จที่บริษัทได้รับเสียอีก

“สิ่งที่ผมสนใจที่สุดตอนนี้คือความรู้สึกเชื่อมโยงกัน ผมให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์ที่มีความหมายในบริษัท และการมีความสุขกับผู้คนที่อยู่รอบตัว”

ในการพัฒนาธุรกิจสู่ระดับโลก Blackpanda กำลังเตรียมขยายงานไปประเทศออสเตรเลีย เพื่อสานต่อภารกิจในการปิดช่องว่างด้านนวัตกรรมระหว่างตลาดฝั่งตะวันออกและตะวันตกในด้านโซลูชั่นความมั่นคงทางไซเบอร์

Tatler มีโอกาสถามคำถามสั้นๆ หลายๆ เรื่องกับ Gene Yu

อะไรเป็นสิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับกรีนเบอเรต์มากที่สุด
ว่าเราสามารถทำได้ทุกอย่าง เราถูกยกย่องมากไป บ่อยครั้งที่คนนึกถึงเราเหมือนเป็นนักกีฬาโอลิมปิก ภาพยนตร์หลายๆ เรื่องทำให้เราดูหรูหราเกินจริงไปหน่อย เพราะที่สุดแล้วเราก็คนธรรมดา แค่อาจจะมีแรงจูงใจในบางเรื่องมากกว่าเท่านั้นเอง

อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับการทำงานในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์
การอยู่ในทีมตอบสนองวิกฤติช่วยให้รู้สึกมีความหมายและมีความสำคัญมาก เพราะเราช่วยชีวิตบริษัททุกวัน มันสร้างความรู้สึกถึงเป้าหมายของการมีอยู่ เมื่อเห็นว่างานของเรามีความสำคัญแค่ไหนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

คำปรึกษาที่ดีที่สุดที่คุณได้รับคืออะไร
คำแนะนำที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้รับมาจากเพื่อนคนหนึ่งที่บอกว่า "แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณรู้สึกว่าเธอจะเลี้ยงลูกของคุณในแบบที่คุณต้องการถ้าคุณเสียชีวิต"

อุตสาหกรรมไหนที่ทำประกันได้ยากที่สุด
ขออภัยสำหรับทุกคนที่อยู่ในวงการคริปโต แต่คริปโตถือเป็นความเสี่ยงสูงมากสำหรับการประกันภัยไซเบอร์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถทำประกันได้คืออุตสาหกรรมสื่ออนาจารและการพนัน

อะไรคือเหตุผลที่คุณทำสิ่งที่ทำอยู่
ผมชอบแก้ปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะปัญหาที่ผมรู้สึกว่าผมมีชุดทักษะ ความรู้ และความสามารถเฉพาะตัวในการจัดการ ผมเชื่อว่าความสุขมากมายมาจากการรู้สึกว่าตัวเองได้ให้บริการ ความจริงคือ ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นประโยชน์จะเกิดจากการออกไปทำงานการกุศลก็ได้ แต่ว่านั่นเป็นสิ่งที่หลายๆ คนก็ทำได้

ดังนั้น ความรู้สึกดีที่ผมได้จากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ตอนนี้ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนส่วนบุคคล ผมได้ตระหนักว่านี่คือสิ่งที่ผมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำจริงๆ ผมได้รู้สึกถึงการมีเป้าหมายและความชัดเจนอย่างมหาศาลจากงานที่ทำทุกวัน เพราะมันคือสิ่งที่ผมได้พัฒนาชุดทักษะเฉพาะตัวเพื่อทำสิ่งเหล่านี้


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Founder Stories ซึ่งเป็นซีรีส์บทความที่มุ่งเน้นไปที่การค้นพบเรื่องราวที่ไม่เคยเล่ามาก่อน และความท้าทายของผู้ประกอบการในปัจจุบันในการไต่อันดับขึ้นสู่จุดสูงสุด

Topics