Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น วัย 64 ปี กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่กับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ (ภาพ: Carl Court/Getty Images)
Cover Sanae Takaichi ในวัย 64 ปี กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่กับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ (ภาพ: Carl Court/Getty Images)
Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น วัย 64 ปี กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่กับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ (ภาพ: Carl Court/Getty Images)

การเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงวันเข้าคูหา แต่คือวันตัดสินว่า Sanae Takaichi “สตรีเหล็ก” แห่งแดนอาทิตย์อุทัยผู้นี้ จะได้รับอนุญาตให้เขียนบทต่อไปของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหรือไม่

ในโลกของการเมืองระดับสูง “เวลา” และ “จังหวะ” (timing) คือทุกสิ่ง ขณะที่สนามการเมืองญี่ปุ่นกำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายปี Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอคือนักวางกลยุทธ์ที่กล้าหาญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ การตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เพื่อมุ่งสู่สนามเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาอำนาจ แต่มันคือการประกาศขอ “ประกาศิต” (mandate) อย่างเป็นทางการเพื่อปฏิรูปญี่ปุ่นขนานใหญ่

อ่านเพิ่มเติม: ความสุขในวัย 36 ปี ของ แต้ว ณฐพร พรประภา กับชีวิต ธุรกิจ และความสัมพันธ์ที่แฮปปี้ที่สุด

Tatler Asia
Sanae Takaichi ขณะลุกขึ้นยืนตอบรับเสียงปรบมือหลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ในการประชุมวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่โตเกียวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 (ภาพ: YOSHIKAZU TSUNO/Gamma-Rapho via Getty Images)
Above Sanae Takaichi ขณะลุกขึ้นยืนตอบรับเสียงปรบมือหลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ในการประชุมวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่โตเกียวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 (ภาพ: YOSHIKAZU TSUNO/Gamma-Rapho via Getty Images)
Sanae Takaichi ขณะลุกขึ้นยืนตอบรับเสียงปรบมือหลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ในการประชุมวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่โตเกียวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 (ภาพ: YOSHIKAZU TSUNO/Gamma-Rapho via Getty Images)

จากนักการเมืองสายอนุรักษนิยม สู่ผู้นำที่สร้างแรงสั่นสะเทือน

Sanae Takaichi เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ในปี 1961 ที่เมืองนารา สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโกเบและทำงานเป็นนักเขียน ผู้ช่วยฝ่ายนิติบัญญัติ และนักจัดรายการวิทยุ ก่อนที่จะเริ่มต้นอาชีพทางการเมือง

Sanae ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระในปี 1993 และเข้าร่วมพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในปี 1996 เคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ในระหว่างที่ Shinzo Abe ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่โดดเด่นที่สุดคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร

Sanae เคยสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP เมื่อปี 2021 แต่ถูกคัดออกก่อนการเลือกตั้งรอบสองโดยได้อันดับที่ 3 ตั้งแต่ปี 2022-2024 ในช่วงที่ Fumio Kishida ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เธอได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต่อมาในปี 2024 Takaichi ได้ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็นครั้งที่สอง โดยเป็นที่หนึ่งในรอบแรก แต่พ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดในรอบสองให้กับ Shigeru Ishiba กระทั่งลงสมัครอีกครั้งในปี 2025 และได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในการลงคะแนนเสียงทั้งสองรอบ เธอจึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยเอาชนะ Shinjiro Koizumi บุตรชายคนที่สอง ของ Junichiro Koizumi อดีตนายกรัฐมนตรีไปได้

อ่านเพิ่มเติม: สัมภาษณ์พิเศษ Avantgardey เกิร์ลกรุ๊ปผมบ๊อบชุดนักเรียนจากญี่ปุ่น ที่เต้นสะกดสายตาคนทั้งโลก

 

Takaichi ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองแนวคิด “อนุรักษนิยม” ที่มีภาพลักษณ์ “จริงจัง แข็งแรง และพูดตรง” ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองของญี่ปุ่นในช่วงวิกฤติ ขณะที่พรรคของเธอกำลังเผชิญกับเรื่องอื้อฉาว ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง และความแตกแยกในรัฐบาลผสม นักการเมืองหญิงวัย 64 ปี ผู้ชื่นชอบดนตรีเฮฟวีเมทัลและมอเตอร์ไซค์ ก็กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น และนายกรัฐมนตรีคนที่สี่นับตั้งแต่ Shinzo Abe ลงจากตำแหน่งในปี 2020 (Shinzo Abe ถูกลอบยิงจนถึงแก่อสัญกรรมในปี 2022) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะชะงักงันทางการเมืองอย่างรุนแรงในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ชัยชนะของเธอต้องอาศัยการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมในนาทีสุดท้าย และถึงแม้จะเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ แต่ก็เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างความก้าวหน้าเชิงสัญลักษณ์และความเป็นจริงทางนโยบายในประเทศที่ยังคงอยู่อันดับที่ 118 ของโลกในด้านความเท่าเทียมทางเพศ

อย่างไรก็ดี แม้พรรค LDP จะเผชิญกับวิกฤติความเชื่อมั่นจากคดีอื้อฉาวเรื่องเงินทุนสนับสนุน แต่ตัวตนของ Sanae กลับเปล่งประกายในฐานะผู้นำที่เด็ดขาดและจริงใจ โดยขณะที่คะแนนนิยมของพรรค LDP ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แต่คะแนนนิยมส่วนตัวของ Takaichi กลับพุ่งสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรก และยังคงรักษาไว้ได้ที่ระดับ 57-61 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมกราคม 2026 ส่วนสาเหตุหลักที่ชาวญี่ปุ่นมอบความไว้วางใจเธอนั้น ก็คือ “ความกล้าตัดสินใจ” และ “บุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ” ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในแวดวงการเมืองญี่ปุ่นที่มักเน้นการประนีประนอม

Above สุนทรพจน์แรกในฐานะนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ของ Sanae Takaichi ซึ่งเธอให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้แก่ญี่ปุ่นและประชาชน รวมถึงสร้างประเทศให้เข้มแข็ง

Sanaenomics: กระสุนทองคำชุดใหม่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

แม้จะเดินตามรอยอดีตนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ผู้เป็นเมนเทอร์ แต่ Sanae Takaichi ก็ได้ก้าวออกมาจากร่มเงาของเขาอย่างเต็มตัวด้วยนโยบายที่ชื่อว่า “Sanaenomics” ซึ่งสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

Sanaenomics ถือเป็นนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกมูลค่า 21 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.25 ล้านล้านบาท) เน้นการอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อและการขาดแคลนพลังงาน เธอยังเลือกเดินหมากที่กล้าหาญ ด้วยการประกาศลดภาษีเชื้อเพลิงและการผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งถือเป็นการรีแบรนดิ้งศรษฐกิจญี่ปุ่นให้กลับมามีอิทธิพลในเวทีโลกอีกครั้ง

Sanaenomics ยังผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งได้สร้างผลตอบแทนเชิงบวกให้แก่ผู้ถือหุ้น และส่งผลให้ดัชนี Nikkei Stock Average แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ Takaichi ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค LDP โดย ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่เธอขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดัชนี Nikkei 225 ซื้อขายที่ประมาณ 21 เท่าของกำไรล่วงหน้า สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 23 เท่า ความต้องการลงทุนที่กลับมาเกิดจากความเชื่อมั่นเชิงนโยบายและปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น หนุนโดยค่าเงินเยนที่แข่งขันได้และกำไรที่แข็งแรง

Above Sanae Takaichi ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เพื่อขอรับฉันทามติโดยตรงจากประชาชน “ฉันต้องการให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นตัดสินใจโดยตรง”

ยุทธศาสตร์ยุบสภา: เดิมพันเพื่อฉันทามติประชาชน

อย่างไรก็ดี เพียงแค่สามเดือนหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ก็ประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026

การตัดสินใจจัดการเลือกตั้งแบบเร่งด่วนครั้งนี้ได้รับการจับตามองว่าเป็นการใช้จังหวะดึงการสนับสนุนจากประชาชนในช่วงเวลาที่คะแนนนิยมของรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูง เพื่อขอฉันทามติจากประชาชนโดยตรงว่า ผู้นำเช่นเธอยังคงได้รับความไว้วางใจเพียงพอให้เดินหน้าบริหารประเทศได้หรือไม่ และสะท้อนให้เห็นแนวคิดว่าเธอไม่ได้พึ่งพาเสียงในพรรคหรือสภาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการย้ำความชอบธรรมด้วยเสียงของประชาชนโดยตรง แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะยังมีอายุการทำงานจนถึงปี 2028 ก็ตาม โดย Takaichi ระบุว่า เธอยังไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนอย่างชัดเจนต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว รวมถึงต่อรัฐบาลผสมชุดใหม่ของพรรค LDP และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ที่จัดตั้งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยมส่วนตัวที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยผลสำรวจล่าสุดของ NHK ระบุว่า คะแนนนิยมของรัฐบาล Takaichi อยู่ที่ 62 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมกราคม 2026 แม้จะปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ขณะที่คะแนนไม่เห็นด้วยอยู่ที่ 21 เปอร์เซ็นต์ โดยประเด็นที่ประชาชนกังวลมากที่สุดยังคงเป็นค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

Takaichi ยังย้ำกับแกนนำพรรค LDP ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือ “ศึกชี้ขาดในระยะสั้น” พร้อมประกาศความมุ่งมั่นจะนำพรรคลงสนามอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อคว้าชัยชนะและเดินหน้าการปฏิรูปประเทศต่อไป

Tatler Asia
Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น แสดงปฏิกิริยาต่อเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่เมืองฮิเมจิ ประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสองสำนักข่าวระบุว่า พรรค LDP ของ Takaichi มีแนวโน้มที่จะได้รับที่นั่งมากขึ้นและยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป (ภาพ: Buddhika Weerasinghe/Getty Images)
Above Sanae Takaichi หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น แสดงปฏิกิริยาต่อเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่เมืองฮิเมจิ ประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสองสำนักข่าวระบุว่า พรรค LDP ของ Takaichi มีแนวโน้มที่จะได้รับที่นั่งมากขึ้นและยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป (ภาพ: Buddhika Weerasinghe/Getty Images)
Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น แสดงปฏิกิริยาต่อเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่เมืองฮิเมจิ ประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสองสำนักข่าวระบุว่า พรรค LDP ของ Takaichi มีแนวโน้มที่จะได้รับที่นั่งมากขึ้นและยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป (ภาพ: Buddhika Weerasinghe/Getty Images)

ญี่ปุ่นกำลังโหวต “ผู้นำ” มากกว่า “พรรค”

ภาพที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้คือถูกเล่าในเชิง “ตัวบุคคล” มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่สื่อเรียกกันว่า “กระแสแฟนด้อม/ไวรัลในหมู่คนรุ่นใหม่” ที่ทำให้ Takaichi กลายเป็น “วัฒนธรรมป๊อป” ชั่วขณะตั้งแต่แฮชแท็ก ไปจนถึงไอเท็มที่เธอใช้ อย่างเช่น กระเป๋า Hamano รุ่น Grace Delight Tote ที่ถูกนำมาเรียกขานว่าเป็น “กระเป๋าซานาเอะ” ขายดิบขายดีจนทางแบรนด์ผลิตไม่ทัน

ในมุมธุรกิจและตลาดทุนยังตีความได้ว่า “แบรนด์ผู้นำ” เริ่มมีผลกับความเชื่อมั่นไม่ต่างจากแบรนด์องค์กร และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเห็น “political personal branding” มีพลังจริงจังในสนามเลือกตั้ง

นอกจากนี้ก่อนเข้าสู่ช่วงรณรงค์เลือกตั้ง ผลสำรวจล่าสุดจากหลายสำนักชี้ว่า คะแนนนิยมของรัฐบาลและตัว Takaichi เองยังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีบางโพลที่บ่งชี้ถึงการตกลงเล็กน้อย แต่ตัวเลขโดยรวมยังสะท้อนว่าผู้นำหญิงถูกมองว่ามีผลงานที่น่าเชื่อถือ สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้ Takaichi สามารถขยายอำนาจทางการเมืองได้มากกว่าที่เธอมีอยู่ในสภาเดิม

Tatler Asia
หลังจากคลิปวิดีโอพิธีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ โดยมีภาพของ Sanae Takaichi เดินถือกระเป๋าแบรนด์ Hamano รุ่น Grace Delight Tote (น้ำหนัก 700 กรัม ราคา 136,400 เยน หรือประมาณ 27,558 บาท) ก็ปรากฏสินค้าทุกสีขายหมดอย่างรวดเร็ว (ภาพ: Facebook-Japan Daily)
Above หลังจากคลิปวิดีโอพิธีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ โดยมีภาพของ Sanae Takaichi เดินถือกระเป๋าแบรนด์ Hamano รุ่น Grace Delight Tote (น้ำหนัก 700 กรัม ราคา 136,400 เยน หรือประมาณ 27,558 บาท) ก็ปรากฏสินค้าทุกสีขายหมดอย่างรวดเร็ว (ภาพ: Facebook-Japan Daily)
หลังจากคลิปวิดีโอพิธีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ โดยมีภาพของ Sanae Takaichi เดินถือกระเป๋าแบรนด์ Hamano รุ่น Grace Delight Tote (น้ำหนัก 700 กรัม ราคา 136,400 เยน หรือประมาณ 27,558 บาท) ก็ปรากฏสินค้าทุกสีขายหมดอย่างรวดเร็ว (ภาพ: Facebook-Japan Daily)

ผู้นำที่ต้องบาลานซ์ “ความนิยม” กับ “ความเป็นรัฐสตรี”

ความท้าทายของ Sanae Takaichi คือ การแปลงกระแสความนิยมให้เป็น “ทุนทางการเมืองที่ยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ชัยชนะในพื้นที่ข่าวหรือโซเชียล

หาก Takaichi คว้าชัยชนะและได้เสียงข้างมาก (233 ที่นั่งขึ้นไป) เธอก็จะกลายเป็นผู้นำที่มี “อำนาจต่อรองสูงขึ้น” ทั้งในพรรคและในสภา สามารถผลักนโยบายเศรษฐกิจ/ปฏิรูปการเมืองได้เร็วขึ้น และลดแรง “ต่อรองแบบรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ”

แต่หากพ่ายแพ้ นั่นอาจหมายถึงการปิดฉากยุคสมัยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกที่รวดเร็วที่สุดคนหนึ่ง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้สำหรับ Sanae Takaichi จึงไม่เพียงแต่เป็นศึกชิงที่นั่งสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังเป็น บทพิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างความนิยมและความคาดหวังของประชาชน

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด