คุณเคยคิดอยากจะซื้อแปรงแต่งหน้าหลังจากบังเอิญไปเห็นมีมตลกๆ กันบ้างไหม ตามรายงานจากกลุ่มธุรกิจการลงทุนในฮ่องกงพบว่าวัยรุ่น Gen Z ในเอเชียบางคนกำลังทำอย่างนั้นอยู่
เจเนอเรชัน Z (Generation Z) คือประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รายงานจากบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก NielsenIQ (NIQ) คาดว่าประชากรกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูงถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
การเติบโตมาในฐานะชาวดิจิทัลโดยกำเนิด ในโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสนใจและพฤติกรรมของพวกเขา เช่น วิธีการบริโภคข่าวสารและการซื้อสินค้า
ในเดือนธันวาคม The Z Label สตาร์ทอัพในฮ่องกงที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค Gen Z ได้เผยแพร่รายงานที่เน้นย้ำถึงลักษณะเฉพาะตัวของคนรุ่น Gen Z ประชากรรุ่นที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีกว่ารุ่นไหนๆ ที่เคยมีมา
การสำรวจนั้นได้รับความร่วมมือกับ Ooopen Lab แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทไต้หวันชื่อ Re:lab ที่ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบข้อมูล การสำรวจทำโดยเก็บข้อมูลจากผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997-2012 จำนวนมากกว่า 4,000 คน ส่วนใหญ่มาจากประเทศมาเลเซีย อินเดีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
ผลการสำรวจระบุว่ามีข้อมูลเชิงลึก 5 ข้อที่น่าสนใจ และผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์สำหรับแคมเปญหรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะมาถึงในปี 2025 ได้ดี
อ่านเพิ่มเติม: ก้าวหลุดออกจากกรอบของการทำเพลงและการใช้ชีวิตไปกับ Laufey นักร้อง-นักแต่งเพลง Gen Z เจ้าของรางวัลแกรมมี่
อิโมจิโปรดของชาว Gen Z
รายงานแสดงให้เห็นว่าอิโมจิที่แสดงใบหน้ากลั้นน้ำตา “🥹” สื่อความรู้สึกได้ตรงใจกับคน Gen Z มากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากระบุว่าอิโมจินี้อธิบายความเป็นตัวตนของพวกเขาได้ตรงใจที่สุด ตามมาด้วยอิโมจิรูปดวงตา “👀” และตัวตลก “🤡”
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าอิโมจิร้องไห้ “😭” ซึ่งอยู่ในอันดับที่ห้า สามารถสื่อถึงความรู้สึกแง่บวกในกลุ่ม Gen Z เช่น เมื่อพวกเขาเจอเรื่องที่ตลกมากๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะตอบสนองด้วยการใช้อิโมจิร้องไห้ด้วยความขบขัน
อ่านเพิ่มเติม: 6 เหตุผลที่ Gukesh Dommaraju แชมป์หมากรุกโลกอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ เป็นแรงบันดาลใจแก่ใครๆ ได้มากกว่าที่คิด
มีมตลกครองใจชาว Gen Z
รูปแบบเนื้อหาที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรกในกลุ่ม Gen Z ได้แก่ คลิปสั้นบน TikTok และ Instagram รวมถึงมีมและโพสต์ที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ ในตลาดฮ่องกงและไต้หวัน มีมได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก โดยมีคะแนนความชื่นชอบสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ อย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์
ที่น่าสนใจคือ หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตัดสินใจซื้อสินค้าหลังจากเห็นสินค้านั้นในมีม แม้ว่าอารมณ์ขันบนอินเทอร์เน็ตสามารถดึงดูดความสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายงานเตือนให้แบรนด์ต่างๆ ระมัดระวังในการสร้างมีม โดยมีมควรสอดคล้องกับข้อความของแบรนด์อย่างแท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบแง่ลบที่อาจเกิดขึ้น
ในทางกลับกัน เนื้อหาที่เป็นตัวอักษร เช่น บล็อกและข้อความสั้นๆ เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดในกลุ่มประชากรนี้
เนื้อหาต้องสนุกและชวนสำรวจตัวเอง
ประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่ม Gen Z ชอบเล่นวิดีโอเกมและดูแอนิเมชันในเวลาว่าง ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ ควรนำเอาเกมมิฟิเคชัน (Gamification - การนำกลไกของเกมมาประยุกต์ใช้) และภาพเคลื่อนไหวที่มีพลังมาใช้เพื่อดึงดูดคนรุ่นนี้ นอกจากนี้ไอเดียประเภทแบบทดสอบบุคลิกภาพ และแคมเปญที่บ่งบอกความเป็นตัวเองอย่างเช่น Spotify Wrapped ประจำปี ก็จะได้ผลเป็นพิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น คนรุ่นนี้ชื่นชอบการอ่าน การเขียน และการจดบันทึกประจำวัน หรือโดยรวมคือกิจกรรมและเนื้อหาที่ให้โอกาสพวกเขาได้ใคร่ครวญสำรวจตัวเอง และมีเวลาได้นั่งนิ่งๆ ท่ามกลางความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน
พลังแห่งการบอกต่อ
ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขาบริโภคเนื้อหาที่ลูกค้าแบรนด์สร้างขึ้นเอง (User-generated content - โพสต์ที่แบรนด์ไม่ได้จ่ายเงินหรือไม่ได้สนับสนุนให้ลูกค้าสร้าง) มากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย ส่วนเนื้อหาที่ Gen Z ชอบรองลงมาคือ เนื้อหาที่แชร์โดยครอบครัวและเพื่อน นั่นทำให้เห็นว่าพวกเขาให้คุณค่ากับมุมมองจากบุคคลที่มีเป้าหมายและความต้องการที่คล้ายคลึงกับพวกเขาเอง
ความชื่นชอบนี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษเมื่อต้องตัดสินใจซื้อสินค้า โดยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของ Gen Z ระบุว่า พวกเขาเชื่อถือการบอกต่อแบบปากต่อปากอย่างในอดีต การรีวิวจากคนในคอมมูนิตี้ที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน และการสาธิตสินค้า มากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ
ในทางตรงกันข้าม มีเพียงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการสำรวจ ที่พิจารณาการการันตีสินค้าจากคนดังและอินฟลูเอนเซอร์อย่างจริงจัง
คน Gen Z ใส่ใจเรื่องอะไร
นอกเหนือจากการนำเสนอสินค้าและบริการที่สะดวกและเข้าถึงง่ายแล้ว การมีค่านิยมที่สอดคล้องกันก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้คน Gen Z มีความภักดีต่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง
ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย รวมถึงความยั่งยืนและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่โดดเด่นในลำดับแรกๆ ที่ผู้ตอบแบบสอบถามหวังว่าธุรกิจจะสามารถจัดการได้ในอนาคต ข้อมูลในรายงานยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทต่างๆ ต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ใส่ใจต่อการปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าด้วย
ในขณะที่แบรนด์ต่างๆ พยายามสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค Gen Z การปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับความชอบและค่านิยมที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาถือเป็นสิ่งสำคัญ การเข้าใจว่าแบรนด์ควรมีความจริงใจต่อผู้บริโภค ใส่ใจต่อความยั่งยืน และมีข้อมูลเชิงลึกที่ใช้ขับเคลื่อนคนรุ่นนี้จึงสำคัญ เพราะไม่เพียงจะดึงดูดความสนใจแต่จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในคนรุ่นนี้ได้ คน Gen Z นั้นมีคุณสมบัติเป็นผู้นำเทรนด์และผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตลาดให้เป็นไปตามภาพลักษณ์ของพวกเขาเอง
This story was originally written in English by Yoyo Chow.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2025 โดย Yoyo Chow โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ออกแบบ ชุติมณฑน์ คว้ารางวัล International Emmy Awards ฉลอง 8 ปีในวงการบันเทิง
13 โมเมนต์ความสำเร็จและความเจิดจรัสในฐานะศิลปินโซโล่ของสาว ลิซ่า Blackpink
Topics





