Wingee Sin, Global Director of the Cartier Women's Initiative (CWI)
Cover วินจี ซิน (Wingee Sin) ผู้อำนวยการระดับโลกของโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI)
Wingee Sin, Global Director of the Cartier Women's Initiative (CWI)

เปิดมุมมอง วินจี ซิน (Wingee Sin) ผู้อำนวยการระดับโลกของโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย พร้อมเหตุผลในการเลือกกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี CWI ในปี 2026 ที่จะถึงนี้

“เมื่อผู้หญิงก้าวไปข้างหน้า มนุษยชาติก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน” (when women thrive, humanity thrives) หนึ่งในจิตวิญญาณสำคัญของโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) ที่ถูกสะท้อนผ่าน “Women’s Pavilion” ในงาน Expo 2025 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเชิดชูความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้นำหญิง ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าและส่งเสริมความเสมอภาคให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

Tatler มีโอกาสสนทนากับ วินจี ซิน (Wingee Sin) ผู้อำนวยการระดับโลกของโครงการ CWI ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย หลังจากที่เธอเคยเดินทางมาพำนักอาศัยที่กรุงเทพมหานครในช่วงสั้นๆ เพื่อเรียนรู้วิธีการทำอาหารไทย เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

ในปี 2026 ที่จะถึงนี้ โครงการ Cartier Women’s Initiative หรือ CWI กำลังจะก้าวขึ้นสู่ปีที่ 20 และเป็นปีแรกที่ Cartier ได้เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพสำหรับโครงการระดับโลกดังกล่าว ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการหญิงที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีเป้าประสงค์ และสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติต่างๆ ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 

อ่านเพิ่มเติม: ธรรมิกา สงค์แก้ว กับการเปลือยชีวิตจริงผ่านนวนิยายที่สะท้อนภาพคนต่างถิ่นผู้เปราะบางในสิงคโปร์

ระบบนิเวศแห่งการเติบโต

ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา โครงการ Cartier Women’s Initiative ได้สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมแล้วกว่า 330 รายจาก 66 ประเทศทั่วโลก พร้อมมอบทุนรวมกว่า 13.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 445 ล้านบาท) เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและขยายผลกระทบได้ในวงกว้าง

ในจำนวนนี้ 83 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เติบโตภายในสามปีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ และ 72 เปอร์เซ็นต์ ยังคงดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมหรือเริ่มต้นกิจการใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โครงการยังได้หล่อหลอมชุมชนระดับโลกที่มีสมาชิกกว่า 500 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนกันและกันในระยะยาว ตอกย้ำบทบาทของ CWI ในฐานะอีโคซิสเต็มแห่งการเปลี่ยนแปลงและการสร้างการเติบโต

“เราไม่ได้เพียงต้องการยกย่องผู้หญิงเก่งที่สร้างธุรกิจเพื่อสังคม แต่เราต้องการสร้างโครงสร้างที่ทำให้พวกเธอสามารถเติบโต มีพื้นที่ในการแสดงความเห็น มีบทบาทในโลกธุรกิจ และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพราะความยั่งยืนไม่ได้มาจากรางวัลเพียงปีเดียว แต่มาจากชุมชนที่แข็งแรงและพร้อมผลักดันกันไปข้างหน้า” วินจี ซิน ผู้อำนวยการระดับโลกโครงการ Cartier Women’s Initiative กล่าวย้ำอย่างหนักแน่น

โครงการ CWI ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างระบบนิเวศเพื่อผู้ประกอบการหญิงทั่วโลก ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตร ทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ รวมทั้งขยายบทบาทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ในการใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของสังคมในทุกมิติ

อ่านเพิ่มเติม: โลกลักซ์ชูรีผ่านสายตา ชญาภา จูตระกูล แห่ง Directions Group (Thailand) กับความฝันในการพาประเทศไทยสู่ Luxury Hub ของอาเซียน

20 ปี CWI และโอกาสของประเทศไทย

สำหรับเหตุผลสำคัญที่ CWI เลือกกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประกาศรางวัล Cartier Women’s Initiative Awards ประจำปี 2026 ในโอกาสครบรอบ 20 ปี เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนความเท่าเทียมทางเพศในภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก (อ้างอิงจากรายงาน Grant Thornton) การมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับธุรกิจเพื่อสังคม รวมถึงความตื่นตัวในประเด็น SDGs โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยมีอัตราส่วนผู้บริหารระดับสูงที่เป็นผู้หญิงมากที่สุดเป็นลำดับสามของโลก ทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านให้กับองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงระดับโลกอย่าง UN Women ทั้งยังมีสังคมอันเปิดกว้างและยกระดับสู่การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ตลอดจนการสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมจากภาครัฐที่มีมาอย่างยาวนานมากกว่า 15 ปี”

ด้วยปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดนี้ทำให้ CWI เลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมายในการจัดงานประกาศรางวัลระดับโลกในครั้งนี้

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้จัดงาน CWI Awards 2026 ณ กรุงเทพมหานคร เพราะที่นี่คือหนึ่งในศูนย์กลางของผู้ประกอบการหญิงของภูมิภาค ที่มีทั้งความหลากหลาย ความสร้างสรรค์ และแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนหัวใจของโครงการ CWI ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” วินจี ซิน กล่าวด้วยรอยยิ้ม

วิสัยทัศน์แห่งทศวรรษใหม่

โครงการ Cartier Women’s Initiative ได้เปลี่ยนผ่านจากจุดเริ่มต้นของการเป็นเวทีมอบรางวัลเชิดชูผู้ประกอบการ สู่การส่งมอบอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมในทุกมิติ

ตลอดระยะเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา โครงการ CWI ได้ขยายบทบาทเพื่อให้การสนับสนุนที่หลากหลายครอบคลุมทั้งสามด้าน ได้แก่ (1) Financial Capital เงินทุนสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการเงินของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (2) Human Capital การให้คำปรึกษาแบบโค้ชชิ่ง การฝึกอบรม และการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายธุรกิจ และ (3) Social Capital การสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อการเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสระดับนานาชาติ

“CWI ตระหนักว่า ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเราคือ การสร้างโอกาสให้แก่ผู้นำธุรกิจหญิงเหล่านี้ ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบของสังคม ด้วยอีโคซิสเต็มที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต โดยเฉพาะการเข้าถึงคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมระดับโลก ซึ่งจะก่อให้เกิดเครือข่ายของผู้ประกอบการสตรีที่แข็งแกร่งต่อไป”

วินจี ซิน กล่าวว่า เพื่อเป็นการปูทางไปสู่ปีแห่งการเฉลิมฉลองทศวรรษใหม่ Cartier Women’s Initiative ได้จัดกิจกรรมในประเทศไทยขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นและผลักดันอีโคซิสเต็มของธุรกิจเพื่อสังคมให้แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการอบรมผู้ประกอบการเพื่อสังคมนำร่อง (Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Cartier ประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยรวบรวมคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงธุรกิจ ผ่านการจัดอบรมระยะสั้นให้แก่ผู้ประกอบการหญิงที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมโครงการ CWI และสามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่าระดับประเทศ

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรม networking อย่าง CWI Gathering Night ที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการหญิงที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม อดีตผู้เคยได้รับทุนของโครงการ (fellow) ไปจนถึงกลุ่มนักลงทุน ภาคธุรกิจ และองค์กรที่สนับสนุนผู้หญิง ได้มาร่วมพูดคุย แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ ผ่านเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ซึ่งเกิดจากการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม

ประเทศไทยกับเป้าหมายสำคัญในรอบสิบปี

แม้โครงการ Cartier Women’s Initiative จะดำเนินการมานานกว่า 19 ปีแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีตัวแทนผู้ประกอบการเพื่อสังคมจากประเทศไทย ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่เวทีระดับโลกเวทีนี้เลย

ย้อนกลับไปครั้งล่าสุดคือ เมื่อปี 2014 ประเทศไทยมี fellow คนแรกและคนเดียวของโครงการ CWI คือ สาลินี ถาวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซันสว่าง ผู้ให้บริการพลังงานสะอาดในพื้นที่ห่างไกล ธุรกิจที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และหลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ประกอบการไทยคนไหนที่ได้รับเลือกเข้าสู่โครงการอีกเลย

“เราพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมบางประเทศถึงมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่าประเทศอื่น เช่น เราได้รับใบสมัครจำนวนมากทุกปีจากอินเดีย ซึ่งมีอีโคซิสเต็มของผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ค่อนข้างเข้มแข็ง และฐานผู้ประกอบการที่กว้างขวาง ขณะที่สิงคโปร์ ก็มีเงินทุนและโปรแกรมการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้การสร้างธุรกิจเพื่อสังคมในสิงคโปร์เข้าถึงได้ง่ายกว่า และไม่ต้องประชาสัมพันธ์หรือเชิญชวนมากนัก”

ขณะที่ประเทศไทย แม้จะมีกฎหมายรองรับกิจการเพื่อสังคม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ประกอบการหญิงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ใบสมัครเข้าร่วมโครงการกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“เราคิดว่าสาเหตุหลักมาจากเรื่องการรับรู้ เราไม่แน่ใจว่าผู้ประกอบการไทยรู้จักโครงการ CWI มากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้น โครงการของเราเป็นโมเดลระดับนานาชาติและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการที่ถนัดใช้ภาษาไทยและมุ่งเน้นผลกระทบในระดับท้องถิ่นรู้สึกว่ายาก หรือไม่ตรงกับความต้องการของตัวเอง”

Tatler Asia
Wingee Sin, Global Director of the Cartier Women's Initiative (CWI)
Above วินจี ซิน (Wingee Sin) ผู้อำนวยการระดับโลกของโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI)
Wingee Sin, Global Director of the Cartier Women's Initiative (CWI)

ด้วยเหตุนี้ Cartier Thailand จึงร่วมมือกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดโครงการ Cartier Women’s Initiative ในรูปแบบที่ปรับให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมอบรมกว่า 50 คน ด้วยเนื้อหาทั้งหมดที่เป็นภาษาไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้บางคนตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ CWI ได้ในอนาคต

สำหรับเกณฑ์ในการพิจารณาเข้าร่วมโครงการ CWI ประกอบด้วยสองเกณฑ์หลักๆ อย่างแรกคือ impact measurement ผลกระทบทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจตั้งแต่แรก ไม่ใช่ทำควบคู่หรือเป็นกิจกรรมเสริม และอย่างที่สองคือ financial sustainability ความยั่งยืนทางการเงินของธุรกิจ เพราะหากธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดได้ ก็ย่อมจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวไม่ได้เช่นกัน

วินจี ซิน เผยว่า แม้ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมจะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับทุกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) แต่ในบางสาขา เช่น การศึกษา และการดูแลสุขภาพ มักมีจำนวนใบสมัครสูงกว่าสาขาอื่นๆ ในทุกปี

“หมวด Science & Technology Pioneer ถือเป็นหมวดที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนการขาดแคลน ด้วยการสนับสนุนผู้หญิงที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (deep tech) เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น

“เราต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมที่เก่งๆ มีอยู่จริง และเราภูมิใจที่ทำให้โลกได้เห็นผลงานอันน่าทึ่งเหล่านี้ของพวกเธอ”

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)