ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นพัฒนาการของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว โดยเฉพาะ AI (Artificial Intelligence) ที่มีอัปเดตออกมาอยู่เป็นประจำ
ตลาดที่มีความแข่งขันสูงนี้ ทำให้บริษัททั้งหลายล้วนอยากได้ส่วนแบ่งของตลาดธุรกิจ AI ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 พันล้านล้านบาท) ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท) จากปีก่อน และคาดว่าตลาดจะเติบโตถึง 8.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8 พันล้านล้านบาท) ภายในปี 2030
แต่ข้อดีของยุคสมัยนี้คือ ทุกอย่างเหมือนเกิดขึ้นโดยที่เรารับรู้ไปด้วยตลอดทุกขั้นตอน บริษัทออกมาประกาศการพัฒนา ปล่อยเบต้าออกมาให้ทดลองเล่น และสื่อมากมายก็รายงานการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้การคาดการณ์ทิศทางเทรนด์เทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในปีนี้ง่ายกว่าแต่ก่อนค่อนข้างมาก แล้วปี 2025 มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ลองมาดูกัน
อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก DeepSeek นวัตกรรมล่าสุดจากจีน ที่กำลังเขย่าวงการ AI
AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกอย่าง
ปี 2025 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน หลังจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการนำ AI ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในทุกภาคส่วน ผู้บริโภคจะเริ่มเข้าใจวิธีการใช้งาน AI ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัวหรือในการทำงาน
อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น AI ยังมีความท้าทายใหญ่ในการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะการพัฒนาคู่มือการใช้งานและการสอนวิธีการสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าจะมีการเผยแพร่คู่มือและแนวทางการใช้งาน AI ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนา prompt ที่เหมาะสมสำหรับการสื่อสารกับ AI
แม้ AI จะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าผู้ใช้งานใช้ไม่เป็น ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่บริษัทเหล่านี้ต้องทำคือการพัฒนาแนวทางการสอนผู้ใช้งานให้ใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพควบคู่กันไปด้วย
AI Agents: ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวใหม่
ปี 2025 จะเป็นปีแห่งการก้าวกระโดดของ AI Agents หรือตัวแทนอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและทำงานเฉพาะบางอย่างแทนมนุษย์ได้ การพัฒนาในช่วงสามปีที่ผ่านมาได้วางรากฐานสำหรับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents และในปีหน้าเราจะเห็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการสร้างและประยุกต์ใช้ agents ในแอปพลิเคชั่น AI ทุกประเภท
เราจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดผู้ช่วยดิจิทัล โดย Alexa จะได้รับการอัปเกรดด้วย Claude ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการสนทนาและการทำงานให้ซับซ้อนมากขึ้น Siri จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อแข่งขันในตลาด และ Google Gemini จะกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่เน้นการสนทนาแทนที่ Google Assistant แบบเดิม นอกจากนี้ภาคธุรกิจจะเริ่มนำ AI Agents ไปใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในด้านการบริการลูกค้าและการจัดการงานอัตโนมัติ
อนาคตของอุปกรณ์สวมใส่ AI (Wearable AI)
ประสบการณ์ในปี 2024 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ AI แบบสแตนด์อโลนอาจไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้อง ผลิตภัณฑ์อย่าง Humane AI, Rabbit R1, Friends และ Plaud ไม่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า AI ทำงานได้ดีกว่าเมื่อถูกผนวกรวมกับอุปกรณ์หลักที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่แล้ว อย่างเช่น สมาร์ตโฟน
ในปี 2025 เราอาจเห็นการผลิตอุปกรณ์สวมใส่ AI แบบสแตนด์อโลนลดลง แต่เทคโนโลยีและความสามารถของอุปกรณ์เหล่านี้จะถูกพัฒนาเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone และ Android แทน ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงความสามารถของ AI ได้โดยไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เพิ่มเติม
สงครามชิป: การแข่งขันที่ดุเดือด
การหลอมรวมระหว่างชิปมือถือและเดสก์ท็อปจะเกิดขึ้นแบบอัตราเร่งในปี 2025 โดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Intel, AMD, Qualcomm และ Arm จะแข่งขันกันในด้านประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน ความสามารถด้าน AI และอายุการใช้งานแบตเตอรี่
Intel ยังคงต้องเร่งพัฒนาให้ทันคู่แข่งและ Nvidia อาจเข้าสู่ตลาด CPU สำหรับเดสก์ท็อป แต่ตอนนี้ดูเหมือน Apple ยังคงเป็นผู้นำในตลาดนี้ด้วยชิป M-Series ที่มีประสิทธิภาพสูง ในปี 2025 แล็ปท็อปทั้ง Windows และ Mac จะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง และทุกชิปรุ่นใหม่จะรองรับการทำงานของโมเดล AI แบบ local ที่ซับซ้อนมากขึ้น
คู่แข่งด้านประสิทธิภาพที่น่าสนใจของ Apple Silicon คือ ชิป X Elite ของ Qualcomm แต่ยังไม่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนว่าระบบที่ใช้ชิปนี้จะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนคือ Intel, Qualcomm และ Apple กำลังมอบสิ่งที่ผู้ใช้แล็ปท็อปต้องการ นั่นก็คือพลังงานและประสิทธิภาพที่ต้องไปพร้อมๆ กัน
Windows ได้รับความสนใจน้อยลง
Microsoft จะมุ่งความสนใจไปที่ Copilot มากขึ้นในปี 2025 ตรงนี้อาจทำให้ Windows กลายเป็นพระรองในกลยุทธ์ของบริษัท แม้ว่าจะยังคงมีการผสมผสาน AI เข้ากับการใช้งานของลูกค้าบน Windows แต่ Copilot จะเป็นจุดโฟกัสหลักในการทำตลาดของ Microsoft ในช่วงสองปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ Microsoft ยังคงต้องทำงานหนักคือการอธิบายและโน้มน้าวผู้บริโภคให้เข้าใจการทำงานของ Copilot อยู่ดี (เหมือนที่กล่าวไปในข้อแรก) พวกเขาต้องเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับจาก Copilot มากกว่าการเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

จุดเปลี่ยนสำคัญของ AR Wearables
แว่น AR จะเริ่มเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคอย่างจริงจังในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างผู้ผลิตต่างๆ Meta และ Snap จะเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้ โดยทั้งสองบริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาแว่น AR ที่มีระบบเสียงและ AI ที่ดีขึ้น รวมถึงกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งปีนี้เราอาจจะเห็นแว่น AR ที่พร้อมจะให้ลูกค้าใช้งานจริงเลยก็ได้
แน่นอนว่าจะลืม Apple ไปไม่ได้ เพียงแต่ถ้า Apple อยากจะเข้ามาแข่งในตลาดนี้ก็ต้องพร้อมปล่อยวางกับ Vision Pro และเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงมาก หรือตัว Vision Pro ที่มีราคาถูกลงเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของโซเชียลมีเดีย
ภูมิทัศน์ของโซเชียลมีเดียจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากในปี 2025 Bluesky และ Threads จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า X จะยังคงมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดสำหรับแพลตฟอร์มที่เป็น Short News หรือการอัปเดตข่าวสั้นๆ แต่แพลตฟอร์มนี้จะเริ่มสูญเสียผู้ใช้งานมากขึ้นเนื่องจากคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ Elon Musk (และแน่นอนโฟกัสของเขาก็อาจจะไม่ได้อยู่ตรงนี้มากเท่าที่ควร)
นอกจากนี้ เราจะเห็นการเคลื่อนไหวต่อต้านโซเชียลมีเดียสำหรับกลุ่มคนที่ยังเป็นเยาวชนในแพลตฟอร์มต่างๆ การควบคุมที่เข้มงวดขึ้น (อย่างกฎหมายห้ามวัยรุ่นต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียในออสเตรเลีย) ไม่ว่าจะเป็นเพราะข้อกำหนดของรัฐบาลหรือความพยายามในการป้องกันกฎระเบียบในอนาคต ส่วน TikTok จะต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 19 มกราคม จากการถูกแบนในสหรัฐอเมริกา (ต้องมารอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น)
รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตช้าลง
อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับจะเข้าสู่ช่วงการปรับตัวครั้งสำคัญในปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Tesla ซึ่งเป็นผู้นำตลาด ประสบความท้าทายในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของ Cybertruck ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือต่ำที่สุด
ยอดขายรถกระบะไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ไม่เป็นไปตามที่บริษัทรถยนต์รายใหญ่คาดการณ์ไว้ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ตลาดหันกลับไปสู่เครื่องยนต์สันดาปภายในมากขึ้น สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต้องทบทวนกลยุทธ์และการลงทุนในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า

สมาร์ตโฟนพับได้: การเติบโตอย่างช้าๆ แต่มีข่าวว่า Apple จะเข้ามา (อีกแล้ว)
แม้ว่าสมาร์ตโฟนพับได้จะมีวางจำหน่ายจากหลายแบรนด์ชั้นนำ เช่น Google, Samsung, Huawei, และ Oppo แต่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1.5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก Apple ตัดสินใจเปิดตัว iPhone รุ่นพับได้ (ข่าวลือก็ยังคงมีต่อไป)
ถึงกระนั้นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางรายไม่เชื่อว่า Apple จะเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนพับได้ในเร็วๆ นี้ โดยมองว่าบริษัทอาจมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจอพับได้สำหรับแท็บเล็ตมากกว่า เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความทนทาน ประโยชน์ใช้งานเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนทั่วไป และขนาดตลาดที่ยังเล็กเกินไป
อ่านเพิ่มเติม: APPLE กำลังพัฒนา IPHONE และ IPAD เวอร์ชั่นพับได้
ผลกระทบจากภาษีนำเข้า
การเพิ่มภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025 บริษัทต่างๆ จะเร่งเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลเพื่อขอยกเว้นภาษี ในขณะที่ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2025 เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ สงครามการค้าอาจทำให้เกิดการขาดแคลนสินค้าในบางหมวดหมู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญระหว่างประเทศต่างๆ และสหรัฐอเมริกาอาจชะลอตัวลง บริษัทต่างๆ จะเร่งย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา ที่มีค่าแรงถูกกว่า (ไทยก็อาจจะได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย) อย่าง Apple ก็พยายามกระจายการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากจีนมาหลายปี แต่การย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐอเมริกาอาจเป็นไปได้ยาก
หุ่นยนต์: อนาคตที่กำลังมาถึง
การปฏิวัติด้านหุ่นยนต์มนุษย์ (humanoid robot) กำลังจะเริ่มขึ้น โดยในปี 2025 เราจะเห็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทั้งในด้านความสามารถและรูปแบบของหุ่นยนต์ แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานในบ้านของผู้บริโภคทั่วไป แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปฏิวัติด้านหุ่นยนต์ในอนาคต
เราอาจเห็นการใช้งานหุ่นยนต์มนุษย์ในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูงหรือมีความเสี่ยง นอกจากนี้การพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้หุ่นยนต์มีความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวได้ดีขึ้น ทำให้สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในภาพรวม ปี 2025 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการเทคโนโลยี ทั้งในด้านการพัฒนา AI การเปลี่ยนแปลงของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจำเป็นต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และกลยุทธ์จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
Topics




