Models walk the runway during the Anrealage Womenswear Fall/Winter 2025-2026 show as part of Paris Fashion Week. (Photo: Kristy Sparow/Getty Images)
Cover โชว์คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2025-2026 Anrealage ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Paris Fashion Week ที่นำ AI และเทคโนโลยีมาใช้บนรันเวย์ (ภาพ: Kristy Sparow/Getty Images)
Models walk the runway during the Anrealage Womenswear Fall/Winter 2025-2026 show as part of Paris Fashion Week. (Photo: Kristy Sparow/Getty Images)

จากแคมเปญที่สร้างโดย AI ไปจนถึงแอกเซสเซอรี่อัจฉริยะ พบกับวิธีที่แบรนด์หรูนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับแฟชั่นใน Paris Fashion Week

ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้เห็นการบรรจบกันของแฟชั่นและเทคโนโลยีที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิด แต่ได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ผ่านกระเป๋าแนวเทคโนโลยีสุดล้ำ ห้องลองเสื้อเสมือนจริง และแว่นตาที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจาก Inspector Gadget ที่ Paris Fashion Week 2025 นวัตกรรม AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยกลายเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสร้างสรรค์ การนำเสนอ และการตลาดของแบรนด์ลักซ์ชูรี ตั้งแต่เสื้อผ้าที่ออกแบบโดย AI ไปจนถึงผ้าที่มีปฏิสัมพันธ์แบบดิจิทัล ฤดูกาลนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแฟชั่นกำลังก้าวเข้าสู่การปฏิวัติในแบบที่ทั้งใช้งานได้จริงและเปี่ยมด้วยจินตนาการ

Tatler ได้รวบรวม 5 วิธีที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโฉมรันเวย์และวงการแฟชั่นใน Paris Fashion Week 2025

อ่านเพิ่มเติม: Milan Fashion Week: 5 เทรนด์สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางแฟชั่นฤดูกาลใหม่

AI-Generated Couture: พรมแดนใหม่แห่งการออกแบบ

AI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการสร้างสรรค์แฟชั่น ช่วยให้ดีไซเนอร์สามารถสำรวจลวดลาย เนื้อผ้า และซิลูเอตที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยในปีนี้ หลายแบรนด์ได้ทดลองใช้ AI ในการออกแบบ เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ และสร้างสรรค์ดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยอดเยี่ยม

Moncler เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เดินหน้าสำรวจการใช้ AI ในกระบวนการออกแบบของแบรนด์ โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมงานกับ Maison Meta ในการสร้างสรรค์แคมเปญโฆษณาที่สร้างโดย AI นอกจากนี้ Moncler ยังใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อช่วยพัฒนาแนวคิดสำหรับเสื้อผ้าชิ้นใหม่ เช่น แจ็คเก็ต Verone AI ซึ่งผสมผสานความเป็นแฟชั่นเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงแค่การออกแบบที่ได้รับประโยชน์จาก AI เท่านั้น แต่เทคโนโลยีนี้ยังถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์เทรนด์แฟชั่นอีกด้วย ตามข้อมูลจาก Techpacker ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย แบรนด์ต่างๆ กำลังใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยสามารถคาดการณ์แนวโน้มของเนื้อผ้าและเฉดสีที่กำลังจะเป็นที่นิยม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้พาเลตต์สีและวัสดุในคอลเล็กชั่นล่าสุด

Smart Textiles: สิ่งทออัจฉริยะที่ตอบสนองต่อผู้สวมใส่

ผ้าอัจฉริยะได้พัฒนาจากแนวคิดสู่ความเป็นจริง มอบเครื่องแต่งกายที่สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมให้กับผู้สวมใส่ โดยคอลเล็กชั่นล่าสุดของ Anrealage นำเสนอเสื้อผ้าพร้อมกับ LED ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ตามสภาพแสง แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม

อีกหนึ่งไฮไลต์มาจาก Stella McCartney ซึ่งเปิดตัวสิ่งทอที่ตอบสนองต่อชีวภาพ สามารถเปลี่ยนลวดลายได้ตามอุณหภูมิและการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ดีไซเนอร์ยังร่วมมือกับบริษัทอย่าง Protein Evolution ซึ่งพัฒนา Biopure เทคโนโลยีที่ใช้เอนไซม์ที่ออกแบบโดย AI เพื่อย่อยสลายสิ่งทอและขยะพลาสติก นำมาสร้างเป็นวัสดุใหม่สำหรับโพลีเอสเตอร์

Virtual and Augmented Reality: ‘ความจริงเสมือน’ เสริมการสร้างสรรค์รันเวย์ใหม่

งาน Fashion Week ได้ขยายขอบเขตของเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) และเทคโนโลยีเสริมจริง (AR) ทำให้โลกแฟชั่นน่าสนใจยิ่งกว่าที่เคย ดีไซเนอร์นำ AI มาผสานเข้ากับกระบวนการสร้างสรรค์ และสำรวจอนาคตของแฟชั่นโชว์ในโลกผสมผสาน (Mixed-Reality) นำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ว่าเทคโนโลยีสามารถพลิกโฉมการนำเสนอแฟชั่นได้อย่างไร

มีรายงานว่า Balenciagaใช้ ‘โฮโลแกรม’ ดิจิทัลของนางแบบ ซึ่งแขกสามารถโต้ตอบได้สำหรับการลองเสื้อผ้าเสมือนจริง ที่ผ่านมา Viktor & Rolf ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการบรรยายโชว์ Haute Couture Spring/Summer โดยใช้เสียงที่สร้างจาก AI เพื่ออธิบายลุคต่างๆ ขณะที่นางแบบเดินบนรันเวย์ แสดงให้เห็นถึงจุดบรรจบของปัญญาประดิษฐ์และศิลปะของมนุษย์ การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับแฟชั่นชั้นสูง หลอมรวมโลกจริงและโลกเสมือนเข้าไว้ด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม: New York Fashion Week: 5 โชว์สำคัญกับการเคลื่อนไหวของแฟชั่นที่ต้องติดตาม

AI-driven personalisation in retail: การขับเคลื่อนโดย AI ในร้านค้าปลีก

AI ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงแค่เฉพาะรันเวย์เท่านั้น แต่ยังปฏิวัติวิธีที่แบรนด์ลักซ์ชูรีมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอีกด้วย แบรนด์ต่างๆ กำลังใช้ AI เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลขั้นสูงสุด อย่างการพยากรณ์เทรนด์ดิจิทัล และพัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างสร้างสรรค์ พลิกโฉมอุตสาหกรรมแฟชั่นและความงามระดับลักซ์ชูรีอย่างน่าติดตาม

เมื่อ AI ก้าวหน้าขึ้น แบรนด์แฟชั่นลักซ์ชูรีก็คาดว่าจะผสานประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น Dior เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดยใช้เทคโนโลยีเสริมจริง (AR) ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ให้ลูกค้าสามารถลองสวมใส่สินค้าผ่านโลกดิจิทัล และ FabriX ก็ได้นำเสนอห้องลองเสื้อผ้าเสมือนจริงในงานแฟชั่นต่างๆ เช่น Paris Fashion Week 2024 และ Pitti Immagine Uomo ช่วยให้ผู้บริโภคได้สัมผัสแฟชั่นดิจิทัลผ่าน AR และ AI อย่างใกล้ชิด

Wearable tech: เทคโนโลยีและฟังก์ชั่นการทำงานผสานกับความหรูหรา

การผสมผสานระหว่างแฟชั่นและเทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ด้านสุนทรียศาสตร์ แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมที่สามารถสวมใส่ได้ คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2025 ของ Coperni มุ่งเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับการเชื่อมต่อของมนุษย์ ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตในช่วงเริ่มต้น หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมคือ Tamagotchi Swipe Case ซึ่งเป็นการร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านของเล่นจากญี่ปุ่นอย่าง Bandai

แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta รุ่นล่าสุดก็ได้รับการนำเสนอในโชว์รันเวย์ของ Coperni โดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการให้คำแนะนำสไตล์แบบเรียลไทม์ การถ่ายภาพแบบไร้สาย และการใช้เทคโนโลยีเสริมจริง (AR)

ด้วยการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI สิ่งทอที่มีการโต้ตอบ แฟชั่นโชว์เสมือนจริง และประสบการณ์ช้อปปิ้งที่มีเทคโนโลยีเสริม ลดขอบเขตระหว่างแฟชั่นและนวัตกรรมไปเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ อนาคตของความหรูหราคือดิจิทัลที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย