การแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ของเหล่า Gen.T ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีที่สะท้อนถึงศักยภาพใหม่ๆ ที่จะร่วมกำหนดอนาคตของภูมิภาค
เป็นเวลา 10 ปีแล้วนับตั้งแต่ถือกำเกิดในฮ่องกงเมื่อปี 2016... ปีนี้ Gen.T ซึ่งย่อมาจาก Generation Tomorrow เวทีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อค้นหา “ผู้นำแห่งอนาคต” (Leaders of Tomorrow) ได้เติบโตเป็นเครือข่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงพวกเขากับเครือข่ายที่ต่อยอดไปได้ไกลกว่าโลกธุรกิจของผู้นำรุ่นใหม่กว่า 3,500 คน ครอบคลุม 10 ตลาดทั่วเอเชีย
ในปีนี้การเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ของ ‘Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow’ สำเร็จลงอย่างงดงาม โดยความพิเศษของปีนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจาก JAI by ONE SIAM และ SIAM PARAGON ตลอดจนการเอื้อเฟื้อพื้นที่ SCBX NEXT TECH และ Nextopia เพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความฝัน แรงบันดาลใจ และความร่วมมือต่างๆ ระหว่างผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อยู่ภายใต้แคมเปญ 10x10 ซึ่งเป็นการจับคู่ลิสต์ผู้นำเพื่อยกย่อง Gen.T รุ่นใหม่ในฐานะ ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ (Leaders of Tomorrow) ร่วมกับ ‘ผู้นำในปัจจุบัน’ (Leaders of Today) ซึ่งเคยผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ประกอบด้วย
Tatler Gen.T Leaders of Today ได้แก่ ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินแร็ปที่รู้จักกันในนาม “มิลลิ” (MILLI), นิสา ศรีคำดี ผู้สร้างสรรค์ Crybaby, คมสันต์ ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Group, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub, ยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอ LINE MAN Wongnai, ภิพัชรา แก้วจินดา ดีไซเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PIPATCHARA, อเล็กซ์ ไซม่อน เรนเดลล์ นักแสดงและเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC Thailand), เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร POTONG, กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตัน และ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารค่ายมวยเวทีราชดำเนิน และประธานจัดการแข่งขันมวยรายการ RWS - Rajadamnern World Series
Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2026 ได้แก่ เบคกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงและผู้ก่อตั้ง Becky Entertainment, ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์ ทนายปีศาจ, ธัญทิพ เจียรวนนท์ ภัทรประสิทธิ์ ซีอีโอ Eden Estate Corporation, พีรกานต์ มานะกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ ION Energy, อินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น ViaBus, นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้ง สุกี้ตี๋น้อย, เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ Co-owner และ director of commercial ของ The Siam Bangkok, ณัฐพล เตโชพิชญ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Looklen Architects, ธราเทพ ทวีผล แดร็กควีน ผู้ชนะจากเวทีการประกวด RuPaul’s Drag Race: UK vs. the World ซีซั่นสาม และ นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ PYONG Rehabilitation Group
อ่านเพิ่มเติม: ฉลองครบรอบ 10 ปี Tatler Gen.T เปิดตัว ‘Leaders of Today’ และ ‘Leaders of Tomorrow’ เชิดชูผู้นำรุ่นใหม่ผู้ร่วมขับเคลื่อนอนาคต

Above ส่วนหนึ่งของ Tatler Gen.T Leaders of Today และ Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2026 ในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปี Gen.T (ภาพ: Tatler Thailand)
นอกเหนือจากการเฉลิมฉลอง 10 ปีที่พาเหล่า Gen.T ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นปัจจุบันได้มาพบปะสังสรรค์ ยังมีไฮไลต์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวที ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำกล่าวต้อนรับของ Stephanie Tay, Executive Managing Director ของ Tatler Singapore & Thailand ที่เผยปรัชญาสำคัญของ Tatler Gen.T มาตลอด 10 ปีของการก่อตั้งรางวัล คือ ‘ความเป็นผู้นำ’ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่อีกต่อไป หากแต่คือความกล้าหาญในการสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า และการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน Tatler Gen.T ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการขยายขอบเขตแห่งแรงบันดาลใจไปสู่ประเทศญี่ปุ่น ดูไบ และทวีปแอฟริกา “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามทุกพรมแดน เพื่อเชื่อมโยงผู้คน พร้อมทั้งส่งต่อและขยายเสียงของเหล่าผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโลกใบนี้”
Above Stephanie Tay, Executive Managing Director ของ Tatler Singapore & Thailand กล่าวต้อนรับ Gen.T และแขกผู้มีเกียรติ (ภาพ: Tatler Thailand)
Above รศ.ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบข้อคิดสำคัญซึ่งเป็นหัวใจหลักของผู้นำ (ภาพ: Tatler Thailand)
'ความเป็นผู้นำ' ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่อีกต่อไป หากแต่คือความกล้าหาญในการสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า และการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน
จากนั้น รศ.ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ได้ให้เกียรติมามอบข้อคิดถึงเหล่าผู้นำรุ่นใหม่ ในหัวข้อ “จาก Leaders of Today สู่ Leaders of Tomorrow” ที่ส่งสารอันเป็นหัวใจหลักของการเป็น ‘ผู้นำ’ คือการมี ‘empathy’ หรือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นการเข้าใจความรู้สึกคนอื่นโดยมองจากมุมของเขา ซึ่งต่างจาก ‘sympathy’ ที่เป็นเพียง ‘ความเห็นใจหรือสงสาร’ เป็นการรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายผ่านมุมมองของเราเอง “‘Sympathy’ คือ I know how you feel แต่ ‘empathy’ คือ I feel how you feel ซึ่งลึกไปอีกขั้น เหมือนเราใส่รองเท้าคนอื่นแล้วรู้ว่าเขารู้สึกยังไง นี่คือจุดสำคัญที่ผมคิดว่าคนเป็นผู้นำต้องมี ‘empathy’ มีปัญหาก็ต้องลงไปเจอลูกค้า ไปเจอคนที่เราจะนำเขาเพื่อให้เข้าใจชีวิตจิตใจเขา”
คนเป็นผู้นำต้องมี 'empathy' มีปัญหาก็ต้องลงไปเจอลูกค้า ไปเจอคนที่เราจะนำเขาเพื่อให้เข้าใจชีวิตจิตใจเขา
จากนั้นก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญในการทำความรู้จักกับ Gen.T ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ผ่านมุมมองความคิดของตัวแทน Gen.T แต่ละรุ่นสามท่านในช่วง Leader’s Talk ประกอบด้วย เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์, ณฐพล บุญประกอบ และ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง พร้อมด้วยตัวแทนของ JAI Community ชญาภา จูตระกูล ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง JAI by ONE Siam และผู้ก่อตั้ง The Bureau of Wonders โดยมี ชชานนท์ ลิ่มทอง บรรณาธิการ Power & Purpose and VIP, Tatler Thailand รับหน้าที่พิธีกรร่วมกับ ณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์ ในหัวข้อ “The Next Decade of Co-Creation” ที่ชวนมาตอบคำถามสี่ข้อ เกี่ยวกับบทเรียนจากทำงานในระดับสากลของเหล่า Gen.T, การสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกของคนไทย, การร่วมพลังที่จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน และคุณสมบัติที่ผู้นำในทศวรรษหน้าควรมี

Above ชญาภา จูตระกูล (ภาพ: Tatler Thailand)
ชญาภา จูตระกูล ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อคำถามเหล่านี้ด้วยข้อสรุปที่ว่า ‘ความสม่ำเสมอ’ (consistency) และ ‘มาตรฐานอันเป็นเลิศ’ (standards) คือหัวใจสำคัญของการทำงานในระดับสากล ซึ่งคนไทยมีความ ‘ละเมียดละไม’ ที่นำไปสู่ ‘ความใส่ใจในรายละเอียด’ ทางอารมณ์และความรู้สึก ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในอุตสาหกรรมลักซ์ชูรี การบริการ และงานสร้างสรรค์ ขณะที่ AI จะมีส่วนช่วยสร้างสรรค์มิติใหม่ของประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ และคุณสมบัติที่ผู้นำแห่งอนาคตควรมีก็คือ ‘ความกล้าที่จะพ่ายแพ้’ “ความผิดพลาดคือบทเรียนล้ำค่า และเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต”

Above เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ (ภาพ: Tatler Thailand)
เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ แห่งเวทีมวยราชดำเนิน กล่าวว่า เขามุ่งเน้นการยกระดับสู่การเป็น ‘จุดหมายปลายทางระดับโลก’ โดยชูจุดเด่นเรื่อง ‘ความดั้งเดิมและเอกลักษณ์เฉพาะตัว’ ของมวยไทยและสนามมวยราชดำเนิน พร้อมทั้งนำเกณฑ์มาตรฐานระดับสากล มาประยุกต์ใช้เพื่อควบคุมคุณภาพ โดยไม่สูญเสียรากเหง้าและความเป็นตัวจริงทางวัฒนธรรม “อารมณ์ขัน การต้อนรับอย่างจริงใจ และคุณค่าทางวัฒนธรรม เช่น ‘พิธีการไหว้ครู’ ในมวยไทย มีความล้ำค่าและได้รับการยอมรับอย่างสูงจากผู้ชมชาวต่างชาติ จนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่ทรงอิทธิพล” พร้อมเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ ‘ภาพยนตร์มวยไทย’ เพื่อเจาะลึกและถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงพลังของศิลปะการต่อสู้ไทยสู่ระดับสากล ก่อนจะระบุถึงคุณสมบัติของผู้นำในอนาคตถึง ‘การมีความศรัทธาในสิ่งที่ดีงามที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง’ โดยบอกว่า การค้นพบความหมายและเป้าหมายในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม จะช่วยสร้างพลังให้ก้าวข้ามอุปสรรคและคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นคง

Above ณฐพล บุญประกอบ (ภาพ: Tatler Thailand)
สำหรับ ณฐพล บุญประกอบ ที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง สงครามส่งด่วน (2025) และ ทนายปีศาจ (2026) มอบมุมมองว่า การเข้ามาของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix นอกจากช่วยจัดระเบียบการทำงานในกองถ่ายอย่างเป็นระบบ ช่วยยกระดับคุณภาพงานโปรดักชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังช่วยทลายข้อจำกัดด้านการจัดจำหน่าย ทำให้คอนเทนต์ไทยสามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ทันที และยังกล่าวด้วยว่า แม้ความโดดเด่นของ ‘อารมณ์ขันแบบไทย’ โดยเฉพาะมุกตลกประชดประชันหรือ dark humor นับเป็นสินทรัพย์ทางความคิดอันทรงพลังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอุตสาหกรรมโฆษณาระดับโลก แต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็จำเป็นต้องพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน ‘การเงิน’ และ ‘กฎหมาย’ ซึ่งยังคงเป็นมิติที่ขาดแคลนในภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย พร้อมระบุถึงคุณสมบัติที่ผู้นำแห่งอนาคตควรมีคือ ‘ความกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง’ ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและจริยธรรมอย่างเคร่งครัด แม้ในสภาวะที่การเลือกทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอาจเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม: 7 เบื้องหลังความดาร์ก… เปิดใจทีมนักแสดง ‘ทนายปีศาจ’ กับคำถามที่ซีรีส์ทิ้งไว้ให้ผู้ชมตัดสินเอง

Above รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง (ภาพ: Tatler Thailand)
ทางด้าน รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ให้ความสำคัญกับการ ‘ซื่อสัตย์ต่อตนเอง’ การ ‘รักตัวเอง’ (Self-love) และความ ‘เพียรพยายาม’ เรียนรู้จากความผิดพลาด การเปิดรับคำติชมเพื่อนำมาพัฒนา และการกล้าก้าวออกจาก comfort zone ถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณพลังสนับสนุนอันยิ่งใหญ่จากแฟนคลับที่เป็นกำลังใจเสมอมา และย้ำว่า ‘ทัศนคติเชิงบวก’ และ ‘ความเคารพซึ่งกันและกัน’ ของทีมงาน คือหัวใจสำคัญในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน เธอยังแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมสร้างสรรค์ ‘สื่อบันเทิงเชิงสร้างสรรค์’ ผ่านภาพยนตร์และซีรีส์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับคนรุ่นใหม่ ก่อนจะทิ้งท้ายถึงคุณสมบัติของผู้นำแห่งอนาคตคือ ‘ความเชื่อมั่นในตนเอง’ รักษาความเชื่อมั่นภายในจิตใจโดยไม่ขึ้นอยู่กับการยอมรับจากภายนอก พร้อมทั้งแผ่ขยายทัศนคติที่ดีและความเมตตากรุณา เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน
นอกจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวที เหล่า Gen.T Leaders of Tomorrow ยังได้แบ่งปันความคิดเห็นต่อการได้รับการยกย่องให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gen.T community ในปีนี้
ณัฐพล เตโชพิชญ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Looklen Architects กล่าวว่า การมีผู้เห็นผลงานผ่านการยกย่องให้เป็น Gen.T Leaders of Tomorrow ในปีนี้ “ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้วิชาชีพที่เราทำได้สร้างอิมแพคได้มากกว่าเดิม” เช่นเดียวกับ นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ PYONG Rehabilitation Group ที่รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติกับการได้รับการยกย่องให้เป็น Gen.T โดยเฉพาะในด้านเฮลท์แคร์ ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวในลิสต์ครั้งนี้ “ดีใจที่สิ่งที่เราพยายามทำอยู่ทุกวัน ความตั้งใจของเราที่จะพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการรักษาให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ความพยายามที่จะเปลี่ยนมุมมองโดยทั่วไปการฟื้นฟู กายภาพบำบัด เป็นสิ่งที่อยู่ท้ายสุด และเป็นสิ่งทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เราพยายามทำสิ่งนี้ให้มาอยู่ด้านหน้า และแทนที่จะเป็นคอนเซ็ปต์ rehabilitation ธรรมดา ก็ให้เป็นคอนเซ็ปต์ ‘prehabilitation’ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีโรคก่อน แต่คุณสามารถรู้ถึงสิ่งที่จะเป็นในอนาคต และป้องกันให้ดีทีสุด ไม่ใช่แค่ฟื้นฟูอย่างเดียว แต่ยังป้องกันในเชิงรุกอีกด้วย”
พีรกานต์ มานะกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ ION Energy เผยว่า ความภาคภูมิใจที่ได้รับการยกย่อง นอกจากเป็นเรื่องความสำเร็จที่เป็น recognition ในครั้งนี้ ก็ยังเป็นแรงผลักดันทั้งแรงกายและแรงใจที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น “ธุรกิจของผมคือธุรกิจพลังงานสะอาด ทั้งการติดตั้งโซลาร์ในกลุ่มบ้านและโรงงาน คิดว่าเป็นธุรกิจที่ win-win-win ทั้งในส่วนผู้ติดตั้งที่ได้ใช้พลังงานสะอาดที่ถูกลง ประเทศเองก็ลดการใช้พลังงานที่มีคาร์บอน ส่วนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อมก็เป็นการเพิ่มความยั่งยืนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ก็เป็นการนำไปต่อยอดธุรกิจ ผลักดันทั้งตัวเองและทีมงานให้เติบโตต่อไปเรื่อยๆ” ทางด้าน อินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น ViaBus ซึ่งปัจจุบัน ให้บริการคนมา 10 ล้านคน ก็ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “รู้สึกว่าสิ่งที่สร้างมามีคนเห็นคุณค่า และสร้างอิมแพคให้กับสังคมจริงๆ ทั้งในประเทศไทยและอาเซียน หลายคนที่ได้รับการยกย่องผมคิดว่าเขาเจ๋งมาก ขณะที่เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามสร้างอะไรดีๆ ให้กับสังคม”
ทางด้าน ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์ ทนายปีศาจ ที่ก่อให้เกิดกระแสแรงเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมา กล่าวอย่างถ่อมตนว่า ในฐานะคนทำภาพยนตร์ผู้หญิง เขาก็ทำสุดความสามารถเท่าที่มีข้อจำกัด “ผมก็ดีใจถ้าสิ่งที่เราทำไปมันสร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลังให้คนอื่น แล้วมอบตำแหน่งให้ ก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก” ขณะที่ เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ Co-owner และ director of commercial ของ The Siam Bangkok บอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติเช่นกัน ในฐานะทายาทเจน 3 เขาก็พยายามผลักดัน legacy ของครอบครัวไปข้างหน้า พร้อม ‘make my mark’ ของตัวเองในบริษัทและในอุตสาหกรรมด้วย “การได้รับยกย่องครั้งนี้ก็เป็นความภาคภูมิใจที่ได้รับการยอมรับ”
อย่างไรก็ตาม แม้งานครั้งนี้จะมี Gen.T ที่ได้รับการยกย่องในปีนี้หลายท่านติดภารกิจสำคัญ แต่ทุกท่านรวมถึง Gen.T ที่มาร่วมงาน ก็ได้มีส่วนร่วมในการนำสิ่งของสำคัญที่ล้วนมีเรื่องราว ความเป็นมาที่น่าสนใจหลากหลาย มาร่วมจัดแสดงเพื่อเป็นเกียรติให้กับงาน ไม่ว่าจะเป็น มงกุฎผู้ชนะเลิศการประกวด RuPaul’s Drag Race ของ “Gawdland” ธราเทพ ทวีผล, สมุดภาพที่สะท้อนความทรงจำดีๆ กับแฟนคลับทั่วโลก ของรีเบคก้า, ปากกาจากซีรีส์ ทนายปีศาจ ของ ณฐพล บุญประกอบ, สร้อย Show Me The Money ซีซั่น 12 ของ มิลลิ, อาร์ตทอย Crybaby ของ นิสา ศรีคำดี, แม่เหล็กติดตู้เย็นอาคารร้านโพทง อายุมากกว่า 120 ปีของเชพแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ, เข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนิน ของ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ไปจนถึงตลับเมตรของ ธัญทิพ เจียรวนนท์ ภัทรประสิทธิ์ ที่เธอบอกว่าพกติดต่อเสมอๆ ซึ่งในช่วงท้ายของกิจกรรมบนเวที ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand ยังได้เชื้อเชิญเหล่า Gen.T ผู้เข้าร่วมงานขึ้นบนเวทีกล่าวถึงสิ่งของที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้อีกด้วย




