Judit Polgár (right), chess grandmaster and star of Netflix’s ‘Queen of Chess’ in conversation with Tamara Lamunière, president, Tatler Asia Group at the Gen.T Summit 2026 in Bangkok (ภาพ: Tatler)
Cover Judit Polgár (ขวา) แกรนด์มาสเตอร์หมากรุก กำลังสนทนากับ Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Tatler Gen.T ภายในงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ที่ Bangkok เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา (ภาพ: Tatler)
Judit Polgár (right), chess grandmaster and star of Netflix’s ‘Queen of Chess’ in conversation with Tamara Lamunière, president, Tatler Asia Group at the Gen.T Summit 2026 in Bangkok (ภาพ: Tatler)

เมื่อความสำเร็จถูกนิยามใหม่ผ่านความสุขุม สมดุลชีวิต และมิตรภาพที่แท้จริง เหล่าผู้นำและนักสร้างสรรค์ระดับตำนานร่วมปิดฉาก Tatler Gen.T Summit 2026 ด้วยบทเรียนตกผลึกที่ล้ำค่าเหนือกระดานธุรกิจ

การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของเหล่าผู้นำรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงระดับแนวหน้าของเอเชีย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ในการประชุม Tatler Gen.T Summit 2026 วันที่สอง ณ สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นภายใต้แกนคิดหลัก “The Defining Generation” โดยบรรยากาศในวันนี้มุ่งเน้นการสำรวจมิติภายในของผู้นำอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ศิลปะการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การออกแบบระบบชีวิตเพื่อความยั่งยืน การเชื่อมประสานมุมมองข้ามรุ่น ไปจนถึงการรักษาความซื่อสัตย์ต่อตัวตนในงานสร้างสรรค์ และยังคงร้อนแรงด้วยบทสนทนาอันลุ่มลึกจาก Judit Polgár สุดยอดแกรนด์มาสเตอร์หมากรุกหญิง, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบิทคับ ก่อนจะปิดฉากงานอย่างสมบูรณ์แบบด้วยช่วงพูดคุยและโชว์ส่งท้ายสุดมันจาก Tilly Birds หนึ่งในวงดนตรีแถวหน้าของเมืองไทย

อ่านเพิ่มเติม: The Defining Generation: ถอดรหัสวิธีคิด จังหวะก้าว และภาวะผู้นำแห่งอนาคตใน Tatler Gen.T Summit 2026

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 10 บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
Photo 2 of 10 Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Tatler Gen.T (ภาพ: Tatler)
Photo 3 of 10 สองผู้ดำเนินรายการ ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand และ Valerie Lim, Digital Editor ของ Tatler Leadership (ภาพ: Tatler)
Photo 4 of 10 Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้แพลตฟอร์ม Tatler Gen.T (ภาพ: Tatler)
Photo 5 of 10 สองผู้ดำเนินรายการ ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand และ Valerie Lim, Digital Editor ของ Tatler Leadership (ภาพ: Tatler)
Photo 6 of 10 Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Singapore & Thailand (ภาพ: Tatler)
Photo 7 of 10 บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
Photo 8 of 10 บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
Photo 9 of 10 บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
Photo 10 of 10 บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Tatler Gen.T (ภาพ: Tatler)
สองผู้ดำเนินรายการ ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand และ Valerie Lim, Digital Editor ของ Tatler Leadership (ภาพ: Tatler)
Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้แพลตฟอร์ม Tatler Gen.T (ภาพ: Tatler)
สองผู้ดำเนินรายการ ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand และ Valerie Lim, Digital Editor ของ Tatler Leadership (ภาพ: Tatler)
Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Singapore & Thailand (ภาพ: Tatler)
บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)
บรรยากาศของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (ภาพ: Tatler)

วิถีรุกฆาตตามแบบฉบับ Judit Polgár ศิลปะการตัดสินใจ เมื่อทุกสิ่งรอบตัวล้วนถาโถม

เปิดเวทียามเช้าด้วยการสนทนาระหว่าง Tamara Lamunière, President ของ Tatler Asia และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Tatler Gen.T กับ Judit Polgár ตำนานนักหมากรุกหญิงระดับแกรนด์มาสเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล Polgár ถ่ายทอดเบื้องหลังความสำเร็จตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเริ่มต้นจากการกล้าตัดสิ่งฟุ่มเฟือยทิ้งเพื่อมุ่งเน้นในสิ่งเดียว “ปรัชญาของพ่อคือ เราต้องทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว ทำสิ่งนั้นอย่างจริงจังวันละหลายชั่วโมง จริงๆ แล้ว มนุษย์เราสามารถค้นพบความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิตได้จากสิ่งที่น้อยกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก”

เมื่อต้องรับมือกับแรงกดดันระดับประวัติศาสตร์ Polgár ชี้ว่าการเดินหมากที่แท้จริงต้องกล้าทลายพื้นที่ปลอดภัยของคู่ต่อสู้ ควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นที่จะผ่อนจังหวะเกมลงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน โดยเธอเปิดเผยว่าในเกมระดับสูง จุดตัดสินชี้เป็นชี้ตายมักมีเพียง 2–3 จังหวะเท่านั้น ที่เหลือคือเรื่องของวินัยในการคุมเกม

ในยุคของปัญญาประดิษฐ์ Polgár เตือนสติผู้นำไม่ให้ด่วนพึ่งพาคำตอบสำเร็จรูปจนสูญเสียพื้นที่ทางความคิด “ปัญหาของทุกวันนี้คือเวลาเราถามอะไรแชตบอต เราจะได้คำตอบกลับมาแทบจะทันที แต่ในความเป็นจริง ความรู้และปัญญาที่แท้จริงมันก่อตัวขึ้นใน ‘กระบวนการ’ ระหว่างคำถามไปสู่คำตอบนั้น หากเราข้ามขั้นตอนการคิดและการขบคิดปัญหาไป เราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย เราเพียงแค่ได้รับข้อมูลมาเท่านั้น”

เธอทิ้งท้ายว่า AI ควรเป็นเพียงคู่ซ้อมทางความคิด แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายและความรับผิดชอบยังต้องคงเป็นของมนุษย์เสมอ

อ่านเพิ่มเติม: จากเด็กสาวโฮมสคูลสู่การล้มแชมป์โลก: Judit Polgár ผู้ทำลายทุกขีดจำกัดแห่งกระดานหมากรุก

Tatler Asia
การสนทนาในหัวข้อ ‘How to Think Clearly When There’s Too Much to Think About’ (ภาพ: Tatler)
Above การสนทนาในหัวข้อ ‘How to Think Clearly When There’s Too Much to Think About’ (ภาพ: Tatler)
การสนทนาในหัวข้อ ‘How to Think Clearly When There’s Too Much to Think About’ (ภาพ: Tatler)

เปลี่ยน ‘ความทะเยอทะยาน’ ให้เป็น ‘ระบบ’ บทเรียนชีวิตจาก ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

ในหัวข้อ ‘How to Turn Ambition into Systems’ ดำเนินรายการโดย แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง The CrestHaus ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้เปิดใจถึงการใช้ความขาดแคลนในอดีตมาเป็นเชื้อเพลิงสร้างระบบบริหารธุรกิจและเครือข่ายความสัมพันธ์อย่างละเอียดแม่นยำ ทว่า การเติบโตทางตัวเลขอย่างก้าวกระโดดกลับแลกมาด้วยความว่างเปล่าภายในและปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง “ผมวิ่งไล่ล่าเก็บเหรียญรางวัลมาตลอดทาง จนถึงจุดหนึ่งที่มันชนเพดาน เมื่อคุณเสพติดโดปามีน สมองจะเรียกร้องปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงเพื่อให้รู้สึกเป็นปกติเท่าเดิม... มันทำให้ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ‘มาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี’ กับ ‘คุณภาพชีวิตที่แท้จริง’ มันเป็นคนละเรื่องกันเลย”

เมื่อตระหนักได้ว่าความทะเยอทะยานที่ไร้สมดุลคือการทำร้ายตนเอง ท็อปจึงนำการวางระบบมาปรับใช้กับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจตามแนวคิด longevity เปลี่ยนจากการวิ่งตามโดปามีนมาบ่มเพาะเซโรโทนินและออกซิโตซินแทน พร้อมสะท้อนการเปลี่ยนผ่านบทบาทสู่การเป็น ‘ผู้ให้’ “ในวัย 20 หรือ 30 คุณมักจะเป็น ‘ผู้รับ’ คุณพยายามใช้เวลาทุกชั่วโมงให้คุ้มที่สุด... แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับใครอีกต่อไปแล้ว คุณจะเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ‘ผู้ให้’ ทั้งการบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ การสร้างคุณค่าคืนกลับสู่สังคม”

Tatler Asia
บทสนทนาในหัวข้อ ‘How to Turn Ambition into Systems’ (ภาพ: Tatler)
Above บทสนทนาในหัวข้อ ‘How to Turn Ambition into Systems’ (ภาพ: Tatler)
บทสนทนาในหัวข้อ ‘How to Turn Ambition into Systems’ (ภาพ: Tatler)

เมื่อผู้นำ 3 เจเนอเรชั่น XYZ ร่วมทลายภาพจำเดิมๆ ว่าด้วยการทำงาน การใช้ชีวิต และความสำเร็จ

ในเวทีเสวนาแบบอินเตอร์แอคทีฟที่จัดขึ้นร่วมกับ HOW Bangkok บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา โดยมี ชาร์ลี วิทยชำนาญกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Gasm Chocolates รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ นำพาแปดเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง Gen X, Gen Y และ Gen Z มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองผ่านคำถามชวนคิดทั้งเรื่องชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์ บทสนทนานี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นรอยต่อและความต่างระหว่างวัยได้อย่างคมคาย หากยังชวนให้ผู้ฟังในห้องได้ย้อนกลับมาทบทวนทางเลือกในชีวิตของตัวเองไปพร้อมๆ กัน

ตัวแทนจากฝั่ง Gen Z ได้แก่ เมริกา อภิชนาพงศ์ ซีอีโอแห่ง Tramonto Residences Koh Samui, จิรภัทร บุณยวเวชชีวิน ซีอีโอของ Shout และ แมท ธนกร นภพฤกษชาติ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Friendship Co.

ด้านตัวแทน Gen Y ประกอบด้วย ทิพย์รัตน์ สิทธิมนต์อำนวย ซีอีโอแห่ง Give Education, ภัคคณา ฉัตรโกเมศ ซีอีโอของ Forever & Co และ ศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการและพัฒนาองค์กรจาก Amity

ขณะที่ตัวแทนเสียงสะท้อนจาก Gen X ได้แก่ วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล ประธานกรรมการ Image Solution X และ วรินดา เธียรอัจฉริยะ ผู้อำนวยการของ HOW Club

แม้จะเริ่มต้นด้วยคำถามที่ดูเรียบง่ายอย่าง “คุณอยากรวยแต่ไม่มีความสุข หรือจนแต่มีความสุขมากกว่ากัน” ทว่าคำตอบจากเหล่าวิทยากรกลับเผยให้เห็นประกายความคิดและบทเรียนชีวิตที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

เมื่อถูกถามถึงค่านิยมที่ว่า “การเป็นคนดีเกินไปมักไม่พาเราไปถึงไหน” ภัคคณา ฉัตรโกเมศ (Gen Y) ได้แบ่งปันมุมมองว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยทุกสิ่ง เรามีทั้งผู้นำเก่งๆ และคนฉลาดอยู่มากมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีน้ำใจและความเมตตา ชีวิตคือการเชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกัน และคุณไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปได้ไกลแค่ไหน” ซึ่งบทสรุปสำคัญชี้ให้เห็นว่า ‘ความมีน้ำใจและเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง’ มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การเป็นคนตามใจทุกคน

สำหรับมิติเรื่องการทำงาน หนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือข้อสงสัยที่ว่า คน Gen Z ขี้เกียจจริงหรือไม่ หรือคนรุ่นก่อนกันแน่ที่เป็นฝ่ายสร้างปัญหา เมริกา อภิชนพงศ์ (Gen Z) สะท้อนภาพนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า “สิ่งที่คนมองว่าเป็นการขาดความอดทน แท้จริงแล้วอาจเป็นความตั้งใจและการเลือกอย่างมีเป้าหมายมากกว่า ว่าเราควรทุ่มเทแรงกายและเวลาไปกับสิ่งใด สำหรับคนรุ่นเราในวันนี้ เรามีทางเลือกมากขึ้น และเมื่อมีทางเลือก การมีวิจารณญาณในการคัดสรรสิ่งต่างๆ จึงยิ่งทวีความสำคัญ” ท้ายที่สุด บทสรุปของเรื่องนี้ชี้ว่า การสื่อสารที่ดีจากทุกฝ่ายและการอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการทำงานอย่างตรงไปตรงมา คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ไม่มีเจเนอเรชั่นใดตกเป็นจำเลยของปัญหาอีกต่อไป

ในมุมของความเป็นผู้นำ ศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ (Gen Y) ย้ำอีกครั้งว่า “ผู้นำที่ดีต้องมีองค์ประกอบสำคัญสามประการ ได้แก่ ความชัดเจน การมอบอำนาจ และความเข้าอกเข้าใจ หากคุณขาดความชัดเจน แม้จะเปิดโอกาสและเห็นใจเพียงใด ทีมก็ยังคงเคว้งคว้างอยู่ดี แต่ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนทว่าไม่ปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจ ทีมก็ไม่อาจขับเคลื่อนงานให้เกิดขึ้นจริงได้ และหากมีครบทั้งสองข้อแต่ไร้ซึ่งความเข้าอกเข้าใจ คนทำงานย่อมรู้สึกเหมือนเสียงของตนไร้ความหมายและขาดพลังใจ” ขณะเดียวกัน ทางด้านศิวภูมิ เลิศสรรสรัณย์ ก็บอกว่า ผู้นำที่ดีต้องมีสามสิ่งนี้อย่างครบถ้วน นั่นคือ ความชัดเจน การให้อำนาจตัดสินใจ และความเข้าอกเข้าใจ “หากขาดความชัดเจนแม้จะให้อำนาจและเข้าใจ ทีมก็ยังคงหลงทางอยู่ดี แต่ถ้าชัดเจนแต่ไม่ให้อำนาจ ทีมก็ลงมือทำไม่ได้ และถ้ามีทั้งสองอย่างแต่ขาดความเข้าอกเข้าใจ คนในทีมก็จะรู้สึกว่าไม่มีใครรับฟังและไร้ซึ่งความเติมเต็ม”

เวทีเสวนาปิดฉากลงด้วยข้อคิดการดำเนินชีวิตจาก วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล (Gen X) ที่ชวนให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน “ขอเพียงคุณมี growth mindset คุณก็สามารถเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมได้ แม้จะก้าวหน้าขึ้นแค่วันละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตาม หากคุณเชื่อมั่นในตัวเอง คุณย่อมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ โลกในอดีตไม่ได้เปิดกว้างขนาดนี้ แต่ในยุคนี้ คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ”

Tatler Asia
การแลกเปลี่ยนความคิดของคนต่างรุ่น สามเจเนอเรชั่น ในหัวข้อ ‘How to Handle What Nobody Prepares You For’ (ภาพ: Tatler)
Above การแลกเปลี่ยนความคิดของคนต่างรุ่น สามเจเนอเรชั่น ในหัวข้อ ‘How to Handle What Nobody Prepares You For’ (ภาพ: Tatler)
การแลกเปลี่ยนความคิดของคนต่างรุ่น สามเจเนอเรชั่น ในหัวข้อ ‘How to Handle What Nobody Prepares You For’ (ภาพ: Tatler)

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Personal Brand ยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงเวลาเดียวกับเวทีเสวนาของ Gen XYZ ย้อนกลับไปในปี 2014 เมื่อ Jaeson Ma ซีอีโอแห่ง East West Ventures ได้ร่วมก่อตั้ง 88rising เป้าหมายแรกเริ่มของเขาคือการพาผลงานของศิลปินเอเชียไปสู่สายตาของผู้ฟังทั่วโลก ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเพียงค่ายเพลงหรือแพลตฟอร์มดนตรี เพราะ 88rising ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการผลักดันพลังความสามารถและวัฒนธรรมเอเชียให้เฉิดฉายอย่างสง่างามบนเวทีระดับสากล

ในเวทีเสวนา Milken Institute Community Session ภายใต้หัวข้อ ‘How to build a personal brand that lasts’ Jaeson Ma ได้มาร่วมเปิดมุมมองเบื้องหลังความสำเร็จเคียงข้าง Curtis Chin ประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโสและที่ปรึกษาอาวุโสแห่ง Milken Institute โดยมี Yeen Chong รองผู้อำนวยการ Milken Institute International รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ เพื่อชวนกันขบคิดถึงการสร้างตัวตนและชื่อเสียงที่ยังคงหนักแน่น มั่นคง แม้ในวันที่เส้นทางอาชีพจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

Jaeson Ma เล่าว่า ความสำเร็จตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของ 88rising บน YouTube ทำให้เขาเห็นชัดเจนว่า ผู้คนไม่ได้เข้ามาเพื่อเสพแค่เสียงเพลงเพียงอย่างเดียว “แฟนๆ คอมเมนต์ถึงตัวแบรนด์ก่อนที่พวกเขาจะพูดถึงตัวเพลงด้วยซ้ำ” เขาย้อนความทรงจำ

แนวคิดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาเอง ด้วยความที่เติบโตมาท่ามกลางการหลอมรวมระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก Jaeson จึงตระหนักดีถึงภาพจำของชาวเอเชียที่มักถูกนำเสนอผ่านสื่อตะวันตก การสร้าง 88rising จึงเปรียบเสมือนความตั้งใจที่อยากเปิดพื้นที่ให้ศิลปินเอเชียได้มีตัวตน มีสปอตไลต์ และได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองสู่สายตาผู้คนทั่วทุกมุมโลก

พันธกิจดังกล่าวกลายมาเป็นเข็มทิศสำคัญในการคัดเลือกศิลปินร่วมงาน แทนที่จะมองหาคนที่มีตัวเลขผู้ติดตามสูงๆ Jaeson กลับให้คุณค่ากับพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับ ‘การรู้ชัดในตัวตน’ ของตัวเองเป็นหลัก

“ศิลปินจะเป็นศิลปินอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อพวกเขากล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ” เขากล่าว “และพวกเขาจะหมดความเป็นศิลปินทันที เมื่อพยายามจะลอกเลียนแบบคนอื่น”

ขณะที่ Curtis Chin ได้หยิบยกมุมมองจากประสบการณ์การทำงานอันยาวนาน ทั้งในแวดวงภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนมาชวนมองอีกด้าน โดยชี้ให้เห็นว่า ภาพที่คนอื่นมองเรามักไม่ตรงกับภาพที่เรามองตัวเองเสมอไป โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่มักสะท้อนตัวตนเพียงบางแง่มุม และมักหยิบยกมาเฉพาะช่วงเวลาที่ดูดีที่สุด จนละเลยความจริงในชีวิตอีกหลายมิติไป

ยิ่งในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในการสรุปและประมวลผลข้อมูลบนโลกออนไลน์มากขึ้น ความแตกต่างระหว่าง ‘ภาพลักษณ์’ กับ ‘ความจริง’ ยิ่งกลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะข้อมูลที่คนอื่นสืบค้นได้ อาจกลายเป็นตัวกำหนดความประทับใจแรกพบ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เจอตัวจริงเสียด้วยซ้ำ

ถึงกระนั้น Chin ได้ให้ข้อคิดเตือนใจว่า อย่าพยายามทำตัวให้ถูกใจทุกคนไปเสียหมด สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่า ใครคือคนที่มีความหมายต่อสายงานและเส้นทางอาชีพของคุณจริงๆ และคุณต้องการให้คนเหล่านั้นจดจำคุณในแง่มุมไหน

นอกจากนี้ เขายังชวนย้อนกลับไปสู่คำถามพื้นฐานที่ยังคงทรงพลังเสมอ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปอย่างไร หรือเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน นั่นคือ “อะไรคือสารที่คุณต้องการสื่อ และแท้จริงแล้ว คุณกำลังเสนอคุณค่าอะไรให้แก่โลกใบนี้”

ทั้ง Jaeson Ma และ Curtis Chin ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การมีชื่อเสียงและตัวตนที่ดีนั้น ไม่อาจสร้างขึ้นได้จากเปลือกนอกหรือภาพลักษณ์ที่ฉาบฉวยเพียงลำพัง หากแต่ต้องเริ่มจากการมีจุดยืนที่ชัดเจน การลงมือทำจริงอย่างสม่ำเสมอเพื่อพิสูจน์สิ่งนั้น และเปิดโอกาสให้วันเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้คนได้เห็นเองในระยะยาว

Tatler Asia
การแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ ‘How to build a personal brand that lasts’ โดย Curtis Chin (ซ้าย) Chair-Senior Fellows และที่ปรึกษาอาวุโสแห่ง Milken Institute และ Jaeson Ma (ขวา) ซีอีโอของ East West Ventures ร่วมสนทนา โดยมี Yeen Chong, Associate Director จาก Milken Institute International เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ Connex Space (ภาพ: Tatler)
Above การแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ ‘How to build a personal brand that lasts’ โดย Curtis Chin (ซ้าย) Chair-Senior Fellows และที่ปรึกษาอาวุโสแห่ง Milken Institute และ Jaeson Ma (ขวา) ซีอีโอของ East West Ventures ร่วมสนทนา โดยมี Yeen Chong, Associate Director จาก Milken Institute International เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ Connex Space (ภาพ: Tatler)
การแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ ‘How to build a personal brand that lasts’ โดย Curtis Chin (ซ้าย) Chair-Senior Fellows และที่ปรึกษาอาวุโสแห่ง Milken Institute และ Jaeson Ma (ขวา) ซีอีโอของ East West Ventures ร่วมสนทนา โดยมี Yeen Chong, Associate Director จาก Milken Institute International เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ Connex Space (ภาพ: Tatler)

Harmony in Dissonance: จูนคลื่นความคิดไปตามเส้นเสียงของ Tilly Birds

ปิดท้ายการแลกเปลี่ยนทางความคิดด้วยวงอินดี้ป็อปแถวหน้า Tilly Birds (เติร์ด, บิลลี่ และ ไมโล) ซึ่งร่วมพูดคุยกับ Valerie Lim, Digital Editor ของ Tatler Leadership และณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand ในหัวข้อ ‘How to Stay on the Same Page’ ทั้งสามเผยว่าการมองไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คือการโอบรับแรงปะทะทางความคิดบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจที่สั่งสมมากว่า 15 ปี “มันเหมือนชีวิตจริง เหมือนชีวิตคู่เลยครับ สุดท้ายมันคือทางเลือกที่เราต้องตัดสินใจร่วมกันในฐานะวง แล้วเราก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลลัพธ์นั้นไปด้วยกัน”

แม้ในขั้นตอนสุดท้าย บิลลี่ในฐานะโปรดิวเซอร์จะเป็นผู้เคาะข้อสรุป แต่เกิดขึ้นจากความเชื่อใจในรสนิยมของกันและกัน ไร้ซึ่งโครงสร้างอำนาจหรืออีโก้ส่วนบุคคล พร้อมกันนี้ ทั้งสามได้ยืนยันถึงกฎเหล็กข้อสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน “เพลงทุกเพลงที่เราทำ เราต้องมั่นใจว่าทุกคนชอบมันจริงๆ จากใจ เราจะไม่ฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา นี่คือแกนหลักมาโดยตลอด คือการซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เราเป็นและให้เพลงสื่อสารออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด”

สำหรับพวกเขา เทคโนโลยีและ AI อาจช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ไม่อาจแทนที่หัวใจและอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้งของมนุษย์ได้

และเมื่อบทสนทนาจบลง Tilly Birds ก็พร้อมส่งมอบความสุขให้กับผู้ร่วมงานทุกคนด้วยการแสดงดนตรีที่สร้างความประทับใจ เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต พร้อมเสิร์ฟเพลงเด่นๆ ที่ผู้ฟังร้องคลอ ส่งเสียงเชียร์ ปรบมือ ลุกขึ้นเต้นไปตามจังหวะได้อย่างสนุกสนานตลอดทั้งการแสดง ไม่ว่าจะเป็น คิด(แต่ไม่)ถึง [Same Page?], ถ้าเราเจอกันอีก (Until Then), เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน (Just Being Friendly) ฯลฯ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 2 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 3 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 4 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 5 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 6 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 7 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 8 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 9 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Photo 10 of 10 Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)
Tilly Birds เปลี่ยนเวทีเสวนาให้เป็นดั่งลานคอนเสิร์ต สร้างความสนุกสนานปิดท้ายงาน Tatler Gen.T Summit 2026 (ภาพ: Tatler)

บทสรุปแห่งการส่งต่อคุณค่าของ The Defining Generation

ตลอดระยะเวลาสองวันเต็มของ Tatler Gen.T Summit 2026 เรื่องราวทั้งหมดได้สะท้อนให้เห็นว่า นิยามแห่งความเป็นเลิศในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขรายได้ ความเร็วในการสเกลธุรกิจ หรือกระแสความนิยมชั่วครู่ หากแต่วัดกันที่ความชัดเจนในจุดยืน, ความสุขุมในการเลือกเดินหมากชีวิต, ความกล้าหาญที่จะปรับสมดุลและคืนคุณค่าสู่สังคม, การประสานความต่างด้วยความเข้าอกเข้าใจ และความสัตย์ซื่อต่อจิตวิญญาณของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางอนาคตของเอเชียได้อย่างยั่งยืน

Topics