Cover Sylvia Yu Friedman แบ่งปันประสบการณ์ของเธอในหนังสือเล่มล่าสุดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงคนอื่นๆ

อดีตนักข่าวและผู้สร้างภาพยนตร์ Sylvia Yu Friedman ทุ่มเทชีวิตของเธอกับการต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิงในฐานะนักเคลื่อนไหวต่อต้านการทาส แบ่งปันสิ่งที่เธอเรียนรู้กับผู้หญิงเอเชียผ่านตัวหนังสือ

“ฉันไม่ได้รู้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ฉันจะทุ่มเทตัวเองมาเป็นหลายสิบปี” Sylvia เล่าถึงเมื่อตอนที่เธอเรียนรู้เรื่องราวของผู้หญิงที่ชีวิตถูกทำลายด้วยการเป็น “หญิงบำเรอ” ทาสทางเพศของทหารญี่ปุ่นในเขตสงคราม ที่จุดประกายความสนใจให้เธอ ทั้งที่ตอนนั้นอายุเพียง 16 ปี

วันที่ 14 เดือนสิงหาคม ปี 1991 เป็นครั้งแรกที่หญิงชาวเกาหลีวัย 68 ปี Kim Hak-soon เล่าเรื่องราวของเธอที่งานแถลงข่าวในกรุงโซล ว่า 50 ปีก่อนหน้านั้น เธอถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศในช่วงที่ญี่ปุ่นทำสงครามกับจีน เธอถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืนมากถึงวันละ 30 ครั้ง Hak-soon คือหนึ่งในหญิงบำเรอที่คาดว่าน่าจะมีถึงราว 40,000 คนที่ถูกบังคับให้ทำงานในซ่องทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

Sylvia ได้เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่แม่ของเธอตัดเก็บไว้ เธอจึงมีความสงสัยและอยากเรียนรู้เรื่องราวมากขึ้น แต่ตอนนั้น เรื่องราวของหญิงบำเรอในเขตทหารญี่ปุ่นเป็นหัวข้อที่มักได้ยินจากคนในครอบครัว และจากหนังสือภาษาอังกฤษไม่กี่เล่มที่เล่าเรื่องของผู้รอดชีวิต

เธอพบกับหญิงชาวเกาหลีวัย 80 ปี Kim Soon-duk เมื่อตอนที่ทำงานเป็นนักข่าวโทรทัศน์ในประเทศแคนาดาเมื่อปี 2001 ซึ่งนับเป็นครั้แรกที่ได้พบผู้รอดชีวิต

“มันคือการได้เห็นคนที่เป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เดินได้ และฉันอึ้งที่เรื่องราวของเธอไม่ได้ถูกบันทึกไว้ สิ่งที่เด็กสาวในช่วงอายุเดียวกับฉันในตอนนั้นต้องเผชิญ” หลังจากนั้น Sylvia ได้สัมภาษณ์และได้พบผู้หญิงที่รอดชีวิตอีกหลายคน เพื่อนำเรื่องราวของพวกเธอมาถ่ายทอดเป็นหนังสือ “Silenced No More: Voices of Comfort Women” ตีพิมพ์เมื่อปี 2015

Tatler Asia
Sylvia Yu Friedman
Above Yu Friedman ผ่านงานของเธอในฐานะนักข่าวและผู้สร้างภาพยนตร์ ได้เปิดโปงการเอารัดเอาเปรียบมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การเป็นทาสหนี้สินของคนงานในบ้าน ไปจนถึงการเดทเพื่อแลกกับค่าตอบแทนและการเป็นทาสเจ้าบ่าว
Sylvia Yu Friedman

นอกเหนือไปจากการทำข่าวและงานเขียน Sylvia ได้ทำงานเป็นผู้จัดการกองทุนการกุศลในกรุงปักกิ่งด้วย ก่อนที่จะย้ายมาฮ่องกงและเริ่มทำงานกับ Matthew Friedman ผู้ก่อตั้ง Mekong Club ในปี 2011 องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานกับธุรกิจที่ต่อต้านการทาสสมัยใหม่ ซึ่งต่อมาทั้งสองพบรักและแต่งงานกัน

เป็นระยะเวลายี่สิบปีหลังจากที่ Kim Hak-soon ได้เล่าเรื่องราวของเธอ Sylvia ค้นพบว่าผู้คนจำนวนมากมีความคิดว่าระบบทาสได้หมดไปแล้ว เพราะพวกเขามักจะสับสนระหว่างการทาสกับการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

แต่จริงๆ แล้ว ระบบทาสยังคงมีอยู่ในรูปแบบอื่น ๆ ที่ Sylvia ได้เปิดเผยผ่านการทำงานข่าว เธอได้สืบหาข้อมูลจนค้นพบระบบทาสหนี้สินของคนทำงานบ้านที่ถูกบังคับให้จ่ายค่าธรรมเนียมตัวแทนจัดหางานที่สูงเกินจริงในช่วงไม่กี่เดือนแรกของการทำงาน

Sylvia เขียนชุดบทความเกี่ยวกับรูปแบบต่างๆ ของการค้ามนุษย์ในยุคใหม่ ตั้งแต่การออกเดทเพื่อแลกเงิน ไปจนถึงเจ้าบ่าวทาส และเด็กทำงานในบ้านบางคนที่มีอายุเพียง 13 ปีที่ถูกนำเข้ามาในฮ่องกงและสิงคโปร์เพื่อทำงาน

“ฉันเปิดโปงเรื่องเหล่านั้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้คนทั่วไป ให้ความช่วยเหลือกับ ‘ทาส’ และหวังว่าจะช่วยไม่ให้มีคนหลุดเข้ามาในวงจรอันเลวร้ายนี้เพิ่มขึ้นอีก”

พร้อมกันนั้น Sylvia ได้กลายเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ไปด้วย เมื่อเธอผลิตซีรีย์สารคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในประเทศจีน ฮ่องกง และไทย เมื่อปี 2013 และผลิตภาพยนตร์สั้น “From Darkness to Hope: Transformation of an Ex-Trafficker” ในปี 2018

และเมื่อไม่นานมานี้ เธอเริ่มทำงานกับกองทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ เพื่อหาเงินมาสนับสนุนโครงการการกุศลและงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมของเธอ

ค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณมี ‘ชีวิต’ แล้วลงมือทำ ค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีจุดหมายในชีวิต แล้วลองดูว่าจุดหมายนั้นสามารถเป็นประโยชน์กับใครแม้สักคนเดียว ได้หรือเปล่า

- Sylvia Yu Friedman -

Sylvia บอกกับเราว่าเธอเป็นคนบ้างาน ปีนี้ นอกจากออกหนังสือเล่มที่สี่แล้ว เธอยังเขียนบทนำให้หนังสือ Rethink the Couch โดยนักบำบัด Allison Heiliczer และร่วมเขียนนิยายกับสามีชื่อเรื่อง Butterflies บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับทาสทางเพศของทหารญี่ปุ่น มีกำหนดตีพิมพ์ปีหน้า ในขณะที่ยังมีซีรีย์ที่จะสร้างจากหนังสือ Long Road to Justice ของเธอที่ตีพิมพ์ปี 2021 และมีงานสืบสวนเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ลักลอบค้ามนุษย์ในโลกมืดกำลังอยู่ระหว่างพัฒนา

แต่หนังสือเล่มล่าสุด Fearless ที่เหมือนรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน ทั้งบันทึกจากชีวิตจริงผสมผสานกับแนวคิดพัฒนาตัวเอง

“ฉันคิดว่า ถ้าฉันเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเองแล้วพยายามกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลให้ผู้หญิงคนอื่นผ่านเรื่องราวของฉันว่าสามารถผ่านเรื่องร้าย ๆ และสถานการณ์ยาก ๆ มาได้อย่างไร อย่างเจ้านายหรือที่ทำงานแย่ ๆ ปัญหาน่าปวดหัวใจต่างๆ หรือการหย่าร้าง”

เรื่องราวในหนังสือรวมถึงเรื่องส่วนตัวที่เธอต้องเผชิญ การถูกปฏิเสธจากพ่อและปู่เพียงเพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง และเติบโตมาในเมืองหนึ่งในแคนาดาที่มีคนเอเชียอาศัยอยู่ไม่กี่คน และมีเรื่องเล่าจากช่วงที่เธอทำงานกับเหยื่อการทาสสมัยใหม่ และที่เธอเปิดโปงขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ที่เผยให้เห็น “บางสิ่งที่น่าเกลียดที่สุดและเลวร้ายจนยากจะเอ่ยถึง” พร้อมอธิบายว่าเธอลงเอยมาทุ่มเทชีวิตของเธอให้กับการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเหยียดเพศ ที่มักกลายเป็นรากฐานของปัญหาทาสสมัยใหม่ได้อย่างไร

“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าถึงคน หรือการเปลี่ยนชีวิตคน ผ่านสิ่งที่ฉันได้ผ่านมาแล้ว และแบ่งปันสิ่งที่ฉันเรียนรู้มาที่น่าจะมีใครบอกฉันเมื่อตอนที่เด็กกว่านี้ ถ้ามีใครสามารถเรียนรู้อะไรได้จากประสบการณ์ของฉัน ฉันก็มีความสุขแล้ว”

Tatler Asia
Sylvia Yu Friedman
Above Yu Friedman เป็นนักเขียนที่ทำงานหนักและมีผลงานมากมาย
Tatler Asia
Fearless by Sylvia Yu Friedman
Above หนังสือเล่มล่าสุดของ Sylvia Yu Friedman ชื่อ Fearless เป็นทั้งบันทึกความทรงจำและแนวทางในการเติมเต็มศักยภาพของคุณ
Sylvia Yu Friedman
Fearless by Sylvia Yu Friedman

Sylvia เล่าถึงแรงผลักดันเบื้องหลังงานของเธอ วิธีที่เธอรักษาแรงจูงใจให้ตัวเอง และสิ่งที่เธอหวังให้ผู้คนได้รับจากหนังสือเล่มล่าสุดของเธอ

อะไรคือแรงผลักดันของคุณและงานของคุณด้วย
ที่สำคัญเลยคือการสร้างความตระหนักรู้เพื่อที่จะได้ไม่เกิดการละเมิดสิทธิและการทาสซ้ำรอยเป็นวงจรอยู่อย่างนั้น ฉันเริ่มเคลื่อนไหวผ่านการทำข่าว ก็คือการเล่าเรื่อง มันเป็นการเปิดโปงหลาย ๆ อย่าง และทำให้คนใส่ใจผ่านงานเขียน งานอีกอย่างที่ฉันทำคืองานการกุศล ตอนนั้น ฉันทำงานให้กับบางครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และได้บุกเบิกและให้ทุนสนับสนุนโครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นในเอเชียในช่วงแรกๆ ซึ่งเป็นการระดมพลให้ผู้คนไม่เพียงแต่สนใจ แต่ยังใส่ใจมากพอที่จะลงมือทำ บริจาคเงิน ทุ่มเวลา อาสาสมัคร และช่วยสร้างความตระหนักรู้

รักษาแรงจูงใจของตัวเองอย่างไร
มีช่วงที่ฉันพูดถึงเรื่องค้ามนุษย์ไม่ได้เลย ฉันเกือบถูกฆ่าในประเทศจีนตอนที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเรื่องนี้ พอรอดมาได้ ฉันมีอาการ PTSD (อาการเครียดหลังประสบเหตุการณ์รุนแรง) ฉันกลับมาฮ่องกง แล้วเสียงอะไรก็ตามที่ฉันได้ยินในบ้านทำให้ฉันสะดุ้งตื่นและเกิดอาการตื่นตระหนก ฉันต้องพบนักจิตวิทยา สิ่งที่ได้คือฉันสามารถเข้าใจสิ่งที่ [ผู้รอดชีวิต] เผชิญมาได้ลึกซึ้งขึ้นและเข้าใจมากขึ้น เพราะนั่นคือแรงผลักดันหลักของการเดินทางของฉัน ในฐานะนักข่าว คุณต้องการที่จะเข้าใจผู้คนและเหตุผลที่ทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ผลักดันฉัน เพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงยังไม่ถูกหยุด

อยากจะแนะนำอะไรหรือบอกอะไรกับผู้หญิงที่อยากจะเป็นคนนำการเปลี่ยนแปลง
อย่างแรกเลย และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณมี ‘ชีวิต’ แล้วลงมือทำ ค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีจุดหมายในชีวิต แล้วลองดูว่าจุดหมายนั้นสามารถเป็นประโยชน์กับใครแม้สักคนเดียวได้หรือเปล่า

สิ่งสำคัญที่ต้องการให้ผู้อ่านได้รับจากหนังสือเล่มนี้คืออะไร
อย่าปล่อยให้ความกลัวรั้งคุณไว้ ถ้ามีสิ่งที่คุณกลัวตอนเด็ก ๆ หรือความกลัวที่ตกทอดมา เราต้องทำงานจากข้างใน สำรวจตัวเอง และขจัดสิ่งที่กีดขวางภายในใจ เพื่อที่จะพาเราเข้าใกล้คนที่เราควรจะเป็น

Front & Female Changemakers เฉลิมฉลองการเดินทางอันน่าทึ่งของสตรีผู้สร้างแรงบันดาลใจซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทรงอิทธิพลในหลากหลายสาขา โดยนำเสนอมุมมองในชีวิตของพวกเธอและแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการแสวงหาการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าอย่างไม่ลดละของพวกเธอ ตั้งแต่ผู้ประกอบการทางสังคมและผู้นำธุรกิจไปจนถึงนักการศึกษา ศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักวิทยาศาสตร์ Front & Female Changemakers เป็นตัวอย่างที่ดีของความสามารถในการท้าทายสถานะเดิมและแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

Topics