Nobel Peace Prize Winner Malala Yousafzai Meets With Afghan Women's Team: Khalida Popal, Director of the Afghan Women's Team with members of the Afghan Women's Team at Ultra Football on August 19, 2023 in Melbourne, Australia. (Photo by Kelly Defina/Getty Images)
Cover Khalida Popal ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Girl Power Organisation อดีตกัปตันทีมฟุตบอลหญิงอัฟกัน ผู้เปลี่ยนความเจ็บปวดจากการลี้ภัยให้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง (ภาพ: Kelly Defina/Getty Images)
Nobel Peace Prize Winner Malala Yousafzai Meets With Afghan Women's Team: Khalida Popal, Director of the Afghan Women's Team with members of the Afghan Women's Team at Ultra Football on August 19, 2023 in Melbourne, Australia. (Photo by Kelly Defina/Getty Images)

จากสนามฟุตบอลเล็กๆ ในอัฟกานิสถาน สู่การเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องสิทธิสตรีบนเวทีโลก เรื่องราวของ Khalida Popal อดีตกัปตันทีมฟุตบอลหญิงผู้เปลี่ยนความเจ็บปวดจากการลี้ภัยให้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ก่อนเดินทางมาร่วมถ่ายทอดบทเรียนชีวิตและภาวะผู้นำในงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ที่กรุงเทพฯ

เสียงหัวเราะของเด็กหญิงกลุ่มหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางลานดินที่รายล้อมด้วยกำแพงคอนกรีตสูง ลูกฟุตบอลเก่าๆ ถูกส่งต่อจากเท้าหนึ่งสู่อีกเท้าหนึ่ง ขณะที่ก้อนหินสองก้อนทำหน้าที่แทนเสาประตู สำหรับคนทั่วไป ภาพตรงหน้าอาจเป็นเพียงการละเล่นธรรมดาของเด็กวัยเรียน แต่สำหรับเด็กหญิงชาวอัฟกันที่เติบโตท่ามกลางข้อจำกัดทางสังคม การได้วิ่งไล่ลูกฟุตบอลกลับมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เพราะนี่อาจเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่พวกเธอมีอิสระในการตัดสินใจและเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

หนึ่งในเด็กหญิงกลุ่มนั้นคือ คาลิดา โปปาล (Khalida Popal) ผู้ซึ่งเวลาต่อมาจะกลายเป็นผู้ร่วมบุกเบิกทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอัฟกานิสถาน ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกัปตันทีม และใช้กีฬาที่เธอรักเป็นเครื่องมือเรียกร้องความเท่าเทียมให้แก่ผู้หญิงนับไม่ถ้วน

อ่านเพิ่มเติม: ถอดรหัสภารกิจสุดท้าทายของ Natalie Dau นักวิ่งอัลตรามาราธอน กับการวิ่ง 1,000 กิโลเมตรจากไทยสู่สิงคโปร์ ที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิต

เส้นทางดังกล่าวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วยการข่มขู่ ความรุนแรง การพลัดพรากจากบ้านเกิด และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้ลี้ภัย ทว่าประสบการณ์เหล่านั้นกลับหล่อหลอมให้เธอค้นพบว่า พลังที่แท้จริงของฟุตบอลไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะในสนามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน

วันนี้ Khalida Popal เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Girl Power Organisation องค์กรที่ใช้กีฬาเป็นสะพานเชื่อมโอกาสให้แก่ผู้หญิงและผู้ลี้ภัยทั่วโลก และกำลังจะเป็นหนึ่งในผู้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์คนสำคัญของงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–28 ตุลาคม ณ สยามพารากอน กรุงเทพฯ

เมื่อการเตะฟุตบอลคือการท้าทายโชคชะตา

ชีวิตวัยเด็กของ Khalida Popal เติบโตขึ้นท่ามกลางความไม่สงบทางการเมืองของอัฟกานิสถาน เมื่อกลุ่มตาลีบันเข้าควบคุมประเทศในช่วงทศวรรษ 1990 สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้หญิงจำนวนมากถูกจำกัดอย่างรุนแรง โรงเรียนสำหรับเด็กหญิงถูกปิด การทำงานและการใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ครอบครัวของเธอจึงตัดสินใจอพยพไปยังปากีสถาน ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิดภายหลังการสิ้นสุดการปกครองของตาลีบันในปี 2001

ในบทสัมภาษณ์กับ Gariwo Foundation เธอเล่าว่า การต้องออกจากบ้านเกิดตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้ได้รู้จักความหมายของคำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ เป็นครั้งแรก ทั้งยังตระหนักว่าการได้รับการศึกษาและเสรีภาพที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา สามารถถูกพรากไปได้ในชั่วข้ามคืน

เมื่อกลับมายังกรุงคาบูล เธอเริ่มค้นพบความสุขจากการเล่นฟุตบอลในบริเวณโรงเรียนที่มารดาทำงานเป็นครู ช่วงแรกมีเพียงเธอและเด็กหญิงอีกคนชื่อ Samira ที่ฝึกเตะบอลด้วยกัน ก่อนค่อยๆ ชักชวนเพื่อนนักเรียนมาร่วมเล่นมากขึ้น จนกลายเป็นกลุ่มเด็กหญิงที่สามารถแบ่งทีมแข่งขันกันเองได้

พวกเธอต้องมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อใช้เวลาว่างเล่นฟุตบอล บางคนสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะกับการเล่นกีฬา บางคนวิ่งด้วยเท้าเปล่าบนพื้นหิน แต่ไม่มีใครใส่ใจกับความไม่พร้อมเหล่านั้น เพราะความสุขจากการได้เล่นกีฬาร่วมกันมีความหมายมากกว่าความสมบูรณ์แบบของสนามหรืออุปกรณ์

อย่างไรก็ตาม ความสุขกลับต้องแลกด้วยความเสี่ยง วันหนึ่งกลุ่มผู้ชายบุกรุกเข้ามาในบริเวณโรงเรียน ตะโกนดูหมิ่นเด็กหญิงที่กำลังเล่นฟุตบอล ก่อนใช้มีดแทงลูกบอลของพวกเธอจนเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการทำลายอุปกรณ์กีฬา แต่เป็นการข่มขู่ว่าเด็กหญิงเหล่านี้ไม่ควรมีพื้นที่ของตนเองในสังคม

Popal ถ่ายทอดเหตุการณ์นี้อย่างละเอียดในหนังสืออัตชีวประวัติ My Beautiful Sisters ซึ่งหนังสือพิมพ์ The Guardian นำบางส่วนมาตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายน 2024 โดยเธออธิบายว่า “การได้ลงสนามทำให้เด็กหญิงได้เรียนรู้การคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ทั้งที่สังคมภายนอกแทบไม่เปิดโอกาสให้พวกเธอทำเช่นนั้น”

เหตุการณ์วันนั้นจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของเธอว่า หากยอมเลิกเล่นฟุตบอลเพียงเพราะความหวาดกลัว ก็เท่ากับยอมรับว่าผู้หญิงไม่มีสิทธิเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง

จากทีมฟุตบอลเล็กๆ สู่เสียงของผู้หญิงทั้งประเทศ

ความหลงใหลในฟุตบอลของ Khalida Popal ค่อยๆ พัฒนาเป็นภารกิจที่ใหญ่กว่าตัวเธอเอง จากการรวมตัวของเด็กหญิงเพียงไม่กี่คน สู่ความพยายามสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงอัฟกันมีโอกาสเล่นกีฬาอย่างจริงจัง และนำไปสู่การก่อตั้งทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอัฟกานิสถานในปี 2007 โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกและต่อมาก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีม

การถือกำเนิดของทีมฟุตบอลหญิงในประเทศที่ผู้หญิงต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย นับเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์กีฬาของอัฟกานิสถาน แต่สำหรับ Popal ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงจากการมีชื่อทีมอยู่ในระบบการแข่งขัน หากหมายถึงการทำให้เด็กหญิงรุ่นต่อไปเชื่อว่า พวกเธอมีสิทธิฝันถึงอนาคตที่แตกต่างจากกรอบซึ่งสังคมกำหนดไว้

ฟุตบอลจึงกลายเป็นเครื่องมือในการส่งสารถึงสาธารณชนว่า ผู้หญิงสามารถเป็นนักกีฬา ผู้นำ และผู้กำหนดอนาคตของตนเองได้ แต่ยิ่งเธอและเพื่อนร่วมทีมได้รับความสนใจมากเท่าใด แรงต่อต้านก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น การออกมาเรียกร้องสิทธิสตรีทำให้เธอต้องเผชิญคำข่มขู่และความเสี่ยงต่อความปลอดภัย จนท้ายที่สุดจำเป็นต้องเดินทางออกจากอัฟกานิสถานในช่วงต้นทศวรรษ 2010 และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเดนมาร์ก

อ่านเพิ่มเติม: จากเด็กสาวโฮมสคูลสู่การล้มแชมป์โลก: Judit Polgár ผู้ทำลายทุกขีดจำกัดแห่งกระดานหมากรุก

Girl Power เปลี่ยนชีวิตผู้ลี้ภัยให้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

การเดินทางมายังเดนมาร์กเปิดบทใหม่ในชีวิตของ Khalida Popal จากอดีตกัปตันทีมฟุตบอลหญิงผู้ถูกบังคับให้ละทิ้งบ้านเกิด สู่ผู้ก่อตั้ง Girl Power Organisation องค์กรที่มีเป้าหมายใช้กีฬา การศึกษา และการสร้างเครือข่ายทางสังคม เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้หญิงและเด็กหญิง โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยและผู้ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมซึ่งมีข้อจำกัด

Girl Power ช่วยสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงจากภูมิหลังที่แตกต่างได้มาพบปะ เรียนรู้ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยขยายการทำงานไปยังชุมชนในยุโรป สหราชอาณาจักร แอฟริกา ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ในบทความที่เธอเขียนให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR เนื่องในวันสตรีสากลปี 2024 Popal อธิบายว่า ฟุตบอลทำให้เธอค้นพบเป้าหมายในชีวิต และตระหนักว่าผู้ลี้ภัยไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่สามารถสร้างคุณค่าและมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมใหม่ที่ตนเข้าไปอาศัยอยู่ได้เช่นเดียวกัน

วันที่ฟุตบอลกลายเป็นภารกิจช่วยชีวิต

เดือนสิงหาคม 2021 นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ Khalida Popal เมื่อกลุ่มตาลีบันกลับเข้ายึดอำนาจในอัฟกานิสถานอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์ทำให้เธอตระหนักว่า ประวัติศาสตร์ที่เคยสร้างบาดแผลให้ชีวิตวัยเด็กกำลังย้อนกลับมา และครั้งนี้ผู้หญิงที่เคยกล้าออกมายืนในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะนักฟุตบอลหญิง กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างยิ่ง

สำหรับผู้เล่นทีมชาติที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าด้านสิทธิสตรี การมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในฐานะนักกีฬาอาจกลับกลายเป็นสิ่งที่คุกคามความปลอดภัยของพวกเธอและครอบครัว Popal จึงใช้เครือข่ายที่สั่งสมมาจากการทำงานด้านกีฬาและสิทธิมนุษยชน ประสานความร่วมมือกับรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และบุคคลในวงการฟุตบอล เพื่อช่วยเหลือนักฟุตบอลหญิงชาวอัฟกันให้สามารถเดินทางออกจากประเทศได้อย่างปลอดภัย

ความพยายามดังกล่าวนำไปสู่การอพยพสมาชิกทีมฟุตบอลหญิงชุดใหญ่ ทีมเยาวชน และครอบครัวจำนวนหนึ่งออกจากอัฟกานิสถาน โดยออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญที่ให้ความช่วยเหลือและต้อนรับนักกีฬาเหล่านี้

เบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือไม่ได้มีเพียงความซับซ้อนด้านการเดินทางหรือเอกสาร แต่ยังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ที่ยังอยู่ในประเทศ เพราะการหลบหนีของผู้หญิงคนหนึ่งอาจทำให้ครอบครัวของเธอต้องเผชิญอันตรายตามไปด้วย Popal รู้จักความรู้สึกดังกล่าวดีจากประสบการณ์การลี้ภัยของตนเอง และนั่นทำให้เธอไม่เคยมองว่าการช่วยเหลือนักฟุตบอลหญิงเป็นเพียงภารกิจด้านมนุษยธรรมที่สิ้นสุดลงเมื่อพวกเธอเดินทางถึงประเทศปลายทาง แต่ยังรวมถึงการดูแลอนาคตและโอกาสที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตในฐานะนักกีฬาอีกครั้ง

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยรางวัล

หลังการอพยพในปี 2021 นักฟุตบอลหญิงอัฟกันจำนวนมากต้องใช้ชีวิตกระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศ แม้จะรอดพ้นจากอันตราย แต่พวกเธอกลับสูญเสียโอกาสในการแข่งขันภายใต้ธงชาติของตนเอง สำหรับ Khalida Popal การสูญเสียครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการถูกตัดขาดจากวงการกีฬา เพราะฟุตบอลคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงอัฟกันรู้สึกภาคภูมิใจในตัวตนและประเทศบ้านเกิด แม้สถานการณ์ภายในประเทศจะไม่เปิดพื้นที่ให้พวกเธออีกต่อไป เธอจึงเดินหน้ารณรงค์ให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA เปิดโอกาสให้นักฟุตบอลหญิงอัฟกันที่ลี้ภัยสามารถกลับมาแข่งขันในระดับนานาชาติได้อีกครั้ง

ความพยายามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในเดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อ FIFA สนับสนุนการจัดตั้งทีม Afghan Women United เพื่อเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลหญิงชาวอัฟกันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศกลับมาฝึกซ้อมและลงแข่งขันร่วมกัน ก่อนทีมจะเข้าร่วมการแข่งขัน FIFA Unites Women's Series ที่ประเทศโมร็อกโกในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

Tatler Asia
ZURICH, SWITZERLAND - MARCH 06: Khalida Popal, former captain of the Afghan women's national football team, speaks during the FIFA Annual Conference for Equality & Inclusion at the Home of FIFA on 06 March, 2017 in Zurich, Switzerland.  (Photo by Valeriano Di Domenico - FIFA via Getty Images)
Above Khalida Popal อดีตกัปตันทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอัฟกานิสถาน กล่าวระหว่างการประชุมประจำปีของ FIFA ว่าด้วยความเสมอภาคและการมีส่วนร่วม (FIFA Annual Conference for Equality & Inclusion) ที่สำนักงานใหญ่ FIFA เมื่อปี 2017 ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ภาพ: Valeriano Di Domenico - FIFA via Getty Images)
ZURICH, SWITZERLAND - MARCH 06: Khalida Popal, former captain of the Afghan women's national football team, speaks during the FIFA Annual Conference for Equality & Inclusion at the Home of FIFA on 06 March, 2017 in Zurich, Switzerland.  (Photo by Valeriano Di Domenico - FIFA via Getty Images)

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 หลังคณะกรรมการ FIFA อนุมัติการแก้ไขระเบียบด้านธรรมาภิบาล เพื่อเปิดทางให้ทีมตัวแทนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษสามารถเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการได้ นับเป็นการสร้างแนวทางใหม่ให้ผู้เล่นหญิงอัฟกันมีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศอีกครั้ง แม้จะยังไม่สามารถกลับไปแข่งขันในบ้านเกิดก็ตาม

สำหรับ Popal ช่วงเวลาที่ FIFA ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวต่อหน้านักฟุตบอลหญิงอัฟกัน ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่งดงามและมีความหมายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ Popal กล่าวกับ FIFA ถึงความรู้สึกของการได้ตัวตนกลับคืนมาว่า “การสูญเสียตัวตนเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ราวกับว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่ใดเลย” เธอยังย้ำว่า ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อตัวนักฟุตบอลเท่านั้น แต่เพื่อเด็กหญิงทุกคนที่เคยมีความฝันและยังคงฝันถึงอนาคตของตนเอง

เสียงที่ยังคงดังไปไกลกว่าสนามฟุตบอล

แม้การกลับคืนสู่เวทีนานาชาติของนักฟุตบอลหญิงอัฟกันจะเป็นความสำเร็จสำคัญ แต่ Khalida Popal ไม่เคยมองว่าภารกิจของเธอสิ้นสุดลงแล้ว ตรงกันข้าม เธอเชื่อว่ากรณีของอัฟกานิสถานเป็นบทเรียนที่องค์กรกีฬาทั่วโลกควรนำไปพิจารณา เพื่อสร้างระบบคุ้มครองนักกีฬาในสถานการณ์ความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในเดือนมีนาคม 2026 เธอออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน หลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการขอลี้ภัยของนักกีฬาบางส่วนระหว่างการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพที่ออสเตรเลีย ในบทความที่เธอเขียนให้ The Observer เธออธิบายว่า นักกีฬาที่เผชิญแรงกดดันทางการเมืองมักตกอยู่ในภาวะยากลำบาก เพราะแม้การขอลี้ภัยจะช่วยให้ตนเองปลอดภัย แต่อาจนำอันตรายมาสู่ครอบครัวที่ยังอาศัยอยู่ในประเทศบ้านเกิด

เธอเรียกร้องให้องค์กรกำกับดูแลกีฬามีระบบรับมือและมาตรการคุ้มครองนักกีฬาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่ากีฬามิอาจแยกออกจากบริบททางสังคมและการเมืองได้อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในประเทศที่การเล่นกีฬาของผู้หญิงยังเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน

มุมมองดังกล่าวสะท้อนความเชื่อที่ Popal ยึดมั่นมาตลอดว่า ผู้มีชื่อเสียงหรือมีพื้นที่สื่อสารต่อสาธารณะย่อมมีโอกาสใช้เสียงของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และบางครั้งการเลือกที่จะไม่เงียบก็มีความสำคัญไม่ต่างจากการลงมือกระทำ

นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่เม็กซิโก Popal ยังร่วมทำงานกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อจัดกิจกรรมฟุตบอลให้แก่เด็กผู้ลี้ภัยและชุมชนเปราะบาง พร้อมตั้งคำถามถึงมรดกทางสังคมที่มหกรรมกีฬาระดับโลกควรทิ้งไว้หลังเสียงเชียร์ในสนามเงียบลง

เธอมองว่า ความสำเร็จของการแข่งขันกีฬาไม่ควรวัดจากรายได้ การลงทุน หรือจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากควรพิจารณาด้วยว่าโอกาสและทรัพยากรที่เกิดขึ้นสามารถส่งต่อประโยชน์ให้ชุมชนได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน เธอยังตั้งข้อสังเกตถึงการเติบโตของธุรกิจกีฬาสตรี ซึ่งแม้จะสร้างรายได้และโอกาสใหม่มากมาย แต่ก็อาจทำให้เสียงเรียกร้องทางสังคมของนักกีฬาถูกลดความสำคัญลง หากองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เชิงพาณิชย์มากกว่าบทบาทของนักกีฬาในฐานะผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง

Tatler Asia
MELBOURNE, AUSTRALIA - AUGUST 19: Khalida Popal, Director of the Afghan Women's Team speaks with Nobel Peace Prize winner Malala Yousafzai meets with members of the Afghan Women's Team at Ultra Football on August 19, 2023 in Melbourne, Australia. (Photo by Kelly Defina/Getty Images)
Above Khalida Popal พบปะกับ Malala Yousafzai เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พร้อมด้วยสมาชิกทีมฟุตบอลหญิงอัฟกานิสถาน ที่สนาม Ultra Football ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2023 (ภาพ: Kelly Defina/Getty Images)
MELBOURNE, AUSTRALIA - AUGUST 19: Khalida Popal, Director of the Afghan Women's Team speaks with Nobel Peace Prize winner Malala Yousafzai meets with members of the Afghan Women's Team at Ultra Football on August 19, 2023 in Melbourne, Australia. (Photo by Kelly Defina/Getty Images)

ภาวะผู้นำที่เริ่มต้นจากความเชื่อมั่น

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Khalida Popal แตกต่างจากบุคคลผู้ประสบความสำเร็จทั่วไป อาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนรางวัลหรือความสำเร็จที่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ แต่อยู่ที่รูปแบบภาวะผู้นำซึ่งเธอเรียนรู้และพัฒนาขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่แทบไม่มีแบบอย่างให้เดินตาม

เธอเริ่มต้นจากการเป็นเด็กหญิงที่ชวนเพื่อนมาเตะฟุตบอล ก่อนพัฒนาสู่การเป็นกัปตันทีมที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่น เป็นผู้ลี้ภัยที่ต้องสร้างเครือข่ายใหม่ในต่างแดน และกลายเป็นนักเคลื่อนไหวที่สามารถประสานผู้คนกับองค์กรหลากหลายระดับให้ร่วมกันผลักดันเป้าหมายเดียวกัน

ความสำเร็จในการช่วยเหลือนักฟุตบอลหญิงออกจากอัฟกานิสถาน ตลอดจนการรณรงค์ให้ FIFA เปิดพื้นที่แก่นักกีฬาที่พลัดถิ่น ล้วนสะท้อนว่าภาวะผู้นำไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากตำแหน่งหรืออำนาจอย่างเป็นทางการเสมอไป หากอาจเริ่มจากความสามารถในการสร้างความไว้วางใจ ทำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของเป้าหมายร่วมกัน และเปลี่ยนความเชื่อมั่นนั้นให้กลายเป็นการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

ในบทสัมภาษณ์กับสำนักข่าว Deutsche Welle ของเยอมนีเมื่อเดือนกันยายน 2026 Popal กล่าวถึงนักฟุตบอลหญิงอัฟกันรุ่นใหม่ว่า พวกเธอต้องแบกรับทั้งบาดแผลทางใจจากการพลัดถิ่น ความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ และการต่อสู้เพื่อสิทธิในการลงสนามแข่งขัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอมีความหวังคือความเข้มแข็งของผู้หญิงเหล่านี้ รวมถึงศักยภาพในการนำพาความเปลี่ยนแปลงไปสู่คนรุ่นถัดไป

เส้นทางของ Popal จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความกล้าหาญในการต่อต้านความไม่เป็นธรรม แต่ยังเป็นบทเรียนเกี่ยวกับความอดทน การสร้างพันธมิตร และการทำงานร่วมกับสถาบันต่างๆ เพื่อเปลี่ยนข้อเรียกร้องให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และบทเรียนดังกล่าวจะเป็นหัวใจสำคัญของการปรากฏตัวในงาน Tatler Gen.T Summit 2026 ซึ่งเธอจะร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างความน่าเชื่อถือ การได้รับความไว้วางใจ และการรวมพลังผู้คนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน

เมื่อโลกเริ่มหลงลืมอัฟกานิสถาน เราจะยังคงส่งเสียงต่อไป เพราะเราคือกระบอกเสียงของผู้หญิงที่ไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว

- Khalida Popal -


มาร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจและกระทบไหล่ Khalida Popal อย่างใกล้ชิดในงาน Gen.T Summit 2026 การพบปะสุดยอดผู้นำระดับภูมิภาคโดย Tatler ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2026

Topics