รายงาน 2027 Asia Travel Pulse โดย Agoda ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 3,395 คน จาก 11 ตลาดทั่วเอเชีย ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026 พบว่า เผยให้เห็นว่าภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ (ภาพ: Agoda)
Cover รายงาน 2027 Asia Travel Pulse โดย Agoda ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 3,395 คน จาก 11 ตลาดทั่วเอเชีย ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026 พบว่า เผยให้เห็นว่าภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ (ภาพ: Agoda)
รายงาน 2027 Asia Travel Pulse โดย Agoda ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 3,395 คน จาก 11 ตลาดทั่วเอเชีย ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026 พบว่า เผยให้เห็นว่าภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ (ภาพ: Agoda)

จากกระแสการเดินทางต่างประเทศที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ไปจนถึงการใช้ AI วางแผนท่องเที่ยว และการค้นหาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความสนใจส่วนบุคคล รายงาน 2027 Asia Travel Pulse ของ Agoda เผยให้เห็นพฤติกรรมใหม่ของนักเดินทางชาวเอเชีย พร้อมมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักเดินทางชาวไทยซึ่งมีรูปแบบการท่องเที่ยวแตกต่างจากหลายประเทศในภูมิภาค

การเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องของการค้นพบสิ่งใหม่เสมอมา ทว่าเมื่อปี 2027 กำลังใกล้เข้ามา ความหมายของการค้นพบกำลังเปลี่ยนแปลงไป สำหรับนักเดินทางชาวเอเชียจำนวนมาก การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจไม่ได้วัดจากการได้ไปเยือนสถานที่สำคัญระดับโลก การเข้าพักในโรงแรมหรู หรือจำนวนประเทศที่สามารถขีดฆ่าออกจากรายชื่อจุดหมายในฝันได้อีกต่อไป หากแต่เป็นการเดินทางที่สะท้อนความสนใจส่วนบุคคล เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง และเติมเต็มความทรงจำผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย

รายงาน 2027 Asia Travel Pulse ของ Agoda ซึ่งสำรวจความคิดเห็นผู้ตอบแบบสอบถาม 3,395 คน จาก 11 ตลาดทั่วเอเชีย ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026 เผยให้เห็นว่าภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ ความต้องการเดินทางไปต่างประเทศกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ช่วยวางแผนการเดินทาง ขณะที่ความสนใจเฉพาะบุคคลกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทาง

ภาพรวมที่ปรากฏสะท้อนตัวตนของนักเดินทางยุคใหม่ซึ่งมีความมั่นใจในการออกสำรวจโลกมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็พิถีพิถันกับการตัดสินใจมากกว่าเดิม พวกเขาต้องการเดินทางไกลขึ้น ใช้เวลาอยู่กับสถานที่แต่ละแห่งนานขึ้น และทำให้ทุกการเดินทางคุ้มค่ามากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของนักเดินทางชาวไทยกลับพบความแตกต่างที่น่าสนใจ เพราะในขณะที่นักเดินทางส่วนใหญ่ในเอเชียมีแนวโน้มเดินทางน้อยครั้งลง คนไทยกลับนิยมเดินทางบ่อยขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทริประยะสั้น และการค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความสนใจของตนเอง

อ่านเพิ่มเติม: Dinso Resort & Villas Phuket, Vignette Collection by IHG จุดหมายอันเงียบสงบ หรูหรา และยั่งยืน ท่ามกลางผืนป่าอันสมบูรณ์ของภูเก็ต

Tatler Asia
สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม จุดหมายปลายทางอาจไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่พวกเขานึกถึง แต่เป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ต้องการเข้าร่วมต่างหาก (ภาพ: Agoda)
Above สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม จุดหมายปลายทางอาจไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่พวกเขานึกถึง แต่เป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ต้องการเข้าร่วมต่างหาก (ภาพ: Agoda)
สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม จุดหมายปลายทางอาจไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่พวกเขานึกถึง แต่เป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ต้องการเข้าร่วมต่างหาก (ภาพ: Agoda)

THE WORLD BECKONS AGAIN

เมื่อโลกกว้างกลับมาอยู่ในแผนการเดินทาง

หลังจากช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นักเดินทางชาวเอเชียเริ่มหันกลับมามองหาประสบการณ์นอกพรมแดนอีกครั้ง ผลสำรวจของ Agoda พบว่า 38 เปอร์เซ็นต์วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลักในปี 2027 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจาก 24 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศลดลงจาก 35 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 29 เปอร์เซ็นต์

ความต้องการเดินทางต่างประเทศโดดเด่นเป็นพิเศษในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 82 เปอร์เซ็นต์ และ 81 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ที่ตั้งใจจะเดินทางออกนอกประเทศเป็นหลัก ตามด้วยเกาหลีใต้ที่ 51 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ไทยและญี่ปุ่นกลับมีแนวโน้มแตกต่างออกไป โดยนักเดินทางชาวไทย 54 เปอร์เซ็นต์ ยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนไทยที่วางแผนเที่ยวต่างประเทศเป็นหลักมีเพียง 16 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าแม้ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่เสน่ห์ของจุดหมายปลายทางภายในประเทศก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในบางตลาด

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ แม้นักเดินทางชาวไทยจะยังคงนิยมท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่เมื่อพิจารณาจากความถี่ในการเดินทางกลับพบพฤติกรรมที่แตกต่างจากภาพรวมของภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยคนไทยมีแผนเดินทางท่องเที่ยวบ่อยที่สุดในบรรดา 11 ตลาดที่ทำการสำรวจ เกือบหนึ่งในสี่ หรือ 24 เปอร์เซ็นต์ วางแผนเดินทางตั้งแต่ 11 ครั้งขึ้นไปในปี 2027 เพิ่มขึ้นจาก 14 เปอร์เซ็นต์ ในปีก่อนหน้า และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียซึ่งอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์ถึงสองเท่า ขณะที่ 44 เปอร์เซ็นต์คาดว่าจะเดินทางอย่างน้อย 7 ครั้งต่อปี เทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 24 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม การเดินทางบ่อยครั้งของคนไทยไม่ได้หมายถึงการใช้เวลาพักผ่อนยาวนานเสมอไป เพราะ 39 เปอร์เซ็นต์วางแผนท่องเที่ยวครั้งละเพียง 1–3 วัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 26 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความนิยมในการพักผ่อนระยะสั้นที่สามารถจัดสรรให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองในช่วงสุดสัปดาห์ การเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง หรือการเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ตที่น่าสนใจ

อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของ Agoda อธิบายถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่า “ทุกวันนี้การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันแค่ปีละครั้งอีกต่อไป นักเดินทางต้องการแรงบันดาลใจในการเที่ยวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เทคโนโลยีที่ช่วยให้วางแผนได้รวดเร็วขึ้น และความคุ้มค่าในทุกการจอง”

อ่านเพิ่มเติม: ประเทศไทยกลับมาติดโผ Top 25 ตลาดน่าลงทุนที่สุดในโลก ประจำปี 2026

Tatler Asia
นักเดินทางชาวไทยในปี 2026 (ภาพ: Agoda)
Above ภาพรวมนักเดินทางชาวไทยในปี 2027 (ภาพ: Agoda)
นักเดินทางชาวไทยในปี 2026 (ภาพ: Agoda)

ในทางกลับกัน นักเดินทางส่วนใหญ่ในเอเชียกลับมีแนวโน้มเดินทางน้อยครั้งลง แต่ใช้เวลากับแต่ละจุดหมายปลายทางนานขึ้น โดย 41 เปอร์เซ็นต์วางแผนเดินทางท่องเที่ยวเพียง 1–3 ครั้งในปี 2027 เพิ่มขึ้นจาก 29 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน สัดส่วนของผู้ที่วางแผนเดินทางครั้งละ 8 วันขึ้นไปเพิ่มขึ้นจาก 16 เปอร์เซ็นต์ เป็น 21 เปอร์เซ็นต์ ในตลาดที่มีการสำรวจทั้งสองปี

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่นักเดินทางอาจเลือกเดินทางน้อยครั้งลง แต่ใช้เวลากับแต่ละจุดหมายปลายทางมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสสถานที่นั้นอย่างลึกซึ้ง แทนการเร่งรีบเดินทางจากสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง การใช้เวลาพำนักนานขึ้นยังเอื้อให้เกิดประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินสำรวจย่านเก่าแก่ ค้นหาร้านอาหารท้องถิ่นที่ไม่ปรากฏอยู่ในคู่มือนำเที่ยว ไปจนถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่

ถึงกระนั้น ค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ โดย 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายลดลงจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเขาสามารถท่องเที่ยวได้มากขึ้น นั่นหมายความว่าแม้ความปรารถนาที่จะออกไปสำรวจโลกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ความคุ้มค่าก็ยังคงเป็นเงื่อนไขที่นักเดินทางไม่อาจมองข้าม

THE AI TRAVEL COMPANION

เมื่อ AI กลายเป็นผู้ช่วยวางแผนท่องเที่ยว

หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดของรายงานฉบับนี้ คือการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อวางแผนการเดินทาง

ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี สัดส่วนนักเดินทางชาวเอเชียที่ใช้ AI ช่วยวางแผนท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 33 เปอร์เซ็นต์ เป็น 53 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนวัตกรรมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน

ไต้หวันและเวียดนามเป็นสองตลาดที่มีอัตราการใช้ AI สูงที่สุดในภูมิภาคเท่ากันที่ 63 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยเกาหลีใต้ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยมีนักเดินทางที่ใช้ AI เพื่อวางแผนท่องเที่ยวอยู่ที่ 45 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลของความนิยมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ เพราะกิจกรรมที่เคยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว เปรียบเทียบราคาโรงแรม อ่านรีวิวที่พัก หรือจัดลำดับเส้นทางการเดินทาง ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้สะดวกขึ้นผ่านการสนทนากับระบบ AI

ผู้ตอบแบบสอบถาม 64 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าต้องการใช้ AI ช่วยจัดทำแผนการเดินทาง ขณะที่ 45 เปอร์เซ็นต์สนใจใช้เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจหรือไอเดียใหม่ๆ และอีก 44 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้ AI ช่วยเปรียบเทียบเที่ยวบินและที่พัก

Tatler Asia
การใช้งาน AI เพื่อวางแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียในปัจจุบัน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above การใช้งาน AI เพื่อวางแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียในปัจจุบัน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
การใช้งาน AI เพื่อวางแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียในปัจจุบัน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่นักเดินทางส่วนใหญ่ก็ยังต้องการเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง ผลสำรวจพบว่า 57 เปอร์เซ็นต์ยังคงเลือกที่จะจองโรงแรมด้วยตัวเองมากกว่ามอบหมายให้ AI ดำเนินการแทน โดยมีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ที่ไว้วางใจให้ AI จัดการจองได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ 23 เปอร์เซ็นต์ยินดีให้ระบบช่วยดำเนินการจอง หากตนเองยังสามารถตรวจสอบและยืนยันการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายได้

พฤติกรรมของนักเดินทางชาวไทยก็สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน โดย 59 เปอร์เซ็นต์ยังคงต้องการจองโรงแรมด้วยตัวเองมากกว่ามอบหมายให้ AI Agent ดำเนินการแทน แม้จะเปิดรับการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยวางแผนและเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ มากขึ้นก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ นักเดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูลเป็นพิเศษ โดย 30 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าจะมีความเชื่อมั่นใน AI Assistant เพิ่มขึ้น หากระบบสามารถแสดงแหล่งที่มาของข้อมูลได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาตลาดที่ทำการสำรวจ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแม้เทคโนโลยีจะช่วยลดความยุ่งยากในการวางแผนเดินทางได้มากเพียงใด ความน่าเชื่อถือและความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลก็ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า AI สามารถทำอะไรได้มากเพียงใด แต่อยู่ที่เทคโนโลยีจะสร้างความไว้วางใจให้ผู้ใช้งานได้อย่างไร ทั้งการนำเสนอรีวิวจากนักเดินทางจริง การเปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างชัดเจน และการมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นในการใช้บริการ

อนาคตของเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวจึงอาจไม่ใช่การปล่อยให้ระบบอัจฉริยะตัดสินใจแทนมนุษย์ทุกขั้นตอน หากแต่เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ผู้เดินทางสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบด้านและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

Tatler Asia
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อหาแรงบันดาลใจเท่านั้น โดยรูปแบบการใช้งาน AI ในการวางแผนการเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การจัดทำแผนการเดินทาง (64%) การหาแรงบันดาลใจหรือไอเดียสำหรับการท่องเที่ยว (45%) และการเปรียบเทียบโรงแรมหรือเที่ยวบิน (44%) โดยระบุว่า พวกเขารู้สึกสบายใจที่สุดที่จะใช้ AI ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนการเดินทาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยังไม่มีความเสี่ยงสูงนัก ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาหัวข้อ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อหาแรงบันดาลใจเท่านั้น โดยระบุว่า พวกเขารู้สึกสบายใจที่สุดที่จะใช้ AI ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนการเดินทาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยังไม่มีความเสี่ยงสูงนัก ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาหัวข้อ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อหาแรงบันดาลใจเท่านั้น โดยรูปแบบการใช้งาน AI ในการวางแผนการเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การจัดทำแผนการเดินทาง (64%) การหาแรงบันดาลใจหรือไอเดียสำหรับการท่องเที่ยว (45%) และการเปรียบเทียบโรงแรมหรือเที่ยวบิน (44%) โดยระบุว่า พวกเขารู้สึกสบายใจที่สุดที่จะใช้ AI ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนการเดินทาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยังไม่มีความเสี่ยงสูงนัก ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาหัวข้อ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

THE JOURNEY, REIMAGINED

จากการจองทริปสู่การออกแบบประสบการณ์เดินทาง

นอกจาก AI จะเปลี่ยนวิธีวางแผนท่องเที่ยวแล้ว นักเดินทางยังเริ่มมองการเดินทางในลักษณะที่เชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันมากขึ้น

แทนที่จะแยกการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม การเดินทางภายในเมือง และกิจกรรมท่องเที่ยวออกจากกัน ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับความสะดวกในการจัดการทุกส่วนของการเดินทางให้สอดคล้องกัน

รายงานของ Agoda พบว่า 61 เปอร์เซ็นต์ของนักเดินทางชาวเอเชียเปิดรับการจองบริการท่องเที่ยวหลายประเภทผ่านแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบวิธีนี้อยู่แล้ว ผู้ที่พิจารณาตามลักษณะของการเดินทาง หรือผู้ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญว่าต้องใช้แพลตฟอร์มใดเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องการซื้อแพ็กเกจสำเร็จรูปเสมอไป นักเดินทางบางคนอาจเริ่มต้นจากการจองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียว ก่อนจะพบโรงแรมบูติกที่ถูกใจ และตัดสินใจเพิ่มกิจกรรมเรียนทำอาหารญี่ปุ่นเข้าไปในแผนการเดินทางภายหลัง

สิ่งที่พวกเขาต้องการจึงเป็นระบบที่ช่วยเชื่อมโยงการตัดสินใจแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น โดยยังคงเปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนแผนได้ตามความสนใจและสถานการณ์

ในบริบทนี้ AI อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยจดจำความต้องการของผู้เดินทาง เปรียบเทียบทางเลือกที่เหมาะสม และเสนอคำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อแผนการเดินทางเปลี่ยนแปลง

Tatler Asia
เหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียคาดว่าจะออกเดินทางในปี 2027: ประสบการณ์ด้านอาหาร (54%) และการสำรวจวัฒนธรรม (54%) เป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ชาวเอเชียวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในปี 2027 ตามมาด้วยการช้อปปิ้ง (38%) และกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง (28%) โดยนักท่องเที่ยวต่างต้องการลิ้มลอง สัมผัส และเรียนรู้สิ่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางแต่ละแห่งมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above เหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียคาดว่าจะออกเดินทางในปี 2027 (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
เหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียคาดว่าจะออกเดินทางในปี 2027: ประสบการณ์ด้านอาหาร (54%) และการสำรวจวัฒนธรรม (54%) เป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ชาวเอเชียวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในปี 2027 ตามมาด้วยการช้อปปิ้ง (38%) และกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง (28%) โดยนักท่องเที่ยวต่างต้องการลิ้มลอง สัมผัส และเรียนรู้สิ่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางแต่ละแห่งมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

A TASTE FOR CULTURE

อาหารและวัฒนธรรม แรงบันดาลใจสำคัญของการเดินทาง

หากเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ความสนใจส่วนบุคคลก็กำลังเปลี่ยนเหตุผลที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจออกเดินทาง

ผลสำรวจของ Agoda พบว่า ประสบการณ์ด้านอาหารและการสำรวจวัฒนธรรมเป็นสองแรงจูงใจอันดับแรกที่นักเดินทางชาวเอเชียให้ความสำคัญเท่ากันที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยการช้อปปิ้ง 38 เปอร์เซ็นต์ และกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง 28 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความต้องการสัมผัสเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหาร ศิลปะ สถาปัตยกรรม งานหัตถกรรม ประเพณี หรือวิถีชีวิตของผู้คน

สำหรับนักเดินทางบางคน การออกเดินทางอาจเริ่มต้นจากความปรารถนาที่จะลิ้มลองอาหารจานหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสตรีตฟู้ดในกรุงเทพฯ อาหารพื้นถิ่นตามภูมิภาคต่างๆ ของญี่ปุ่น หรือการค้นพบวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

ความสนใจด้านอาหารโดดเด่นเป็นพิเศษในไต้หวัน โดย 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าประสบการณ์ด้านอาหารเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักของการเดินทาง ตามด้วยฮ่องกง 74 เปอร์เซ็นต์ และเกาหลีใต้ 71 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักเดินทางชาวไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 59 เปอร์เซ็นต์

Tatler Asia
ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจในการเดินทางกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แม้ความสนใจและงานอดิเรกส่วนบุคคลจะยังคงเป็นอิทธิพลสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง แต่สื่อสังคมออนไลน์ก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สอง นอกจากนี้ หนังและซีรีส์ยังมีอิทธิพลต่อการวางแผนการเดินทางในรูปแบบอื่นด้วย เช่นในปี 2027 ผู้คนจำนวน 14% วางแผนที่จะเดินทางไปเยือนสถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือสื่อในวัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) ซึ่งเพิ่มขึ้น
Above แรงจูงใจในการเดินทางกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แม้ความสนใจส่วนบุคคลจะยังคงเป็นอิทธิพลสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ แต่สื่อสังคมออนไลน์ก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สอง นอกจากนี้ หนังและซีรีส์ยังมีอิทธิพลต่อการวางแผนการเดินทางในรูปแบบอื่นด้วย เช่นในปี 2027 ผู้คนจำนวน 14 เปอร์เซ็นต์วางแผนที่จะเดินทางไปเยือนสถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจในการเดินทางกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แม้ความสนใจและงานอดิเรกส่วนบุคคลจะยังคงเป็นอิทธิพลสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง แต่สื่อสังคมออนไลน์ก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สอง นอกจากนี้ หนังและซีรีส์ยังมีอิทธิพลต่อการวางแผนการเดินทางในรูปแบบอื่นด้วย เช่นในปี 2027 ผู้คนจำนวน 14% วางแผนที่จะเดินทางไปเยือนสถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือสื่อในวัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) ซึ่งเพิ่มขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง สื่อสังคมออนไลน์กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกจุดหมายปลายทางอย่างชัดเจน โดย 47 เปอร์เซ็นต์ของนักเดินทางชาวเอเชียระบุว่าโซเชียลมีเดียมีส่วนในการตัดสินใจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 18 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า

สำหรับประเทศไทย อิทธิพลของโซเชียลมีเดียต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยนักเดินทางชาวไทยถึง 67 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์มีส่วนในการเลือกจุดหมายปลายทาง สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 47 เปอร์เซ็นต์ และเป็นรองเพียงอินโดนีเซียที่ 73 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเว็บไซต์จองที่พักหรือคู่มือนำเที่ยวอีกต่อไป ภาพถ่าย วิดีโอ และเรื่องราวจากประสบการณ์จริงที่ถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกเดินทางได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม อาหาร หรือบรรยากาศที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป

ภาพร้านกาแฟบรรยากาศดี ร้านอาหารเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอย ทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม หรือโรงแรมที่มีการออกแบบโดดเด่น ล้วนสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ใครบางคนตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินได้

แม้แต่ภาพยนตร์ ซีรีส์ และวัฒนธรรมป๊อปก็มีบทบาทเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย 14 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนเดินทางไปเยือนสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ โทรทัศน์ หรือวัฒนธรรมร่วมสมัย เพิ่มขึ้นจากเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า

โลกดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับแบ่งปันความทรงจำหลังการเดินทาง แต่กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่

Tatler Asia
นักเดินทางชาวไทย 54 เปอร์เซ็นต์ ยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ (4 ภาพ: Agoda)
Above นักเดินทางชาวไทย 54 เปอร์เซ็นต์ ยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ (4 ภาพ: Agoda)
นักเดินทางชาวไทย 54 เปอร์เซ็นต์ ยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ (4 ภาพ: Agoda)

DISCOVERING THE LESSER-KNOWN

เสน่ห์ของจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

แม้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจะยังคงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก แต่กระแสความสนใจในเมืองรองและจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายก็กำลังเพิ่มขึ้น

รายงานพบว่า 36 เปอร์เซ็นต์ของนักเดินทางชาวเอเชียมีแนวโน้มสูงที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เมืองเล็กๆ หรือสถานที่ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นในปี 2027

นักเดินทางชาวอินเดียแสดงความสนใจในจุดหมายปลายทางกลุ่มนี้มากที่สุด โดยมีสัดส่วนถึง 55 เปอร์เซ็นต์

ประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความสนใจต่อจุดหมายปลายทางลักษณะนี้ค่อนข้างสูง โดย 44 เปอร์เซ็นต์ ของนักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มจะไปเยือนเมืองรอง เมืองเล็กๆ หรือสถานที่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี 2027 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 36 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นความต้องการค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ แม้การเดินทางส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ภายในประเทศก็ตาม

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ สถานที่เหล่านี้อาจเปิดโอกาสให้ค้นพบเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลัก ตั้งแต่ชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม ไปจนถึงภูมิประเทศอันงดงามที่ไม่ค่อยปรากฏอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม

Tatler Asia
นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มไปเยือนเมืองรอง เมืองเล็กๆ หรือสถานที่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี 2027 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 36 เปอร์เซ็นต์ (ภาพ: Agoda)
Above นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มไปเยือนเมืองรอง เมืองเล็กๆ หรือสถานที่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี 2027 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 36 เปอร์เซ็นต์ (ภาพ: Agoda)
นักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มไปเยือนเมืองรอง เมืองเล็กๆ หรือสถานที่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี 2027 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 36 เปอร์เซ็นต์ (ภาพ: Agoda)

อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของสถานที่เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้นักเดินทางตัดสินใจออกเดินทาง เมื่อสอบถามถึงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก 33 เปอร์เซ็นต์ ของนักเดินทางชาวเอเชียให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่ลดลง ตามด้วยความปลอดภัยและความมั่นคง 23 เปอร์เซ็นต์ และการมีเที่ยวบินตรง 13 เปอร์เซ็นต์

สำหรับนักเดินทางชาวไทย 31 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ลดลงจะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเลือกไปเยือนจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ขณะที่อีก 17 เปอร์เซ็นต์ให้ความสำคัญกับโปรโมชันหรือส่วนลดพิเศษ และมีสัดส่วนเท่ากันที่มองว่าการเข้าถึงข้อมูล รีวิว และบริการช่วยเหลือด้านการเดินทางได้อย่างสะดวกเป็นปัจจัยสำคัญ

น่าสังเกตว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลและรีวิวสูงที่สุดในภูมิภาค เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อาจต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านข้อมูลที่ครบถ้วนและประสบการณ์จากผู้เดินทางจริง

ความสนใจในเมืองรองดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งมุ่งกระจายการเดินทางและรายได้จากเมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่พื้นที่อื่นๆ มากขึ้น ทั้งผ่านแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2027 และโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าเมืองรองและจุดหมายปลายทางเกิดใหม่ที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยว จำเป็นต้องนำเสนอมากกว่าเสน่ห์ของสถานที่ แต่ยังต้องสร้างความมั่นใจในด้านการเดินทาง ความปลอดภัย และความคุ้มค่าควบคู่กันไปด้วย

TRAVEL WITH A PURPOSE

เมื่อความหลงใหลกลายเป็นเหตุผลของการออกเดินทาง

นอกเหนือจากการพักผ่อน ชมสถานที่ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และลิ้มลองอาหารอร่อยๆ การเดินทางในปี 2027 ยังมีแนวโน้มที่จะตอบสนองความสนใจเฉพาะบุคคลมากขึ้น

สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม จุดหมายปลายทางอาจไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่พวกเขานึกถึง แต่เป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ต้องการเข้าร่วมต่างหาก

บางคนยอมเดินทางข้ามประเทศเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนหรือกิจกรรมฟิตเนสระดับนานาชาติ ขณะที่บางคนวางแผนท่องเที่ยวตามตารางคอนเสิร์ตของศิลปินที่ชื่นชอบ การแข่งขันกีฬารายการสำคัญ หรือเทศกาลทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง

ผลสำรวจพบว่า 42 เปอร์เซ็นต์ของนักเดินทางชาวอินเดียให้ความสำคัญกับการผจญภัยและกิจกรรมกลางแจ้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ 28 เปอร์เซ็นต์

Tatler Asia
อินเดียเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยกลางแจ้งและการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ ส่วนญี่ปุ่นเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above อินเดียเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยกลางแจ้งและการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ ส่วนญี่ปุ่นเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
อินเดียเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยกลางแจ้งและการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ ส่วนญี่ปุ่นเป็นผู้นำในเอเชียด้านการท่องเที่ยวเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

ความนิยมของการแข่งขันวิ่งในเมืองต่างๆ รวมถึงกิจกรรมฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX เป็นตัวอย่างของการเดินทางที่ผสมผสานความท้าทายทางร่างกายเข้ากับการค้นพบประสบการณ์ใหม่ ผู้เข้าร่วมไม่เพียงเดินทางเพื่อแข่งขัน แต่ยังมีโอกาสสำรวจเมือง พบปะผู้คนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน และสร้างความทรงจำนอกสนามแข่งขัน

ขณะเดียวกัน คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี และการแข่งขันกีฬาก็กลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญ โดยนักเดินทางชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้สูงที่สุดในภูมิภาคที่ 33 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชียซึ่งอยู่ที่ 19 เปอร์เซ็นต์

การจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ยังอาจส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากผู้เดินทางสามารถต่อยอดการเข้าร่วมงานด้วยการสำรวจสถานที่อื่นๆ ในจุดหมายปลายทางเดียวกัน

นอกจากกิจกรรมที่ตอบสนองความชื่นชอบส่วนบุคคลแล้ว การเดินทางเพื่อจุดประสงค์ทางจิตวิญญาณก็ยังคงมีความสำคัญในบางตลาด โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งมีนักเดินทาง 14 เปอร์เซ็นต์ เลือกการท่องเที่ยวเพื่อศาสนาหรือจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในแรงจูงใจหลัก เทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 4 เปอร์เซ็นต์

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเหตุผลของการออกเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น และบางครั้งสิ่งที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเดินทางอาจไม่ใช่ชื่อเสียงของสถานที่ แต่เป็นประสบการณ์บางอย่างที่พวกเขาต้องการสัมผัสด้วยตนเอง

GLOBAL JOURNEYS, PERSONAL EXPECTATIONS

เดินทางไกลแค่ไหน ก็ยังต้องการความคุ้นเคย

แม้นักเดินทางชาวเอเชียจะมีความกระตือรือร้นในการออกสำรวจโลกมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความมั่นใจที่ได้รับจากบริการซึ่งเข้าใจความต้องการเฉพาะของตนเอง

รายงานพบว่า 33 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าการรองรับวิธีชำระเงินที่คุ้นเคยในประเทศของตนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้แพลตฟอร์มจองการเดินทางรู้สึกใกล้ตัวและตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ขณะที่ 21 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสำคัญกับบริการช่วยเหลือลูกค้าด้วยภาษาของตนเอง

ความต้องการเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด นักเดินทางชาวมาเลเซียให้ความสำคัญกับช่องทางชำระเงินท้องถิ่นเป็นพิเศษ ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามชาวเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับบริการช่วยเหลือในภาษาของตนมากกว่า

สำหรับนักเดินทางชาวไทย ความคุ้มค่ายังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเลือกที่พักและบริการท่องเที่ยว โดยผลสำรวจพบว่า 84 เปอร์เซ็นต์ ตั้งงบประมาณค่าที่พักไว้ไม่เกิน 3,300 บาทต่อคืน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 73 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ 66 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสำคัญกับส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาตลาดที่ทำการสำรวจ

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยไม่ได้พิจารณาที่พักจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้รับเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ทำเลที่ตั้ง หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณมากนัก ความคุ้มค่าจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย หากแต่เป็นความสามารถในการเลือกประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุดภายใต้งบประมาณที่กำหนด

Tatler Asia
สิ่งที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจเป็นอันดับแรกเมื่อวางแผนการเดินทางเพื่อพักผ่อน
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ (64%) เลือกจุดหมายปลายทางเป็นอันดับแรก ในขณะที่ 14% เริ่มจากการเลือกที่พัก 8% เริ่มจากกิจกรรมหรือประสบการณ์เฉพาะอย่าง และอีก 8% ให้ข้อเสนอพิเศษหรือโปรโมชันเป็นตัวกำหนดว่าจะไปที่ไหน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above สิ่งที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจเป็นอันดับแรกเมื่อวางแผนการเดินทางเพื่อพักผ่อน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
สิ่งที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจเป็นอันดับแรกเมื่อวางแผนการเดินทางเพื่อพักผ่อน
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ (64%) เลือกจุดหมายปลายทางเป็นอันดับแรก ในขณะที่ 14% เริ่มจากการเลือกที่พัก 8% เริ่มจากกิจกรรมหรือประสบการณ์เฉพาะอย่าง และอีก 8% ให้ข้อเสนอพิเศษหรือโปรโมชันเป็นตัวกำหนดว่าจะไปที่ไหน (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

อีกหนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการวางแผนท่องเที่ยวของคนไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างชัดเจน นักเดินทางจากทั้งสองประเทศมีสัดส่วนถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ที่เริ่มต้นวางแผนท่องเที่ยวจากการเลือกที่พักก่อนเป็นอันดับแรก สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่อยู่เพียง 14 เปอร์เซ็นต์

นั่นหมายความว่าโรงแรมหรือรีสอร์ตบางแห่งสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกเดินทางได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเลือกเมืองหรือประเทศที่ต้องการไปเยือน

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนบทบาทของธุรกิจโรงแรมในยุคปัจจุบันที่ก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงสถานที่พักค้างคืน เพราะโรงแรมซึ่งมีงานออกแบบโดดเด่น ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม หรือมอบประสบการณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง สามารถกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางตั้งใจไปเยือนได้ไม่ต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

THE ART OF TRAVELING WELL

คุณค่าของการเดินทางที่มากกว่าจุดหมายปลายทาง

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด รายงาน 2027 Asia Travel Pulse ของ Agoda ไม่ได้เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการจองที่พักหรือแนวโน้มการเดินทางเท่านั้น หากแต่ยังเผยให้เห็นถึงวิธีคิดของนักเดินทางชาวเอเชียที่กำลังเปลี่ยนไป

เทคโนโลยีช่วยให้การออกสำรวจโลกสะดวกสบายขึ้น แต่การตัดสินใจยังคงอยู่ในมือของนักเดินทาง ความต้องการเดินทางต่างประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทว่าผู้คนกลับพิจารณาการใช้เวลาและค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังยังคงมีเสน่ห์ อาหาร วัฒนธรรม และความหลงใหลส่วนบุคคลก็เริ่มมีบทบาทในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกเดินทางไปยังจุดหมายใหม่ๆ

Tatler Asia
นักท่องเที่ยวชาวเอเชียมีเหตุผลหลายประการประกอบกันในการเดินทาง อาหารและวัฒนธรรมยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม การช้อปปิ้ง กิจกรรมกลางแจ้ง งานอีเวนต์สด การดูแลสุขภาพ และความศรัทธา ต่างก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง ซึ่งแรงจูงใจเหล่านี้ยังแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละตลาด สำหรับปี 2027  (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
Above นักท่องเที่ยวชาวเอเชียมีเหตุผลหลายประการประกอบกันในการเดินทาง อาหารและวัฒนธรรมยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม การช้อปปิ้ง กิจกรรมกลางแจ้ง งานอีเวนต์สด การดูแลสุขภาพ และความศรัทธา ต่างก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง ซึ่งแรงจูงใจเหล่านี้ยังแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละตลาด สำหรับปี 2027 (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)
นักท่องเที่ยวชาวเอเชียมีเหตุผลหลายประการประกอบกันในการเดินทาง อาหารและวัฒนธรรมยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม การช้อปปิ้ง กิจกรรมกลางแจ้ง งานอีเวนต์สด การดูแลสุขภาพ และความศรัทธา ต่างก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง ซึ่งแรงจูงใจเหล่านี้ยังแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละตลาด สำหรับปี 2027  (ที่มา: รายงาน 2027 Asia Travel Pulse จัดทำโดย Agoda)

ในส่วนของประเทศไทย พฤติกรรมที่แตกต่างจากภาพรวมของเอเชียยังสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมากขึ้น ทั้งการออกเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้นบ่อยครั้ง การค้นหาจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ภายในประเทศ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและคุ้มค่า

สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการ ความท้าทายสำคัญในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอจุดหมายปลายทางยอดนิยมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่นักเดินทางแต่ละคนให้ความสำคัญ และจะสร้างประสบการณ์ที่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างไร

ท้ายที่สุดแล้ว เสน่ห์ของการเดินทางในปี 2027 อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าเราสามารถเดินทางไปได้ไกลเพียงใด หรือได้เยือนสถานที่สำคัญมากมายแค่ไหน หากแต่อยู่ที่ประสบการณ์ระหว่างทางซึ่งทำให้เราได้ค้นพบสิ่งใหม่ เข้าใจโลกที่แตกต่าง และกลับมาพร้อมความทรงจำที่มีความหมายสำหรับตัวเอง

เพราะบางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเดินทางที่พาเราออกไปไกลจากบ้านที่สุด แต่เป็นการเดินทางที่ทำให้เราได้เข้าใกล้สิ่งที่มีความหมายกับชีวิตมากขึ้น

Topics