Tatler Weekend ประเทศไทย: ก้าวย่างสู่แรงบันดาลใจของเอเชีย
Editor’s note
“เด็กฉลาดเรียนวิทยาศาสตร์ ที่เหลือเรียนมนุษยศาสตร์” หนึ่งในสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของผมคือการยึดถือความเชื่อผิดๆ นี้มาเป็นเวลานาน
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อผมได้อ่าน “City of Djinns” หนังสือเล่มนี้เผยให้เห็นว่าผมรู้จักเดลี เมืองที่ผมเติบโตมาอย่างผิวเผิน ผมเริ่มเข้าใจเมืองที่น่าอัศจรรย์แห่งนี้ในมุมมองใหม่ อนุสาวรีย์ที่เคยเป็นเพียงฉากหลังสำหรับการปิกนิกและวันที่ลับๆ ก็กลายเป็นไทม์แมชชีนที่ทำจากหินทราย ถนนหนทางที่มีการจราจรคับคั่งซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่ทางไปบ้านเพื่อนเริ่มแง้มให้เห็นเรื่องราวกล่าวขานที่น่าสนใจ เป็นเรื่องน่ายินดีที่หนังสือ City of Dijinns ถูกเขียนโดยนักประวัติศาสตร์ชาวสก็อต
ความซาบซึ้งในประวัติศาสตร์ที่เพิ่งค้นพบนี้ ควบคู่ไปกับความรู้สึกผิด จุดประกายการค้นหาที่ไร้ขอบเขตเพื่อชดเชยกับเวลาที่เสียไป ปัจจุบันหนังสือประวัติศาสตร์ครองชั้นหนังสือของผม มากกว่าหนังสือที่เกี่ยวกับความสนใจอื่นๆ ของผม นั่นก็คือเทคโนโลยีและธุรกิจ แน่นอนนับจากนั้นเป็นต้นมา ผมได้อ่านผลงานทั้งหมดของนักประวัติศาสตร์ชาวสก็อตผู้เก่งกาจอย่าง William Dalrymple เขาได้ออกหนังสือเล่มใหม่ซึ่งผมแทบรอไม่ไหวที่จะอ่าน และเราได้นำเสนอเขาใน Tatler Weekend สัปดาห์นี้
การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ของเราดำเนินต่อไป ด้วยการพาไปสำรวจโลกอันน่าทึ่งของอาคารพาณิชย์ของชาวมลายู ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงอดีตอันมีชีวิตชีวาของสิงคโปร์และมาเลเซีย และนี่คือจุดหักมุมที่ทำให้ใจชื้น ตอนนี้ผมไม่รู้สึกผิดกับความคิดนั้นอีกต่อไป เพราะเหมือนเป็นโชคชะตา ลูกชายที่ฉลาดของผมกำลังเรียนเอกประวัติศาสตร์!
Enjoy Tatler Weekend!
Parminder Singh
Chief Operating Officer

The Golden Road ผลงานล่าสุดของ William Dalrymple ที่จะพาคุณท่องเวลาสู่ยุคเรืองอำนาจแห่งภูมิปัญญาของอินเดีย
William Dalrymple นักประวัติศาสตร์ชาวสก็อตที่อาศัยอยู่ในอินเดีย ผู้เชื่อว่าความรู้ในอดีตนั้นสนุกได้เหมือนกับการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวนั้นถูกร้อยเรียงเอาไว้อย่างดี เขากล่าวว่า “นั่นก็เหมือนกับคุณได้พบกับคนที่น่าสนใจจากอีกยุคสมัยหนึ่ง พวกเขาล้วนเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา ที่ต่างล้วนมีข้อบกพร่องและความปรารถนาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ถูกหล่อหลอมโดยโลกที่ต่างออกไป”
William Dalrymple นักเขียนขายดีและผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาลวรรณกรรมชัยปุระ (Jaipur Literature Festival) เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ชาวสกอตแลนด์ที่มีผลงานด้านประวัติศาสตร์และศิลปะของอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ประเทศแถบตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีงานเขียนทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาสนาฮินดู พุทธศาสนา ศาสนาเชน และคริสตศาสนาในแถบตะวันออกยุคแรก ผลงานชั้นเยี่ยมของเขา ได้แก่ The Anarchy และ The Last Mughal ซึ่งได้รับรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลประวัติศาสตร์วอลฟสัน (Wolfson History Prize) และรางวัลดัฟฟ์คูเปอร์ (Duff Cooper Prize)
อ่านเพิ่มเติม: 5 หนังสือสะท้อนแนวคิดสังคมและประเด็นร้อนของโลกที่ Bill Gates แนะนำให้คุณอ่าน

Sylvia Yu Friedman นักต่อสู้เพื่อยุติการค้ามนุษย์และการทาสสมัยใหม่ กับสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ระหว่างทาง
อดีตนักข่าวและผู้สร้างภาพยนตร์ Sylvia Yu Friedman ทุ่มเทชีวิตของเธอกับการต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิงในฐานะนักเคลื่อนไหวต่อต้านการทาส แบ่งปันสิ่งที่เธอเรียนรู้กับผู้หญิงเอเชียผ่านตัวหนังสือ
“ฉันไม่ได้รู้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ฉันจะทุ่มเทตัวเองมาเป็นหลายสิบปี” Sylvia เล่าถึงเมื่อตอนที่เธอเรียนรู้เรื่องราวของผู้หญิงที่ชีวิตถูกทำลายด้วยการเป็น “หญิงบำเรอ” ทาสทางเพศของทหารญี่ปุ่นในเขตสงคราม ที่จุดประกายความสนใจให้เธอ ทั้งที่ตอนนั้นอายุเพียง 16 ปี
วันที่ 14 เดือนสิงหาคม ปี 1991 เป็นครั้งแรกที่หญิงชาวเกาหลีวัย 68 ปี Kim Hak-soon เล่าเรื่องราวของเธอที่งานแถลงข่าวในกรุงโซล ว่า 50 ปีก่อนหน้านั้น เธอถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศในช่วงที่ญี่ปุ่นทำสงครามกับจีน เธอถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืนมากถึงวันละ 30 ครั้ง Hak-soon คือหนึ่งในหญิงบำเรอที่คาดว่าน่าจะมีถึงราว 40,000 คนที่ถูกบังคับให้ทำงานในซ่องทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Sylvia ได้เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่แม่ของเธอตัดเก็บไว้ เธอจึงมีความสงสัยและอยากเรียนรู้เรื่องราวมากขึ้น แต่ตอนนั้น เรื่องราวของหญิงบำเรอในเขตทหารญี่ปุ่นเป็นหัวข้อที่มักได้ยินจากคนในครอบครัว และจากหนังสือภาษาอังกฤษไม่กี่เล่มที่เล่าเรื่องของผู้รอดชีวิต
เธอพบกับหญิงชาวเกาหลีวัย 80 ปี Kim Soon-duk เมื่อตอนที่ทำงานเป็นนักข่าวโทรทัศน์ในประเทศแคนาดาเมื่อปี 2001 ซึ่งนับเป็นครั้แรกที่ได้พบผู้รอดชีวิต
“มันคือการได้เห็นคนที่เป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เดินได้ และฉันอึ้งที่เรื่องราวของเธอไม่ได้ถูกบันทึกไว้ สิ่งที่เด็กสาวในช่วงอายุเดียวกับฉันในตอนนั้นต้องเผชิญ” หลังจากนั้น Sylvia ได้สัมภาษณ์และได้พบผู้หญิงที่รอดชีวิตอีกหลายคน เพื่อนำเรื่องราวของพวกเธอมาถ่ายทอดเป็นหนังสือ “Silenced No More: Voices of Comfort Women” ตีพิมพ์เมื่อปี 2015

ตึกแถวทรงมลายู อาคารมรดกทางสถาปัตยกรรมของสิงคโปร์และมาเลเซีย
ค้นพบเรื่องราวของอาคารประวัติศาสตร์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม พร้อมเบื้องลึกจากหนังสือ ‘Origin and Evolution of the Malayan Shophouse’ เขียนโดยศาสตราจารย์ Robert Powell
นานก่อนที่เส้นขอบฟ้าของมาเลเซียและสิงคโปร์จะเต็มไปด้วยตึกระฟ้า ภูมิทัศน์เมืองของพวกเขาเคยถูกกำหนดโดยชุดตึกแถวที่เป็นเอกลักษณ์บอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการทางวัฒนธรรมของประเทศ
อาคารสองชั้นหน้าแคบ มีเอกลักษณ์ด้วยทางเดิน 1.5 เมตรหน้าอาคาร และการประดับตกแต่งด้านหน้าอย่างสวยงาม เป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของมาเลเซียและสิงคโปร์ เสมือนบันทึกที่มีชีวิตของมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของทั้งสองประเทศ ที่ผสมผสานระหว่างอิทธิพลจากการล่าอาณานิคมของอังกฤษและดัตช์กับความงดงามแบบจีน
อ่านเพิ่มเติม: เมื่ออลังการศิลป์บรรจบกับการออกแบบล้ำสมัย ณ แลนด์มาร์กใหม่ของ Louis Vuitton ในนิวยอร์ก

อิงฟ้า - ชาร์ล็อต บอกเล่าความท้าทายจากผลงานล่าสุด ‘หยดฝนกลิ่นสนิม’ และตัวตนที่เติบโตหลังก้าวเข้ามาเป็นคนสาธารณะ
หนึ่งในแฮชแท็กในโลกโซเชียลที่เราคุ้นตากันมาพักใหญ่คือ #อิงล็อต แฮชแท็กนี้ถูกสร้างขึ้นจากแฟนคลับเพื่อให้กำลังใจอิงฟ้า - ชาร์ล็อต สองนักแสดงสาวที่มิตรภาพของทั้งคู่เริ่มต้นบนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022
หลังจบการแข่งขันในปีนั้น อิงฟ้า วราหะ ได้ครองตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 รวมไปถึงตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และรางวัลพิเศษชุดประจำชาติยอดเยี่ยม มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2022 ส่วนชาร์ล็อต ออสติน ได้รับตำแหน่งรองอันดับห้า มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2022
เมื่อทั้งคู่หมดวาระการทำหน้าที่จากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ อิงฟ้า - ชาร์ล็อต ก็ก้าวขึ้นสู่เวทีการแสดงที่ท้าทายความสามารถหลากหลาย เริ่มจากมินิซีรีส์โรแมนติกเรื่อง Show Me Love และ Club Friday The Series Hot Love Issue ‘เรื่องรัก เรื่องร้อน’ ตอน Love Bully
ล่าสุดกับบทบาทในซีรีส์สืบสวน ดราม่า ผสมโรแมนติกเรื่อง หยดฝนกลิ่นสนิม ที่ทั้งคู่บอกกับ Tatler ว่าโหดหินแต่สุดแสนภูมิใจ พร้อมพูดคุยถึงการรับมือเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตหลังก้าวมาเป็นคนของสาธารณะที่พวกเธอบอกว่าก็ไม่ง่ายเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม: 'เจฟ ซาเตอร์' ในบทสนทนากับเจฟ 3 ขวบ กับเรื่องราวของ 'ความสนุก' ที่พาไปสู่ความสุข และความสำเร็จ



