Lee Sue-kyung ซีอีโอระดับโลกของ SKII สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงก้าวข้ามความเหมารวมทางเพศ
ลี ซู-คยอง (Lee Sue-kyung) แชร์ประสบการณ์ที่เธอแหวกขนบทางเพศในอุตสาหกรรมความงาม และปลุกพลังให้ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นมาทำแบบเดียวกัน
เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่สังคมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมบางอย่าง เส้นทางสายอาชีพ และงานบางอย่าง เข้ากับการเหมารวมที่ตั้งอยู่บนเพศสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องตำแหน่งอาวุโสในองค์กร ในความเป็นจริงแล้ว เพศสภาพไม่ได้มีบทบาทในการช่วยให้คนทำงานไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุด ซึ่งเราได้เห็นกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากการที่ผู้หญิงหลายคนได้ทำลายการเหมารวมนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดก็คือลี ซู-คยอง โกลบอลซีอีโอแห่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีชื่อเสียงอย่าง SK-II
ตลอดเส้นทางสายอาชีพของเธอ ลีทำลายเพดานแก้วบานแล้วบานเล่าที่กั้นขวางไม่ให้ผู้หญิงก้าวไปถึงตำแหน่งผู้นำในองค์กร
ในปี 2012 ลีกลายมาเป็นซีอีโอหญิงคนแรกของ Proctor & Gamble (P&G) Korea และนำพาให้แบรนด์ให้กลายมาเป็นตลาดที่โตเร็วที่สุดในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่งซีอีโอของ P&G Korea เธอได้ให้การสนับสนุนบรรดาผู้หญิงในการทลายกำแพงเรื่องเพศสภาพในที่ทำงาน ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนพนักงานผู้หญิงในระดับบริหารจนมีสัดส่วน 50:50 และประสานนโยบายลาคลอดบุตรให้เกิดขึ้นทั่วทั้งตลาดเอเชียแปซิฟิก
วันนี้ ลีกลายมาเป็นซีอีโอระดับโลกของ SK-II และนำพาให้องค์กรเติบโตทั่วทั้งภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเธอ “เป็นแรงบันดาลใจและปูทางให้ผู้นำหญิงรุ่นหลังก้าวเดินตามรอยเธอในองค์กร”
พูดได้ว่าการที่เธอมาถึงจุดที่เธออยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างทางสังคมของเกาหลีที่เน้นผู้ชายเป็นใหญ่
“ผู้นำหญิงนั้นเผชิญกับความท้าทายเสมอมานับตั้งแต่ที่เราต้องหาทางเอาชนะข้อจำกัดทางสังคมมากมายตลอดจนความคาดหวังต่างๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และนี่คือเหตุผลที่ทางเลือกแรกของฉันในเส้นทางสายอาชีพคือการมุ่งมั่นจะเป็นผู้นำที่ทั้งมีประสิทธิภาพและจริงใจ มากกว่าที่จะยอมให้การเหมารวมเป็นตัวกำหนดนิยามความเป็นฉัน” เธอกล่าว
ผู้บุกเบิกคนนี้บอกเล่าเรื่องนี้เมื่อเธอคว้าตำแหน่งซีอีโอของ P&G Korea เป็นครั้งแรก ตอนนั้นแม่ของเธอถามเธอว่าจะโยนเสื้อผ้าทั้งหมดทิ้งหรือเปล่า เธออธิบายว่าการเหมารวมในเกาหลีนั้นแสดงให้เห็นว่า “ซีอีโอที่เป็นผู้หญิงควรจะดูกลมกลืนกับผู้นำคนอื่นๆ โดยการแต่งตัวในชุดสูทสีน้ำเงิน-เทาอันเป็นเหมือนเครื่องแบบแห่งอำนาจ”
ตอนนั้นเองที่เธอเลือกที่จะไม่ยอมให้การเหมารวมมาเป็นตัวกำหนดความเป็นเธอ ความที่เธอต้องการจะแสดงให้เห็นจริงๆ ว่าเธอเป็นเช่นไร ลีจึงเลือกสวมจัมพ์สูทสีชมพูขณะปราศัยให้คนในองค์กรของเธอฟังเป็นครั้งแรก
“ฉันตัดสินใจว่าสิ่งสำคัญสำหรับฉันคือการที่ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่ใช่เป็นในสิ่งที่คนอื่นคาดหวังว่าฉันจะเป็นเพียงเพราะการเหมารวมว่าผู้นำต้องเป็นเช่นนั้น อีกสิ่งที่เป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับฉันคือการสามารถส่งสัญญาณไปยังผู้จัดการหญิงคนอื่นๆ ที่เด็กกว่าในเกาหลีว่า “ถ้าคนอย่าง [ฉัน] สามารถก้าวมาเป็นซีอีโอของ P&G Korea และประสบความสำเร็จได้ เธอเองก็ทำได้เช่นกัน” และเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเธอเห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติตรงตามการเหมารวมที่กำหนดไว้เพื่อจะประสบความสำเร็จ” ลีอธิบาย
ในขณะที่ลียังคงทลายกำแพงเรื่องเพศสภาพต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในอุตสาหกรรมที่ครอบงำโดยผู้ชาย เราได้พูดคุยกับเธอถึงประสบการณ์ในการหาสมดุลระหว่างการงานและครอบครัว การรู้สึกมีอำนาจแม้จะเป็นผู้หญิง และเคล็ดลับการดูแลผิวของเธอ
ในฐานะแม่และซีอีโอ คุณรักษาสมดุลเรื่องการให้เวลากับงานและครอบครัวอย่างไรบ้าง
ลี ซู-คยอง: การจัดสรรเวลาให้ลงตัวระหว่างเรื่องงานกับครอบครัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้หญิงต้องเผชิญแรงกดดันเสมอมาในการทำให้ได้ตามความคาดหวังที่สูงมาก ไม่ว่าจะจากสังคมหรือจากตัวเอง บ่อยครั้งพวกแม่ๆ ยิ่งมีมาตรฐานที่สูงมากขึ้นไปใหญ่ว่าพวกเราถูกคาดหวังว่าต้องทำทุกอย่างได้ดี
ดังนั้น เรื่องนี้เป็นไปได้ถ้าเราเปลี่ยนแปลงวิธีคิด นับตั้งแต่การเริ่มต้นเดินบนเส้นทางสายการเป็นแม่ของฉันไปจนถึงการเติบโตในเส้นทางสายอาชีพ ฉันได้เรียนรู้ว่าการหาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตไม่ได้เกี่ยวกับการแบ่งเวลาของคุณอย่างเข้มงวด หากแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นกับมัน
SK-II ยืนหยัดที่จะยังทันยุคสมัยและสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างไร
ลี ซู-คยอง: แทนที่จะคิดค้นนวัตกรรมเพียงเพื่อจะตามเทรนด์ให้ทันหรือเลือกเส้นทางที่โหมกระหน่ำโปรโมชั่นไปจนถึงการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เรากลับหลงใหลในการสร้างความรักและเชื่อใจในตัวแบรนด์ SK-II ผ่านเรื่องราวจริงๆ ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ได้เปลี่ยนโฉมผิวพรรณให้กระจ่างใสดุจคริสตัลไปกับพิเทรา
อะไรคือสิ่งที่คนมักเข้าใจผิดกันเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ลี ซู-คยอง: หนึ่งในสิ่งที่คนมักเข้าใจผิดกันที่สุดคือความงามนั้นต้องการการดูแลแบบยิ่งเยอะยิ่งดี นั่นหมายถึงขั้นตอนการดูแลผิวที่มากขึ้น จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้มากขึ้น และจำนวนส่วนผสมดีๆ ที่มากขึ้นที่เราต้องถักทอเข้าไปในกิจวัตรการดูแลผิวของเรา แต่ฉันและแบรนด์ SK-II เชื่อมั่นอย่างมากในคุณภาพเหนือเรื่องปริมาณ
แคมเปญประจำวันสตรีสากล 2023 ภายใต้ธีม “เปิดรับความเท่าเทียม” นั้นมีความหมายกับคุณอย่างไรบ้าง
ลี ซู-คยอง: ธีมนี้สำคัญกับฉันมากเพราะในฐานะผู้นำหญิงของแบรนด์ที่เน้นไปยังกลุ่มลูกค้าหญิง ฉันเชื่อมั่นเหลือเกินในการผลักดันความเท่าเทียมและการผนวกรวมความหลากหลายไว้ด้วยกันสำหรับผู้หญิงทุกคน เราต้องมีส่วนในการจัดหาพื้นที่และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เป็นคนที่พวกเธอต้องการจะเป็น และบรรลุในสิ่งที่พวกเธอใฝ่ฝันว่าจะทำให้สำเร็จ
เราจะรู้สึกว่าเรามีพลังอำนาจได้อย่างไรในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
ลี ซู-คยอง: การให้อำนาจกับตัวเองนั้นต้องอาศัยความกล้าหาญ มันเกี่ยวกับการฟังเสียงในใจตัวเองเพื่อจะได้รู้ว่าเราต้องการและจำเป็นต้องมีอะไรจริงๆ ตลอดจนซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเราเป็นคนแบบไหนจริงๆ ฉันให้อำนาจตัวเองโดยการแน่วแน่ชัดเจนว่าฉันเป็นใครและไม่ปล่อยให้ขนบของสังคมหรือการเหมารวมนั้นเข้ามาขวางในสิ่งที่ฉันเป็น
เคล็ดลับการดูแลผิวที่สำคัญที่สุดของคุณคืออะไร
ลี ซู-คยอง: เมื่อเป็นเรื่องการดูแลผิว อย่าสนใจเทรนด์และให้ความสำคัญกับของคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคงเยี่ยมยอดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้อยู่ในแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยงานฝีมือที่เยี่ยมยอดที่สุดเท่านั้น และไม่เคยประนีประนอมเมื่อเป็นเรื่องประสิทธิภาพไม่ว่าจะกับอะไรก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น ฉันใช้ Pitera Essence มานาน 23 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ มันยังคงเป็นผลิตภัณฑ์โปรดของฉันแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายในตลาดก็ตาม
คุณมีคำแนะนำอะไรจะมอบให้กับคนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกค้าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบ้างไหม
ลี ซู-คยอง: สำหรับผู้อ่านรุ่นเยาว์ คำแนะนำของฉันคือให้เริ่มดูแลผิวอย่างตั้งใจตั้งแต่คุณอายุในวัยยี่สิบกว่าๆ หรือก่อนหน้านั้นได้ก็ยิ่งดี โดยลงทุนกับสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะได้รักษาผิวพรรณให้ดีไปได้อีกนาน
มีคำแนะนำอะไรที่คุณอยากบอกคนที่หวังว่าจะเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมนี้บ้าง
ลี ซู-คยอง: ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นตัวของคุณเอง เพราะว่ามีแต่คุณเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้ว่าคุณจะเป็นใคร โอบรับคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครในตัวเอง ถามตัวเองว่า “ฉันจะเป็นที่ยอมรับหรือเป็นที่รู้จักในแบบที่ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ฉันเป็นได้อย่างไร” สิ่งสำคัญก็คืออย่ายอมแพ้หรือยินยอมต่อการเหมารวมหรือแรงกดดันที่จะเป็นใครบางคนที่คุณไม่ได้เป็นจริงๆ
ความคิดที่จะลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองนั้นอาจดูน่าเกรงขาม คุณจะต้องการความกล้าหาญ แต่เราทุกคนล้วนมีสิ่งนั้นอยู่ในตัวเอง คุณอาจประหลาดใจกับประตูแห่งโอกาสที่เปิดออกเมื่อคุณเลือกเส้นทางของคุณเองก็ได้
This story was originally written in English by Amanda Goh.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 โดย Amanda Goh โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
5 แบรนด์ความงามทรงอิทธิพลที่มีผู้หญิงชาวเอเชียเป็นเจ้าของ
Tutti Twilly D'Hermès: Christine Nagel คริสทีน นาเจล บอกเล่าถึงความสำคัญของน้ำหอมเวอร์ชั่นล่าสุด
Lisa Eldridge จากการแต่งหน้าให้ Rihanna ไปจนถึงการเปิดตัวสกินแคร์ของตัวเอง




