Lisa Eldridge is an expert make-up artist based in London (Photo: courtesy of Lisa Eldridge)
Cover Lisa Eldridge เป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพในลอนดอน (ภาพ: ได้รับความอนุเคราะห์จาก Lisa Eldridge)
Lisa Eldridge is an expert make-up artist based in London (Photo: courtesy of Lisa Eldridge)

10 นาทีกับลิซา เอลดริดจ์ ผู้เปี่ยมประสบการณ์ในวงการความงามคนนี้บอกเราถึงวิธีแต่งหน้าแบบลุคซัมเมอร์ให้ดูปังและทำไมสกินแคร์ดีๆ ถึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

Lisa Eldridge ช่างแต่งหน้าจากลอนดอนคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าในวงการความงามเลยสักนิด ตลอดชีวิตการทำงานของเธอในฐานะช่างแต่งหน้ามืออาชีพซึ่งกินเวลามาแล้ว 2 ทศวรรษ เธอได้ร่วมงานกับคนดังระดับเอ-ลิสต์อย่าง Kate Winslet, Dua Lipa และ Nicole Kidman เธอยังสร้างสรรค์ลุคการแต่งหน้าให้กับแคมเปญโฆษณาและหน้าปกนิตยสารจำนวนมาก ไหนจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เครื่องสำอาง และเป็นหนึ่งในเมคอัพอาร์ทิสต์มืออาชีพคนแรกๆ ที่ใช้พลังของโซเชียลมีเดียในการสร้างตัวตนทางออนไลน์อย่างแข็งแกร่ง ทั้งบนยูทูปและอินสตาแกรมผ่านการสอนแต่งหน้า

ยังไม่หมดแค่นั้น Tatler ได้พุดคุยกับเอลดริดจ์ผ่านการสัมภาษณ์ทางวิดีโอเกี่ยวกับการเปิดตัวสกินแคร์และเทรนด์ความงามในอนาคต

ในฐานะเมคอัพอาร์ทิสต์มืออาชีพ อะไรทำให้คุณหันมาสนใจเรื่องสกินแคร์?
ความที่ฉันอยากเป็นช่างแต่งหน้าตั้งแต่ตอนอายุได้ 13 ปี ฉันจึงลงเรียนคอร์สด้านความงามหลังจบมัธยม ซึ่งในหลักสูตรบอกว่ามีสอนเรื่องการแต่งหน้าด้วย แต่กลายเป็นว่ามันพูดถึงเรื่องของผิวพรรณในเชิงลึกและสอนการแต่งหน้าแค่ 2 วันเท่านั้น [หัวเราะ] จากนั้นเป็นต้นมา ฉันก็เริ่มสนใจสกินแคร์

ฉันเป็นสิวและในฐานะช่างแต่งหน้าฉันต้องเรียนรู้ที่จะดูแลผิวและปกปิด [สิวในแบบที่ทำให้ดูเหมือน] ว่าฉันไม่ได้แต่งหน้า จำได้ว่าฉันเคยทำงานกับนักร้องดังคนหนึ่งที่มีสิว ตอนที่ฉันแต่งหน้าให้เธอ เธอพูดว่า “คุณเป็นคนที่แต่งผิวของฉันได้ดีที่สุดเลยเพราะดูเหมือนว่าฉันไม่ได้แต่งหน้าเลย”

ถ้าลูกค้านั่งลงพร้อมกับผิวที่อักเสบเราต้องหาทางแก้ปัญหานั้นเพื่อที่เราจะได้ใช้เครื่องสำอางที่แตกต่างออกไปหรือใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นลงหรืออะไรก็ตามทีฉันแก้ปัญหาหรือจัดการเรื่องฉุกเฉินด้วยการแต่งหน้าได้เสมอแต่ถ้าฉันสามารถใช้สกินแคร์ช่วยได้ด้วยมันก็จะช่วย [กระบวนการ] ทั้งหมดได้

อะไรจุดประกายให้คุณพัฒนาสกินแคร์ต่างๆ ของตัวเองขึ้นมาทั้งๆ ที่มีสกินแคร์มากมายในท้องตลาดอยู่แล้ว?ตอนที่ฉันทำงานกับ Shiseido, L’Oreal Luxe และ Lancome [เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าเครื่องสำอางของพวกเขา] ฉันสนใจศาสตร์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและสูตรต่างๆ เป็นอย่างมาก ฉันถามเสมอว่า “ทำไมถึงทำอย่างนั้นไม่ได้ล่ะ” “ทำไมถึงใช้ตัวนั้น”​ หรือ “เราเปลี่ยนเจ้าสิ่งนั้นได้ไหมคะ”

มันไปถึงจุดหนึ่งที่ฉันเอาแต่คิดว่า “ถ้านี่เป็นแบรนด์ของฉัน ฉันจะทำแบบนี้” ฉันเลยบอกกับตัวเองว่า “อย่ากลัวไปเลย ลงมือทำมันเองเถอะเพราะคุณเอาแต่บอกคนอื่นว่าต้องทำอะไรและทำมันอย่างไร” ฉันรู้สึก [มีแรงฮึด] ด้วยเพราะความจริงที่ว่าในตอนนี้สินค้าจำนวนมากของฉันเป็นสินค้าที่ขายดีติดอันดับทั่วโลก“

อะไรคือข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบที่คุณต้องเผชิญตลอดเวลาหลายปีมานี้?
[หนึ่งในข้อเสียเปรียบก็คือ] ฉันเป็นคนที่จู้จี้และค่อนข้างรักความสมบูรณ์แบบมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันประสบความยากลำบากเวลาทำงานกับบริษัทที่ใหญ่ขึ้น

ฉันคิดว่าฉันบ้าเล็กน้อยแต่ฉันตัดสินใจที่จะจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญากับสูตรผลิตภัณฑ์จำนวนมากของฉันซึ่งไม่มีใครทำแบบนั้นกันมันใช้เวลานานและไม่มีการรับประกันว่ามันจะได้ผลสิ่งที่ [ปกติ] คุณจะทำกันก็คือการไปที่ห้องทดลองของบุคคลที่สาม ซึ่งพวกเขาจะโชว์สูตรของพวกเขาให้คุณดูที่คุณอาจจะเอามาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย จากนั้นก็แปะชื่อคุณลงไป แล้วก็สามารถวางขายสินค้าได้ภายใน 12 เดือนเพราะมันเป็นสูตรที่ถูกทดสอบแล้ว แต่ฉันอยู่ในโลกแบบนั้นมานานแล้ว ฉันจึงอยากทำสิ่งต่างๆ ให้แตกต่างออกไป

[ส่วนเรื่องข้อได้เปรียบก็คือ] ฉันสามารถพัฒนาอะไรสักอย่างขึ้นมาที่ฉันรู้ว่ามีเอกลักษณ์ได้ และฉันรู้ว่ามันถูกทำขึ้นมาอย่างสัตย์ซื่อ

อะไรคือเคล็ดลับสุดยอดของคุณเกี่ยวกับสกินแคร์และเมคอัพสำหรับคนที่อยู่ในเขตสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างฮ่องกง?
ในสภาพอากาศที่อุ่นขึ้นคุณจะอยากเริ่มจากผิวที่สะอาดจริงๆเป็นขั้นตอนแรกนั่นหมายถึงการทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสมแต่ไม่ใช่มากจนถึงจุดที่ทำให้ผิวแห้งตึงเพราะสิ่งที่คุณจะทำถัดไปคือการชดเชยให้ผิวมากเกินไปโดยการประโคมเซรั่มและครีมในขั้นตอนถัดมาซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะไม่ต้องการเลยถ้าคุณไม่ได้ล้างหน้าจนเกลี้ยงมากเกินไปคุณต้องการให้ [ผิว] รู้สึกสะอาดแต่ก็อิ่มฟูเหมือนยังมีความชุ่มชื้นอยู่ จากนั้นทามอยส์เจอไรเซอร์ปริมาณเล็กน้อยและรอ 1 นาที

ถ้าคุณต้องการแต่งหน้าเต็มที่ [ในอากาศอุ่น] ทำได้โดยการค่อยๆ เล่นเลเยอร์เป็นชั้นๆ เริ่มจากทารองพื้นบางๆ แล้วเกลี่ยมันทั่ว จากนั้นค่อยๆ [ปกปิด] เฉพาะจุดที่ต้องการ แม้คุณจะใช้คอนซีลเลอร์ที่ปกปิดผิวได้เนียนกริบ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันทั้งหน้า ประเด็นอยู่ที่การเลือกว่าคุณจะแต้มมันตรงไหนและเกลี่ยให้เนียน

ใบหน้าของทุกคนนั้นต่างกันไปบางใบหน้าสามารถใช้เครื่องสำอางได้เยอะและออกมาดูดีแต่บางคนอาจเห็นชัดว่าแต่งหน้ามาแม้จะใช้เครื่องสำอางเพียงน้อยนิดและนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจในการแต่งหน้าตลอดหลายปีมานี้ฉันชอบความท้าทายที่แต่ละใบหน้ามอบให้

ลุคการแต่งหน้าสำหรับฤดูร้อนนี้ที่คุณชื่นชอบเป็นอย่างไร?
ช่วงฤดูร้อนฉันจะเน้นลุคที่สดใสและมีสีสันแล้วฉันก็ชอบขนตาเด้งๆ ตลอดปีด้วยฉันดัดขนตาเสมอและปัดมาสคาร่าแบบกันน้ำส่วนริมฝีปากฉันชอบทาลิปสติกสีสดเพราะมันช่วยทำให้ใบหน้าสว่างขึ้นฉันชอบให้สีบลัชกับสีลิปสติกเข้ากันด้วยมันเรียบง่ายแต่ก็ดูเหมาะกับหน้าร้อนและดูสดชื่น

ตลอดการทำงานของคุณที่ผ่านมา เมคอัพลุคไหนที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในฐานะช่างแต่งหน้าและทำไมถึงเป็นลุคนี้?
มันเป็นเรื่องยากที่จะแยกคนและงานออกจากกันซึ่งอาจเป็นสิ่งที่สนุกสนานได้พอๆ กับการแต่งหน้าปกนิตยสาร Vogue US ฉบับเดือนมิถุนายน 2018 ซึ่งมี Rihanna ขึ้นปกนั้นถ่ายทำกันที่อิบิซา แล้วก็มี Taylor Swift บนปกนิตยสาร Harper’s Bazaar US ฉบับเดือนสิงหาคม 2018 ที่ฉันแต่งลุคยุค 60 ให้เธอ แล้วก็มีดูอา ลิปา บนปกอัลบั้ม Future Nostalgia ปี 2020 ที่ฉันใช้ขนตาปลอมที่ฉันซื้อในญี่ปุ่นเมื่อปี 1998 มีหลายลุคเหลือเกิน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลือกแค่ลุคเดียว

การแต่งหน้าลุคไหนที่คุณคิดว่าจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง?
ฉันคิดว่าทุกอย่างจะวนกลับมาค่ะ ณ ตอนนี้ทุกคนกำลังอินกับริมฝีปากใหญ่เต็มอิ่มกันดังนั้นฉันจึงมั่นใจว่าปากเล็กๆ เหมือนดอกกุหลาบตูมแบบยุค 20 น่าจะกลับมา

Topics