พราว พราวพุธ ลิปตพัลลภ หนึ่งใน Asia’s Most Influential (AMI) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจ็กต์มากมาย ซึ่งทำให้หัวหินและภูเก็ตกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ Tatler พูดคุยกับเธอถึงหลากหลายบทบาท ทั้งในฐานะผู้บริหารธุรกิจครอบครัวและธุรกิจส่วนตัว รวมไปถึงบทบาทคุณแม่มือใหม่ที่ยังคงเอ็นจอยกับการเป็น ‘เวิร์กกิ้งวูแมน’ อยู่ตลอดเวลา
ท่ามกลางคิวที่แน่นขนัด ลูกสาวคนเล็กของอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยินดีเปิดบ้านบนถนนราชวิถี ของครอบครัวลิปตพัลลภ ต้อนรับ Tatler พร้อมอวดโฉมลูกชายสุดน่ารักวัยสามเดือน น้อง ‘อิทธิพุธ’ เคียงคู่สามี ‘อิทธิชัย พูลวรลักษณ์’ ที่มักเอ่ยปากชมภรรยาว่า เป็นผู้หญิงเก่งและทำได้ทุกอย่าง เพราะในขณะที่คุณแม่ลูกอ่อนโดยทั่วไปปรารถนาจะได้วันหยุดยาวไว้ฟื้นฟูร่างกายและดูแลลูกน้อย แต่ผู้บริหารหญิงไฟแรงแห่งพราว กรุ๊ป และพราว เรียล เอสเตท กลับนั่งนับวันที่จะได้กลับไปทำงาน
“แน่นอนว่าเรามีลูก เราก็อยากเลี้ยงลูกแหละ ตอนแรกเลยวางแผนลาคลอดไว้สักสามเดือน แต่พอผ่านไปสักสองสัปดาห์เริ่มรู้สึกว่าเหงา (หัวเราะ) เลยบอกที่ออฟฟิศว่าจะกลับไปทํางานแล้ว แต่ขอเป็น work from home ก่อน คือด้วยมายด์เซ็ตเราเป็นคนชอบทำงานมาก เราก็ไม่ได้อยากหยุดงานไปนานๆ ถึงแม้การเลี้ยงลูกจะเหนื่อย แต่บริษัทเองก็ต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พราวเป็นคนที่ถ้าตั้งใจจะทําอะไรแล้ว ก็อยากทําให้ดีที่สุดในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว”
อ่านเพิ่มเติม: บททดสอบของ 'วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์' กับบทบาทใหม่ในฐานะหัวเรือใหญ่ WSOL

Above พราวพุธ ลิปตพัลลภ เคียงคู่สามี อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ และน้องอิทธิพุธ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ก้าวแรกในแวดวงอสังหาฯ และ ‘สวนน้ำ’ สุดภูมิใจ
พราวเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุเพียง 23 ปี แม้จะเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง Oxford University และ London Business School รวมถึงเข้าทำงานที่แรก ณ บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังอย่าง McKinsey & Company แต่การต้องรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวที่คร่ำหวอดในแวดวงก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ก็นับเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายสำหรับเธอ
“ต้องเล่าให้ฟังว่า เราไม่ได้จบวิศวะ ไม่เคยทําอสังหาริมทรัพย์ จู่ๆ ต้องไปนั่งประชุมเรื่องการก่อสร้าง แล้วนั่งอยู่หัวโต๊ะ ที่เหลือเป็นวิศวกรและนายช่างประมาณ 20-30 คน เป็นผู้ชายหมดเลย เราเป็นผู้หญิงคนเดียว ซึ่งไม่มีแบ็กกราวนด์เรื่องโครงสร้างหรือการก่อสร้างเลย แต่ทุกคนก็รู้แหละว่า เราไปอยู่ในฐานะของ ‘ตัวแทนครอบครัว’ (family representative) เราก็ต้องพิสูจน์ว่า เรามาด้วยความตั้งใจ และเราสามารถทําได้ตามที่พูดจริงๆ”
อ่านเพิ่มเติม: นิว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต คลื่นลูกที่สามของ 'อาณาจักรแห่งเสียงหัวเราะ'

Above ครอบครัวพราวพุธ ลิปตพัลลภ
หนึ่งในโปรเจ็กต์ที่เธอเผยว่า ภูมิใจทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป คือสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสวนน้ำแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง และสวนน้ำแห่งนี้ยังได้รับการจัดอันดับจาก Tripadvisor ให้เป็นสวนน้ำที่ดีที่สุดของไทย และติดอันดับ 15 สวนน้ำที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย
“แต่ก่อนคนอาจจะนึกถึงสวนน้ำลอยฟ้า สวนน้ำเป่าลม เราไม่เคยคิดว่าจะมีสวนน้ำที่เก็บค่าเข้าเกินพันบาท ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราที่จะสร้าง world class destination ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่แน่นอนว่าก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น การหาสินเชื่อโครงการ (project finance) ซึ่งธนาคารเองอาจไม่ค่อยมั่นใจ ด้วยอายุเราตอนนั้นแค่ 23 ปี และไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน รวมถึงในอุตสาหกรรมนี้ยังไม่เคยมีโปรเจ็กต์ลักษณะนี้ แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ ยังจำได้ว่าวันแรกที่เปิดสวนน้ำฯ ประตูเปิด 10 โมง แต่มีคนมาเข้าคิวรอตั้งแต่ตีห้า บางคนเดินทางมาจากเชียงใหม่ ตั้งใจมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ ก็ถือเป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ที่ภูมิใจมากที่สุด” พราวเล่าด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เป็นประกาย

Above สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล หัวหิน
หัวหิน… ทุกหัวหาด
เป็นที่รู้กันดีว่า อาณาจักรธุรกิจของ พราว กรุ๊ป นั้น แผ่ขยายครอบคลุมทั่วพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยนอกเหนือจากแลนด์มาร์กสุดหรูอย่าง โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ยังมีโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ต่อยอดจากสวนน้ำวานา นาวา หัวหิน ที่อยู่ติดกัน ตลอดจนสปอร์ตคลับระดับพรีเมียมของเอเชียอย่าง อารีน่า หัวหิน ที่มีทั้งศูนย์ฝึกซ้อม สนามกีฬา สถานที่สำหรับจัดกิจกรรม รวมถึงโปรเจ็กต์โรงแรมเชนใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มสัมมนาหรือนักกีฬาที่มาเก็บตัวที่หัวหินโดยเฉพาะ
“ที่ผ่านมา คนไทยน่าจะรู้จักและผูกพันกับหัวหิน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่ได้เป็นที่รู้จักมากขนาดนั้น เราพยายามเข้าไปสร้าง man-made attractions เพื่อเป็นสีสันให้กับเมือง จึงเป็นเหตุผลว่าทําไมเราถึงลงทุนที่หัวหินเยอะ ความตั้งใจของเรา คืออยากให้มัน win-win ไปด้วยกัน ทั้งตัวเรา ลูกค้า และคอมมูนิตี้ในหัวหิน กลายเป็นจุดแข็งที่เราสามารถให้บริการในทุก touch point เวลาที่ลูกค้าไปถึงหัวหินได้”
ผู้บริหารสาวเล่าต่อว่า ล่าสุดพราว กรุ๊ป ยังได้จับมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยการทำทางเชื่อมจากโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ฯ ไปสู่สถานีรถไฟหนองแก เพื่ออำนวยความสะดวกและเปิดประสบการณ์การเดินทางมายังหัวหินในรูปแบบใหม่
“สําหรับคนที่อาจเบื่อการท่องเที่ยวหรือการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เราอยากเป็นทางเลือกใหม่ในการสร้างไลฟ์สไตล์หรือกิจกรรม ที่ช่วยให้เขาสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เขาอยากจะใช้ได้”
แลนด์มาร์กที่ภูเก็ต กับความท้าทายในการเป็น ‘ที่สุด’
นอกจากฐานที่มั่นหลักอย่างหัวหินแล้ว พราว กรุ๊ป ยังเลือกไปปักธง ณ ดินแดนไข่มุกอันดามันอย่างภูเก็ต โดยเริ่มจากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ที่พักสุดหรูบนหาดกมลา ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบไทยสีขาวเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงห้องอาหารหอม (hom) ของทางโรงแรม ยังได้รับรางวัล Tatler Best of Asia 2024 อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีอภิมหาโปรเจ็กต์อย่างสวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของความสนุกด้วยมาตรฐานระดับโลก บนพื้นที่เกือบ 1 แสนตารางเมตร เลยทีเดียว
“ลูกค้าที่มาหัวหินเป็นคนไทยประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับกันเลย ลูกค้าที่ภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งหมด ซึ่งรสนิยมและไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวก็แตกต่างกัน ถ้าคุยกับคนไทยอาจเป็นเรื่องของลอยัลตี้ คือทำยังไงให้เขากลับมาเที่ยวซ้ำ แต่ถ้าเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ มันคือ once in a lifetime experience ที่เขาตัดสินใจมาเที่ยวภูเก็ต ด้วยความที่ใช้เงินเยอะ เขาอาจวางแผนนานกว่า รีเสิร์ชเยอะกว่า ในขณะที่โรงแรมในภูเก็ตมีเป็นร้อยเป็นพัน จะทํายังไงให้เขาเลือกเรา”
พราวเล่าว่า หนึ่งในกุญแจของความสำเร็จคือการสร้างความแตกต่าง โดยพิจารณาว่าอะไรเป็นพื้นฐานที่ทุกคนในอุตสาหกรรมต้องมี แล้วทำให้ดีกว่า จากนั้นก็สร้างจุดเด่นที่เป็น unique selling point ที่ชัดเจนขึ้นมา
“เราต้องการให้ทุกโปรเจ็กต์ของเรากลายเป็นแลนด์มาร์กของเมือง สมมติว่าเราจะทําโรงแรม ก็ต้องเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด หรือว่าถ้าเป็น family hotel ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าต้องแพงที่สุด แต่ต้อง entertaining ที่สุด คำว่า ‘ที่สุด’ มันเลยกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการทำงานในทุกๆ วัน การที่เราได้ทําโปรเจ็กต์อะไรใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย เหมือนเป็นแพสชั่นและความท้าทายของตัวเอง ที่เราอยากทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเราก็รู้ว่าโปรเจ็กต์หนึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง commit และทุ่มเทกับมันให้เต็มที่”

Above สวนน้ำ อันดามันดา ภูเก็ต
พราว เรียลเอสเตท หมวกอีกใบของความภูมิใจ
ไม่เพียงแต่บทบาทในฐานะผู้บริหารธุรกิจครอบครัวในเครือ พราว กรุ๊ป เธอยังเป็นหัวเรือใหญ่ของธุรกิจส่วนตัว ภายใต้ชื่อ พราว เรียล เอสเตท ไม่ว่าจะเป็นโครงการคอนโดสุดหรูในหัวหินอย่าง อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน รวมถึงคอนโดที่สูงที่สุดในหัวหินอย่าง เวหา หัวหิน ตลอดจนโครงการที่กรุงเทพฯ ทั้งเวลเนสระดับลักซ์ชูรีบนถนนคอนแวนต์-สาทร ภายใต้ชื่อ ‘รมย์ คอนแวนต์’ (Romm Convent) และบ้านเดี่ยวใจกลางอารีย์ ‘วี อารีย์’ (Vi Ari) ที่มีเพียงหกยูนิตเท่านั้น
เธอยอมรับว่า หมวกทั้งสองใบต้องใช้วิธีการบริหารงานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างจากรูปแบบของการพัฒนาโครงการ โดยที่โปรเจ็กต์ของพราว เรียลเอสเตท จะเป็นการซื้อมาขายไป นั่นคือการซื้อที่ดินมาพัฒนาเป็นโครงการและขายให้กับทางลูกค้า เพราะฉะนั้นงานส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงของการพัฒนาแบบและการขายก่อนสร้างเสร็จ พอสร้างเสร็จแล้ว ทุกอย่างก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์

Above อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน

Above เวหา หัวหิน
ในขณะที่พราว กรุ๊ป ซึ่งมีฮอสพิทาลิตี้ เช่น โรงแรม หรือสวนน้ำนั้น เป็นสินทรัพย์ที่ต้องบริหารในระยะยาว ความท้าทายของโปรเจ็กต์เหล่านี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากการก่อสร้างโครงการเสร็จ ไม่จะเป็นการหา daily revenue การดูแลลูกค้าในทุกๆ วัน ซึ่งจะค่อนข้างโฟกัสไปในฝั่งของโอเปอร์เรชั่นมากกว่า
“ด้วยความที่เราเริ่มจากฝั่งฮอสพิทาลิตี้ เราจึงพยายามดึงมายด์เซ็ตเข้ามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาโปรเจ็กต์ที่พักอาศัย เช่น ปกติธุรกิจคอนโดจะเป็นโมเดลซื้อมาขายไป แล้วก็จบ แต่เราพยายามมองว่า จริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้ซื้อไม่ได้จบ ณ วันโอน เราอยากจะดูแลเขาไปเรื่อยๆ ทํายังไงให้เขามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เราจึงพยายามเสริมบริการที่เป็นไฮบริดระหว่างโรงแรมกับคอนโด รวมไปถึงพวกไลฟ์สไตล์พริวิเลจต่างๆ เช่น ถ้าเขาไปซื้อคอนโดที่หัวหิน เราก็มีพริวิเลจจากฝั่งพราว กรุ๊ป ที่ครอบคลุมทั้งสวนน้ำ อาหาร และกิจกรรมกีฬาด้วยเช่นกัน”
ธุรกิจ..ควบคู่ความยั่งยืน
นอกเหนือจากการมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีเลิศแล้ว พราวยังให้ความสำคัญกับมิติของความยั่งยืน ทั้งการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำมาทดแทนได้ราว 20% ของปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมด รวมถึงกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บขยะบนชายหาดกมลา การอนุรักษ์เต่าทะเล ตลอดจนนโยบายการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ refill ที่สวนน้ำ แทนการใช้ single-use plastic
“ด้วยความที่เราเป็นคนชอบอะไรที่เป็น ‘ที่สุด’ พราวจะชอบคิดตลอดว่าทําไมเราต้องเลือก จะเป็นไปได้ไหมถ้าเราสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการให้กับนักท่องเที่ยว ในเมื่อทุกคนอยากได้การพักผ่อนที่สบาย อยากรับประทานอาหารที่อร่อย อยากได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำ ในขณะเดียวกันก็อยากช่วยเหลือชุมชน และไม่ต้องการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจึงอยากมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ที่เป็น guilt-free โดยแท้จริง”


บุคคลต้นแบบความสำเร็จ
เบื้องหลังการทำงานหนักและความอดทนของผู้บริหารสาวคนเก่ง มีภาพของคุณย่า จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ วัย 93 ปี ผู้บุกเบิกธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญ
“คุณย่าเป็นผู้หญิงที่เก่ง แล้วก็อดทนมาก ถึงแม้จะจบแค่ ป.4 แต่คุณย่าสามารถเลี้ยงลูก 5 คน และช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวจนเติบใหญ่ได้ สิ่งหนึ่งที่คุณย่าสอนพราวตั้งแต่เริ่มทำงานคือ ถึงเราจะเป็นเจ้าของธุรกิจและต้องดูแลภาพใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่ทุกอย่างล้วนตั้งอยู่บน foundation เล็กๆ หลายๆ อันรวมกัน เราอาจไม่ต้องถึงขนาดว่า ลงไปทําเองทั้งหมด แต่ว่าอย่างน้อยเราต้องรู้รายละเอียดในทุกๆ เรื่อง เราจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง”
ประสบการณ์การทำงาน 14 ปี ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เธอได้เรียนรู้อีกหนึ่งตำราธุรกิจที่สำคัญ นั่นคือการบริหารคนในองค์กร
“การที่เราต้องสวมหมวกหลายใบ ทำให้เราต้องพึ่งพาทีมมากขึ้น โจทย์คือทำอย่างไรที่จะสามารถ recruit the right people และทำให้เขาแชร์ vision หรือ passion กับเรา เพื่อที่จะสามารถพาทั้งทีมไปในทิศทางเดียวกัน สมมติวันนี้เราไม่อยู่ คนในทีมจะต้องสามารถตัดสินใจแทนเราได้ ดังนั้น พราวว่าการรับฟังความคิดเห็นของทีมจะทำให้เกิด solution ใหม่ๆ และช่วยปิดความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน จากเดิมที่เราเคย manage project วันนี้อาจเป็นเรื่องของการ manage people เยอะขึ้น ซึ่งพราวยังเชื่อว่า โอกาสในโลกธุรกิจมีอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าเราต้องการคนที่มี vision แล้วก็ passion เข้ามาช่วยทำให้สิ่งที่เราฝันนั้น..เกิดขึ้นได้จริงๆ”

Above พราวพุธ ลิปตพัลลภ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Above อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (ภาพ: Facebook / @InterContinental Phuket Resort)



























