Tatler Asia

20 บาร์ค็อกเทลยอดเยี่ยมประจำปี  2024 20 บาร์ค็อกเทลยอดเยี่ยมประจำปี  2024

May 10, 2024
View List next

008 Bar 1. 008 Bar

วัฒนา
Tatler Asia

แม้ว่าร้านจะไม่ได้ออกตัวว่าเป็นบาร์ลับ แต่หลายเสียงก็เป็นไปในทางเดียวกันว่า 008 นั้นหายากอยู่ไม่น้อย ใจกลางทองหล่อบนตึก Eight เราจะได้พบกับบาร์สุดคลาสสิก ที่คุณพอจะนึกออก ประตูและกรุผนังด้วยไม้ โซฟาเบาะหนัง และบาร์เทนเดอร์ที่ยืนประจำบาร์ที่ผนังด้านหลังมีขวดวางเรียงรายจรดเพดาน

ในส่วนของเครื่องดื่มนั้น แม้จะเป็นความคลาสสิก แต่เป็น classic with a twist ที่ยังคงกลิ่นอายและความโดดเด่นของสูตรต้นฉบับเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยคอนเซ็ปต์ speakeasy bar ทางร้านยังมีเมนูค็อกเทลในช่วง Prohibition Era ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันด้วย

4th Wall 2. 4th Wall

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บาร์น้องใหม่ในเครือ Vesper ย่านหลังสวน มาพร้อมกับบริการมืออาชีพแบบเป็นกันเองและค็อกเทลสไตล์คลาสสิกมากกว่า 500 รายการ แต่ละวันจะนำเสนอเมนูที่แตกต่างกันไป พร้อมด้วยเมนูซิกเนเจอร์ฝีมือการสร้างสรรค์ของทีมบาร์มากประสบการณ์ ในบรรยากาศเชื้อเชิญและผ่อนคลายที่เอื้อให้มีการทลายกำแพงและเกิดการสนทนาและสังสรรค์ที่อบอุ่น การตกแต่งบาร์ยังมีความแปลกใหม่และโดดเด่นในสไตล์ เรโทรฟิวเจอร์ (retrofuturism) ผ่านเลนส์แบบเดียวกับภาพยนตร์ยุโรปยุค 1960s ที่ทั้งฉูดฉาด สดใส และขี้เล่น

Asia Today 3. Asia Today

ป้อมปราบศัตรูพ่าย
Tatler Asia

ทันทีที่คุณเดินเข้าไปในร้าน Asia Today ป้ายนีออนสีชมพูสะท้อนแสงพร้อมกระแทกตา “This bar is better than Teens of Thailand” และถ้าคุณเงยหน้าจะพบกับฉลามตัวใหญ่แขวนอยู่กลางห้องเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจะต้องเห็นมาตลอด 6 ปี นับเป็นอีกหนึ่งผลงานการครีเอทบาร์ของ ณิกษ์ อนุมานราชธน

ภายใต้ความสนุกสนานที่ฉาบเคลือบไว้ ยังมีความจริงจังอยู่ในเมนู ทั้งส่วนประกอบของเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำผึ้งป่าที่ทางร้านตั้งใจคัดสรรน้ำผึ้งที่มาจากหลากหลายโลเคชั่น ประเภทของดอกไม้ ในขณะเดียวกันก็มั่นใจเลยได้ว่าเครื่องดื่มจะไม่กลบเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งด้วยโครงสร้างเมนูที่พร้อมชูโรงวัตถุดิบให้โดดเด่น

Bar Us 4. Bar Us

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บาร์ที่มีคอนเซ็ปต์การตกแต่งหลักแนวเรียบเท่แบบสไตล์ห้องอาหารออกตัวว่า “ไม่ใช่ห้องรับประทานอาหาร แต่เป็นห้องดื่ม” กับการสร้างสรรค์ค็อกเทลแบบ liquid cuisine ที่เปิดประสบการณ์ทั้งรสชาติ กลิ่น และสัมผัส ด้วยวัตถุดิบและส่วนผสมที่ใช้ในการทำอาหาร เช่น พืชผักสมุนไพร น้ำปลา ข้าวคั่ว หรือแม้กระทั่งดอกไม้ โดยแบ่งเมนูออกเป็นสามส่วนคือ starter, main และ after รวมไปถึง all night ซึ่งเป็นเมนูคลาสสิกค็อกเทล ตามรูปแบบการรับประทานอาหารเป็นคอร์ส นักดื่มสามารถเลือกชิมค็อกเทลแบบไล่เรียงรสชาติตามลำดับนี้ หรือจะสั่งโดยไม่ต้องสนใจลำดับใดๆ เลยก็ได้

BKK Social Club 5. BKK Social Club

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

อีกหนึ่งบาร์ที่กวาดรางวัลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2022 กับอันดับที่ 10 จาก Asia’s 50 Best Bars และในปีเดียวกันกับ “Michter’s Art of Hospitality Award” ส่วนปี 2023 ตอกย้ำความสำเร็จด้วยอันดับที่ 3 จาก Asia’s 50 Best Bars รั้งตำแหน่งบาร์ที่ดีที่สุดของไทยได้ถึง 2 ปีซ้อน ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ

BKK Social Club เกิดจากแรงบันดาลใจของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา นำเสนอเรื่องราวของผู้คน สถานที่ และงานรื่นเริงสังสรรค์ ผ่านเครื่องดื่มที่ถูกรังสรรค์ภายใต้การดูแลของ Philip Bischoff ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทว่ายังคงความหรูหราในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีค็อกเทลแบบขวด ปิดท้ายค่ำคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Crimson Room 6. Crimson Room

ปทุมวัน
Tatler Asia

บาร์สีแดงสดสไตล์อาร์ทเดโคพานักดื่มและนักท่องราตรีย้อนยุคไปในช่วงทศวรรษ 1920 ที่ดนตรีแจ๊สและสวิงกำลังเฟื่องฟู รวมไปถึงการเริ่มมีการคิดค้นสูตรค็อกเทลแรกๆ ขึ้นมา

ภายในบาร์มีพื้นไล่ระดับพร้อมบูธที่นั่งบุนวมสีแดงสดตัดกับการตกแต่งด้วยสีทองและไม้สีเข้ม เพิ่มความรู้สึกหรูหราด้วยโคมไฟแชนเดอร์เลีย และเวทีแสดงดนตรีขนาดใหญ่กลางห้องพร้อมวงดนตรีแจ๊สและสวิงบรรเลงสดในการแสดงแบบเต็มรูปแบบหลายคืนต่อสัปดาห์ บาร์แห่งนี้เสิร์ฟทั้งค็อกเทลคลาสสิกและซิกเนเจอร์ค็อกเทล รวมไปถึงไวน์และแชมเปญด้วย

Eat Me 7. Eat Me

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

ด้วยความที่เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ กับความโดดเด่นของเมนูอาหาร และส่วนของบาร์ที่มีความแข็งแรงทั้งคอนเซ็ปต์ และรสชาติ เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลย และยิ่งในส่วนของบาร์ที่ได้แบ่งประเภทของเมนูเครื่องดื่มเอาไว้ 3 ส่วน Sip Some Thai, EAT ME Creation และ Classic ที่มีการนำเมนูอาหารไทยมาดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องดื่ม ทั้งลาบหมู แกงเขียวหวาน แกงไตปลา ส้มตำปูปลาร้า แกงอ่อม ข้าวมันไก่ เย็นตาโฟคอนแวนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้คือเครื่องดื่ม ไม่ใช่เมนูอาหารแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ต้องตกใจเพราะทางร้านไม่ได้นำอาหารมาปั่นแล้วทำเป็นเครื่องดื่ม เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจและดัดแปลงออกมาเพียงเท่านั้นเอง

อีกหนึ่งบาร์ speakeasy ย่านทองหล่อที่มาก่อนกาล เรียกได้ว่าก่อนจะมีคำว่า "บาร์ลับ" Find The Locker Room ทำตัวลึกลับมาก่อนแล้ว กับทางเข้าที่ต้องค้นหาประตูล็อกเกอร์ที่ใช่ให้เจอเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าไปในร้านได้

เมื่อเข้ามาภายในร้าน จะได้พบคอนเซ็ปต์ที่ผู้ก่อตั้งร่วมสร้างสรรค์ "อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต" ที่ทำให้เครื่องดื่ม 1 แก้ว สามารถแตกแขนงออกเป็นเครื่องดื่มอีก 3 แก้ว สะท้อนให้เห็นถึงความแม่นยำในประวัติศาสตร์ของแต่ละแก้ว และการดัดแปลงเครื่องดื่มด้วยเทคนิคต่างๆ เป็นเรื่องน่าทึ่งที่เทคโนโลยีสามารถทำให้เมนูเพียง 1 แก้ว เกิดเป็นเมนูสร้างสรรค์ได้อีกมากมาย

F*nkytown 9. F*nkytown

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บาร์ค็อกเทลแห่งแรกในเครือ Sarnies Group เสิร์ฟค็อกเทลแบ่งระดับความ “ฟังค์” จากหนึ่งถึงห้า นักดื่มสามารถเริ่มจากระดับฟังค์ต่ำๆ ไล่ไปจนถึงค็อกเทลที่มีความฟังค์ระดับที่สูงขึ้นเพื่อเปิดประสบการณ์ที่โลดโผนและดื่มด่ำรสชาติที่ซับซ้อน

และน่าสนใจยิ่งขึ้น เมนูค็อกเทลครึ่งหนึ่งยังมีให้เลือกในแบบไม่มีแอลกอฮอล์หรือม็อกเทลได้ด้วย บาร์ยังเสิร์ฟของว่างสุดสร้างสรรค์ขนาดพอดีคำให้รองท้อง มีดีเจเล่นเพลงสไตล์ฟังค์ โซล อาร์แอนด์บี และดิสโก้ทุกคืน ส่วนที่ชั้นห้าของตึก ยังเปิดเป็นโซนรูฟท็อปอีกด้วย

Lennon's 10. Lennon's

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บนชั้น 30 ของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ มีบาร์แผ่นเสียงสุดเก๋ พร้อมแผ่นเสียงแบบอินเทอร์แอคทีฟกว่า 6,000 แผ่น นับว่ามีแผ่นเสียงมากที่สุดในเอเชีย กับการตกแต่งสไตล์อาร์ทเดทโค เหลี่ยมมุมที่สมมาตร ไปจนถึงแปลนของร้านที่มีฝั่งซ้ายขวาให้ได้เลือกนั่ง หรือจะนั่งชมบาร์เทนเดอร์ตรงบาร์กลางรับมุมกระจกลาดจากเพดานจรดพื้นก็ได้เช่นกัน

ส่วนของเครื่องดื่มนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากบทเพลงของหลากหลายศิลปิน ผ่านการตีความในแบบต่างๆ ทั้งฉบับคลาสสิกและมีลูกเล่นเพิ่มเติม แต่ทั้งหมดนี้ยังได้กลิ่นอายของบาร์ในยุคช่วง Prohibition Era ที่น่าจะโดนใจคอวินเทจอย่างแน่นอน

บาร์ย่านสี่พระยานำเสนอคอนเซ็ปต์เครื่องดื่มที่เรียกว่า Resourceful Cocktail ซึ่งเกิดจากความเชื่อที่ว่า วัตถุดิบแต่ละอย่างมีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง และควรนำทุกส่วนมาสกัดรสชาติด้วยเทคนิคที่แตกต่างกันเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผ่านเทคนิคแบบมิกโซโลจี้ชั้นสูงจนออกมาเป็น 12 เมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป บาร์แห่งนี้ยังเสิร์ฟเมนูอาหารไทยๆ ที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นและสามารถรับประทานคู่กับค็อกเทลได้ดีด้วย

Nuss Bar 12. Nuss Bar

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บาร์ขนาดกระทัดรัดตั้งอยู่ชั้นล่างของร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง Nusara มีเก้าอี้สูงสำหรับนั่งหน้าบาร์และโต๊ะกลมเล็กวางเรียงตามแนวหน้าต่างขนาดใหญ่ มองออกไปเห็นความสวยงามของวัดโพธิ์ได้อย่างชัดเจน

ภายในร้านตกแต่งด้วยสีแดงหมากสุกตัดด้วยสีทองสะดุดตา ให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน นอกจากเมนูค็อกเทลคลาสสิกที่มียืนพื้นแล้ว ยังมีซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่นำเมนูค็อกเทลคลาสสิกมาปรับสูตร ผสมวัตถุดิบแบบไทยเพื่อให้ได้รสชาติและมิติที่ต่างออกไป โดยยังคงเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มต้นแบบไว้ได้อย่างครบถ้วน

The O.S.S Bar 13. The O.S.S Bar

ปทุมวัน
Tatler Asia

จิม ทอมป์สัน ที่หลายคนรู้จักและคุ้นเคยนั้น จริงๆ ยังมีอีกหลายแง่มุมที่เราอาจไม่ได้รู้จักหรือรับรู้มาก่อน อย่างเช่น ช่วงต้นของชีวิตเขาที่คลุกคลีกับผืนผ้าตั้งแต่สมัยเด็ก หรือช่วงชีวิตที่เขาเข้าทำงานในหน่วย The O.S.S. หน่วยงานลับของสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่ม ที่แต่ละแก้วล้วนมีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง บวกกับการตกแต่งในบรรยากาศสไตล์บาร์ยุคเก่า ซึ่งยังคงมนต์ขลัง เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของบ้านหลังนี้อย่างครบถ้วน

Opium Bar 14. Opium Bar

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

ภายใต้หมู่ตึกย่านเยาวราช ยังมีบาร์เล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ บนอาคารอายุกว่าร้อยปี ตั้งอยู่กลางย่านสูบฝิ่นในอดีต ชื่อ Opium จึงเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ได้มาจากย่านนั้น

บาร์นี้รังสรรค์เครื่องดื่มโดย เค อานนท์ ฮุนตระกูล เจ้าของร้านและบาร์ไดเร็กเตอร์ กับเมนูค็อกเทลกว่า 100 เมนู ที่แบ่งเครื่องดื่มออกเป็น 6 หมวดหมู่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Liquid Surreality’ ที่ใช้เทคนิคมากมายในการดัดแปลงแก้วเครื่องดื่มให้มีลูกเล่น หลากหลาย และสร้างความแปลกใจให้กับทุกแก้ว ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมีเมนูของว่างสูตรลับจากเชฟแพมที่เคียงไปกับเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว

Rabbit Hole 15. Rabbit Hole

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

ประตูร้านทำด้วยไม้ขนาดใหญ่และหนัก ช่วยแบ่งแยกความจอแจของซอยทองหล่อออกจากบรรยากาศบาร์สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ แสงสลัวพร้อมเพลงฟังค์ เฮ้าส์ และฮิพฮอพ เร่งเร้าให้บาร์เทนเดอร์มากฝีมือผสมเครื่องดื่มให้กระฉับกระเฉงขึ้น เมนูเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์และใช้ส่วนผสมหลากหลาย ที่สร้างขึ้นตามตัวอักษร A ถึง Z ให้นักดื่มเลือกได้กันอย่างสนุกสนาน เข้ากับบรรยากาศปาร์ตี้ของทางร้าน

Sugar Ray 16. Sugar Ray

คลองเตย
Tatler Asia

Sugar Ray มีชื่อเต็มว่า Sugar Ray You’ve Just Been Poisoned ย้ายจากโลเคชั่นเดิมในทองหล่อมาย่านพร้อมพงษ์ ยังคงเอกลักษณ์บาร์ลับแบบ speakeasy ในอเมริกา ที่นั่ง 35 ที่ จัดวางตรงข้ามเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนให้นักดื่มมองเห็นบาร์เทนเดอร์ผู้เชี่ยวชาญสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากสปิริตมากมายกว่าสามร้อยฉลากที่เรียงรายในร้าน ผ่านเทคนิคที่ซับซ้อน

นอกจากเครื่องดื่มในเมนูแล้ว ทางร้านยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มที่ไม่มีในเมนู และร่วมสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ไปกับบาร์เทนเดอร์ได้ด้วย

Teens of Thailand 17. Teens of Thailand

ป้อมปราบศัตรูพ่าย
Tatler Asia

จินบาร์แห่งแรกของกรุงเทพฯ เปิดตัวในซอยเล็กๆ ใกล้เยาวราชเมื่อเก้าปีที่แล้ว รวบรวมเหล้าจินเกือบร้อยฉลากให้ผู้ชื่นชอบจินได้ลองทั้ง gin and tonic แบบคลาสสิกและซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่เปลี่ยนทุกสามเดือน โดยใช้เฉพาะวัตถุดิบและส่วนผสมที่สดใหม่เท่านั้น และไม่ใช้น้ำผลไม้แปรรูปเพื่อรักษารสชาติของเครื่องดื่มให้เป็นธรรมชาติที่สุด การตกแต่งร้านเน้นความดิบของไม้และปูน แซมด้วยภาพวาดและงานศิลป์สะดุดตา

The Loft 18. The Loft

ปทุมวัน
Tatler Asia

อีกหนึ่งบาร์ที่ไปคว้ารางวัล World’s 50 Best Bars 2023 มาเช่นกัน กับ The Loft บนชั้น 56 ของโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ บาร์ในสไตล์นิวยอร์ก ที่เจือปนกลิ่นอายของกรุงเทพฯ เข้ามาด้วย กับเมนูเครื่องดื่มที่มาจากหนังสือค็อกเทล Waldorf ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1935 แน่นอนว่า ถูกใจสาย Old School และ Spirit Forward อย่างแน่นอน พร้อมการตกแต่งในสไตล์ Art Nouveau ผสม Art Deco สร้างบรรยากาศการดื่มแก้วโปรดได้อย่างลงตัว

Tropic City 19. Tropic City

บางรัก
Tatler Asia

4 ปีซ้อนสำหรับ Tropic City ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars ที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Sebastian De La Cruz และ Philip Stefanescu สองบาร์เทนเดอร์ชาวสวีเดน กับไอเดียการเสิร์ฟดริ้งก์สไตล์ทิกิ เน้นการใช้รัม ผลไม้ และน้ำผลไม้สด ในการทำเครื่องดื่ม แต่พวกเขาก้าวไปอีกขั้นมากกว่าแค่เพียงการผสมกันของเครื่องดื่ม พวกเขาเฟ้นหาสารพัดเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการ clarify เครื่องดื่ม หรือการแต่งรสให้ต่างออกไปจากเดิม

มาที่ส่วนการตกแต่งกันบ้าง เพียงแค่ชื่อ เราก็พอจะเดาสไตล์ร้านได้บ้างแล้ว กับใบไม้สีเขียว ภาพของป่ารกชัฏ นกแก้ว ในแบบทรอปิคัล ลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์แบบมินิมอลในสไตล์นอร์ดิก

Vesper 20. Vesper

กรุงเทพฯ
Tatler Asia

บาร์ชั้นนำของกรุงเทพฯ​ ที่ได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคมากมาย และในระดับโลกคืออันดับที่ 55 ในการจัดอันดับ World’s 50 Best Cocktail Bars 2023 มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องบรรยากาศอบอุ่นเชื้อเชิญและหรูหราในทีด้วยการตกแต่งสไตล์ยุโรป คลอเพลงเบาๆ เหมาะกับการสนทนา และการผสมเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ซับซ้อน สร้างสรรค์ และมีรายละเอียดน่าสนใจ รวมไปถึงเมนูคลาสสิกค็อกเทลที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้เสมอ

นอกจากค็อกเทลแล้ว ยังมีเมนูเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์และของว่างรับประทานเล่นไว้บริการด้วย