ใน ‘The Odyssey’ Christopher Nolan เลือกละทิ้งฉากกรีนสกรีน แล้วออกเดินทางไปบันทึกภาพชายฝั่งอันตระการตา ซากอารยธรรมโบราณ และเกาะภูเขาไฟด้วยกล้อง 70mm Imax ต่อไปนี้คือ 7 จุดหมายซึ่งเนรมิตการผจญภัยของ “โอดิสซีอุส” ให้โลดแล่นขึ้นบนจอภาพยนตร์
โลกของ The Odyssey ฉบับ Christopher Nolan มิได้หยั่งรากอยู่ในตำนานเพียงอย่างเดียว หากยังผูกพันอย่างแนบแน่นกับภูมิประเทศจริง แทนที่จะสร้างโลกของโฮเมอร์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคพิเศษทางภาพ ผู้กำกับชื่อดังกลับเลือกออกเดินทางตามหาร่องรอยของมหากาพย์บทนี้ในห้าประเทศ ตั้งแต่ชายฝั่งธรรมชาติ ซากโบราณสถาน ไปจนถึงเกาะภูเขาไฟ โดยถ่ายทอดทุกฉากผ่านกล้อง 70mm Imax
ผลลัพธ์ที่ได้จึงมิใช่เพียงมหากาพย์ซึ่งงดงามสะกดสายตา หากยังเปรียบเสมือนคำเชื้อเชิญให้ออกเดินทางตามกระแส set-jetting หรือการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตั้งแต่ชายหาดกรีซที่ต้องลมแรง ไปจนถึงยอดภูเขาไฟของซิซิลี เหล่านี้คือฉากหลังที่ Nolan ใช้ปลุกการเดินทางอายุกว่า 3,000 ปีของโอดิสซีอุสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม: หลากลุคสีขาวอันสง่างามดุจเทพธิดาของ Zendaya จากพรมแดงโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง 'The Odyssey'
Aït Benhaddou, โมร็อกโก—เนรมิตกรุงทรอยจากอิฐดินบดของ Nolan

Above Nolan ได้เปลี่ยน Aït Benhaddou ให้กลายเป็นเมืองทรอยที่กำลังลุกไหม้ในภาพยนตร์เรื่อง 'The Odyssey' (ภาพ: Toa Heftiba/Unsplash)
The Odyssey เปิดฉากขึ้น ณ จุดที่สงครามสิ้นสุดลง และ Nolan ได้เลือกเนรมิตฉากอวสานนี้ขึ้นที่ประเทศโมร็อกโก เมือง Aït Benhaddou ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ใกล้กับเมือง Ouarzazate ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นกรุงทรอยขนาด 2.5 เอเคอร์แบบ 360 องศา สมบูรณ์แบบด้วยวิหารเทพีอธีนา (Temple of Athena) ความสูง 48 ฟุต และนักแสดงสมทบนับพันชีวิตที่มาร่วมจำลองฉากการล่มสลายของเมือง Matt Damon ผู้รับบทโอดิสซีอุสพร้อมเหล่าทหารของเขา ต้องหลบหนีท่ามกลางความมืดมิดผ่านตรอกดินแดง ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้อย่างอิสระในปัจจุบัน
นานก่อนที่จะได้รับบทเป็นกรุงทรอย ป้อมปราการโบราณ (Ksar) แห่งนี้เคยปรากฏในภาพยนตร์ระดับมหากาพย์มาแล้วนับไม่ถ้วน ด้วยกำแพงเมืองตากแดดตากลมและหอคอยอิฐดินโคลนที่ตั้งลดหลั่นอย่างตระการตาโดดเด่นเหนือราบลุ่มก่อนเข้าสู่ทะเลทรายซาฮารา การเดินทางมายังที่แห่งนี้ใช้เวลาขับรถประมาณสามชั่วโมงครึ่งจากเมือง Marrakech ข้ามขุนเขา Atlas Mountains โดยสามารถเลือกเข้าพักที่ Riad Bagdad Café ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกำแพงป้อมปราการเพียง 200 เมตร
Essaouira, โมร็อกโก—ชายหาดแห่งม้าไม้ทรอย

Above ฉากม้าโทรจันถ่ายทำบนชายหาดของเมืองเอสซาวีรา (ภาพ: Peter Schulz/Unsplash)
ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของโมร็อกโก เมืองเอสซาวีราถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนึ่งในฉากที่ท้าทายที่สุดของภาพยนตร์ นั่นคือฉากม้าไม้ซึ่งถูกฝังอยู่ครึ่งหนึ่งในผืนทราย ก่อนถูกลากขึ้นมาจากเกลียวคลื่น มีรายงานว่า Jon Bernthal ผู้รับบทกษัตริย์ “เมเนลาอุส” ต้องยืนอยู่ในน้ำเย็นจัดระดับลำคอติดต่อกันหลายชั่วโมงเพื่อถ่ายทำฉากดังกล่าว
ปัจจุบัน เมืองท่าบรรยากาศโบฮีเมียนแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากการเล่นวินด์เซิร์ฟและเขตเมืองเก่าอันวกวน มากกว่าจะเป็นภาพแทนของสมรภูมิ บ้านสีขาวสะอาดตาพร้อมบานหน้าต่างสีฟ้า และแนวป้อมปราการริมทะเลที่สร้างโดยชาวโปรตุเกส ดึงดูดศิลปินและนักดนตรีมานานหลายทศวรรษ สายลมเค็มจากทะเลและจังหวะชีวิตแสนผ่อนคลายของเอสซาวีรา ทำให้เมืองนี้ดูห่างไกลจากความโกลาหลของนครทรอยอย่างสิ้นเชิง นักเดินทางสามารถเดินทอดน่องไปตามแนวป้อมปราการในยามพระอาทิตย์ตก เลือกชมสิ่งทอทอมือภายในตลาดซูก และเข้าพักในริยาดบูติกหลังแนวกำแพงเมืองเก่า ก่อนเดินทางต่อไปทางตะวันออกสู่ประเทศกรีซ
อ่านเพิ่มเติม: ส่อง Maternity Style หลากลุคสวยคลาสสิกของ Anne Hathaway กับการตั้งท้องลูกคนที่สามในวัย 43 ปี
Pylos, กรีซ—ท่าเรือเรือแกลลีย์โบราณแห่งอารยธรรมกรีก
บนแผ่นดินใหญ่ของคาบสมุทรเพโลพอนนีส (Peloponnese) “เทเลมาคัส” ซึ่งรับบทโดย Tom Holland เริ่มต้นออกตามหาบิดาที่หายตัวไป ด้วยการเดินทางไปพบกษัตริย์ “เมเนลาอุส” และ “เฮเลน” ซึ่งรับบทโดย Lupita Nyong’o
Nolan ถ่ายทำฉากชายฝั่งหลายฉากบริเวณท่าเรือไพลอส (Pylos) โดยทีมงานได้นำเรือไตรรีม (trireme) จำลองที่สร้างขึ้นตามรูปแบบโบราณอย่างถูกต้อง ความยาว 37 เมตร มาจอดเทียบท่า พร้อมฝึกนักแสดงประกอบท้องถิ่นให้พายเรือตามเทคนิคของคนในยุคนั้น ฉากถ่ายทำดังกล่าวยังกลายเป็นจุดหมายที่นักเดินทางสามารถสัมผัสได้จริง เพราะไพลอสยังคงเป็นเมืองชายทะเลขนาดกะทัดรัดและเปี่ยมด้วยความสงบ อ่าวธรรมชาติรูปโค้งโอบล้อมด้วยเนินเขาที่ปกคลุมด้วยต้นสน ขณะที่แสงแดดเหนือทะเลไอโอเนียนยังคงส่องประกายไม่ต่างจากยุคโบราณ เมื่อสถานที่แห่งนี้เคยเป็นท่าเรือยุทธศาสตร์สำคัญ
จากเอเธนส์สามารถขับรถเช่ามาถึงได้ภายในเวลาประมาณสามชั่วโมงครึ่ง เมื่อมาถึงแล้ว อย่าพลาดสั่ง “ลาลาเกีย” (lalagia) แป้งทอดโรยอบเชยซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่น มารับประทานภายในร้านอาหารริมท่าเรือ พร้อมชมภาพเรือประมงที่เข้ามาแทนที่เรือรบในอดีต
ถ้ำ Nestor, กรีซ—รังของอสูรกายตาเดียว
เหนือโค้งหาดทรายทองรูปเสี้ยวจันทร์ของหาด Voidokilia คือที่ตั้งของถ้ำ Nestor ซึ่งทีมงานของ Nolan ได้ดัดแปลงให้กลายเป็นรังของอสูรกายตาเดียว (Cyclops) “โพลีฟีมัส” (รับบทโดย Bill Irwin) แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยี CGI ทีมสร้างกลับเนรมิตหุ่นเชิดความสูง 60 ฟุตที่มีผิวขาวซีด ซึ่งสร้างความพรั่นพรึงแม้กระทั่งกับเหล่าทีมงานเอง
ถ้ำและชายหาดเบื้องล่างยังคงเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่งดงามและไม่พลุกพล่านที่สุดในคาบสมุทรเพโลพอนนีส ทะเลสาบน้ำเค็มรูปวงกลมเกือบสมบูรณ์แบบของ Voidokilia ซึ่งโอบล้อมด้วยสันทรายและน้ำทะเลตื้นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ มักติดอันดับภูมิทัศน์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาที่สุดของกรีซ แม้จะมีนักท่องเที่ยวเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับซานโตรินี สามารถเดินทางมาถึงได้ผ่านเส้นทางเดินเท้าริมชายฝั่งสั้นๆ ทะเลสาบแห่งนี้จะงดงามสะกดสายตาที่สุดในช่วงเช้าก่อนที่แสงแดดยามเที่ยงจะทำให้ภาพดูแบนราบ จึงควรเดินทางมาถึงแต่เช้าตรู่
เกาะ Favignana, อิตาลี—พระราชวังแห่งอิธากากลางแสงแดด
นอกชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะซิซิลี Favignana ได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการทำงานที่คึกคักที่สุดของทีมสร้างภาพยนตร์ โดยมีทีมงานกว่า 500 ชีวิตร่วมกันเปลี่ยนโรงงานปลากระป๋องทูน่าเก่าให้กลายเป็นคลังเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก นอกจากนี้ ปราสาท Castello di Santa Caterina ศตวรรษที่ 15 ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา Monte Santa Caterina ยังใช้เป็นฉากภายนอกของพระราชวังของโอดิสซีอุสบนเกาะอิธากาอีกด้วย
ด้วยภูมิประเทศที่ราบเรียบ ปั่นจักรยานเที่ยวชมได้ง่าย และโอบล้อมด้วยเหมืองหินปูนเก่าที่กลายเป็นแอ่งน้ำสำหรับว่ายน้ำ Favignana จึงเป็นทางเลือกอันเงียบสงบมายาวนานสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองตากอากาศอันคึกคักของซิซิลี วิถีชีวิตและเศรษฐกิจของเกาะยังคงผูกพันกับประเพณีการประมงทูน่าที่มีอายุนานนับศตวรรษ การเดินทางสามารถนั่งเรือเฟอร์รีด่วนจาก Trapani เพียง 40 นาที หรือจาก Marsala เพียง 30 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดเพิ่มไว้ในโปรแกรมเที่ยวซิซิลี โดยเฉพาะเมื่อเลือกพักผ่อน ณ รีสอร์ตหรูหราบนเกาะ
ปราสาท Findlater, สกอตแลนด์—กระท่อมแม่มดกลางแรงลม
จุดเปลี่ยนทางอารมณ์ของภาพยนตร์สู่บรรยากาศความหวาดกลัวเชิงจิตวิทยาเกิดขึ้นบนชายฝั่ง Aberdeenshire เมื่อซากปราสาท Findlater ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาถูกเนรมิตให้กลายเป็นที่พำนักอันโดดเดี่ยวของแม่มด “เซอร์ซี” (Circe, รับบทโดย Samantha Morton) ตัวปราสาทตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 50 ฟุต มีความเปราะบางและอนุญาตให้เข้าชมได้จากจุดชมวิวที่จัดไว้ หรือจากหาด Sunnyside ด้านล่างเท่านั้น
แม้ในมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวสกอตแลนด์ ปราสาท Findlater ถือเป็นสถานที่ซึ่งมีผู้มาเยือนไม่มากนัก กำแพงที่ค่อยๆ พังทลายและหน้าผาสูงชันทำให้สถานที่แห่งนี้แฝงกลิ่นอายลึกลับ ราวกับถูกโลกหลงลืม โดยไม่จำเป็นต้องแต่งเติมสิ่งใดเพื่อให้สมบทบาทรังของแม่มด คุณสามารถเลือกพักในเมือง Cullen ที่อยู่ใกล้เคียง เดินไฮกิ้งบนเส้นทาง Moray Coastal Trail ก่อนกลับมาอบอุ่นร่างกายด้วย “Cullen Skink” ซุปปลาแฮดด็อกรมควันและมันฝรั่งสูตรดั้งเดิมของภูมิภาค รสชาติอบอุ่นเข้มข้นของซุปชามนี้นับเป็นบทปลอบประโลมชั้นดี หลังเผชิญบรรยากาศเวิ้งว้างและไอเค็มเย็นเยียบจากปราสาท
Hjörleifshöfði, ไอซ์แลนด์—ประตูสู่ยมโลกบนหาดทรายดำ
เส้นทางการเดินทางสิ้นสุดลง ณ ดินแดนที่ดูราวกับตั้งอยู่สุดขอบโลกอย่างเหมาะเจาะ Nolan นำทีมงานขนาดใหญ่ไปยังชายฝั่งภูเขาไฟสีดำบริเวณ Hjörleifshöfði ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ เพื่อถ่ายทำฉากโอดิสซีอุสเดินทางลงสู่ยมโลก โดยใช้แท่งหินบะซอลต์ริมทะเลที่มีรูปทรงแหลมคม และแสงสีหม่นของดินแดนเหนือ แทนการสร้างฉากด้วยเทคนิคดิจิทัล
แหลมแห่งนี้เคยเป็นหน้าผาริมทะเล ก่อนการเปลี่ยนแปลงของที่ราบตะกอนธารน้ำแข็งจะทำให้แนวชายฝั่งถอยห่างออกไป จนกลายเป็นภูเขาโดดเดี่ยวกลางแผ่นดิน ภูมิประเทศของ Hjörleifshöfði ให้ความรู้สึกราวกับอยู่นอกโลกตลอดทั้งปี ทั้งเนินทรายสีเข้มและท้องฟ้าอึมครึมต่างมีพลังทางภาพเพียงพอ โดยแทบไม่ต้องอาศัยการปรุงแต่งทางภาพยนตร์ นักเดินทางสามารถเช่ารถจาก Reykjavík ขับไปยัง Landeyjahöfn ท่าเรือเดียวกับที่เรือของกองถ่ายเคยจอดเทียบท่า ก่อนเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะ Westman ซึ่งมีชื่อเสียงจากอาณานิคมนกพัฟฟิน เพื่อปิดท้ายเส้นทางมหากาพย์ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น
This story was originally written in English by Clifford Olanday.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดย Clifford Olanday โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
Topics





