Cover เซ็ตต้มยำกุ้งล็อบสเตอร์ เสิร์ฟในชั้น Royal First ของสายการบินไทย

การบินไทยยกระดับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน ด้วยการพลิกโฉมเมนูไทยต้นตำรับ วัตถุดิบชั้นเลิศ ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น รังสรรค์โดยฝีมือของเชฟระดับ Asia's Best Female Chef

นอกจากที่นั่งอันแสนสบาย สิ่งอำนวยความสะดวก และการให้บริการที่ดีแล้ว อีกหนึ่งความสุขในการเดินทางคืออาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน ที่สามารถสร้างประสบการณ์พิเศษและน่าประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ประหนึ่งกำลังลิ้มรสอาหารจากฝีมือของเชฟชื่อดังระดับไฟน์ไดนิ่ง จนลืมไปว่ากำลังเดินทางอยู่บนเครื่องบิน การบินไทยตั้งใจสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยต้นตำรับและเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ โดยได้เชฟชื่อดังระดับ Asia's Best Female Chef มาร่วมออกแบบและรังสรรค์เมนูระดับพรีเมี่ยมที่หรูหรา และสะท้อนเสน่ห์อย่างไทย

เมนูอาหารไทยนั้น เริ่มตั้งแต่จานที่คุ้นเคยอย่างชุดต้มยำกุ้ง ที่พิเศษด้วยการใช้กุ้งล็อบสเตอร์ เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิ ไข่เจียวเนื้อปู หมูคุโรบูตะฮ้องและผักคะน้าฮ่องกงผัดน้ำมันหอย เคียงด้วยน้ำพริกลงเรือ ปลาทอดฟู และผักสด (เสิร์ฟในชั้น Royal First) ขณะที่ของหวานคือ ‘ลูกจุ๊บทีจี’ ผลิตจากถั่วกวน เพิ่มความพิเศษด้วยกลิ่นผลไม้สกัด ดีไซน์พิเศษเป็นรูปผลไม้หกชนิด ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง ส้มสีทอง ลิ้นจี่จักรพรรดิ มังคุด ส้มโอทับทิมสยาม และมะม่วงไทย ลูกจุ๊บมีการเล่นคำแฝงความหมายที่น่ารัก โดยใช้คำว่า 'จุ๊บ' ซึ่งในภาษาไทยแปลว่าจูบ เสมือนเป็นของขวัญที่อบอุ่นและหอมหวาน (เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk บางเส้นทาง)

อ่านเพิ่มเติม: การบินไทย สะท้อนวัฒนธรรมไทยลงบนลายพิมพ์ Amenity Kit จาก Jim Thompson

Tatler Asia
Above ‘ลูกจุ๊บทีจี’ ผลิตจากถั่วกวน พร้อมกลิ่นผลไม้สกัด ดีไซน์พิเศษเป็นรูปผลไม้หกชนิด เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk ของสายการบินไทย

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือการนำ ‘ข้าวแต๋น’ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไทยมาเสิร์ฟเป็นของว่างบนเครื่อง โดยผลิตจากข้าวไทยสามสายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ จากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์, ข้าวเหนียวจากจังหวัดเชียงราย และข้าวขาวจากจังหวัดปทุมธานี โดยเลือกแหล่งปลูกข้าวแบบออร์แกนิก ไม่ใช้สารเคมี ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของข้าวไทยและสนับสนุนการดำรงชีวิตของเกษตรกร มีทั้งหมดสี่รสชาติ ได้แก่ Garlic and Pepper, Wasabi, Sauekraut และ Parmesan Cheese (เสิร์ฟในทุกชั้นโดยสาร)

นอกจากนั้นข้าวที่นำไปประกอบอาหารสำหรับผู้โดยสารบนเครื่องของการบินไทยในชั้น Royal First และ Royal Silk ยังใช้ข้าวหอมมะลิ ‘จันกะผัก’ จากแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของประเทศไทย โดยมูลนิธิชัยพัฒนาที่ให้เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพระราชทานที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยจากสารเคมี นับเป็นการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิชั้นดีของไทยสู่สายตาชาวโลก

Tatler Asia
Above แกงแดงซี่โครงแกะย่างใส่กล้วยดิบ พร้อมข้าวหอมมะลิ พะโล้เต้าหู้ดำราชบุรี ไข่ยางมะตูม ผัดถั่วแขกและข้าวโพดย่าง (ให้บริการในเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม 2568)

กาแฟก็เช่นกัน การบินไทยร่วมมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง โดยใช้กาแฟดอยตุงที่คัดสรรจากผลผลิตที่ปลูกบนพื้นที่สูงในจังหวัดเชียงราย มีวิธีการเพาะปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน กาแฟดอยตุงมีรสชาติที่กลมกล่อม เป็นอาราบิก้าแท้ 100% ไม่ปรุงแต่งกลิ่นใดๆ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย (เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk)

ความพิเศษยังไม่หมดเท่านั้น การบินไทยยังได้ร่วมมือกับเชฟโบ ดวงพร ทรงวิศวะ เชฟชื่อดัง Asia's Best Female Chef จากร้านโบ.ลาน มาเป็นผู้ออกแบบและรังสรรค์เมนูอาหารไทยระดับพรีเมี่ยม โดยมีเชฟแม้ว สุชาติ นันตา เชฟจากครัวการบินไทยเป็นผู้ควบคุมการผลิตให้ได้มาตรฐานและรสชาติตามที่เชฟโบออกแบบ มีให้เลือกตั้งแต่เมนูขนมปังบันอย่าง ขนมปังบันไส้อั่ว, ขนมปังบันลูกชิ้นเนื้อปิ้ง, เมนูพาย มีทั้งพายแกงฮังเลหมู และพายข้าวซอยไก่ ส่วนเมนูไทยเดิมนั้น มีข้าว-ต้มนอกหม้อ,​ ข้าว-ต้มโคล้ง และเส้นหมี่น้ำพริก (เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk) หรือจะเป็นอาหารจานหลัก ก็มีทั้งแกงแดงซี่โครงแกะย่างใส่กล้วยดิบ และแกงคั่วกุ้งสับปะรด (เสิร์ฟในชั้น Royal Silk)

Tatler Asia
Above Streets to Sky เมนูดังจากร้านอาหารที่โด่งดังในระดับท้องถิ่น เสิร์ฟในชั้น Economy ของสายการบินไทย

ส่วนใครที่ชื่นชอบอาหารง่ายๆ แต่โด่งดังในระดับท้องถิ่น รับรองว่าไม่ผิดหวังกับเมนูพิเศษ ‘Streets to Sky’ ที่จับมือกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด นำเมนูสตรีตฟู้ดยอดนิยมจากแพลตฟอร์มปิ่นโตฮับมาให้บริการบนเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวกะเพราไข่ดาว เมนูจากเชฟตุ๊กตา บ้านยี่สาร, ข้าวกับมัสมั่นไก่ เมนูจากเชฟตุ๊กตา บ้านยี่สาร, โกยซีหมี่ไก่ เมนูจากร้านน่ำเทียน และข้าวซอยไก่ เมนูจากร้านลำดวนฟ้าฮ่าม ต่อกันด้วยของหวานที่นำขนมขายดีของร้าน After You อย่าง  ขนมปังหม้อแกงเผือก (รสชาติเฉพาะที่การบินไทย) ให้บริการในเดือนเมษายน 2568 และขนมปังเนยโสดน้ำตาลโตนด ให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2568 มาให้บริการบนเครื่อง (เสิร์ฟในชั้น Economy และ Premium Economy)

นอกเหนือจากเมนูแบบไทยต้นตำรับแล้ว การบินไทยยังได้คัดสรรวัตถุดิบราคาแพงมารังสรรค์เมนูสุดหรูอย่างการเสิร์ฟคาเวียร์ Beluga Siberian ขนาด 30 กรัมในชั้น Royal First และเสิร์ฟคาเวียร์  Siberian Classic ขนาด 10 กรัม ในชั้น Royal Silk 

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ 5 ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งโมเดิร์น ที่เชิดชูรสชาติต้นตำรับ โดยเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร และเชฟ Dan Bark

Tatler Asia
Above Beluga Siberian ขนาด 30 กรัม เสิร์ฟในชั้น Royal First ของสายการบินไทย

ปิดท้ายด้วยค็อกเทลสูตรพิเศษ ‘Rose of the Royal Voyage’ ที่รังสรรค์ขึ้นร่วมกับบริษัท Silpin ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างประสบการณ์จากกลิ่น เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่กลับมาเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ - บรัสเซลส์อีกครั้ง เครื่องดื่มแก้วนี้หอมจรุงกลิ่นหอมของกุหลาบจุฬาลงกรณ์ที่เจ้าดารารัศมี เจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงใหม่ทรงโปรดปราน บวกกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสประเทศเบลเยี่ยมถึงสี่ครั้ง (เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk) นับเป็นการประสบการณ์พิเศษที่น่าประทับใจแก่ชาวโลก ผ่านบริษัท การบินไทยฯ สายการบินแห่งชาติของคนไทย

Tatler Asia
Above ค็อกเทลสูตรพิเศษ Rose of the Royal Voyage

Topics