Cover ‘No News, No Shoe’" ข้อปฏิบัติเบื้องต้นเมื่อคุณก้าวเท้าเข้าสู่การพักผ่อนที่ Soneva Kiri (ภาพ: Soneva Kiri)

การเดินทางสู่ความหรูหราที่ยั่งยืนในแบบฉบับ Soneva Kiri กับประสบการณ์ ‘No News, No Shoes’ และระบบนิเวศที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ณ ขอบฟ้าอันงดงามของเกาะกูด จังหวัดตราด ความหรูหราได้รับการนิยามใหม่ผ่านปรัชญา ‘ความหรูหราอย่างชาญฉลาด’ ของ Soneva Kiri

ตลอดสามทศวรรษ รีสอร์ตแห่งนี้ได้ตอกย้ำแนวคิดการเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติอย่างไร้พรมแดน ‘No News, No Shoes’ คือกฎข้อแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือน ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการความแตกต่าง แต่เพื่อปลดปล่อยประสาทสัมผัสให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง การเดินเท้าเปล่าสัมผัสพื้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันตลอดทั้งปีโดยผู้อารักขาการเดินทางเท้าเปล่า (Barefoot Guardian) คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

อ่านเพิ่มเติม: 7 สุดยอดโรงแรมหรูในโดฮา กับประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับสไตล์แดนอาหรับ

ในข้อตกลงเดียวกัน ‘No News, No Shoes’ ถูกบังคับใช้กับที่ Soneva Kiri ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกูดเช่นกัน ทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้าสู่เขตแดนของทางโรงแรม แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะ รองเท้า และ ข่าว ไม่ใช่ตัวร้ายที่จะทำลายความสงบสุขและการพักผ่อนของคุณแต่อย่างใด

เพียงแค่แนวคิดของการได้ปลดเปลื้องปราการด่านแรกที่ขวางกั้นการรับรู้ขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์อย่างประสาทสัมผัสกับธรรมชาติอย่างรองเท้าออกไปนั้น มันคือการเชื่อมโยงร่างกายให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งกับสิ่งรอบข้างในแบบที่คุณยากจะได้สัมผัส

“ในฤดูร้อน เราต้องขัดไม้ให้เรียบอยู่ตลอด เพื่อป้องกันเศษไม้เล็กๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงที่แดดออกติดกันหลายวัน เพราะความชื้นในเนื้อไม้จะมีน้อยลง แต่ในช่วงฤดูมรสุมหรือฝนตกหนัก เราก็ต้องดูแลไม่ให้พื้นไม้ลื่น หรือชื้นมากจนผุพังเกิดอันตราย” Barefoot Guardian เล่าให้เราฟัง

ตลอดระยะเวลาการเข้าพัก เราได้สัมผัสการดูดาว ห้องเย็นที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลต ไอศกรีม ซอร์เบต์ ชีส โคลด์คัต และสไลเดอร์ ที่นับได้ว่าเป็นมาตรฐานการดูแลของ Soneva ไม่ว่าจะเป็น Secret, Fushi หรือ Kiri ที่เราเพิ่งมาเยือน ต่างได้รับการดูแลแทบจะไม่แตกต่างกัน

ปรัชญา ‘ความหรูหราอย่างชาญฉลาด’ ถูกทำให้เป็นนามธรรมมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยประสบการณ์ที่ดูแม้จะแสนธรรมดากับการรับประทานอาหารภายในบ้านหลังเล็กๆ ริมลากูน แต่ Soneva Kiri ขยับการรับรู้ของประสาทสัมผัสทั้งห้าของคุณด้วยการสร้างเส้นทางการเดินทางด้วยเรือลำเล็ก จากโรงแรมวนออกมาภายนอกสู่ทะเลเปิดเผยให้เห็นภาพกว้างของ Soneva Kiri ที่คุณยากจะจินตนาการ กับรีสอร์ตที่ทอดยาวตลอดเส้นทางเรือ จนมาถึงหาดใต้ พร้อมเข้าสู่ทางเข้าร้านอาหารด้วยช่องทางน้ำธรรมชาติที่มีชุมชนปากแม่น้ำตั้งอยู่

เรือถูกดับเสียงเครื่องยนต์ลง ความสงบเข้าครอบงำ จากท้องฟ้าริมทะเลสว่างด้วยท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตก เปลี่ยนกลายเป็นบรรยากาศลึกลับ อึมครึม ด้วยป่าโกงกาง พื้นน้ำค่อยๆ เข้มทะมึนจนมองไม่เห็นท้องน้ำ ด้วยสัญชาตญาณสั่งให้เราหันหน้าหนีพลันมองไปข้างหน้าจะเห็นอาคารไม้เตี้ย สีสว่างอยู่ไกลๆ ‘ครัวแม่ตุ๊ก’ เผยตัวออกมาให้เราได้ชมก่อนจะก้าวเท้าขึ้นสู่ตัวบ้าน

Tatler Asia
Above เมื่อลงจากเครื่องบินส่วนตัวบนเกาะไม้ซี่ และข้ามมาที่เกาะกูด นี่คือวิวที่คุณจะได้สัมผัส (ภาพ: Soneva Kiri)

แม้อาหารไทยจะได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในรสชาติที่ดีที่สุดของโลก แต่ภาพจำของใครหลายคนอาหารไทยนั้นถูกจำกัดไว้แค่ ภาคกลาง ภาคเหนือ อีสาน และใต้ ทั้งๆ ที่อาหารภาคตะวันออก ฝั่งจังหวัดจันทบุรี ตราด ก็มีวัฒนธรรมการกินที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และแม่ตุ๊กก็เป็นหนึ่งในเชฟที่สามารถนำเสนออาหารภาคตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ กับวัตถุดิบพื้นถิ่น อาหารทะเลจากชาวประมงที่จับได้รายวัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ร้านอาหารอย่าง ครัวแม่ตุ๊ก 'ไม่มีเมนู' การสร้างความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นของผู้รับประทาน รวมเข้ากับประสบการณ์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีนั้น ทำให้มื้ออาหารครั้งนี้ แปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจได้ไม่ยาก

อ่านเพิ่มเติม: Raffles Sentosa สิงคโปร์ เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เดือนมีนาคม 2025 นี้

Tatler Asia
Above บรรยากาศของเกาะกูด ส่วนของ Soneva Kiri ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ (ภาพ: Soneva Kiri)

เราจึงถือโอกาสสำรวจ Soneva Kiri ให้ลึกลงไปมากกว่านั้น ก่อนที่จะเข้าห้องพัก ทั้ง Barefoot Guardian ทั้งผู้จัดการทั่วไปโดยที่ Soneva เรียกว่า Guardian of the Experience ต่างเล่าถึงความน่าตื่นเต้นของการจัดการน้ำภายในโรงแรม ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าภูมิประเทศแบบเกาะนั้น แหล่งน้ำนั้นมีความสำคัญและบ่อยครั้งที่น้ำไม่เพียงพอ และต้องนำเข้าจากฝั่ง ยิ่งทำให้เราสนใจการจัดการน้ำ จนเราได้นั่ง ‘Mr. Friday’ รถบักกี้คันเล็ก เดินทางมาหลังโรงแรม เราพบกับระบบบำบัดน้ำและบ่อน้ำขนาดใหญ่ เราเดินชมเพื่ออธิบายกระบวนการบำบัดน้ำ เริ่มจากการเติมอากาศเข้าไปในน้ำเสียที่ถูกรวบรวมมาจากทั้งรีสอร์ต บ่อสอง และสาม คือการบำบัดด้วยพืชน้ำที่ใช้สายพันธุ์ในการบำบัดแตกต่างกัน การใช้จอกและแหน เพื่อคลุมพื้นผิวของน้ำ และพืชน้ำอีกเก้าสายพันธุ์ ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ สารประกอบ โลหะหนัก และอื่นๆ ที่ทำให้น้ำเป็นพิษ จนกลายเป็นน้ำสะอาดที่นำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ที่ค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) นั้นอยู่ที่ 5 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดสูงสุดที่ 20 มิลลิกรัม/ลิตร นับว่าเกินกว่ามาตรฐานไปมาก

ยังมีเรื่องราวเหล่านี้อีกมากมายที่อาจฟังดูไม่น่าดึงดูด หรือน่าตื่นตาตื่นใจกับความหรูหรา แต่เมื่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้ประกอบรวมเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้างปฐมภูมิของ Soneva Kiri ที่ไม่ว่าเทรนด์ความหรูหราจะหมุนไปในทิศทางใด ปรัชญาแนวความคิดของโสนุและเอวา ที่ตั้งใจให้ผู้เข้าพักสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้แบบไม่ต้องมีตัวแปรใดๆ กับประสบการณ์ที่แตกต่าง เป็นการเดินทางเต็มไปด้วยความหมายและชวนให้หวนกลับมาอีกครั้ง

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia