หลบจากเมืองสู่แกลเลอรี่กลางป่า ที่งานศิลปะร่วมสมัยและธรรมชาติหลอมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจ ณ Khao Yai Art Forest
ก่อนหน้านี้เราได้ทำความรู้จัก มาริษา เจียรวนนท์ ไปบ้างแล้ว ทั้งเรื่องชีวิต การทำงาน บทบาทของเธอในฐานะผู้นำและผู้สร้างปรากฏการณ์ในวงการศิลปะและวัฒนธรรมที่ไม่ใช่เพียงแค่ในไทย แต่เป็นทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรายังไม่หายตื่นเต้นกับ Bangkok Kunsthalle (บางกอก คุนสตาเล่อ) ตึกแถวสามห้องจากโกดังเก็บหนังสือของไทยวัฒนาพานิช ก่อนจะถูกเธอแปลงโฉมเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด กับงานโครงสร้างที่เปลือยเปล่า คอนกรีต เหล็ก หน้าต่างไม้ กระจก ทั้งหมดยังคงไว้ในสภาพเดิมที่สมบูรณ์ ที่มาพร้อมกับแนวทางการนำเสนอที่ทั้งไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน และยังคงเต็มไปด้วยงานศิลปะที่หมุนเวียนเข้ามาจัดแสดงไม่ขาดสาย
อ่านเพิ่มเติม: 'มาริษา เจียรวนนท์' ผู้ชุบชีวิตตึกในตำนานและสานต่อโลกศิลปะ
แต่ความตั้งใจพัฒนาวงการศิลปะของมาริษายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เธอได้มองออกมาไกลนอกกรุงเทพฯ เพียงสามชั่วโมง คุณจะได้พบพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายใต้ชื่อ Khao Yai Art Forest เป็นพื้นที่ในส่วนของเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยที่ภายในเต็มไปด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ

Above จากซ้ายไปขวา: ลีมินโฮ (Lee Min ho) และคุณมาริษา เจียรวนนท์ กำลังปั้นก้อนดิน กิจกรรมแรกเมื่อเดินทางถึง Khao Yai Art Forest (ภาพ: Khao Yai Art Forest)
‘ศิลป่า’ แนวคิดที่ถูกริเริ่มจากสถาบันศิลปะอาร์ต ฟอเรสติ จากการรวมกันของคำว่า ‘ศิลปะ’ และ ‘ป่า’ ที่ตั้งใจนำผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินในสภาพแวดล้อมธรรมชาติให้เกิดขึ้นจริงด้วยหลักปรัชญาการเยียวยาผ่านศิลปะ สถาบันแห่งนี้ก้าวข้ามแนวทางการพัฒนาจิตใจในแบบเดิม โดยเลือกใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูพลังแห่งธรรมชาติ
การตั้งคำถามท้าทายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานสะท้อนแนวคิดนี้ ผ่านหลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการบรรยาย เวิร์กช็อป และการสัมมนา บนผืนป่ากว้าง 85 เฮกตาร์ (ประมาณ 531.25 ไร่) ศิลป่าได้สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ของการเดินทาง และยกระดับให้เขาใหญ่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะ ผจญภัย ระดับนานาชาติ และยังเป็นเวทีสำคัญในการสนับสนุนศิลปินท้องถิ่นอีกด้วย

Above ประติมากรรมแม่แมงมุม Maman (ภาพ: Andrea Rossetti)
Tatler ได้รับโอกาสพิเศษในการสำรวจประสบการณ์แห่งการเยียวยาจิตใจและร่างกาย ณ พื้นที่ศิลปะกลางป่าแห่งนี้ โดยมี สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา (Stefano Rabolli Pansera) ภัณฑารักษ์ของศิลป่า เป็นผู้นำทาง ท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยงที่สาดส่องผ่านเรือนยอดไม้ เขาได้เล่าถึงจุดกำเนิดและแรงบันดาลใจเบื้องหลัง Khao Yai Art Forest พร้อมเน้นย้ำถึงปรัชญาสำคัญของที่นี่ คือการเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย จิตใจ และธรรมชาติเข้าด้วยกัน นับเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะได้สำรวจภายในจิตใจ ปลดปล่อยความวุ่นวาย และค้นพบความหมายบางอย่างที่อาจหลงลืมไประหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณเข้าได้สำรวจจิตใจได้ดีขึ้นคือ ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แม้แต่ขีดเดียว
Above ละอองน้ำเคลื่อนผ่านภูมิทัศน์ที่ถูกออกแบบในชื่อผลงาน ‘Fog Landscape #48435’ ยามโพล้เพล้ (ภาพ: Kornpath Parn-on)
ทันใดนั้นเนินเขาฝั่งตรงข้ามก็ปกคลุมไปด้วยหมอกขาวทั่วทั้งหน้าผา ผลงานชิ้นแรกที่สเตฟาโนพามาให้เราได้ชมคือ Fog Landscape #48435 โดยมีเจ้าของชิ้นงานอย่าง Fujiko Nakaya อยู่ร่วมกับเราในช่วง 15 นาทีนี้ เป็นการร่วมมือกันของ Atsushi Kitagawara Architects ที่ได้สร้างภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ผสานเข้ากับผลงานการสร้างประติมากรรมละอองน้ำ (fog scupture) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ โดยความพิเศษครั้งนี้ได้มีการสร้างความร่วมมือกับ Aquaria บริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศจากสหรัฐอเมริกา ที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการเก็บเกี่ยวความชื้นจากอากาศด้วยพลังงานหมุนเวียน ผสานผลงานสถาปัตยกรรม การออกแบบ ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันภายในผลงานชิ้นนี้

Above GOD ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้กลางป่า (ภาพ: Krittawat Atthsis และ Puttisin Choojesroom)

Above GOD ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้กลางป่า (ภาพ: Francesco Arena)
หลังจากนั้นกลุ่มของเราถูกพาเดินเข้าไปในป่าสัก ภายใน Khao Yai Art Forest ที่แม้จะขึ้นชื่อว่าป่า แต่ป่าแห่งนี้กลับเป็นป่าที่ปลูกขึ้นมาด้วยฝีมือของมนุษย์ ทำให้อดคิดท้าทายไปถึงการให้คำนิยามสิ่งหนึ่งสิ่งใด ภายใต้คำว่า ‘ป่า’ สถานที่แห่งนี้คือป่าสมกับชื่อของมันจริงหรือไม่ ยังไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ เราก็ได้พบกับ ‘GOD’ (2024) ก้อนหินขนาดใหญ่ สีน้ำตาลของก้อนหินแทบจะเป็นสีเดียวกับลำต้นและใบไม้แห้ง โดยทั้งสองก้อนนั้นถูกจัดวางเรียงในแนวตั้งขึ้นไปโดยเชื่อมกันเข้าไว้ ฐานถูกยกให้สูงขึ้นไม่ชิดกับผืนดิน สะท้อนถึงความสูงส่งและความแตกต่างของเหล่าทวยเทพ ผู้ที่แม้จะมีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ แต่กลับดำรงอยู่ในอีกภพภูมิหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม: ตรุษจีน 2025 | รวม 9 อาคารสีแดงมงคล ที่ท้าทายสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ
ระหว่างทางของเส้นทางแห่งการจาริกและแสวงหาแห่งนี้ เราได้พบซากปรักหักพักของสิ่งก่อสร้างเป็นระยะ ประติมากรรมนี้กระจายตัวอยู่ทั่ว Khao Yai Art Forest กว่า 10 ชิ้น เป็นผลงานของอุบัติสัตย์ (Ubatsat) ศิลปินชาวเชียงใหม่ที่นำเสนอผลงานสุดลึกซึ้ง ผ่านการสร้างเจดีย์ด้วยแนวคิดแบบรื้อสร้างชิ้นส่วนดินเผาของเจดีย์ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้อีก 10 ปี 15 ปี ข้างหน้าจะถูกผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นดิน หญ้า มอส ผ่านการคลืบคลานเข้าปกคลุม
"อีก 10 ปีข้างหน้า ชิ้นส่วนเจดีย์เหล่านี้จะยังคงเป็นผลงานศิลปะอยู่หรือไม่ หรือพวกมันจะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติไปเสียแล้ว”
ไม่เพียงท้าทายนิยามของศิลปะ แต่เขายังตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างสรรค์ของมนุษย์กับอำนาจอันไม่มีที่สิ้นสุดของธรรมชาติ เป็นการเตือนใจอันงดงามว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทุกสิ่งล้วนต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติ
ลองจินตนาการว่าคุณเป็นฮันเซลและเกรเทล ที่ออกเดินทางด้วยจุดประสงค์เพียงเพื่อสำรวจป่า แต่กลับพบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน สเตฟาโนพาเรามาพบกับอาคารสีเทาทันสมัยที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบท่ามกลางแมกไม้ K-BAR ผลงานการออกแบบล่าสุดของ Elmgreen & Dragset ศิลปินดูโอที่มีชื่อเสียงในการสร้างความประหลาดใจด้วยการจัดวางที่ขัดกับบริบท (site-specific installation) พวกเขาเคยจำลองทางเดินหน้าห้องพักอันหรูหราของโรงแรมโอเรียนเต็ล DISLOCATED Oriental (2008) มาวางไว้ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานีรถไฟหัวลำโพง สร้างร้านบูติก Prada Marfa (2005) อยู่ใจกลางทะเลทรายในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ทั้งสามผลงานของเขาใช้พื้นที่ในการสื่อสาร โดยการสร้างความขัดแย้งที่ตั้งใจกระตุ้นให้เราตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นทำไมร้านแฟชั่นหรูถึงมาอยู่กลางทะเลทราย โถงทางเดินโรงแรมจะมาอยู่ในสถานีรถไฟที่คลาคล่ำได้อย่างไร หรือแม้กระทั่งกลางพื้นที่รกร้างแบบนี้ จะมีใครกันที่มานั่งในบาร์แห่งนี้ คำถามเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับผลงานของเขาได้อย่างน่าสนใจ และบาร์แห่งนี้รองรับแขกได้เพียงหกท่าน พร้อมสร้างประสบการณ์ให้บริการเฉพาะวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน ตั้งแต่ยามเย็นจนดึก (17:00-23:00 น.)

Above ภาพมุมสูงที่ยังสามารถมองเห็น Madrid Circle (1986) ผลงานของ Richard Long (ภาพ: Krittawat Atthsis และ Puttisin Choojesroom)

Above วงกลมที่ถูกจัดวางไว้ด้วยแผ่นหินชนวนหลายร้อยชิ้นเรียงเข้าไว้ด้วยกัน Madrid Circle (1986) ผลงานของ Richard Long (ภาพ: Krittawat Atthsis และ Puttisin Choojesroom)

Above วงกลมที่ถูกจัดวางไว้ด้วยแผ่นหินชนวนหลายร้อยชิ้นเรียงเข้าไว้ด้วยกัน Madrid Circle (1986) ผลงานของ Richard Long (ภาพ: Krittawat Atthsis และ Puttisin Choojesroom)
หลังจากนี้เรามองเห็นทางเดินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ยอดเขาของ Khao Yai Art Forest สูงสุดของการจาริกครั้งนี้ เราได้พบกับ Madrid Circle (1986) โดย Richard Long ที่ได้จัดเรียงแผ่นหินชนวนในฟอร์มของวงกลมที่สะท้อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
การวางผลงานนี้ไว้ ณ จุดสูงสุดของเส้นทาง คงเป็นความตั้งใจที่อยากจะให้นักเดินทางทุกคนได้สัมผัสความสงบที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของอากาศ เชื่อมโยงเบญจขันธ์เข้ากับธรรมชาติ หลอมรวมและกลมกลืนกันจนเป็นหนึ่ง หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ หมุนวนในวงกลมแบบไม่สิ้นสุด

Above Two Planets (2008) ผลงานวิดีโอโดยอารยา ราษฎร์จำเริญสุข (ภาพ: Andrea Rossetti)
นอกจากนี้ยังมี ‘Two Planets’ (2008) ผลงานวิดีโอโดยอารยา ราษฎร์จำเริญสุข นำเสนอการสนทนาข้ามวัฒนธรรมผ่านปฏิกิริยาของชาวนาไทยต่อภาพวาดแบบยุโรป สร้างมุมมองใหม่ในการตีความงานศิลปะและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และ Maman (1999-2002) ประติมากรรมแมงมุมยักษ์อันโด่งดังของ Louise Bourgeois ได้ถูกนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นี่ ผลงานชิ้นนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นแม่ในฐานะผู้ปกป้องและผู้สร้างสรรค์ สะท้อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
Above แมงมุม Mamam (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Khao Yai Art Forest ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะกลางธรรมชาติ แต่เป็นการเริ่มต้นตั้งคำถามและค้นพบ ความกลมกลืนของพื้นที่ของศิลปะ เทคโนโลยีและธรรมชาติที่หลอมรวมจนเป็นเนื้อเดียวกันกับประติมากรรมหมอก การที่ร่างกายได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ท้าทายการรับรู้และความเข้าใจของนักเดินทาง บาร์หรูกลางป่า และวงกลมศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา ชวนให้ต้องทบทวนการรับรู้ที่เราคุ้นเคยอีกครั้ง ไม่แน่ว่าการเดินทางออกจากป่าในครั้งนี้ มุมมองต่อโลกและธรรมชาติรอบข้างของคุณอาจจะไม่เหมือนเดิม
ประเภทบัตรเข้าชม
- ชมผลงาน Maman (ฟรี) เข้าชมฟรีเฉพาะบริเวณประติมากรรม Maman บริเวณที่ราบ จำกัด 50 ท่านต่อวัน สามารถเข้าชมได้ถึง 16:00 น. (ต้องจองล่วงหน้า)
- บัตรเข้าชมทั้งหมด ผู้ใหญ่ 500 บาท | นักเรียน/นักศึกษา ผู้สูงอายุ 65+ และเด็กต่ำกว่า 12 ปี 250 บาท
- รอบเช้า: 9:30 น. (เข้าได้ถึง 10:30 น.)
- รอบบ่าย: 15:30 น. (เข้าได้ถึง 16:00 น.)
- จำกัด 30 ท่านต่อรอบ
- การแสดง Fog Forest รอบ 11:30 น. - แพ็กเกจทัวร์พิเศษ ผู้ใหญ่ 1,800 บาท | เด็ก 900 บาท รวมทัวร์นำชม เวิร์กช็อปศิลปะ และอาหารกลางวัน
- เริ่ม 9:30 น.
- จำกัด 40 ท่านต่อรอบ
เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ 9:30 - 17:00 น. (เข้าชมได้ถึง 16:00 น.)
ศิลป่า เขาใหญ่ (Khao Yai Art Forest)
ที่อยู่: ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา








