Cover สิ่งที่จะทำเมื่ออยู่ในเกียวโต (ภาพ: Cosmin Georgian/Unsplash)

สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวในเกียวโต ดินแดนแห่งมนต์ขลังเหนือกาลเวลา

10 สิ่งสุดประทับใจในกรุงเก่าของญี่ปุ่น

แม้ว่าจะมีสถานที่มากมายอันสวยงามตระการตาชวนให้พิศวงอยู่ทั่วทุกมุมโลก  แต่ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนเมืองเกียวโต กรุงเก่าของญี่ปุ่นแล้ว จะรู้สึกได้ว่า ดินแดนแห่งนี้เต็มไปมนต์เสน่หาน่าประทับใจยิ่งกว่าที่ไหน ๆ ด้วยเสียงเพรียกจากอดีตกาลด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่แห่งแดนซามูไรผสานกับกลิ่นอายร่วมสมัยที่มีชีวิตชีวาโดยรอบ ทำให้เมืองนี้เพียบพร้อมด้วยเสน่ห์น่าหลงใหลสำหรับผู้มาเยือน

อ่านต่อเพื่อติดตามเรื่องราวที่น่าดึงดูดใจของนครเกียวโต และจะค้นพบว่าการไปเยือนที่นั่น ไม่ใช่เป็นเพียงการเดินทางไปท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่เป็นการซึมซับบรรยากาศและดื่มด่ำกับวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่จะอยู่ในความทรงจำที่ดีไปอีกนานแสนนาน

1. ท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณที่ศาลเจ้า ‘Fushimi Inari-taisha’ (ฟูชิมิ อินาริ-ไทฉะ)

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อันโด่งดังแห่งนี้ เปิดรับผู้มาเยือนตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก และสร้างความพิศวงด้วยเส้นทางที่เรียงรายไปด้วยประตูโทริอิสีแดงชาด โน้มนำจิตวิญญาณของผู้แสวงบุญให้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติในขณะที่เดินเข้าสู่เส้นทางบนเนินเขา ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและทิวทัศน์แสนงาม แต่อย่าลืมว่า รองเท้าที่สวมใส่สบายเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับการเดินทางแสวงบุญที่เสมือนกับการออกกำลังกายเบาๆ ไปในตัว

2. ฟังเสียงสะท้อนจากอดีตที่ Nijo Castle (ปราสาทนิโจ)

ปราสาทนิโจต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่เวลา 8.45 น. ถึง 17.00 น. เพื่อเป็นเครื่องย้อนเวลาพาผู้มาเยือนกลับไปสู่อดีตอันรุ่งโรจน์ของนครเกียวโต ไล่เรียงไปตั้งแต่พื้นไนติงเกล ซึ่งได้รับการออกแบบสุดพิเศษน่าอัศจรรย์ใจให้ระบบพื้นส่งเสียงร้องดังนกไนติงเกล เมื่อมีใครเหยียบย่างบนพื้นนั้น  ไปจนถึงสวนอันรื่นรมย์ที่บรรจงตกแต่งอย่างสวยกริบ ทุกมุมของปราสาทอลังการงานสร้างเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางวัฒนธรรมและทางสายตา อย่างไรก็ตาม ผู้เยี่ยมชมไม่สามารถถ่ายภาพภายในปราสาทโดยเด็ดขาด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์ทางประวัติศาสตร์

3. เดินทอดน่องท่องถนนสายโบราณย่าน Higashiyama (ฮิกาชิยะมะ)

ย่าน ‘Higashiyama’ (ฮิกาชิยามะ) มีถนนหน้าตาโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังน่าเดินเป็นที่สุดถึง 3 สาย สร้างความคึกคักมีชีวิตชีวาให้สายเดินๆกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงหัวค่ำ โดยถนนสายแรกคือ ‘Ninenzaka’ (นิเน็นซากะ) ซึ่งเป็นถนนกว้างปูลาดด้วยหินที่สองข้างทางเรียงรายไปด้วย ‘machiya’ (มาชิยะ) ที่เป็นบ้านไม้แบบโบราณของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ปัจจุบันกลายเป็นโรงน้ำชาและร้านจำหน่ายของที่ระลึก และถนนสายที่สอง คือ ‘Sannenzaka’ (ซันเน็นซากะ) ที่มีร้านค้ามากมายที่จำหน่ายงานฝีมือแบบดั้งเดิมของเกียวโตและขนมหวานแสนอร่อย และท้ายสุด สายที่สามคือ ‘Ishibei-koji’ (อิชิเบ-โคจิ) ซึ่งเป็นตรอกแคบ ๆ ที่ปูด้วยหิน ซึ่งมีโรงแรมขนาดเล็กและร้านอาหารสุดพิเศษที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพในอดีตอันรุ่งเรืองของนครเกียวโต

4. ชมวิวทิวทัศน์เมืองจากวัด Kiyomizudera (คิโยมิซึเดระ)

จากวัดเก่าแก่แห่งนี้ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลสวยงามของนครเกียวโตได้ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในท้องถิ่นและนักเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงดอกซากุระบานและในฤดูใบไม้ร่วง คำว่า ‘Kiyomizudera’ (คิโยมิซึเดระ) แปลว่า "วัดน้ำบริสุทธิ์ หรือ วัดน้ำใส" (pure water temple) ที่มีสายธารจาก น้ำตกโอตาวะ (Otawa Waterfall)  ไหลผ่านบริเวณวัด สายธารนี้แบ่งออกเป็นสามสาย ซึ่งเชื่อกันว่า แต่ละสายจะให้พรที่แตกต่างกัน ได้แก่ อายุยืนยาว ความสำเร็จด้านการเรียน หรือชีวิตรักที่สมหวัง วัดแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 6.00 น. ถึง 18.00 น. (หรือ 18.30 น. ในช่วงฤดูร้อน) และมักจะคึกคักที่สุดในช่วงบ่าย ดังนั้นการมาชมวัดในช่วงเช้าอาจจะได้รับความสงบมากกว่า

5. เพลิดเพลินไปกับการชมลิงแสมที่อุทยานลิงอะระชิยะมะ อิวะตะยะมะ (Arashiyama Monkey Park Iwatayama)

นักท่องเที่ยวไม่สามารถเล่นกับลิงแสมแสนซนในอุทยานแห่งนี้ เนื่องจากมีข้อห้ามที่เข้มงวด ไม่ให้สัมผัสกับลิง เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย แต่นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้แจกอาหารลิงที่ซื้อจากร้านของอุทยาน ในขณะที่เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของเกียวโตท่ามกลางธรรมชาติของอุทยาน นอกจากนี้ อาจจะมีเวลาเดินป่าช่วงสั้นๆไปยังอุทยาน ที่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. ดังนั้นจึงควรสวมรองเท้าที่ใส่สบายและนำน้ำมาดื่มในเดือนที่อากาศอบอุ่นด้วย

6. มองขึ้นไป ฟังเสียงไผ่เสียดกอในสวนไผ่อะระชิยะมะ (Arashiyama Bamboo Grove)

สวนไผ่ Arashiyama (อะระชิยะมะ)  ตั้งอยู่ติดกับอุทยานลิงที่ชื่อเดียวกัน   สวนไผ่ที่เป็นสวรรค์บนดินแห่งนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ชมดินแดนแห่งความเงียบสงบอย่างแท้จริง เสียงไผ่ที่เสียดกอฟังคล้ายเสียงจากสวรรค์ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งใน "100 ภูมิทัศน์ทางเสียงของญี่ปุ่น" (100 Soundscapes of Japan)  โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีผู้คนเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทางโสตประสาทนี้มากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป  การไปเที่ยวชมในช่วงเช้าตรู่ จะทำให้ได้รับความสงบมากขึ้น นอกจากนี้ ลำแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านกอไผ่ในยามเช้า ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบและคุ้มค่าแก่การลงในอินสตาแกรม.

7. เพลินลมโชยริมแม่น้ำคาโมะ (Kamo River)

คำว่า ‘คาโมะ’ (Kamo ) หมายถึง ‘เป็ด’ ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) ที่มอบการพักผ่อนอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายจอแจในเมืองให้แก่ผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานและจัดปิกนิกริมแม่น้ำ หรือการจิบกาแฟชิลๆ  โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่มีบรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยแสงสีและผู้คนที่มาท่องเที่ยวบนฝั่งแม่น้ำอันโด่งดังนี้

8. อิ่มอร่อยกับอาหารค่ำยามอาทิตย์ลับฟ้าที่ร้านอาหาร ‘Yasaka’ (ยาซากะ)

‘Yasaka’ (ยาซากะ) เป็นร้านอาหารกระทะร้อนสไตล์ ‘teppanyaki’ (เทปันยากิ) ของญี่ปุ่นภายในโรงแรม ‘Park Hyatt Kyoto’ (พาร์ค ไฮแอท เกียวโต) ซึ่งมอบประสบการณ์หรูหราน่าจดจำให้แก่ลูกค้าในการรับประทานอาหารรสเลิศสไตล์ญี่ปุ่นผสมฝรั่งเศส เคล้าบรรยากาศอาทิตย์อัสดงลับเหลี่ยมเขา‘Higashiyama’ (ฮิกะชิยะมะ) ในโอกาสพิเศษต่างๆ อีกทั้งมีการแสดงวิธีการทำอาหารเมนูหรูเลิศให้กับลูกค้าได้ชมกันสดๆ  ในขณะที่แสงสีทองของดวงอาทิตย์ทาบทาลีลาการทำอาหารอันคล่องแคล่วของเชฟ

9. แอบดูเกอิชาสักแวบในย่าน ‘Gion’ (กิออน)

‘Gion’ (กิออน)  เป็นย่านเกอิชาดั้งเดิมของเมืองเกียวโต ทำหน้าที่เป็นประตูสู่อดีต เมื่อพลบค่ำ ตรอกซอยที่คดเคี้ยวและโรงน้ำชาแบบโบราณก็จะมีชีวิตชีวาขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้คนในท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมน่าสนใจที่มีอยู่หลากหลาย และหากโชคเข้าข้าง ก็อาจจะได้เห็นเกอิชาหรือไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด) สักแวบหนึ่ง แต่อย่าลืมเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขาและละเว้นจากการกระทำที่จาบจ้วงหรือก้าวร้าว เช่น การถ่ายภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตจากชุมชนกิออน

นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวควรลองลิ้มเหล้าสาเกรสเลิศของเกียวโตที่โรงเหล้าท้องถิ่น  เข้าร่วมพิธีชงชาแบบดั้งเดิม หรือเยี่ยมชมศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมการแสดง ‘Gion Corner’ (กิออน คอร์เนอร์) อันโด่งดัง ซึ่งมีการแสดงทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากมายเช่น พิธีชงชา การจัดดอกไม้ และการแสดงหุ่นกระบอก

10. ค้นพบเสน่ห์ของเกียวโตยามค่ำคืนที่ตรอกปอนโตโฉะ (Pontocho Alley)

ภายในตรอกปอนโตโฉะ มีโรงน้ำชาเก่าแก่ตั้งอยู่เคียงกันกับบาร์ทันสมัยและร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น ‘izakaya’ (อิซากายะ) ที่สร้างชีวิตเติมชีวาให้กับสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความสว่างไสวไฟนีออน แล้วก้าวเข้าไปในร้านเหล้าอิซากายะที่พร้อมเชิญชวนลูกค้าให้ชิมไก่ย่างเสียบไม้ ‘yakitori’ (ยากิโทริ) แกล้มเบียร์เย็นๆ

เคล็ดลับที่ไม่ลับ: การสำรวจตรอกปอนโตโฉะ จะให้เหมาะสุดต้องทำหลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นช่วงที่ตรอกเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา แม้จะมีผู้คนพลุกพล่านก็ตาม และถ้ากำลังมองหาร้านอาหารโดยเฉพาะหรือต้องการดูวิวริมแม่น้ำ แนะนำให้มาถึงก่อนเวลาหรือจองล่วงหน้า

Topics