Cover Anantara Hua Hin Resort ปรับโฉมครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของ Minor Hotels (ภาพ: Anantara)

Anantara Hua Hin Resort ปรับโฉมใหม่ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของแบรนด์ ที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักยุคใหม่ แต่ยังคงรักษาความเป็นไทยร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เป็นอย่างดี

เมื่อได้ยินว่า Anantara Hua Hin Resort กำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ นั่นคือการพลิกโครงสร้างกว่า 35 ไร่ใหม่หมดในโอกาสครบรอบ 25 ปีของแบรนด์ ผมคาดหวังแค่การอัปเกรดธรรมดาๆ ที่รีสอร์ตมักทำกัน แต่เมื่อได้ไปเยือนจริง ต้องบอกตามตรงว่า นี่ไม่ใช่แค่การทาสีใหม่หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ มันคือการรื้อถอนทุกอย่างที่เคยคุ้นชิน แล้วสร้างใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้เข้าพักยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็รักษาเอกลักษณ์แบบไทยและหัวใจของรีสอร์ตต้นตำรับที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งแบรนด์ไว้อย่างแน่นแฟ้น

Anantara Hua Hin คือรีสอร์ตแห่งแรกของเครือ Minor Hotels ที่เปิดตัวในปี 2001 และกลายเป็นต้นแบบให้กับ Anantara อีกหลายสิบแห่งที่กระจายไปทั่วโลก แต่การเป็น “ต้นตำรับ” ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง หากไม่ระวัง คุณก็จะกลายเป็นแค่ “รีสอร์ตเก่าที่ทุกคนเคยไป” การรีโนเวทครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่การทาสีใหม่หรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน มันคือการรื้อทิ้งทุกอย่างที่ล้าสมัย แต่เก็บทุกอย่างที่ทำให้ที่นี่เป็น Anantara ไว้ และการเลือกเวลาก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

Tatler Asia
Above ห้องพัก Sea View Suite มองเห็นวิวทะเลสวย (ภาพ: Anantara)

ปีที่ 25 ของแบรนด์คือจังหวะที่เหมาะพอดีที่จะพิสูจน์ว่า legacy ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดนิ่ง กว่า 35 ไร่ถูกออกแบบใหม่หมด สระว่ายน้ำหลักที่เคยดูธรรมดาๆ ตอนนี้กลายเป็นโอเอซิสที่คุณอยากนอนชิลล์ทั้งวัน ชายหาดถูกปรับให้กว้างขึ้น มุมมองทะเลชัดขึ้น ที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้พยายามเป็นรีสอร์ตสมัยใหม่แบบที่อื่นเลย นี่ยังคงเป็น Anantara สไตล์ไทยๆ แต่เวอร์ชั่นที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เวอร์ชั่นที่โตพอจะกล้าตัดสินใจได้เองว่าอะไรควรเปลี่ยน อะไรควรคงไว้

อย่างแรกผมต้องยกให้ Kasara Lounge กับ adults-only lagoon pool ที่ทางรีสอร์ตสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหามานานแล้ว พื้นที่ family-friendly ยังคงมีสำหรับผู้เข้าพักที่เป็นเด็กและครอบครัว แต่ตอนนี้คุณมีทางเลือกที่จะหลบไปพักผ่อนในโซนที่เงียบกว่า มีบาร์ริมสระ มี daybed สบายๆ Kasara Lounge เองก็ไม่ได้แค่เป็นคลับเลานจ์ธรรมดา มันคือพื้นที่ที่คุณจะอยากใช้เวลาแม้จะไม่ได้จองห้องพักแบบที่มี club access มีบริการอาหารว่างตลอดวัน เครื่องดื่มเบาๆ ยามบ่าย และคานาเป้ยามเย็น

Tatler Asia
Above ห้องพัก Two Bedroom Family Pool Suite เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัว (ภาพ: Anantara)

ห้องพักทั้ง 171 ห้องถูกรีโนเวตใหม่หมด แต่ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงคือ Deluxe Pool Access Room 13 ห้องที่เปิดตัวใหม่ จินตนาการว่าคุณตื่นเช้า ยืดตัวบนเตียงนอนที่นุ่มสบาย เปิดม่านออก เห็นสระว่ายน้ำสีฟ้าใสอยู่ตรงหน้า แล้วคุณก็... เดินลงไปยังสระว่ายน้ำได้เลย ไม่ต้องแต่งตัว ไม่ต้องลงลิฟต์ ไม่ต้องเจอใครเลย นี่คือแนวคิด indoor-outdoor living ที่พวกเขาพูดถึง และมันใช้ได้จริง ส่วนห้องแบบ Sea View Terrace กับ Balcony ก็ไม่ธรรมดา พื้นที่ระเบียงกว้างขวางจนคุณจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้เลย และวิวทะเลกับสวนที่คุณเห็นจากที่นี่ไม่ใช่แค่ “มีวิว” แบบรีสอร์ตทั่วไป มันคือวิวที่คุณจะนั่งดูไม่เบื่อจนถึงเช็กเอาต์ ถ้ามากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ Two-Bedroom Family Pool Suite หรือเพนต์เฮาส์สามห้องนอนคือคำตอบ พื้นที่กว้างขนาดที่ว่าแต่ละคนมีความเป็นส่วนตัวพอ แต่ยังรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่สำคัญ รีสอร์ตแห่งนี้ต้อนรับสัตว์เลี้ยงหรือ pet friendly ด้วย ซึ่งถือว่าเหมาะอย่างยิ่งกับครอบครัวชาวไทยที่เดินทางขับรถมาเที่ยวหัวหินในช่วงสุดสัปดาห์พร้อมสัตว์เลี้ยงคู่ใจ

Tatler Asia
Above ห้องอาหาร Sea Fire Salt เปิดรับวิวและลมทะเลแบบเต็มๆ (ภาพ: Anantara)
Tatler Asia
Above บรรยากาศยามพลบค่ำของห้องอาหาร Sea Fire Salt (ภาพ: Anantara)

เรื่องอาหารที่ Anantara Hua Hin สร้างความประทับใจด้วย Sea Fire Salt ห้องอาหารที่ใช้เทคนิคการย่างบนแผ่นเกลือหิมาลายัน ซึ่งฟังแล้วอาจดูเหมือนกิมมิก แต่พอคุณได้กัดเนื้อหรืออาหารทะเลที่ย่างจากแผ่นเกลือนั้น คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่การทำให้ดูแฟนซี แต่ได้รสชาติที่แตกต่างจริงๆ เค็มละมุนลึกซึ้งกว่าการย่างธรรมดา ไม่ร้อนแรงเกินไป และเนื้อสัมผัสของเนื้อยังนุ่มชุ่มฉ่ำ โครงสร้างของร้านเองก็โปร่งโล่ง มีระเบียงชั้นบนที่โอบล้อมด้วยร่มไม้ริมทะเล บรรยากาศดีจนคุณไม่อยากรีบกลับห้อง Rim Nam ยังคงรักษาตำนานอาหารไทยต้นตำรับไว้ได้ดี ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำที่โรแมนติก ขณะที่ Issara Cafe เป็นที่ที่คุณจะมารับประทานอาหารเช้าแบบสบายๆ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจก กาแฟหอม บุฟเฟต์หลากหลาย คุณจะรู้สึกว่าวันนี้เริ่มต้นได้ดี ปิดท้ายวันด้วยค็อกเทลที่ Loy Nam บาร์ริมสระ หรือนั่งดื่มไวน์ตอนเย็นที่ Kasara Lounge ที่มีคานาเป้คุณภาพดีกว่าที่คุณคาดหวัง

Tatler Asia
Above ห้องพัก Club Lagoon View Junior Suite (ภาพ: Anantara)

ตรงนี้เป็นอีกจุดที่ Anantara Hua Hin แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจผู้เข้าพักยุคใหม่ นั่นคือผู้คนไม่ได้อยากแค่นอนชิลแล้วก็กลับบ้าน พวกเขาอยากมีประสบการณ์ Active Zone มีทุกอย่างตั้งแต่สนามพิกเคิลบอลที่กำลังฮิต หน้าผาจำลองสำหรับปีนผา จนถึงมวยไทยที่คุณสามารถลองซ้อมได้ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬา แค่อยากลองอะไรใหม่ๆ ก็พอ เด็กๆ ก็ไม่ถูกทิ้ง มีคิดส์คลับโฉมใหม่ มีบ้านต้นไม้ สไลเดอร์ และที่ชอบสุดคือ มินิฟาร์ม ที่มีสัตว์น้อยใหญ่น่ารักให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเล่นด้วย

Tatler Asia
Above Kids Club โฉมใหม่พื้นที่สนุกสำหรับเด็ก (ภาพ: Anantara)

James Sutcliffe ผู้จัดการทั่วไปของรีสอร์ตบอกว่าการปรับโฉมครั้งนี้คือการรักษาหัวใจของบริการแบบไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับตัวไปสู่ความทันสมัย นั่นคือคำพูดที่สะท้อนว่า Anantara Hua Hin ในตอนนี้ไม่ได้พยายามเป็นรีสอร์ตแบบมินิมอลเท่ๆ แบบที่อื่น ไม่ได้พยายามลอกเลียนแบบใคร มันยังคงเป็น Anantara สไตล์ไทยๆ ที่คุ้นเคย แต่เวอร์ชั่นที่เติบโตขึ้น ดีไซน์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักมากขึ้น อย่างเช่นการสร้างโซนผู้ใหญ่ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนถึงการยอมรับว่าผู้เข้าพักสมัยนี้ต้องการมากกว่าแค่ห้องพักสวยๆ

Tatler Asia
Above การปรับโฉมครั้งนี้คือการรักษาหัวใจของบริการแบบไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับตัวไปสู่ความทันสมัย (ภาพ: Anantara)

ถ้าคุณเคยมา Anantara Hua Hin เมื่อหลายปีก่อนแล้วคิดว่ามันก็ดีแต่ไม่มีอะไรพิเศษ ขอแนะนำให้กลับมาดูใหม่ ถ้าคุณไม่เคยมา แต่กำลังหาที่พักผ่อนที่มีทั้งความสงบของรีสอร์ตริมทะเล บริการที่อบอุ่นแบบไทย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยจริงๆ ที่นี่คือคำตอบ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบความวุ่นวายของเมือง ชอบรีสอร์ทที่มีปาร์ตี้ชายหาดทุกคืน ชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คน ที่นี่อาจเงียบเกินไปสำหรับคุณ เพราะ Anantara Hua Hin คือที่เหมาะกับการมาสูดลมหายใจ ไม่ใช่เสียงตะโกนโหวกเหวก และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการมากที่สุดตอนนี้

Tatler Asia
Above ชายหาดหัวหินที่สวยและเงียบสงบของ Aanatara Hua Hin (ภาพ: Anantara)
Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา