เมื่อเทศกาลอาร์ตประจำปีของฮ่องกงอย่าง Art Basel เตรียมยกระดับสู่สเกลสุดยิ่งใหญ่ จัดแสดงผลงานของแกลเลอรี 243 แห่งจาก 40 ประเทศทั่วโลก Tatler ได้รวบรวมลิสต์ศิลปินหน้าใหม่เชื้อสายเอเชียที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก
Art Basel Hong Kong เป็นอีเวนต์เทศกาลศิลปะแห่งปีที่คัดสรรผลงานศิลป์ชั้นยอดทั่วเอเชียมาจัดแสดง และในปีนี้พิเศษสุด เมื่อเทศกาลศิลปะสัญชาติสวิสนี้พร้อมกลับมาจัดงานในสเกลยิ่งใหญ่ ระดับเดียวกับที่เคยจัดก่อนการแพร่ระบาด พร้อมผลงานศิลปะหลากแขนงอีกมากมายให้ติดตาม แบ่งออกเป็นโซน Insights ที่เน้นจัดแสดงผลงานศิลปะเอเชียเป็นหลัก ในขณะที่โซน Discoveries นำเสนอผลงานศิลปินหน้าใหม่และรุ่นใหม่ที่มาแรงและน่าจับตามอง
ปัจจุบันความสนใจในศิลปะเอเชีย ทั้งผลงานของศิลปินในเอเชียและของศิลปินเชื้อสายเอเชียทั่วโลก ได้เพิ่มขึ้นในหมู่สถาบันศิลปะและนักสะสมทั่วโลก ต่อไปนี้เป็น 8 ศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นที่เราอยากแนะนำ
อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุดอีเวนต์และงานศิลปะน่าสนใจ ตลอดเดือนมีนาคม
1. Fiza Khatri แกลเลอรี Jhaveri Contemporary บูธ 1C39

Above Fiza Khatri (ภาพ: Fiza Khatri และ Jhaveri Contemporary)
Jhaveri Contemporary แกลเลอรีในมุมไบ เตรียมจัดแสดงภาพเพ้นท์ ภาพวาด และประติมากรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจโดย Fiza Khatri ศิลปินชาวปากีสถานจากคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกที่ผลงานของศิลปินจะถูกจัดแสดงในฮ่องกงในปีนี้ ศิลปินเป็นที่รู้จักจากภาพวาดและภาพบุคคลในมุมมองแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นภาพบุคคลคนเดียวหรือหลายคน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการสังเกตและจินตนาการสถานการณ์ที่ศิลปินปรารถนาจะใช้ชีวิต รวมถึงประสบการณ์ในการสนับสนุนพลังผู้หญิงและ queer ในปากีสถาน

Above “Gajra” ของ Fiza Khatri (2022) (ภาพ: เอื้อเฟื้อโดย Fiza Khatri และ Jhaveri Contemporary)
ภาพวาดพอร์เทรตเหล่านี้ล้อมรอบบริเวณส่วนกลางของบูธ ซึ่งเป็นภาพวาดจิตรกรรมแผงแบบ seven-panel ในชื่อ Beloved (2024) ซึ่งใช้มาลัยดอกไม้แบบดั้งเดิมที่มีความหมายสำคัญทางวัฒนธรรม โดยเป็นสัญลักษณ์ในโอกาสพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงานและงานศพ สะท้อนความหมายของชื่อผลงาน คำว่า "ที่รัก" มักใช้ในเพลงและบทกวีของนิกายซูฟี (Sufism) นิกายหนึ่งในศาสนาอิสลาม ศิลปินใช้การเชื่อมโยงแห่งบทกวีนี้เพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างความงามและความศักดิ์สิทธิ์ที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง
2. Fuyuhiko Takata แกลเลอรี Waitingroom บูธ 1C43

Above ฟุยุฮิโกะ ทาคาตะ (Fuyuhiko Takata) (ภาพ: cyndixxx; Muuseo)
แกลเลอรีญี่ปุ่น Waitingroom นำเสนอนิทรรศการบูธเดี่ยว Cut Pieces ซึ่งมีผลงานวิดีโอโดยศิลปิน Fuyuhiko Takata จากโตเกียว สุนทรียภาพและการเล่าเรื่องในผลงานภาพยนตร์ของเขาถ่ายทอดตำนาน เทพนิยาย และโลกแฟนตาซี ขณะเดียวกันก็ชวนให้นึกถึงและอ้างอิงถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลกศิลปะ ตั้งแต่ โยโกะ โอโนะ ไปจนถึง มาร์เซล ดูชองป์
Fuyuhiko เปลี่ยนอพาร์ตเมนต์ของเขาให้เป็นฉากทำเองที่ซับซ้อน และกำกับ บรรยาย และแม้แต่แสดงในภาพยนตร์ด้วยตัวเขาเอง เขามุ่งมั่นที่จะตั้งคำถามกับแนวคิดเรื่องเพศ อัตลักษณ์ อำนาจ ชาติ และเรื่องทางเพศอย่างสนุกสนานกับบริบทสังคมญี่ปุ่นร่วมสมัยและโลกโดยรวม

Above “Cut Suits” ของ Fuyuhiko Takata (2023) (ภาพ: เอื้อเฟื้อโดย Fuyuhiko Takata และ Waitingroom)
ผลงานล่าสุดของศิลปินสองชิ้น ได้แก่ The Butterfly Dream (2022) และ Cut Suits (2023) จะจัดแสดงที่บูธในงาน Art Basel Hong Kong ครั้งนี้ โดยผลงานแรกได้รับแรงบันดาลใจจาก The Dream of a Butterfly บทที่โด่งดังในข้อความคลาสสิกภาษาจีน Zhuangzi ซึ่งตัวเอกฝันว่าเขาเป็นผีเสื้อ ทำให้เขาตั้งคำถามกับความเป็นจริง ในเวอร์ชันของ Takata เขาได้สร้างฉากที่สัตว์ประหลาดลูกผสมผีเสื้อ-ไคเมร่าในตำนานฉกฉวยเสื้อผ้าของชายหนุ่มที่กำลังหลับใหล โดยตั้งคำถามถึงแนวคิดดั้งเดิมทว่าเข้มงวดของความเป็นชาย
Cut Suits เป็นภาคต่อของผลงาน The Butterfly Dream โดยคราวนี้เขาเจาะลึกแนวคิดเรื่องความเป็นชายที่เป็นพิษ ถ่ายทอดผ่านตัวเอกนักธุรกิจ 6 คนที่กำลังแย่งสูทของกันและกัน ชวนให้นึกถึง Cut Piece ของ Yoko Ono (1964) ที่เป็นหนึ่งในการแสดงที่โดดเด่นและเป็นชิ้นงานศิลปะแนวสตรีนิยม นอกจากนี้ ประติมากรรมกรรไกรผีเสื้อที่แสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกจะมีการจัดแสดงที่บูธด้วย
3. Antonia Kuo แกลเลอรี Chapter NY บูธ 1C29

Above อันโทเนีย คุโอะ (Antonia Kuo) (ภาพ: คาซึมิ ฮิโนะอุจิ)
Antonia Kuo ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน เป็นที่รู้จักจากผลงานจิตรกรรมแนวโฟโตเคมีคอล โดยใช้กระบวนการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ ด้วยการซ้อนชั้นเคมีแสงซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากแสง และย้อมสีบนกระดาษเจลาตินสีเงินที่ไวต่อแสง ผลงานของเธอผสมผสานการวาดภาพและภาพถ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสุนทรียศาสตร์ที่ได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากการฝึกวาดภาพด้วยหมึกจีนของคุณแม่ชาวไต้หวันของเธอ

Above “เครื่องหมุนเหวี่ยง” (“Centrifuge”) ของ Antonia Kuo (2023) (ภาพ: Charles Benton)
ในงานครั้งนี้ แกลเลอรี Chapter NY จะจัดแสดง Stars in My Pocket Like Grains of Sand นำเสนอมัลติมีเดียที่มีชุดผลงานจิตรกรรมฝาผนังแบบจิตรกรรมแผงและประติมากรรมสองชิ้นบนฐานที่ศิลปินประดิษฐ์ขึ้น ชิ้นงานจิตรกรรมฝาผนังเป็นตัวแทนของผลงานลูกผสมใหม่ โดยภาพวาดโฟโตเคมีคอลของ Kuo ผสมผสานกับภาพถ่ายเจลาตินสีเงิน ภาพนูนประติมากรรมที่ติดตั้ง และแผงอะลูมิเนียมเคลือบผงเพื่อสร้างองค์ประกอบหลายส่วนที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงโดยเนื้อแท้และเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ประติมากรรมของ Kuo เลียนแบบองค์ประกอบของเครื่องจักรและทำหน้าที่เป็นบันทึกรูปร่างที่สูญหาย
4. Sameer Kulavoor แกลเลอรี Tarq บูธ 1C47

Above Sameer Kulavoor (ภาพ: Sameer Kulavoor และ Tarq)
Tarq แกลเลอรีในมุมไบ เตรียมจัดแสดงผลงานของศิลปิน Sameer Kulavoor ในงานปีนี้ โดยมีที่มาจากผลงาน Edifice Complex ซึ่งเป็นการแสดงเดี่ยวของศิลปินในปี 2023 ที่แกลเลอรี ด้วยแรงบันดาลใจจากการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเมืองอินเดียนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและการเติบโตของโลกอินเทอร์เน็ต
Sameer สำรวจความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งของเขากับเมืองต่างๆ และอัตลักษณ์หลายชั้นของเมืองเหล่านั้น โดยเจาะลึกถึงประเด็นการพัฒนาของมหานครต่างๆ ที่เติบโตรวดเร็วเกินไป เช่น มุมไบ ซึ่งจะรวมอยู่ในการจัดแสดงครั้งนี้ด้วย

Above “Timelapse: Of bulldozers and double engine development” ของ Sameer Kulavoor (2022) (ภาพ: Sameer Kulavoor และ Tarq)
Sameer เป็นที่รู้จักจากชุดภาพวาดแบบโปรเกรสซีฟพร้อมกับวิดีโอที่นำมารวมกันเป็นภาพเคลื่อนไหว ชวนให้เรานึกถึงฟลิปบุ๊ค (Flipbook) จากผลงานนี้ Kulavoor เผยให้เห็นธรรมชาติและความชั่วคราวของโครงสร้างเมืองร่วมสมัยและชูวิวัฒนาการของโลกสถาปัตยกรรม
ผลงานขนาดใหญ่สองชิ้นเป็นผลงานชิ้นเอกของบูธ Timelapses (2022) ประกอบด้วยภาพวาดต่อเนื่องที่สะท้อนถึงความเข้าใจอันประณีตของ Kulavoor ในเรื่องสีและวัตถุ ขณะเดียวกันก็ให้มุมมองเกี่ยวกับธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
สำหรับผลงาน That Escalated Fast (2023) และ Burning Bridges (2023) Kulavoor ดึงเอาความคล้ายคลึงระหว่างวิวัฒนาการและความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน และสำรวจว่าเมืองในเอเชียส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปริมาณประชากรที่มากเกินไปและการพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไร
5. Jantsankhorol Erdenebayar แกลเลอรี Flowers Gallery บูธ 3D23

Above Jantsankhorol Erdenebayar (ภาพ: Jantsankhorol Erdenebayar และแกลเลอรีดอกไม้)
การนำเสนอผลงานของศิลปินชาวมองโกเลีย Jantsankhorol Erdenebayar หรือ Jantsa ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานปีนี้ที่ได้รับการตั้งตาคอยมากที่สุด ประติมากรคนดังเตรียมนำเสนอผลงานของเขาที่มีชื่อว่า Middle Child ที่ Flowers Gallery ด้วยแรงบันดาลใจจากมรดกวัฒนธรรมของเขา Erdenebayar หยิบเอาเรื่องเล่าคติชนชาวมองโกเลีย สุภาษิต และความผูกพันทางบรรพบุรุษและความเชื่อส่วนตัวของเขาเอง มาสร้างสรรค์ประติมากรรมที่มีลักษณะเหมือนการชุมนุมซึ่งบ่งบอกถึงโบราณวัตถุในยุคกลางด้วยสุนทรียะที่ดิบและเรียบง่าย

Above “Vigousse” ของ Jantsankhorol Erdenebayar (2016) (ภาพ: Jantsankhorol Erdenebayar และแกลเลอรีดอกไม้)
Erdenebayar ใช้สิ่งของที่พบ ซึ่งมักเป็นวัตถุธรรมชาติจากภูมิทัศน์ในท้องถิ่น เช่น เขาแพะ และไม้ที่ถูกทิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งของที่เชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมเร่ร่อน พร้อมวิพากษ์ประเด็นการบริโภคที่มากเกินไปและการขาดแคลนทรัพยากรที่เผชิญกับเศรษฐกิจและสังคมมองโกเลียที่ก้าวไปสู่โลกาภิวัฒน์ที่เพิ่มมากขึ้น
เรื่องน่ารู้: Erdenebayar มีสายเลือดศิลปินเต็มตัว โดยเขาเป็นตัวแทนของประเทศมองโกเลียในงาน Venice Biennale ครั้งที่ 58 ในปี 2019 ในขณะที่แม่ของเขา Munkhtsetseg Jalkhaajav (Mugi) เป็นตัวแทนของประเทศมองโกเลียในปี 2022
6. Yona Lee แกลเลอรี Fine Arts, Sydney บูธ 1C45

Above Yona Lee (ภาพ: Yona Lee และ Fine Arts Sydney)
แกลเลอรี Fine Arts, Sydney ซึ่งเป็นแกลเลอรีหน้าใหม่ของงาน Art Basel เตรียมนำเสนอประติมากรรมขนาดใหญ่ชิ้นใหม่โดย Yona Lee ศิลปินชาวเกาหลีจากโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์
Lee เป็นที่รู้จักจากสเกลพื้นที่ต่างๆ ที่เธอนำมาใช้ทำงาน ผลงานประติมากรรมของเธอครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่พื้นหน้าโต๊ะไปจนถึงพื้นที่พิพิธภัณฑ์ทั้งหมด และใช้วัตถุควอทิเดียนที่ผสมผสานกันอย่างมีเอกลักษณ์ เช่น โคมไฟ โต๊ะ และเก้าอี้ เป็นส่วนประกอบของผลงาน

Above “Kit-set In-transit” ของ Yona Lee (2020) (ภาพ: เอื้อเฟื้อโดย Yona Lee และ Fine Arts, ซิดนีย์)
แม้การตีความจะคลุมเครือ แต่ผลงานของ Lee ก็มีความสอดคล้องด้านสุนทรียศาสตร์ของพื้นที่ "บ้าน" โดยอ้างอิงถึงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและพื้นที่สาธารณะ พื้นที่เชิงพาณิชย์ และพื้นที่ในบ้าน โดยตั้งคำถามถึงขอบเขตระหว่างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ผลงานของเธอสำหรับ Art Basel Hong Kong, In Transit (2024) จะเป็นทั้งประติมากรรมและพื้นที่ทางสังคม โดยประกอบด้วยไฟฟ้า นาฬิกา เตียงนอนเล่น ไม้ถูพื้น ร่มกันแดด ม้านั่ง โต๊ะ และ เก้าอี้
7. Steph Huang แกลเลอรี Public Gallery บูธ 1C37

Above Steph Huang (ภาพ: Steph Huang และ Public Gallery, London)
Steph Huang ศิลปินชาวไต้หวันในลอนดอน จะจัดแสดงการนำเสนอเดี่ยวที่บูธของ Public Gallery โดยนำเสนอผลงานศิลปะจัดวางแนวย้อนยุค ซึ่งประกอบด้วยประติมากรรมเป่าแก้ว ไม้ และโลหะ สะท้อนความเป็นฮ่องกงมากมาย ซึ่งจะต้องโดนใจคนฮ่องกงอย่างแน่นอน การจัดวางผลงานทำให้เกิดฉากของร้านอาหาร-ตลาดเอเชียทั่วๆ ไป และนำเสนอผลงานต่างๆ เช่น ชุดภาพวาดบนแผงไม้ ซึ่งภายในพบโปสการ์ดจากทศวรรษปี 1970 ที่แสดงภาพ ร้านอาหาร Jumbo Kingdom ที่ปัจจุบันะปิดตัวลงแล้ว และกะละมังโลหะตั้งลอยที่เต็มไปด้วยคุกกี้โชคลาภทองแดง ที่มีข้อความว่า “โชคลาภที่คุณแสวงหาอยู่ในคุกกี้อื่น” (“The Fortune You Seek Is In Another Cookie”)

Above รายละเอียดของ “Jumbo Floating Restaurant (Night)” ของ Steph Huang (2024) (ภาพ: Steph Huang เอื้อเฟื้อโดย Public Gallery, London)
ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นจากนิทรรศการเดี่ยวของศิลปินที่ Goldsmiths Center for Contemporary Art (2022) และพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป (2022) โดยนำเสนอพื้นที่ตั้งแต่ร้านอาหารและตลาดไปจนถึงบ่อนการพนัน และบรรยายถึงจุดตัดของมรดกดั้งเดิมและอาณานิคม
Steph ทำงานเป็นพ่อครัวมาสองสามปีและมีความสนใจเป็นพิเศษในวัฒนธรรมอาหารและประวัติศาสตร์ การที่เธอเลือกร้านอาหารอย่าง Jumbo Kingdom เป็นสถานที่ในการตั้งคำถาม Steph ได้ตรวจสอบว่าวัตถุและสัญลักษณ์บางอย่างในอุตสาหกรรมอาหารได้ถ่ายทอดเรื่องราวทางภาพและวัตถุเกี่ยวกับลัทธิชาตินิยมและอุดมการณ์ได้อย่างไร
8. นวิน นุชทอง แกลเลอรี Bangkok CityCity Gallery บูธ 1C41

Above นวิน หนูทอง (ภาพ: ธรรมรัตน์ กิตติวัฒโนคุณ)
For Culture is Flux ผลงานใหม่ของศิลปินไทย นวิน หนูทอง ที่จะนำเสนอที่งาน Art Basel Hong Kong เขามองว่าสงครามเย็นและการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์เป็นจุดเริ่มต้น โดยสำรวจผลกระทบที่มีต่อประเทศอื่นนอกเหนือจากมหาอำนาจที่เกี่ยวข้อง
คอลเล็กชั่นผลงานของเขายังครอบคลุมสื่อหลากหลายประเภท รวมถึงภาพวาด งานพิมพ์สกรีนด้วยมือบนกระดาษและผ้าใบอะลูมิเนียม งานประติมากรรมและวิดีโอ ผลงานเหล่านี้ดึงมาจากการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมป๊อป เช่น วิดีโอเกม ภาพยนตร์ และการ์ตูน ตลอดจนตำนานและตำนานต่างๆ

Above “Smiling Map” (2024) ของ นวิน หนูทอง (ภาพ: นวิน หนูทอง และบางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลเลอรี่)
ชื่อของผลงาน Smiling Map เกิดขึ้นพร้อมกับคิดถึงบรรยากาศทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน ศิลปินสำรวจหลักจริยธรรมในการบันทึกประวัติศาสตร์ และตั้งคำถามว่าการค้าขายกำหนดรูปแบบวัฒนธรรมของเราอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ว่าการบริโภคของนักท่องเที่ยวได้ดัดแปลงการปฏิบัติ พิธีกรรม และสิ่งประดิษฐ์สร้าง
This story was originally written in English by Aaina Bhargava.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2024 โดย Aaina Bhargava โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
5 อาร์ตแกลอรี่ในกรุงเทพฯ ชมผลงานศิลปะไทยโดดเด่น
ยูน-ปัณพัท ศิลปินไทยผู้เคยฝากฝีมือระดับโลก กับการเดินทางบนสายรุ้งแห่งความฝัน




