Tatler+
สัมผัสแนวคิดการออกแบบสเปซบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่จาก SC ที่ผสานซาวด์แทร็กของชีวิต อินไซต์ของผู้อยู่อาศัย และฟังก์ชั่นที่พร้อม Transform เข้าไว้ด้วยกัน
Knud Erik Hansen ทายาทแบรนด์ดีไซน์ระดับโลกเคยกล่าวถึง Hans J. Wegner ดีไซเนอร์ชั้นครูไว้ว่า ตลอดชีวิตของเขาเชื่อว่า “งานดีไซน์ไม่เคยมีจุดสิ้นสุด” และลงมือปรับปรุงผลงานอยู่เสมอจนกว่าจะพร้อมจริงๆ
แนวคิดนี้สะท้อนว่า ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่จุดหมายที่หยุดนิ่ง แต่คือกระบวนการของการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
เช่นเดียวกับ “บ้าน” ที่แม้จะถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก แต่ชีวิตของผู้อยู่อาศัยกลับไม่เคยหยุดเปลี่ยน คู่รักที่เคยต้องการพื้นที่สำหรับสังสรรค์ อาจกลายเป็นครอบครัวที่มองหาสเปซอบอุ่นสำหรับลูกน้อย ความต้องการใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นพร้อมกับทุกช่วงชีวิต
อ่านเพิ่มเติม: 7 สถาปัตยกรรมเปลี่ยนโลก ของชายแว่นตาทรงกลม Le Corbusier บิดาแห่งสถาปัตยกรรมโมเดิร์น

Above ภาพปริศนาในยุคกรีกโบราณอย่าง ‘ทฤษฎีเรือของธีซีอุส’ (Ship of Theseus)
แนวคิดนี้ชวนให้นึกถึง “ทฤษฎีเรือของธีซีอุส” (Ship of Theseus) ปริศนาปรัชญาที่ตั้งคำถามว่า หากเรือถูกเปลี่ยนชิ้นส่วนไปทีละชิ้นจนไม่เหลือส่วนประกอบเดิมเลย เรายังเรียกมันว่าเรือลำเดิมได้หรือไม่
เช่นเดียวกับบ้าน หากสเปซสามารถปรับเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิต บ้านนั้นก็อาจไม่จำเป็นต้อง “สมบูรณ์แบบ” ตั้งแต่วันแรก แต่สามารถ เติบโต เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเรา
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Live and Learn Home จาก SC ที่มองว่า บ้านที่ดีไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกกำหนดบทบาทไว้ตายตัว แต่คือพื้นที่ที่พร้อม ขยับ ขยาย ปรับตัว และเรียนรู้ไปกับทุกจังหวะของชีวิต

Above โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก กับพื้นที่ส่วนกลางและสระว่ายน้ำที่ลดทอนเส้นกั้นระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ เพื่อเว้นวรรคให้ชีวิตได้หยุดพักอย่างแท้จริง
The Soundtrack of Time
เพลง Live & Learn เมื่อเราเปิดฟังในวัย 20 ความรู้สึกอาจเป็นการปลอบประโลมใจแบบหนึ่ง แต่เมื่อเรากลับมาฟังอีกครั้งในวัย 40 ความหมายที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดกลับลึกซึ้งและเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ชีวิต คุณโฉมชฎา กุลดิลก รองกรรมการผู้จัดการสายงานแบรนด์องค์กร SC สะท้อนถึงการนำบทเพลงนี้มาอธิบายเรื่องราวของสเปซว่า
"Live and Learn เป็นมากกว่าบทเพลงที่หลายคนคุ้นเคย แต่เป็นบทเพลงอมตะที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ทุกครั้งที่กลับมาฟังในแต่ละช่วงของชีวิต เรามักค้นพบความหมายใหม่ที่สะท้อนตัวเราในวันนั้น... เราเชื่อว่าบ้านที่ดีควรมีคุณค่าแบบ Timeless เช่นเดียวกัน ไม่ใช่เพียงอยู่เหนือกาลเวลาในด้านดีไซน์ แต่ต้องสามารถตอบโจทย์การเติบโตของทุกคนในครอบครัว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงวัยได้เสมอ"
เพื่อให้สถาปัตยกรรมและดนตรีบรรเลงไปในจังหวะเดียวกัน คุณบอย โกสิยพงษ์ ศิลปินผู้ประพันธ์เพลง ได้นำ Live & Learn มาเรียบเรียงทำนองใหม่ การตีความครั้งนี้ไม่ได้มองการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องหนัก แต่เป็นเรื่องน่าสนุกที่เราจะได้ก้าวเดินไปกับความท้าทายใหม่ๆ

Above ภาพการตกแต่งภายใน โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก

Above ภาพการตกแต่งภายใน โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก
"โจทย์พิเศษของ SC คือ อยากเรียบเรียงเพลง Live and Learn ให้สอดคล้องกับบ้านที่ขยับขยาย เปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนได้ตามการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตต่างๆ ของครอบครัว... เราเลยนำเพลงนี้มาตีความใหม่ให้มีทำนองที่สนุกขึ้น โยกตามได้ สอดคล้องกับบ้านที่สามารถยืดหด ปรับเปลี่ยนได้ ให้ผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความหมายของคำว่าบ้านในอีกมุมหนึ่ง"
จากบทเพลงสู่สถาปัตยกรรม SC ได้เปลี่ยนวิธีคิดในการออกแบบบ้านใหม่ทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าสเปซจะสามารถโอบรับทุกการเปลี่ยนแปลง และนี่คือ 4 บทเรียนจากชีวิตจริง ที่ประกอบร่างขึ้นเป็นบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน
The Architecture of Change

Above โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก สถาปัตยกรรมบ้านสไตล์ Cape Dutch Revival ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสง่างาม แต่ซ่อนฟังก์ชั่นที่พร้อมปรับตัวตามวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย
ภาพเรนเดอร์ของสถาปัตยกรรมมักงดงามและเนี้ยบกริบเสมอ แต่หากเราเปิดประตูเข้าไปสำรวจชีวิตจริงของการอยู่อาศัย จะพบว่ามันเต็มไปด้วยรายละเอียดอันซับซ้อนและกิจวัตรที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ การจะสร้างบ้านที่เข้าใจชีวิตได้จริง จึงไม่อาจตั้งต้นจากสมมติฐานในห้องประชุม ทีมผู้บริหารของ SC เลือกที่จะเดินออกจากกรอบเดิมๆ สวมหูฟังในห้อง Call Center เพื่อรับฟังทั้งคำชมและปัญหาด้วยตัวเอง รวมถึงลงพื้นที่ไปดูการใช้งานจริงหลังประตูบ้าน สังเกตแม้กระทั่งวิถีชีวิตเล็กๆ อย่างวิธีที่ผู้คนตักทำความสะอาดบ่อดักไขมัน หรือการจัดสรรพื้นที่ซักล้างในแต่ละวัน
ข้อมูลที่ซึมซับจากชีวิตของ 38,000 ครอบครัว เมื่อนำมาประกอบกับงานวิจัยที่มองทะลุไปถึงอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นวันที่ยังไม่มีลูก วันที่ต้องเตรียมพื้นที่ให้สมาชิกใหม่ หรือยุคที่การทำงานจากบ้านกลายเป็นเรื่องปกตินำมาสู่ความเข้าใจที่ว่า ครอบครัวยุคนี้ไม่ใช่แพทเทิร์น "พ่อ-แม่-ลูก" แบบเดียวอีกต่อไป แต่ประกอบด้วย "ปัจเจกบุคคล" การออกแบบจึงขยับจาก Customer Centric สู่ Individual Centric อย่างสมบูรณ์ เพื่อรังสรรค์ ‘คุณภาพของเวลา’ (Quality of Time) จนเกิดเป็นการออกแบบบ้านใหม่ถึง 8 ซีรีส์ (เปิดเผยแล้ว 4 ซีรีส์) ที่พร้อมโอบรับทุกความแตกต่างของมนุษย์เรา

Above (จากซ้าย) คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม และ คุณภาณุพงษ์ ชินมหาวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายสถาปัตยกรรมโครงการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สะท้อนถึงเบื้องหลังการลงพื้นที่ เพื่อการออกแบบงานสเปซดีไซน์ไว้ว่า “สำหรับ SC ทุกครั้งที่ลูกบ้าน Live คือโอกาสที่เราได้ Learn เราเรียนรู้จากการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้านในทุกช่วงเวลา เพื่อนำ Insight เหล่านั้นมาพัฒนาเป็นโซลูชั่นใหม่ๆ สร้างสรรค์ Space Design หรือการออกแบบพื้นที่ที่ช่วยแก้ Pain Point ในการอยู่อาศัยจริง เช่น การออกแบบให้มี Pantry บนชั้น 2 การออกแบบห้องนอนแต่ละห้องให้ใกล้เคียงกัน เราไม่ได้สร้าง Live and Learn Home จากสมมติฐาน แต่มุ่งมั่นสร้างจากชีวิตจริงของผู้คน และสะท้อนออกมาเป็นการพลิกโฉมบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ 27 ดีไซน์ 19 โครงการบ้านใหม่ทั่วกรุงเทพฯ เช่น แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ชิกเนเจอร์, เวิร์คเพลส, เวนิว ไอดี, เวิร์ฟ รามคำแหง-วงแหวน และเดอะ พาวิลเลียน วิภาวดี-พหลฯ ในแบบฉบับ SC ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ในทุกมิติ”
ทุกครั้งที่ลูกบ้าน Live คือโอกาสที่เราได้ Learn เราเรียนรู้จากการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้านในทุกช่วงเวลา
The Art of Pausing

Above โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก กับโถงสูงโปร่งที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ทำหน้าที่เสมือนปุ่ม Pause ที่ช่วยปลดเปลื้องความเครียดจากโลกภายนอก
เมื่อคนเมืองต้องแบกความเครียดและความวุ่นวายกลับบ้าน สเปซที่ดีจึงไม่ควรยัดเยียดฟังก์ชั่นจนอึดอัด แต่ควรทำหน้าที่ปลดความเหนื่อยล้าด้วยการ "เว้นพื้นที่ว่าง" ให้กับชีวิต แนวคิดนี้สะท้อนชัดเจนใน Pause Series อย่างโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด พอส วิภาวดี-พหลฯ ที่นำสุนทรียะแห่งความโปร่งโล่งมาใช้ สถาปนิกจงใจออกแบบโถงสูง Double Volume ที่สูงถึง 7.15 เมตร คู่กับกระจก Panoramic View เพื่อทำหน้าที่เสมือนปุ่ม Pause มอบอากาศและแสงสว่างให้ผู้อยู่อาศัยได้หยุดพักหายใจลึกๆ ทิ้งความเหนื่อยล้าไว้หน้าประตู
ในขณะเดียวกัน เมื่อจิตใจมนุษย์ต้องการการเยียวยา ธรรมชาติคือคำตอบที่ทรงพลังที่สุด สถาปัตยกรรมในซีรีส์ Modern Tropical (เช่น บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ทำเลรามอินทรา-วัชรพล, สาทร-ปิ่นเกล้า, ปิ่นเกล้า-บรมฯ, บางแค และแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์) จึงตั้งใจลดทอนเส้นกั้นระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร การออกแบบสเปซที่ดึงแสงแดดอ่อนๆ และเปิดรับพื้นที่สีเขียวให้แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกาชีวิตในทุกๆ เช้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการจัดวางศิลปะแห่งการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณในทุกๆ วัน
อ่านเพิ่มเติม: The biology of light: เข้าใจศาสตร์แห่งแสง ปัจจัยมนุษย์ และศิลปะการอยู่กับความมืด กับผศ.ดร.จรรยาพร สไตเลอร์

Above โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก กับสเปซส่วนกลางที่ถูกออกแบบจาก Insight ของการใช้ชีวิต เพื่อชาร์จพลังงานและสร้าง 'Quality of Time' ให้กับทุกคนในครอบครัว
Me Time × We Time
พื้นที่ชั้นล่างมักถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ในครอบครัว สเปซอย่าง 'Double Living' จึงไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นเพียงห้องรับแขกที่ตั้งโซฟาไว้ต้อนรับผู้มาเยือนแบบตายตัว แต่มันคือพื้นที่ยืดหยุ่นที่เคารพความเปลี่ยนแปลง วันนี้อาจเป็นมุมสังสรรค์พักผ่อนของเพื่อนฝูง แต่ในวันข้างหน้า พื้นที่เดียวกันนี้ก็พร้อมที่จะถูกกั้นผนังเพื่อเปลี่ยนรูปทรงเป็น "โซนรับแฝด" หรือห้องเด็กเล่นเมื่อครอบครัวขยายตัว โดยที่ยังคงเชื่อมโยงความรู้สึกของคนในบ้านไว้ด้วยกัน
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่สถาปัตยกรรมมักมองข้ามคือการใช้ชีวิตหลังพระอาทิตย์ตกดิน ความเงียบสงบยามตีสองมักมาพร้อมกับความเกรงใจ การตื่นมาหิวน้ำ ชงนม หรืออยากหาของว่างรอบดึก มักสร้างความลำบากใจเพราะต้องเดินลงบันไดไปเปิดไฟทั้งชั้นล่าง การจัดการ Pain Point เล็กๆ แต่น่าหงุดหงิดนี้ เกิดขึ้นด้วยการแทรก 'Secondary Pantry' ไว้บนชั้น 2 มันจึงกลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สมาชิกสามารถใช้ชีวิตส่วนตัว หรือดื่มด่ำกับ Me Time ของตัวเองได้เต็มที่ โดยไม่รบกวนจังหวะการพักผ่อนของคนอื่นในบ้าน

Above โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก กับแพนทรีที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่มุมเตรียมอาหาร แต่คือพื้นที่สังสรรค์ส่วนตัวที่รักษาสมดุลระหว่าง Me Time และ We Time ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
The Psychology of Space & Identity

Above พื้นที่พักผ่อนระดับ Master Bedroom ที่เคารพความเป็นปัจเจกบุคคล โอบรับความเหนื่อยล้า และอนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้มากที่สุด
เมื่อก้าวเข้าสู่โซนห้องนอน สถาปัตยกรรมได้เข้ามาทำหน้าที่มากกว่าการเป็นที่พักผ่อน เพราะมันช่วยเยียวยาวัยเด็ก บ่อยครั้งที่คำถามว่า "ใครได้ห้องเล็กสุด" มักถูกตีความไปผูกโยงกับระดับความสำคัญของตัวเองในครอบครัว แนวคิด Equitable Home จึงสะท้อนผ่านการออกแบบ 'Equitable Bedroom' หรือห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดและคุณภาพใกล้เคียงกันที่สุด เพื่อหล่อหลอมสภาพแวดล้อมที่มอบความรู้สึกเท่าเทียม ทั้งในด้านความรัก ความสุข และโอกาสในการเติบโต
นอกจากความเท่าเทียม สเปซยังต้องทำหน้าที่สะท้อน "ตัวตน" อย่างตรงไปตรงมา เช่น ซีรีส์ Mid-Century Modern (ในโครงการเวนิว ไอดี ทำเลมอเตอร์เวย์-พระราม9, พหลโยธิน-รังสิต และวิภาวดี-พหลฯ) ที่ใช้เส้นสาย Vertical Form และ Circle Shelf เปิดมุมมองให้บ้านกลายเป็นดั่งแกลเลอรีส่วนตัว หรือเมื่อผู้อยู่อาศัยต้องการพื้นที่หลบลี้จากโลกภายนอกเพื่อสร้าง Third Place ภายในอาณาเขตของตัวเอง ซีรีส์ Cape Dutch Revival (ในโครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก) ก็ตอบรับด้วยการซ่อน Private Pool ไว้บริเวณกลางบ้านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมสเปซอย่าง Empress Dressing Suite ที่ออกแบบมาเพื่อการปรนนิบัติตัวเอง

Above 'Equitable Bedroom' ห้องนอนที่ถูกออกแบบเพื่อหล่อหลอมความรู้สึกที่เท่าเทียมกันของเด็กๆ ในบ้าน

Above 'Equitable Bedroom' ห้องนอนที่ถูกออกแบบเพื่อหล่อหลอมความรู้สึกที่เท่าเทียมกันของเด็กๆ ในบ้าน

Above 'Empress Dressing Suite' สเปซแต่งตัวที่ขยายอาณาเขตให้ทุกไอเท็มชิ้นโปรด ได้สะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของคุณอย่างชัดเจน
Space that Evolves
ย้อนกลับไปที่คำถามจากทฤษฎีเรือของธีซีอุสในตอนต้น หากชิ้นส่วนความต้องการในชีวิตของเราถูกสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บ้านที่สร้างจากอิฐและปูนจะยังคงเป็นบ้านหลังเดิมที่เข้าใจเราอยู่หรือไม่
คำตอบอาจซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียดที่ Live and Learn Home พยายามพิสูจน์ ตราบใดที่งานดีไซน์ไม่เคยมองว่าตัวเองเสร็จสมบูรณ์ตายตัว แต่พร้อมทำหน้าที่โอบรับความทรงจำ เข้าใจจังหวะชีวิตที่กำลังเปลี่ยนผ่าน และมอบพื้นที่แห่งความสุขให้กับทุกคน (Live every stage, Learn every change) ทรงของสเปซอาจเปลี่ยนไป ฟังก์ชั่นของห้องอาจถูกตีความใหม่ แต่ "ความรู้สึก" ของการได้กลับมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและเป็นตัวของตัวเองที่สุด จะทำให้บ้านหลังนั้นยังคงเป็น "บ้าน" ที่คุ้นเคยและสมบูรณ์แบบของเราเสมอ

Above ภาพการตกแต่งภายใน โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก




