ร่วมถอดรหัสงานดีไซน์บ้าน Sonle Residences โชว์ยูนิตที่ผสานความเหนือจริงของศิลปะเข้ากับความเงียบสงบ สู่ผลงานสถาปัตยกรรมระดับเวิลด์คลาสที่อยู่เหนือกาลเวลา
ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความวุ่นวายของทำเลศักยภาพอย่างถนนรัชดาภิเษก SONLE Residences โดย SC Asset ปรากฏตัวขึ้นในฐานะคอลเลกชันระดับมาสเตอร์พีซที่สงวนไว้สำหรับ 5 ครอบครัวเท่านั้น ชื่อ "SONLE" (ซันเล) เกิดจากการผสานคำว่า "ซ่อน" ในภาษาไทยที่สื่อถึงการเก็บรักษาสมบัติล้ำค่าให้พ้นจากสายตาผู้คน เข้ากับคำว่า "Soleil" ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่าพระอาทิตย์ โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างอันทรงพลังที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ
ความน่าสนใจของโครงการนี้ คือการดึงตัวสตูดิโอออกแบบชั้นนำของไทยอย่าง IDIN Architects มารับหน้าที่ออกแบบทั้งงานสถาปัตยกรรมและอินทีเรียร์ดีไซน์สำหรับโชว์ยูนิต Type XL เพื่อสร้างนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยระดับ Ultra-Luxury โดยผสานศิลปะเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนและลงตัว
อ่านเพิ่มเติม: SC Master of Luxury: เมื่อ ‘บ้าน’ คือบทสะท้อนความสำเร็จและรสนิยมของชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่ SC Asset

Above เลานจ์พักผ่อนที่ผสานความอบอุ่นของแสงไฟและเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งเข้ากับวิวคอร์ตยาร์ด
Spatial Storytelling
โจทย์ที่ท้าทายที่สุดในการเนรมิตพื้นที่ใช้สอยกว่า 1,595 ตารางเมตร คือการสร้างสเปซที่สามารถสื่อสารเรื่องราวและกระตุ้นจินตนาการของผู้เข้าชมได้ตั้งแต่แรกเห็น ทีมออกแบบจึงปฏิเสธการจัดวางเลย์เอาต์แบบเดิมๆ และหันมาใช้ "ศิลปะ" เป็นแกนหลักในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านพื้นที่ (Spatial Storytelling) โดยหยิบยกปรัชญาของงานศิลปะสองยุคสมัยมาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ นั่นคือ Impressionism และ Surrealism
ความประทับใจแบบอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) ถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมที่เปิดรับ "แสงธรรมชาติ" (Natural Light) อย่างเต็มที่ สเปซภายในบ้านถูกออกแบบให้ตอบรับกับทิศทางของแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก่อให้เกิดมิติของแสงและเงาที่ทาบทับลงบนพื้นผิววัสดุ สร้างบรรยากาศที่เปลี่ยนผันไปตามเข็มนาฬิกา ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและไม่หยุดนิ่ง
ในขณะเดียวกัน ความเหนือจริงแบบเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ถูกนำมาใช้เพื่อทลายข้อจำกัดของพื้นที่ใช้สอย ด้วยแนวคิด Boundless Space หรือการเปิดสเปซให้เชื่อมต่อกันอย่างไร้ขีดจำกัด การออกแบบทิ้งกรอบของห้องสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิม ทำให้ทุกย่างก้าวภายในบ้านเต็มไปด้วยมุมมองที่คาดไม่ถึง ราวกับผู้เข้าชมกำลังเดินท่องไปในนิทรรศการศิลปะที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสเปซได้ในทุกตารางเมตร

Above ห้องรับประทานอาหารโอ่โถงพร้อมโต๊ะหินอ่อนตัวยาว เปิดรับมุมมองธรรมชาติภายนอก

Above บาร์ส่วนตัวที่โดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาดยาวและแชนเดอเลียร์รูปทรงแปลกตา

Above พื้นที่มัลติฟังก์ชันที่ถูกเนรมิตให้เป็นห้องอาหารและบาร์ส่วนตัวแบบโอมากาเสะ พร้อมต้อนรับและสร้างความประทับใจให้แก่แขกคนสำคัญ
Introverted Sanctuary
เมื่อก้าวเข้าสู่โชว์ยูนิตแห่งนี้ สิ่งแรกที่ผู้เข้าชมจะสัมผัสได้คือการตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เพื่อเข้าสู่สภาวะแห่ง ‘Mindful Living’ และ ‘Quiet Luxury’ ความรู้สึกประทับใจแรก (First Impression) นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการคำนวณและออกแบบสเปซอย่างแยบคาย เพื่อให้บ้านทำหน้าที่โอบกอดผู้อยู่อาศัยด้วยความสงบตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามา
เบื้องหลังความสงบนี้คือการแก้ปัญหาความท้าทายครั้งใหญ่ของโครงการ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่ใจกลางเมือง IDIN Architects จึงเลือกใช้แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ ‘Introverted’ หรือการหันหน้าเข้าหาพื้นที่ด้านใน โดยสร้างคอร์ตยาร์ด (Courtyard) สีเขียวชอุ่มและผนังน้ำตก (Verdant Falls) ไว้บริเวณใจกลางบ้าน เพื่อดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นจุดศูนย์รวมสายตาแทนความวุ่นวายภายนอก
นอกจากนี้ การจัดการกับมลภาวะทางเสียงยังถูกยกระดับสู่มาตรฐานโลก ด้วยการเลือกใช้เฟรมอะลูมิเนียมกันเสียงจาก SCHUCO ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดทอนเสียงรบกวนภายนอกระดับ 80 เดซิเบล ให้เหลือเพียง 40 เดซิเบล ภายในโชว์ยูนิตแห่งนี้จึงมีเพียงเสียงของสายน้ำและสายลมที่พัดผ่าน กลายเป็นวิหารแห่งการพักผ่อนที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางมหานครอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: Salient House บ้านโมเดิร์นหัวใจโลคอลกลางเมืองสัตหีบ เมื่อดีไซน์ล้ำสมัยหลอมรวมวิถีชีวิตดั้งเดิม

Above มุมมองจากโถงกระจกสูงโปร่งเผยให้เห็นสระว่ายน้ำส่วนกลางบ้าน ทำหน้าที่เป็นแกนกลางเชื่อมโยงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ใช้สอยในทุกชั้น
Tactile Equilibrium
หนึ่งในศิลปะชั้นสูงของการออกแบบโชว์ยูนิตขนาดใหญ่ คือการรักษาสมดุลระหว่าง "ความโดดเด่นอลังการ" (High-Impact) และ "ความอบอุ่นน่าอยู่" (Home-like) สเปซที่โอ่อ่าเกินไปมักสร้างความรู้สึกห่างเหิน แต่ IDIN Architects สามารถผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้สไตล์ Sophisticated Modern Tropical ที่ใช้โทนสีและพื้นผิวสัมผัสเพื่อดึงความรู้สึกของความเป็นบ้านกลับคืนมา
งานสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นผืนผ้าใบที่เรียบหรู เปิดทางให้วัสดุระดับไฮเอนด์ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่การปูพื้นด้วยกระเบื้องหินอ่อน Saint Laurent ซึ่งเป็นวัสดุเกรดเดียวกับที่ใช้ในแฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก มอบลวดลายตามธรรมชาติที่สะท้อนความลักชูรี ทว่ายังคงไว้ซึ่งความรู้สึกที่หนักแน่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติ
เพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของสเปซ ทีมออกแบบได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกที่เต็มไปด้วยเส้นสายโค้งมนและรูปทรงแบบประติมากรรม จากแบรนด์ระดับท็อปอย่าง Minotti และ Edra ควบคู่ไปกับรายละเอียดเล็กๆ อย่างมือจับประตูจาก Valli & Valli ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Antonio Citterio ทุกองค์ประกอบผสานกันอย่างลงตัว สร้างสมดุลแห่งผิวสัมผัสที่เชิญชวนให้ใช้งานจริงและมอบความอบอุ่นในทุกการสัมผัส

Above พื้นที่พักผ่อนที่รักษาสมดุลระหว่างสเปซอันโอ่อ่าและเฟอร์นิเจอร์ผิวสัมผัสอบอุ่น เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ รับกับขั้นบันไดหินอ่อน

Above โถงบันไดหินอ่อนที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ ผสานเส้นสายความโค้งมนเข้ากับของตกแต่งที่สะท้อนรสนิยมความหรูหราแบบงานคราฟต์
Aspirational Lifestyle
ความล้ำเลิศของโชว์ยูนิตแห่งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความงามทางสถาปัตยกรรม แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนพื้นที่ทางกายภาพ ให้กลายเป็นภาพสะท้อนของ "ไลฟ์สไตล์ในฝัน" ที่จับต้องได้ การออกแบบไม่ได้ตีกรอบว่าผู้อยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตอย่างไร แต่สร้างสเปซที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของรสนิยมและการขยายครอบครัวในอนาคต
ภาพฝันแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับถูกทำให้เป็นจริง ผ่านการจัดสรรฟังก์ชัน Multi-Function Room ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นการเนรมิตห้อง Omakase ส่วนตัว สำหรับต้อนรับแขกคนสำคัญ, ห้องสปาที่ผู้อยู่อาศัยสามารถเรียกเทอราปิสต์ส่วนตัวมาให้บริการถึงบ้าน, หรือ Gym Room ที่พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน ทั้งหมดนี้ทำให้บ้านเปรียบเสมือนคลับส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องก้าวออกไปแสวงหาจากที่ใด
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ตอกย้ำไลฟ์สไตล์ระดับอัลตราลักชูรี คือห้องน้ำ Master Bathroom ที่ได้รับการออกแบบแยกโซน His & Her อย่างชัดเจน พร้อมยกระดับการผ่อนคลายด้วย GROHE SPA AquaSymphony ที่สามารถปรับแต่งทั้งกระแสน้ำ แสงไฟ และเสียงดนตรี เปลี่ยนกิจวัตรการอาบน้ำธรรมดาให้กลายเป็น Wellness Ritual ระดับโรงแรมห้าดาว ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มัดใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างอยู่หมัด

Above ห้องน้ำมาสเตอร์ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีเข้มตัดกับอ่างอาบน้ำดีไซน์มินิมัล มอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับราวกับอยู่ในวิหารสปาส่วนตัว

Above ห้องออกกำลังกายส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยระแนงไม้

Above พื้นที่อาบน้ำที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย
The Masterpiece
หากต้องระบุถึงสเปซที่เป็นหัวใจสำคัญ และสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ทั้งหมดของโครงการออกมาได้ทรงพลังที่สุด พื้นที่บริเวณชั้น 2 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด พื้นที่นี้ถูกยกระดับให้เป็นจุดศูนย์กลางของชีวิตโดยเปิดรับมุมมองของสายน้ำและสวนสีเขียว ทำหน้าที่ร้อยเรียงทุกฟังก์ชั่นของบ้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
ความโดดเด่นของชั้นนี้อยู่ที่ Aquatic Infinity Edge Pool สระว่ายน้ำส่วนตัวที่ทอดตัวยาวขนานไปกับตัวบ้าน เชื่อมโยงสเปซกึ่งเอาท์ดอร์เข้ากับพื้นที่พักผ่อนด้านในอย่างไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเป็นส่วนตัวสำหรับสมาชิกในครอบครัว และเปิดกว้างเพียงพอสำหรับการจัดงานสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟกับกลุ่มเพื่อนสนิท
พื้นที่ส่วนนี้จึงเปรียบเสมือนผลงานศิลปะชิ้นเอกที่หลอมรวมทุกปรัชญาการออกแบบของ SONLE Residences เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสเปซที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความสำเร็จอันไร้ขีดจำกัด แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการส่งต่อเรื่องราว ความสุข และมรดกอันล้ำค่า ที่พร้อมเติบโตเคียงคู่ไปกับผู้อยู่อาศัยตราบนานเท่านาน

Above มุมมองจากมุมสูงเผยให้เห็นสระว่ายน้ำอินฟินิตี้และคอร์ตยาร์ดสีเขียว ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับทุกพื้นที่ของบ้าน

Above สถาปัตยกรรมภายนอกยามค่ำคืนสะท้อนความเรียบหรูเหนือกาลเวลา
Topics




