ตัวบ้านมีการจัดเรียงองค์ประกอบของการออกแบบที่แตกต่างกันในแต่ละส่วน เพื่อให้เกิดความหลากหลายและไม่น่าเบื่อในขณะที่ยังมีภาพรวมไปในทิศทางเดียวกัน (Courtesy of archi.smith)
Cover ตัวบ้านมีการจัดเรียงองค์ประกอบการออกแบบที่แตกต่างกันในแต่ละส่วน เพื่อให้เกิดความหลากหลายและไม่น่าเบื่อขณะที่ยังมีภาพรวมไปในทิศทางเดียวกัน (ภาพ: courtesy of archi.smith)
ตัวบ้านมีการจัดเรียงองค์ประกอบของการออกแบบที่แตกต่างกันในแต่ละส่วน เพื่อให้เกิดความหลากหลายและไม่น่าเบื่อในขณะที่ยังมีภาพรวมไปในทิศทางเดียวกัน (Courtesy of archi.smith)

ภายในบ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมแนวยาวสไตล์ร่วมสมัย ซ่อนการออกแบบที่เชื่อมโยงครอบครัวใหม่กับบ้านหลังเดิมของพ่อแม่เข้าด้วยกันท่ามกลางความเรียบง่ายและอบอุ่น

เมื่อมองจากภายนอก บ้าน Monow House ที่ออกแบบโดย archi.smith หลังนี้ได้สร้างความรู้สึกร่วมสมัยผ่านการใช้วัสดุและรูปทรงอาคารที่มีความโดดเด่นของพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมแนวยาว แต่ภายในนั้นกลับซ่อนเรื่องราวของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงครอบครัวใหม่กลับไปยังบ้านหลังเดิมที่อยู่ติดกัน ผ่านภาษาของสถาปัตยกรรมของบ้านที่มีความใหม่ หากแต่ยังกลมกลืนเพื่อตอบรับต่อการใช้งานแบบเดิมที่ผู้อยู่อาศัยคุ้นชิน

อ่านเพิ่มเติม: สรุป 10 เทรนด์ออกแบบภายใน ที่มีอิทธิพลต่อที่พักอาศัยของเราในปี 2024

Two generations, one space

ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการออกแบบ บ้าน Monow House เริ่มต้นจากครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งแต่งงานและแยกตัวออกมาจากพ่อแม่ โดยผืนที่ดินของบ้านใหม่นั้นมีลักษณะเป็นแนวยาวซึ่งยังคงติดกับบ้านหลังเดิม ประเด็นหลักอย่างแรกของการออกแบบจึงเป็นการพิจารณาถึงบ้านหลังอื่นในละแวกใกล้เคียงและบ้านเดิมของพ่อแม่ การออกแบบจึงเริ่มจากการเรียบเรียงรูปทรงอาคารให้มีการไล่ระดับจากชั้นหนึ่งถึงชั้นสาม เพื่อให้บ้านหลังใหม่ไม่บดบังทิศทางการไหลเวียนของลมและแสงแดดธรรมชาติที่ทอดผ่านเข้าสู่บ้านหลังเดิม ด้วยความที่ดินผืนนี้ยังรายล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านที่มีระยะห่างจากกันไม่มากนัก สถาปนิกจึงได้ทำการออกแบบโดยเลือกตำแหน่งของช่องเปิดอาคารที่หลีกเลี่ยงมุมมองจากเพื่อนบ้านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการใช้งานและสร้างทัศนวิสัยที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานภายในบ้าน

แม้เป็นบ้านหลังใหม่ แต่ Monow House ได้ถูกออกแบบให้สามารถรองรับกิจกรรมของบ้านหลังเดิมไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อให้บ้านหลังนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพ่อแม่ สถาปนิกจึงเริ่มต้นจากการนำรั้วที่กั้นระหว่างสองบ้านออก ก่อนที่จะแทรกด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อันทำหน้าที่เป็น common space สำหรับทั้งสองบ้าน พื้นที่นี้เองยังสร้างความเชื่อมโยงทางสายตาที่มองเห็นกิจกรรมและความเป็นไประหว่างกันตลอดเวลา โดยทำงานร่วมกับการวางผังในชั้นหนึ่งที่ประกอบด้วยห้องฟิตเนสที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ และส่วนบริการรวมถึงห้องพักแม่บ้านที่อยู่ด้านหลัง ทำให้กิจกรรมในบ้านหลังเดิมขยายเชื่อมต่อมายังบ้านหลังใหม่ นับตั้งแต่มุมมองจากห้องดูทีวีของคุณพ่อที่เห็นถึงห้องรับแขก ห้องฟิตเนสหน้าบ้านที่คุณแม่สามารถเข้ามาใช้งานได้สะดวก ทางเดินเชื่อมระหว่างห้องครัวของทั้งสองบ้าน เพื่อให้แม่บ้านสามารถให้บริการทั้งสองบ้านได้พร้อมๆ กัน หรือแม้แต่โรงจอดรถที่มีไว้สำหรับคุณพ่อ เนื่องจากบ้านหลังเดิมมีพื้นที่จอดรถไม่เพียงพอ

ในอีกมุมหนึ่งความสัมพันธ์ของ Monow House กับบ้านหลังเดิมของพ่อแม่จึงมีรูปแบบที่คล้ายกับการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมากกว่าจะแยกออกไปเป็นอาคารที่แยกจากกันโดยสมบูรณ์

Tatler Asia
ห้องนั่งเล่นในรูปแบบ double space และปิดล้อมด้วยกระจกช่วยเปิดรับทัศนียภาพของสวนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับบ้านเดิมของพ่อแม่ (Courtesy of archi.smith)
Above ห้องนั่งเล่นในรูปแบบ double space และปิดล้อมด้วยกระจก ช่วยเปิดรับทัศนียภาพของสวนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับบ้านเดิมของพ่อแม่ (ภาพ: courtesy of archi.smith)
ห้องนั่งเล่นในรูปแบบ double space และปิดล้อมด้วยกระจกช่วยเปิดรับทัศนียภาพของสวนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับบ้านเดิมของพ่อแม่ (Courtesy of archi.smith)

Function-based with aesthetics required

ความงามที่เกิดขึ้นในงานออกแบบนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณภาพของการอยู่อาศัยและการใช้งานที่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในปัจจุบันหรืออนาคต เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้านจะพบกับโถงต้อนรับที่ด้านบนเป็น skylight กระจกที่ช่วยกระเจิงแสงอุ่นของธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ต้อนรับอย่างเบาบาง ด้านหลังของโถงต้อนรับยังเป็นพื้นที่ของห้องเก็บรองเท้าที่ตั้งอยู่ภายใต้ผนังระแนงไม้ที่แอบซ่อนประตูทางเข้าไว้อย่างแนบเนียน ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่อันเป็นเหมือนหัวใจของบ้านอย่างห้องรับแขกขนาดใหญ่ในรูปแบบ double space ที่เปิดโล่งออกสู่สวนร่มรื่นอันมีฉากหลังคือบ้านของพ่อแม่

เพื่อไม่ให้มีอะไรบดบัง สถาปนิกจึงได้นำเสาที่รับโครงสร้างออกเพื่อไม่ให้มีอะไรมาปิดกั้นทัศนียภาพที่มีความพิเศษนี้ให้เข้าสู่พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ และทดแทนด้วยการใช้โครงสร้างคานขนาดใหญ่ในด้านบนเพื่อรับน้ำหนักของชั้นสองที่แขวนลงมาแทน ภาษาของการก่อสร้างนี้ชวนให้ย้อนนึกถึงผลงานอย่าง Maison à Bordeaux โดย Rem Koolhass ที่มีการพลิกแพลงโครงสร้างจากเสาคานธรรมดาให้เกิดเป็น space ที่เกิดขึ้นจากตรรกะการรับแรงและตอบรับกับรูปแบบของ space ที่ผู้ออกแบบต้องการ

Tatler Asia
แสงธรรมชาติจากช่องแสงด้านบนที่ตกกระทบบนวัสดุช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่พื้นที่โถงต้อนรับและสร้างความรู้สึกที่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน (Courtesy of archi.smith)
Above แสงธรรมชาติจากช่องแสงด้านบนที่ตกกระทบบนวัสดุ ช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่พื้นที่โถงต้อนรับและสร้างความรู้สึกที่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน (ภาพ: courtesy of archi.smith)
Tatler Asia
จังหวะของการออกแบบที่ถูกคิดมาอย่างดีทำให้วัสดุที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน (Courtesy of archi.smith)
Above จังหวะของการออกแบบที่ถูกคิดมาอย่างดี ทำให้วัสดุที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน (ภาพ: courtesy of archi.smith)
แสงธรรมชาติจากช่องแสงด้านบนที่ตกกระทบบนวัสดุช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่พื้นที่โถงต้อนรับและสร้างความรู้สึกที่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน (Courtesy of archi.smith)
จังหวะของการออกแบบที่ถูกคิดมาอย่างดีทำให้วัสดุที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน (Courtesy of archi.smith)

ถัดจากในชั้นแรกที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน พื้นที่ชั้นสองของบ้านนั้นมีการใช้งานหลักคือ master bedroom และห้องทำงานที่สามารถมองเห็นลงไปยังห้องรับแขกได้ ห้องทำงานนี้ยังคล้ายเป็นตัวอย่างของการหาจุดกึ่งกลางระหว่างรสนิยมด้านงานออกแบบที่แตกต่างกันของเจ้าของบ้านทั้งสองคน เกิดเป็นการผสมผสาน contemporary design ที่มีความสุขุมและเรียบนิ่งเข้ากับความอบอุ่นและเป็นกันเองในแบบ mid-century modern

ในชั้นนี้เองยังมีการจัดภูมิทัศน์ในส่วนด้านหน้าของบ้านเพื่อมอบมุมมองที่สวยงามของพื้นที่สีเขียวให้ห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่ในบ้านเดิม รวมถึงยังสามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้สำหรับการพักผ่อนตามอัธยาศัยได้อีกด้วย และในชั้นสาม ห้องนอนสองห้องถูกเตรียมไว้เผื่อสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการจะมีเด็กๆ ในอนาคต โดยทั้งสองห้องนี้ถูกออกแบบให้มีขนาดที่เท่ากันเพื่อให้เด็กๆ มีห้องที่เท่าเทียมกัน ทั้งสองห้องนี้จะถูกเชื่อมต่อถึงกันด้วยระเบียงที่เต็มไปด้วยไม้กระถางที่ทั้งช่วยมอบความร่มรื่นและปิดบังทัศนียภาพจากบ้านเรือนรอบข้าง

ในชั้นนี้ยังมีพื้นที่ระเบียงสำหรับตากผ้าที่ถูกปิดล้อมด้วย façade ระแนงไม้ที่ป้องกันความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับความเคยชินของการตากผ้าในบ้านเดิมที่มักใช้งานในพื้นที่ระเบียงเป็นหลัก

Tatler Asia
ทางเดินเชื่อมขนาดเล็กในหน้าบ้านได้เชื่อมต่อการใช้งานในบ้านเดิมของพ่อแม่และบ้านหลังใหม่ให้มีความสะดวกราวกับเป็นบ้านหลังเดียวกัน (Courtesy of archi.smith)
Above ทางเดินเชื่อมขนาดเล็กในหน้าบ้านได้เชื่อมต่อการใช้งานในบ้านเดิมของพ่อแม่และบ้านหลังใหม่ให้มีความสะดวกราวกับเป็นบ้านหลังเดียวกัน (ภาพ: courtesy of archi.smith)
ทางเดินเชื่อมขนาดเล็กในหน้าบ้านได้เชื่อมต่อการใช้งานในบ้านเดิมของพ่อแม่และบ้านหลังใหม่ให้มีความสะดวกราวกับเป็นบ้านหลังเดียวกัน (Courtesy of archi.smith)

Warm, lush, and elegant

วัสดุที่ทั้งดูอบอุ่นและเรียบหรูในบ้าน Monow House นั้นเกิดขึ้นจากความต้องการหลักของผู้อยู่อาศัยที่ไม่ต้องการใช้วัสดุฉาบปูนทาสีที่ทำให้ตัวบ้านดูเก่าง่าย และต้องการให้ได้วัสดุที่ใช้ในบ้านมีความเชื่อมโยงทางความรู้สึกเข้ากับบ้านเดิม ลักษณะของสถาปัตยกรรมภายนอกจึงมีความผสมผสานวัสดุปิดผิวต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการใช้แผ่นปิดอะลูมิเนียมในพื้นที่จอดรถ การใช้กระเบื้องลายหินอ่อนทั้งสีอ่อนและสีเข้มบนตัวอาคาร รวมไปถึงการใช้วัสดุอย่างกระเบื้องดินในชั้นสามที่สร้างความรู้สึกล้อไปกับบ้านหลังเดิมของพ่อแม่ที่มีการใช้วัสดุเดียวกัน

การใช้วัสดุที่หลากหลายนี้ยังช่วยสร้างบรรยากาศของตัวสถาปัตยกรรมให้มีหลากหลายมิติ ในภายนอก วัสดุสีเข้มทำหน้าที่ขับเน้นพื้นที่สีเขียวรอบบ้านให้ดูเด่นชัดมากขึ้นในขณะที่วัสดุสีอ่อนทำหน้าที่เชื่อมโยงกลับไปยังบ้านหลังเดิมให้กลมกลืนกัน โดยที่ภายในอาคาร วัสดุสีเข้มเหล่านี้ทั้งในส่วนเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินและผนังเองก็ช่วยทำให้บ้านดูมีความร่วมสมัยควบคู่ไปกับบรรยากาศของวัสดุในสีเอิร์ธโทนส่วนอื่นๆ เพื่อให้บ้านมีความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

Tatler Asia
สีเข้มของหินอ่อนบนชานหน้าบ้านช่วยขับเน้นสีสันของพื้นที่สวนให้มีความเขียวชอุ่มมากขึ้น (Courtesy of archi.smith)
Above สีเข้มของหินอ่อนบนชานหน้าบ้านช่วยขับเน้นสีสันของพื้นที่สวนให้มีความเขียวชอุ่มมากขึ้น (ภาพ: courtesy of archi.smith)
สีเข้มของหินอ่อนบนชานหน้าบ้านช่วยขับเน้นสีสันของพื้นที่สวนให้มีความเขียวชอุ่มมากขึ้น (Courtesy of archi.smith)

อีกหนึ่งไฮไลต์ของบ้าน Monow House คงหนีไม่พ้นพื้นที่ชั้นสาม ที่ถูกปิดผิวด้วยกระเบื้อง Thermic ที่มีลักษณะเป็นกระเบื้องดินสามเหลี่ยมมีโพรงตรงกลาง วัสดุนี้เองยังเป็นวัสดุตระกูลเดียวกับกระเบื้องดินแผ่นเล็กที่ถูกใช้ปิดผิวในบ้านของพ่อแม่ ซึ่งนอกจากวัสดุนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นภายในอาคารจากโพรงที่ทำหน้าที่เป็นฉนวน รูปทรงสามเหลี่ยมของตัวกระเบื้องยังสร้างมิติของแสงเงาที่น่าสนใจให้ตัวผิวอาคาร กลายเป็นความเรียบของงานออกแบบที่ซ่อนรายละเอียดที่ชวนให้เราตั้งใจมอง ซึ่งหากมองในรูปด้านของอาคาร บ้าน Monow House จะมีภาษาของสถาปัตยกรรมที่มีความร่วมสมัยและเรียบง่าย แต่ก็สะท้อนความเป็น tropical architecture ผ่านสีสันและการให้ร่มเงาที่สอดคล้องไปกับการใช้ชีวิตอยู่กับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย

Tatler Asia
พื้นที่ของโถงบันไดแต่ละชั้นถูกจัดวางให้มีความกว้างและสอดคล้องไปกับสัดส่วนของตัวบ้านพร้อมทั้งสามารถจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรมต่างๆ ตามความชอบของผู้ใช้งาน (Courtesy of archi.smith)
Above พื้นที่ของโถงบันไดแต่ละชั้นถูกจัดวางให้มีความกว้างและสอดคล้องไปกับสัดส่วนของตัวบ้านพร้อมทั้งสามารถจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรมต่างๆ ตามความชอบของผู้ใช้งาน (ภาพ: courtesy of archi.smith)
พื้นที่ของโถงบันไดแต่ละชั้นถูกจัดวางให้มีความกว้างและสอดคล้องไปกับสัดส่วนของตัวบ้านพร้อมทั้งสามารถจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรมต่างๆ ตามความชอบของผู้ใช้งาน (Courtesy of archi.smith)

It's special while it can't be seen

ความพิเศษของ Monow House อีกอย่างนั้นซ่อนอยู่ในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่กลับสัมผัสได้อย่างรายละเอียดของการก่อสร้างที่แทบจะลงตัวในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ grill ของเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดพอดีกับความกว้างของไม้ฝ้า การปูกระเบื้องหินอ่อนที่มีการคำนวณระยะห่างอย่างแม่นยำทุกแผ่นจนดูไม่มีเศษเหลือ หรือแม้แต่ในส่วนของกระเบื้อง Thermic บนชั้นสามที่มีการคำนวณให้ระยะของวัสดุจบกันพอดี

ไม่เพียงแต่การจัดวางของวัสดุ สถาปนิกอย่าง archi.smith ยังใส่ใจถึงรายละเอียดของการใช้งานแม้ในส่วนที่เล็กน้อยที่สุด อาทิ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินที่มีชั้นให้เก็บของได้มาก เพื่อให้ผู้ใช้งานจัดสรรข้าวของได้ง่าย การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องต่างๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเด็กได้เมื่อผู้ใช้งานมีลูก หรือแม้แต่การออกแบบโถงบันไดให้มีความใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับสเกลของอาคารและสามารถตกแต่งเพิ่มเติมได้ ในชั้นสามพื้นที่โถงบันไดยังได้ถูกแบบให้มีมุมของหิ้งพระแทนที่จะเป็นห้องแยกออกไปเพื่อให้มีความร่วมสมัยและง่ายต่อการเข้าถึงพร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ลงตัวทั้งในเชิงความงามและการใช้งานในเวลาเดียวกัน

Tatler Asia
ระเบียงในชั้นสามที่เชื่อมห้องนอนทั้งสองห้องยังมีแนวไม้กระถางที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งานและเสริมมิติให้แก่ตัวอาคารเมื่อมองจากภายนอกเข้ามา (Courtesy of archi.smith)
Above ระเบียงในชั้นสามที่เชื่อมห้องนอนทั้งสองห้องยังมีแนวไม้กระถางที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งานและเสริมมิติให้แก่ตัวอาคารเมื่อมองจากภายนอกเข้ามา (ภาพ: courtesy of archi.smith)
ระเบียงในชั้นสามที่เชื่อมห้องนอนทั้งสองห้องยังมีแนวไม้กระถางที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งานและเสริมมิติให้แก่ตัวอาคารเมื่อมองจากภายนอกเข้ามา (Courtesy of archi.smith)

Everything is about family

“เราให้ความสำคัญกับการออกแบบ แม้แต่ทางเดินของแม่บ้านด้านข้างอาคาร พื้นที่ส่วนนี้ยังมีการซ่อนไฟหลืบบันไดที่สร้างบรรยากาศคล้ายกับทางเดินรีสอร์ต ซึ่งในบางวันที่ฝนตก ผู้ใช้งานทั้งสองบ้านจะเลือกใช้ทางเดินแม่บ้านที่อยู่ด้านข้างนี้แทน” สถาปนิกอย่าง archi.smith เล่าให้ฟังถึงรูปแบบการใช้งานจริงที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้น และชี้ให้เห็นถึงการออกแบบในรายละเอียดแม้ในส่วนที่เล็กที่สุด พร้อมทั้งสิ่งสำคัญคือการที่ผู้ใช้งานทั้งสองบ้านนี้ได้เดินไปมาหาสู่กันตลอดเวลา

ในอีกมุม Monow House อาจเป็นเหมือนบ้านที่เติบโตขึ้นพร้อมกันกับสมาชิกในครอบครัวและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เป็นพื้นที่ของการเติบโตโดยมีครอบครัวดูแลอยู่ไม่ห่างและพร้อมสนับสนุนกันอยู่ตลอดเวลา เกิดเป็นการออกแบบที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตเดิมและเพิ่มเติมการใช้งานที่รองรับกับอนาคตที่จะมาถึง แม้ว่าตัวสถาปัตยกรรมเองจะเล่าเรื่องขององค์ประกอบทางกายภาพอย่างประเด็นในการจัดการกับรูปทรง การเลือกใช้วัสดุ และทัศนียภาพ แต่ถึงกระนั้น ใจความสำคัญที่สุดก็คงอยู่ที่การมอบพื้นที่สำหรับการเริ่มต้นชีวิตภายใต้บ้านหลังใหม่ ที่ยังคงฝากความทรงจำและบรรยากาศเหมือนกับบ้านหลังเดิมที่ได้เติบโตขึ้นมา

Tatler Asia
แม้จะมีรูปทรงที่แตกต่าง แต่ตัวบ้านที่ใช้วัสดุดินเผาเป็นหลักได้ช่วยมอบความรู้สึกที่คุ้นชินและเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ใช้งานทั้งตัวเจ้าของบ้านเองรวมถึงพ่อแม่ในบ้านหลังเดิม (Courtesy of archi.smith)
Above แม้จะมีรูปทรงที่แตกต่าง แต่ตัวบ้านที่ใช้วัสดุดินเผาเป็นหลักได้ช่วยมอบความรู้สึกที่คุ้นชินและเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ใช้งานทั้งตัวเจ้าของบ้านเองรวมถึงพ่อแม่ในบ้านหลังเดิม (ภาพ: courtesy of archi.smith)
แม้จะมีรูปทรงที่แตกต่าง แต่ตัวบ้านที่ใช้วัสดุดินเผาเป็นหลักได้ช่วยมอบความรู้สึกที่คุ้นชินและเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ใช้งานทั้งตัวเจ้าของบ้านเองรวมถึงพ่อแม่ในบ้านหลังเดิม (Courtesy of archi.smith)

Topics