Baan O+O โดย Junsekino ฉีกกฎการดีไซน์ด้วยการพลิกหลังบ้านเป็นหน้าบ้าน ผ่านโครงสร้างเหล็กยื่นลอยเหนือเนินเขา และสเปซรูปตัวโอที่เปิดรับธรรมชาติแบบไร้ขีดจำกัด
เมื่อพูดถึงบ้านพักตากอากาศบนทำเลทองอย่างเขาใหญ่ เราอาจนึกถึงการออกแบบที่เน้นโชว์ความโอ่อ่าของหน้าบ้าน เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่ประตูรั้วโครงการ ราวกับการประกาศตัวตน แต่สำหรับ Baan O+O หลังนี้ สตูดิโอออกแบบอย่าง Junsekino Architect and Design กลับเลือกที่จะโอนอ่อนและหลีกทางให้บริบทแวดล้อม โดยให้ตัวบ้านทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลังที่เชื้อเชิญให้เราสำรวจความงามของธรรมชาติก่อนเป็นอันดับแรก
บนที่ดินแปลงมุมที่มีความลาดชัน (Slope) และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ จูน เซคิโน สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Junsekino Architect and Design มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ตั้งแต่แรกเห็น "ที่ดินนี้จริงๆ ไม่ต้องทำอะไรมากก็สวยแล้ว อากาศก็ดี ไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้มันล้อกันไป จุดเริ่มต้นก็เลยเป็นแนวคิดที่ว่าเราจะไปยุ่งกับที่ดินให้น้อยที่สุด" เขาเล่าถึงบทสนทนาแรกที่มีกับเจ้าของบ้าน ซึ่งสะท้อนความตั้งใจในการออกแบบอย่างชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: Salient House บ้านโมเดิร์นหัวใจโลคอลกลางเมืองสัตหีบ เมื่อดีไซน์ล้ำสมัยหลอมรวมวิถีชีวิตดั้งเดิม

Above Baan O+O ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา โดดเด่นด้วยโครงสร้างหลังคาที่เปิดช่องว่างให้ต้นไม้จากคอร์ตยาร์ดกลางบ้านเติบโตขึ้นมา (ภาพ: DOF Sky|Ground)
เพื่อตอบรับแนวคิดดังกล่าว สถาปนิกจึงตัดสินใจ "พลิก" เลย์เอาต์ของบ้าน ด้วยการหันหลังให้กับถนนในโครงการ แล้วเปิดหน้าบ้านที่แท้จริงออกสู่วิวภูเขาและลำธารด้านหลัง การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเป็นส่วนตัว แต่ยังเปลี่ยนผ่านประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัยให้ค่อยๆ ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก เข้าสู่โลกความสงบที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ประสบการณ์การเข้าถึงบ้านหลังนี้จึงคล้ายกับการเดินผ่านม่านบังตา เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าสเปซที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไรจนกว่าจะได้ก้าวผ่านเข้าไปในบ้าน
"เหมือนเราเข้าหลังบ้านเพื่อจะไปเห็นหน้าบ้าน คือหน้าบ้านที่เราเดินเข้า มันเป็นหลังบ้าน มันกลับกัน... มันเป็นการออกแบบที่เราไม่ค่อยได้เจอ"
การปฏิเสธที่จะหันหน้าชนกับบริบทเมืองหรือสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง ถือเป็นแก่นสำคัญของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เคารพในสิ่งที่ธรรมชาติมีให้
"ผมรู้สึกว่าเวลาไปในไซต์ ผมไม่อยากนั่งหันมามองตัวตึก... เหมือนกับว่าเรานั่งหันหลังให้กับสิ่งก่อสร้างและดูธรรมชาติดีกว่า"

Above มุมมองด้านหน้าบ้านที่จริงๆ แล้วคือด้านหลังบ้าน (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above มุมมองจากมุมสูง เผยให้เห็นสระว่ายน้ำที่กลมกลืนไปกับสนามหญ้า (ภาพ: DOF Sky|Ground)
Modernising traditional wisdom
การออกแบบบ้านในภูมิประเทศเขตร้อนชื้นอย่างเขาใหญ่ มาพร้อมกับความท้าทายสารพัดรูปแบบ ทั้งเรื่องความชื้นสะสม ปริมาณน้ำฝนมหาศาล ไปจนถึงสัตว์ป่าและแมลง สถาปนิกจึงหันกลับไปหาภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นดั้งเดิมอย่างการทำ "ใต้ถุนบ้าน" แต่แทนที่จะใช้เสาไม้แบบอดีต โครงการนี้เลือกใช้วิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก (Cantilever) และยื่นตัวอาคารออกไปในอากาศเหนือเนินดินที่ลาดชัน
ผลลัพธ์ที่ได้คืออาคารทรงกล่องที่ดูราวกับลอยอยู่เหนือพื้นดิน โดยแทบจะไม่มีการแตะต้องหรือรบกวนหน้าดินเดิมเลย การยกลอยตัวอาคารขึ้นไปบนอากาศนี้ ไม่เพียงแต่เปิดช่องทางให้ลมธรรมชาติพัดผ่านใต้สเปซเพื่อช่วยระบายความร้อน แต่ยังเป็นปราการด่านสำคัญที่ปกป้องตัวบ้านจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์
"เราได้บ้านชั้น 2 มาฟรีๆ โดยที่เราไม่ต้องทำ 2 ชั้น... ข้อดีคือเราแตะต้องสภาพดินเดิมน้อย แถมการที่บ้านมันลอย ข้อแรกคือมันไม่ชื้น ข้อสองคือเรื่องการซ่อมบำรุง เพราะซ่อมจากใต้พื้นมันง่าย ไม่ว่าจะท่อแอร์หรือท่อน้ำ มันง่ายต่อการดูแล"

Above ตัวบ้านลอยเด่นเป็นสง่า ตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above ห้องนั่งเล่นที่เปิดมุมมองทั้งคอร์ตกลางบ้านและวิวภายนอก (ภาพ: DOF Sky|Ground)
การลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิวดินยังสะท้อนจินตนาการที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตกลางป่า สถาปนิกตีความตัวบ้านให้กลายเป็นเสมือนหอดูสัตว์ที่ตั้งอยู่กลางธรรมชาติแบบเงียบเชียบ ปล่อยให้ระบบนิเวศเบื้องล่างดำเนินต่อไปโดยปราศจากการแทรกแซง
"เราอยู่เขาใหญ่แล้วเราจะไปดูสัตว์ทำไง ก็ขึ้นไปบนหอดูสัตว์สูงๆ แล้วมองลงมา สำหรับบ้านหลังนี้ ไม่มีใครมาดูเรา มีแต่เรา เราดูต้นไม้ดูสัตว์"
การออกแบบฟังก์ชั่นในลักษณะนี้ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถชื่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นกวาง ช้าง หรือสัตว์ป่าอื่นๆ ที่อาจเดินผ่านไปมาใกล้บริเวณบ้านหรือแม้กระทั่งใต้ถุนบ้าน

Above ทางเดินภายในบ้าน เชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยอย่างลื่นไหล (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above ใต้ถุนยุคใหม่ สเปซอเนกประสงค์ใต้โครงสร้างเหล็ก (ภาพ: DOF Sky|Ground)
Inside-Out Living
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Baan O+O มีชีวิตชีวาและสะท้อนคำว่า Sense of Place ได้ดีที่สุด ซ่อนอยู่ในชื่อของบ้านเอง นอกจากจะเป็นการนำชื่อของเจ้าของบ้านทั้งสองท่านมารวมกันแล้ว 'O+O' ยังหมายถึงปรัชญาการวางผังพื้น (Floor Plan) ที่ประกอบด้วยสเปซรูปวงแหวนสองวงซ้อนทับกัน
'Inner O' หรือวงแหวนด้านใน คือคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน ทำหน้าที่เป็นปอดที่คอยดึงแสงสว่างและลมธรรมชาติ (Cross-ventilation) เข้าสู่ทุกมุมของห้อง กลไกนี้ช่วยลดความร้อนสะสมภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ 'Outer O' คือพื้นที่ระเบียงทางเดินที่โอบล้อมรอบนอกตัวบ้าน ไร้ซึ่งมุมอับหรือทางตัน
การออกแบบรูปทรงวงแหวนนี้ ทำให้ทุกฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถก้าวเท้าออกสู่ระเบียงภายนอกเพื่อเชื่อมต่อกับอากาศบริสุทธิ์ได้ทันที
"บ้านหลังนี้จะไม่มีทางเข้าทางออกเป็นระดับขั้นแบบบ้านในเมือง ทุกๆ ฟังก์ชั่นมันสามารถลีดสู่พื้นที่ภายนอกได้ทันที ทุกคนอยากได้อากาศดีๆ เข้ามา ก็สามารถเปิดหน้าต่างหรือบานประตูได้เลย โดยที่ไม่ต้องผ่านสเปซอื่นๆ " วงแหวนรอบนอกนี้ยังกลายเป็นลู่วิ่งออกกำลังกายสำหรับสุนัขตัวโปรดของครอบครัวอีกด้วย

Above พื้นที่นั่งเล่นแบบ Open Plan เปิดรับแสงและวิวธรรมชาติผ่านกระจกบานยักษ์ (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above คอร์ตยาร์ดต้นไม้กลางบ้าน หัวใจของแปลนรูปตัว O (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above ระเบียงวงแหวนรอบนอก (Outer O) ภายใต้ชายคาโปร่งแสง สำหรับเดินรับลมและชมวิวยามเย็น (ภาพ: DOF Sky|Ground)
ความสุนทรีย์อีกประการหนึ่งที่ถูกสอดแทรกไว้ คือการใช้สภาพอากาศที่มีฝนตกชุกของเขาใหญ่ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ ผ่านการออกแบบรางน้ำฝนบริเวณชายคาและคอร์ตกลางบ้าน ให้น้ำฝนตกลงมาเป็นเส้นสายคล้ายม่านน้ำตก
"ผมชอบบรรยากาศของเขาใหญ่เวลาฝนตก น้ำจากหลังคาไหลลงมา มันจะเกิดเป็น shower ครับ เป็นเส้นสายลงมา" มันคือการนำปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมาเปลี่ยนเป็นองค์ประกอบความสวยงามของบ้านได้อย่างน่าประทับใจ
อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึกดีไซน์ Harudot Chonburi สถาปัตยกรรมเกลียวคลื่นที่ซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน

Above ห้องน้ำโทนสว่างสบายตา พร้อมช่องแสงที่ดึงเอาพื้นที่สีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง (ภาพ: DOF Sky|Ground)
Rooted in Context
เมื่อมองจากภายนอก ฟอร์มเรขาคณิตและโครงสร้างเหล็กของ Baan O+O อาจดูย้อนแย้งกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าธรรมชาติ แต่การตัดสินใจเลือกใช้วัสดุอุตสาหกรรมอย่างเหล็กนั้น เป็นไปเพื่อตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความแม่นยำในการก่อสร้าง ข้อจำกัดของการทำโครงสร้างยื่นลอย และการหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรไม้ธรรมชาติเกินความจำเป็น
เพื่อลดทอนความแข็งกระด้างและทำให้ตัวอาคารกลมกลืนไปกับบริบทภูมิศาสตร์ สถาปนิกเลือกใช้โทนสีเข้มทาทับโครงสร้างเหล็กทั้งหมด เมื่อประกอบเข้ากับระนาบกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนเงาของต้นไม้ บ้านทั้งหลังจึงเสมือนถูกพรางตัว
"ให้อาคารมันกลืนหายไป เหมือนกับว่าค่อย ๆ เฟดไปกับตัวบริบทแวดล้อมครับ"

Above ห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายงานไม้สัก เชื่อมต่อระเบียงกว้าง (ภาพ: DOF Sky|Ground)
แต่เมื่อเราก้าวเข้าสู่สเปซภายใน ความรู้สึกกลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง เปลือกนอกที่ดูดิบกระด้างถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและสัมผัสที่เป็นธรรมชาติของไม้สักซึ่งทำหน้าที่เป็นแก่นกลางของบ้าน
"ด้านนอกเป็นก้อนเหล็ก แต่ข้างในจริงๆ พื้นเป็นไม้หมดเลยครับ เป็นไม้สัก ซึ่งสั่งทำเป็น Custom ขึ้นมาเลย อย่างตัวโต๊ะรับประทานอาหารก็ด้วย"
การปูพื้นไม้สักแท้ทั่วทั้งหลัง ควบคู่ไปกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบบ Custom-made ที่ลดทอนชิ้นงานลอยตัวที่ไม่จำเป็นออกไป ช่วยเน้นย้ำความรู้สึกของการเป็นศาลาพักผ่อนหรือ Pavilion ที่ผ่อนคลาย ความขัดแย้งที่ลงตัวระหว่างโครงสร้างเหล็กภายนอกที่แข็งแกร่ง และงานคราฟต์ไม้ภายในที่อ่อนโยนนี้เอง ที่ทำให้ Baan O+O มีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

Above เส้นสายเรขาคณิตของโครงสร้างเหล็ก ตัดกับความอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้อย่างลงตัว (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above มุมมองจากคอร์ตยาร์ดกลางบ้านยามค่ำคืน เผยให้เห็นแสงไฟอบอุ่นจากภายใน (ภาพ: DOF Sky|Ground)
Design as a Problem Solver
ความน่าประทับใจของ Baan O+O ไม่ได้เกิดจากการพยายามสร้างรูปทรงสถาปัตยกรรมเพื่อเรียกความสนใจ แต่ความสง่างามทั้งหมดเป็นผลลัพธ์จากการออกแบบที่เผชิญหน้ากับความท้าทาย และการตั้งคำถามกับบริบทที่ตั้งอย่างตรงไปตรงมา ทุกเส้นสายเรขาคณิต ทุกสเปซที่ว่างเปล่า และทุกการใช้วัสดุ ล้วนมีเหตุผลที่มาจากการแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด
ไม่ว่าจะเป็นการทำโครงสร้างเหล็กยื่นลอยเพื่อปกป้องสโลปหน้าดินและหนีความชื้น การวางแปลนรูปตัว O เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของลม หรือการใช้สีเข้มเพื่อพรางตัว บ้านหลังนี้เกิดจากการผสมผสานวิศวกรรมเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างสมดุล มันทำหน้าที่รับใช้ฟังก์ชั่น เคารพธรรมชาติ และปกป้องผู้อยู่อาศัยไปพร้อมๆ กัน

Above ชายคาโครงเหล็กและแผ่นอะคริลิกใส ดีไซน์ที่ยอมให้แสงส่องผ่านแต่ยังช่วยปกป้องตัวบ้าน (ภาพ: DOF Sky|Ground)

Above ราวระเบียงเหล็กฉลุลาย เมื่อมองทอดลงมาจะเห็นสระว่ายน้ำและพื้นที่พักผ่อนด้านล่างพอดี (ภาพ: DOF Sky|Ground)
ดังที่สถาปนิกได้ตกผลึกไว้ในตอนท้ายของการสนทนาว่า "เพราะวิธีการเริ่มโปรเจ็กต์นี้ เราไม่ได้เริ่มจากความสวยงาม แต่เริ่มจากการที่เราเข้าใจบริบท แล้วตอนเอาตัวงานไปวางบนพื้นที่ ถ้ามันถูกที่ถูกทางถูกเวลา มันก็จะตอบคำถามในเชิงพื้นฐานด้วยตัวชิ้นงานเอง"
Baan O+O สะท้อนให้เราเห็นว่างานออกแบบที่ดีคือผลลัพธ์ของการรับฟังบริบทอย่างตั้งใจและตอบสนองด้วยความเข้าใจ บ้านหลังนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แข่งขันกับสภาพแวดล้อม แต่ยอมหลีกทางและกลายเป็นพื้นที่ที่ปล่อยให้ธรรมชาติรอบตัวได้เปล่งประกาย

Above ระเบียงทางเดินรอบนอกของบ้าน เปิดรับวิวธรรมชาติเต็มตา (ภาพ: DOF Sky|Ground)
Topics





